ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเอ็ด แสงเทียน
ด้วยความที่ผมเป็นลูกชายกำนันลูกน้องของผมทำอะไรเล็กๆไม่เป็น
แบบเดียวกับที่ในดินแดนรกร้างที่คนทั่วไปไร้สิ้นทุกสิ่งอย่างวอร์ลอดเช่นอิมมอทัลโจนั้นจะมีของที่หายากในโลกที่ล่มสลายถึงสามชิ้น
หากเรามาอยู่ในดินแดนที่คนยากไร้เราจะรู้สึกรวยขึ้นทันตาเห็น
หากเรามีข้าวกินแต่คนอื่นไม่มีกินเราจะรู้สึกว่าชีวิตเราสุขสบายกว่าคนอื่น
ไม่แปลกใจที่ลูกท่านหลานเธอนั้นจบจาก MIT สถานศึกษาที่ก้าวหน้าในเรื่องวิทยาการจากแดนตะวันตกแต่กลับมาที่ประเทศเราโดยยังรักระบบศักดินาล้าหลังไม่เคยคิดที่จะเอาความคิดและวิทยาการที่ได้มาจากMIT มาพัฒนาประเทศให้คนทั่วไปมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแต่อย่างใด
ทั้งที่ชอบแนวคิดสามก๊ก ชุนชิว-จั้นกว๋อแต่ท่าทางจะลืมอ่านบทเรียนที่ว่าท่านหลูปันโดนสหายตำหนิเรื่องที่ผลิตอาวุธสังหารคนจำนวนมากเลยพยายามช่วยเหลือชาวบ้านโดยการผลิตเครื่องมือต่างๆให้ชาวบ้านนั้นมีชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
ท่าทางจะลืมเรียนบทเรียนนี้หรือแกล้งอ่านข้ามๆบทเรียนในเรื่องนี้ไป
ว่าสิ่งประดิษฐ์ไม่ใช่แค่วัวกลหรือหน้าไม้ของขงเบ้งที่ใช้ในการสงครามแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์เครื่องมือช่างทั้งหลายที่ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตได้อย่างสุขสบายมากขึ้นด้วย
แต่อย่างที่ว่าประชาชนในพื้นที่นี้มองควายเหล็กการเอาเครื่องจักรมาประกอบกับเกษตรกรรมแบบเดียวกับผีป่าซาตาน
ที่ผมพอจะสามารถดัดแปลงได้บ้างคือการเอากระทะมาสร้างที่ย่างหมูกระทะแบบเดียวกับที่สาวสมัยใหม่ย้อนไปในอดีตกับอีกอย่างคือ
ฟื้ดด
ฟื้ดดด
ฟื้ดด
“ชอบรสอะไรครับครูวิ สละหรือเสาวรส?”
ผมกล่าวถามครูวิที่มองเครื่องผลิตบิงซูของผมที่ผสมนมและเกล็ดน้ำแข็งเข้าด้วยกัน
แม้จะยังทำได้ไม่ละเอียดอ่อนเท่ากับเครื่องมือสมัยใหม่ให้ความรู้สึกเหมือนทานเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กผสมกับนมมากกว่า
ขนาดเกล็ดน้ำแข็งยังไม่ละเอียดอ่อนเท่าเครื่องมือปัจจุบัน
แต่ก็ยังนับว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ผมพยายามจะผลักดันพร้อมกับกระทะหมูกระทะเพื่อให้ประชาชนแถบนี้ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆได้มากขึ้น
จากการสังเกตของผมพวกเราในภูมิภาคนี้ยอมรับการเข้ามาของเทคโนโลยีในด้านอาหารการกินเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม นิยายรัก เทศกาลฉลองฯลฯ
ที่เกี่ยวกับอาหารการกินและเทศกาลฉลองได้แบบไม่คิดอะไรมาก
แต่พอจะเอาวิทยาการและเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการทำนาหรือการผลิตสิ่งของจะรู้สึกฮารามผิดผี
ผู้คนกลับมองดูเทคโนโลยีเหมือนผีป่าซาตานต้องการกลับไปอยู่บ้านดินสีข้าวด้วยครก นุ่งกางเกงโจงกระเบนในทันทีทันใด
เป็นปริศนาลึกลับอีกประการหนึ่งที่ประเทศของเรามีคนระดับที่เรียกว่าเจ้าคนนายคนปกครองเราที่จบมาจากMIT และเป็นอ็อกฟอร์ดเจนเติ้ลแมนด้วยซ้ำ
แต่กลับสนับสนุนให้คนในชาติกลับไปนุ่งโจงกระเบนใช้ครกและสากตำข้าวกันอยู่นั่นล่ะ
ความพัฒนาด้านเทคโนโลยีและวิทยาการที่ไปเรียนรู้มาจากMIT และความเจริญศิวิไลซ์ของอ็อกฟอร์ดเจนเติ้ลแมนท่าทางจะไม่ได้เอากลับมาในประเทศเลยแม้แต่น้อย
“เอ่อ..น้ำส้มก็ได้ค่ะ”
ครุวิกล่าวตามมาตรฐานน้ำนางเอก
ผมพยักหน้าพร้อมกับปั่นส้มด้วยตนเองพร้อมกับโรยเกล็ดน้ำตาล
วางขนมปังแผ่นและก้อนน้ำตาลลงไปบนเครื่องดื่ม
พร้อมกับจุดไฟเป็นแสงเทียนวาบจากเปลวไฟที่ลุกอยู่บนก้อนน้ำตาล
“เชิญทานครับครูวิผมชอบทานมากกับแสงเทียนนี่”
การเอาอาหารมาเผาไฟเล่นๆคือความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์