เคร้ง! ว้าย!
เช้าวันเสาร์ที่แสนสงบ แสงแดดส่องเริ่มส่องลงมาที่ห้องนอนของเด็กชายวัยสิบสี่ที่เหนื่อยจากการเดินทางเข้ามาในเมือง เขายังคงนอนสลบอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ภายในห้องนอนหรูหราคุมโทนดำ ด้วยรู้สึกเหนื่อยล้าเขาจึงคิดที่จะนอนต่ออีกสักหน่อย แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นก่อนจะรีบวิ่งลงไปชั้นล่างเมื่อได้ยินเสียงดังโครมครามและเสียงร้องของฝาแฝด
“ซือซือ! เป็อะไรมั้ย” หยางหยางเอ่ยถามก่อนจะเดินเข้ามาหาอย่างระมัดระวัง
“แหะๆ ไม่เป็ไรหรอกแค่แก้วแตกนิดหน่อยเอง…” เสียงใสเริ่มแ่ลงในตอนท้าย
“เค้าขอโทษ ที่รบกวนตัวตอนนอนนะ” ฉันรู้ตัวดีว่าจะต้องโดนดุเป็แน่แท้จึงรีบเอาลูกอ้อนเข้าสู้ทันที
ลี่หยางนั้นแพ้ลูกอ้อนของฉันตลอดไม่ว่าจะทำอะไรผิดมาแค่อ้อนเขาก็ยกโทษให้โดยทันที แต่เหมือนรอบนี้ความใจแข็งของเขาจะเพิ่มขึ้นหรือเพราะฉันทำผิดร้ายแรงหรือยังไงไม่รู้ เขาจึงได้จ้องเขม็งมาที่ฉันอย่างนั้น
“หืม?” เขามองลงไปที่พื้นก่อนจะส่งเสียงประหลาดออกมา
“อะไรเหรอ” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย
“เอามือออกมาดู” เขาเอ่ยเสียงแข็ง
“งือ ตัวจะดุเค้าอ่ะ”
ฉันเริ่มเบะปากออกมาเมื่อฝาแฝดที่โตด้วยกันทำเสียงแบบนี้ใส่เป็ครั้งแรก
“ถ้าไม่เอาออกมาจะดุ” เสียงของเขาเริ่มอ่อนลง ฉันจึงยื่นมือออกไปให้ดูด้วยความจำยอม
“ลี่ซือ! ทำไมโดนแก้วบาดแล้วไม่บอก” เอาแล้วไง! ฉันรู้ตัวได้เลยว่าต้องโดนดุแน่ๆ เพราะถ้ามีเื่จริงจังเขาจะเรียกฉันด้วยชื่อจริงเสมอ
“กะ…ก็ตอนแรกเืไม่ออกไง เค้าเลยไม่รู้”
“เฮ้อ! เอาเถอะตอนนี้ที่นี่มีคนอยู่ไหม”
“ไม่มี คุณพ่อออกไปทำงานก่อนเค้าตื่นอีก”
ใช่แล้ว จ้าวลี่ินั้นออกไปทำงานั้แ่ก่อนไก่โห่ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะสั่งข้าวเช้ามาให้ลูกๆ ของเขา บ้านหลังนี้ไม่มีแม่บ้านเพราะคุณพ่อ้าความเป็ส่วนตัว จึงจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง แต่ก็ยังมีรปภ.ที่อยู่ป้อมยามหน้าประตูบ้านและระบบรักษาความปลอดภัยของตัวบ้านเขาจึงไว้ใจที่ปล่อยพวกเราไว้ที่บ้าน
เมื่อหยางหยางได้ยินที่ฉันพูดเขาก็รีบเดินทั่วบ้านเพื่อหากล่องยามาทำแผลให้ ส่วนฉันรีบเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากแผล ทันใดนั้นเสียงประตูเปิดก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของจ้าวลี่ิที่เดินเข้ามาในบ้าน ไม่รอช้าลี่หยางรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที
“พ่อครับ! กล่องยาอยู่ไหนครับ”
“อยู่บนชั้นนั้นน่ะ เป็อะไรล่ะ ไม่สบายเหรอ” เขาเอ่ยถามพร้อมเอามือขึ้นมาอังหน้าผากลูกชาย
“ลี่ซือครับ! น้องโดนเศษแก้วบาด” เขารีบเอ่ยออกไป
“น้องอยู่ไหน”
แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยแต่แววตาของเขาก็ร้อนรนไม่ต่างจากลี่หยางเลย
“ห้องครัวครับ” เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวลี่ิรีบเดินไปเอากล่องยาก่อนจะเดินเข้ามาในห้องครัว
ทางด้านลี่ซือเองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา หัวใจของเธอก็เริ่มเต้นเร็วขึ้น เพราะตัวของเธอนั้นก็ยังไม่รู้นิสัยใจคอของเขาดีนัก เธอกลัว กลัวจะเป็เหมือนมิติที่เธอทะลุไป แต่ก่อนที่จะความคิดจะเตลิดไปไกลกว่านี้เสียงทุ้มก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ลี่ซือ” จ้าวลี่ิเรียกหลิวลี่ซือเสียงเบา เพราะเขาสังเกตุเห็นเธอยืนตัวสั่นเมื่อครู่
“คะ…คุณพ่อคะ ฮึก” เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจำต้องปล่อยออกมา
“หนูขอโทษค่ะ ฮึก…หนูไม่ได้ตั้งใจ” สาวน้อยร้องไห้ตัวโยนทำเอาจ้าวลี่ิและหลิวลี่หยางถึงกับทำอะไรไม่ถูก
จ้าวลี่ิเห็นดังนั้นก็ดึงตัวสาวน้อยมากอดพร้อมส่งสัญญาณให้หยางหยางทำแผลที่มือ ในตอนที่กอดเขาพยายามลูบหลังปลอบเธอ เขาไม่รู้ว่าทำไมเื่แค่นี้ถึงทำเธอร้องไห้ได้ขนาดนี้ เขาใมากตอนที่เห็นเธอร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองเป็ลูกแท้ๆ ของเขาหรือเปล่าแต่เขาคงไม่ใจดำถึงขนาดปล่อยให้ไปใช้ชีวิตยากลำบากเหมือนอย่างเคย
ผ่านไปไม่นานหลิวลี่หยางก็ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนหลิวลี่ซือก็เลิกร้องไห้แล้วคงไว้เพียงเสียงสะอื้นเท่านั้น เมื่อเด็กสาวเริ่มกลับมามีสติดังเดิมเขาจึงพาไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่นแล้วซักถาม
“เมื่อกี้ทำไมเธอถึงร้องไห้ขนาดนั้น เจ็บแผลเหรอ” เขาเอ่ยถามเสียงนุ่มเพื่อไม่ให้สาวน้อยรู้สึกเหมือนตนกำลังถูกกดดัน
“นะ…หนู”
เธอนั่งชั่งใจอยู่สักครู่ว่าจะตอบตามความจริงหรือจะแถเพื่อเอาตัวรอดไปแต่เมื่อคิดดูดีๆ หากเธอลองไว้ใจเขาแล้วพูดความจริงออกไปทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะดีขึ้นดังนั้นแล้วเธอจึงเลือกที่จะบอกความจริงออกไป
“หนูกลัวโดนคุณพ่อตี” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร้อมก้มหน้างุด
“ตี? ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน” จ้าวลี่ิมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย
“หนูกลัวพ่อจะโกรธที่หนูทำแก้วแตกทั้งที่มาอยู่แค่แป๊บเดียว”
เธอกลัวเขาจะเป็คนที่อารมณ์ร้าย ไม่มีเหตุผล ทำร้ายร่างกายคนอื่นเหมือนดัั่งที่เคยเจอมา…
ขณะที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่นั้นวงแขนแข็งแรงก็โอบกอดเธอและหยางหยางเอาไว้ แล้วเอ่ยสิ่งที่เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินจากปากเขา
“เธอคิดว่าฉันจะห่วงแก้วมากว่าชีวิตคนงั้นเหรอ ฉันไม่ได้ใจดำขนาดนั้นสักหน่อย บ้านหลังนี้น่ะเธออยากทำอะไรก็ทำ นายด้วย” เขาเอ่ยบอกฉันและหยางหยางด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ฉันหันหน้าไปมองหยางหยางก็พบว่าเขาก็ทำหน้่าอื้งซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากฉันนัก
ความกังวลที่มีในตอนแรกหายไปทันใด เธอวาดวงแขนโอบกอดเขาเอาไว้อย่างอบอุ่น นี่เป็สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต คือการได้กอดคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อ แม้ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์แต่เธอเชื่อว่าในอนาคตทุกอย่างต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างที่ทุกคนเห็นตอนนี้คุรพ่อยังไม่ได้เชื่อว่าน้องแฝดเป็ลูก100%นะคะดูได้จากสรรพนามที่ใช้เรียก เพราะน้องก็พึ่งปรากฏตัวมาแค่วันเดียวถึงแม้หยางหยางจะหน้าตาเหมือนพ่อมากแต่ถ้าเป็เราก็คงใเหมือนกันที่อยู่ดีๆ ก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาบอกว่าเป็ลูกแล้วยังเป็เด็กอายุแค่14!
อ๋อ! ลืม ที่คุณพ่อถามหยางหยางแล้วเรียกซือซือว่าน้องเพราะคุณพ่อคิดว่าน้องตัวเล็กกว่าเลยยกให้เป็น้องค่ะ555 คุณพ่อเขาไม่ค่อยยุ่งกับเด็กเลยไม่ค่อยรู้แหละ ส่วนใครเป็พี่หรือน้องไว้ลุ้นกันเองนะ
เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกันนะค้าาาา
ฝากนิยายเื่นี้ด้วยน้าาาา