“เ้ายอมหรือ?”
“แล้วข้ามีหนทางใดหลีกเลี่ยงได้บ้าง?”
จานเจิ้งสีหน้าฮึดฮัดขัดใจนับั้แ่รู้ข่าวคราวในครอบครัวของเพื่อนรักเขาเองก็กินไม่ได้นอนไม่หลับบุรุษทั้งสามปรึกษากันแล้วปรึกษากันอีกก็รู้ว่าจะหาเงินหนึ่งแสนตำลึงได้จากที่ใดแม้พวกเขาจะทำกิจการได้อย่างราบรื่นแต่ก็ไม่อาจจะเสี่ยงขายกิจการเพื่อเอามาประกันใต้เท้าเถียนได้
“นางมารสกุลซิวคิดอะไรอยู่ในใจจึงอยากได้เ้าไปเป็สามี?”
เถียนฮุยส่ายหน้าเบาๆ“เ้าว่าอย่างไรล่ะ เสี่ยวฮ่าว?”
“ชื่อเสียงของนางล้วนร่ำลือทั่วเมืองว่าอีแปะเดียวก็ไม่ยอมขาดทุนนี่ถึงกับยอมจ่ายแสนตำลึงเพื่อซื้อเ้าไปเป็สามี ข้าว่า...เป็ไปได้สองอย่างหนึ่งคือนางมีหนี้รักแต่หนหลังกับเ้า หรือสองคือนางมีหนี้แค้นอันลึกซึ้งกับเ้า”
“เ้าพูดมีเหตุผลเ้าทบทวนดูทีว่าเ้ากับนางเคยมีหนี้รักกันหรือไม่?”
คุณชายเถียนขมวดคิ้วจนแทบจะผูกกันนึกถึงใบหน้าแสนเ็าของคุณหนูใหญ่สกุลซิวที่เคยพบกันครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงใหญ่ที่จวนสกุลจาน“ข้าไม่เคยพูดคุยกับนางด้วยซ้ำ แล้วจะมีหนี้รักกันได้อย่างไร?”
“หรือว่าเ้าเคยล่วงเกินนางแต่จำไม่ได้?”จานเจิ้งดีดนิ้วเปาะ “ก็เหมือนกับข้าอย่างไรล่ะ? ก่อนจะแต่งงานข้าก็เคยล่วงเกินฮูหยินของข้าแล้วจำนางไม่ได้”
“ข้านึกไม่ออกเลยจริงๆว่าเคยล่วงเกินนางเมื่อใด?”
“ทุกครั้งที่ข้าไปกับเ้าก็ไม่เคยเห็นนางเช่นกัน”เหมาฮ่าวเอ่ยสมทบ
“เฮ้อ! เห็นทีเราคงต้องสืบเื้ัของนางมารสกุลซิวสักหน่อยแล้ว”จานเจิ้งทบทวนความทรงจำที่ตนเองมีเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่สกุลซิวแต่ก็กลับนึกออกเพียงฉายาของนางเท่านั้น
“ที่ผ่านมาเราเคยฟังเพียงเื่ซุบซิบนินทาของนางแต่กลับไม่เคยสืบเสาะอย่างจริงจังสักครั้งไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวนางจะเป็อย่างที่ผู้คนเล่าลือหรือไม่?” เหมาฮ่าวเองก็เริ่มรู้สึกสงสัยในตัวคุณหนูใหญ่สกุลซิว
แม้กลุ่มบุรุษสิ้นดีของพวกเขาจะไม่เคยพูดกันถึงเื่คุณหนูใหญ่ซิวอย่างจริงจังทว่ามีบุรุษไม่น้อยที่นินทาเื่ของนางกันในเหลาสุราและในหอคณิกา ด้วยรูปร่างระหงใบหน้างดงามคมคาย ท่าทางอย่างเย่อหยิ่งสง่างามเยี่ยงนางพญา รวมถึงความร่ำรวยมหาศาลของนางในวงการค้ารู้กันว่า ‘ซิวเชี่ยน’ ผู้นี้เป็สตรีที่อยู่เื้ัความสำเร็จของกิจการสกุลซิวที่ขยายไปทั่วทุกหัวเมืองแม้จะมีผู้หมายมั่นอยากจะเป็สามีของนางมากมายแต่นางกลับปฏิเสธการหมั้นหมายมาโดยตลอดฉายาของนางที่บุรุษทั้งหลายพร้อมใจกันมอบให้คือ ‘นางมารสกุลซิว’
“เสี่ยวฮุยในเมื่อนางกล้าทุ่มเงินแสนตำลึงเพื่อให้ได้แต่งงานกับเ้าข้าว่าเื่นี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่” จานเจิ้งขมวดคิ้วมุ่น
“ข้ารู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก”เถียนฮุยพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของสหายทั้งสอง
จานเจิ้งเป็คนไปจัดการเื่สืบข่าวไม่ถึงสองวันเขาก็ได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับซิวเชี่ยนมาเต็มสองหน้ากระดาษ
“เสี่ยวฮุยเ้าอ่านเองเถอะ ข้าอ่านแล้วสยดสยองนัก”
สีหน้าของจานเจิ้งทำให้เถียนฮุยรีบรับมาอ่านโดยเร็วใบหน้าของเขาค่อยเผือดสีลงเรื่อยๆ กระทั่งเหมาฮ่าวยังทนไม่ได้
“มาๆให้ข้าอ่านบ้าง เป็อย่างไรหรือ?”
เถียนฮุยยื่นให้สหายรักด้วยสายตาเลื่อนลอยนี่ชีวิตอันสดใสของบุรุษ ผู้หล่อเหลาและเป็ที่ชื่นชอบของสาวงามทั้งหลายต้องตกไปอยู่ในมือของนางมารจริงๆ แล้วล่ะหรือ?
“ถ้านางเป็อย่างที่พวกเขาเขียนมาข้าว่าคงไม่ใช่เื่ที่เราจะใจเย็นได้ต่อไปแล้วล่ะเถียนฮุย”เหมาฮ่าวถึงกับขมวดคิ้ว
บุรุษที่ถูกระบุให้เป็สามีเพื่อแลกเงินหนึ่งแสนตำลึงถึงกับชะงักสีหน้าของเขาปริวิตก ไม่รู้ว่านางมารผู้นั้นมีแผนใดอยู่เื้ักันแน่
“บางทีข้าอาจจะต้องไปพบนางด้วยตนเองการเจรจาโดยตรงอาจจะดีที่สุด สายสืบของเราก็บอกเองนี่ว่านางไม่เคยยอมขาดทุนแม้สักอีแปะแล้วข้าก็แน่ใจว่าตัวเองมิได้มูลค่าสูงถึงเพียงนั้น”
“ให้พวกเราไปด้วยดีหรือไม่?นางเจรจาต่อรองเก่งกาจนัก หากเ้าไปเพียงลำพังอาจจะพ่ายแพ้ต่อเหตุผลของนางบางทีพวกเราอาจจะพอช่วยอะไรเ้าได้บ้าง?”
เถียนฮุยพยักหน้าเป็ครั้งแรกที่เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับสตรีผู้หนึ่งตามลำพังจะว่าไปชื่อเสียงของนางที่เขาเคยได้ยินมาก็น่ายำเกรงไม่น้อย สตรีที่อยู่หลังม่านไม้ไผ่คอยควบคุมและสั่งการในการทำการค้าของกิจการเครื่องเรือนของ สกุลซิว รวมทั้งกิจการใหญ่น้อยทั้งหลายแม้นางจะปรากฏในงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่กลับเป็การไปเพื่อเก็บข้อมูลทางการค้า
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ส่งจดหมายไปนัดหมายนางเสียเถิด” เหมาฮ่าวเห็นท่าทางที่ดูไม่ค่อยมั่นใจของสหายแล้วก็นึกอยากจะเห็นสตรีที่ทำให้บุรุษจอมเ้าชู้อย่างเถียนฮุยรู้สึกหวาดกลัวได้
“เราควรนัดพบนางที่ใดดี?”
“ภัตตาคารบึงหงส์ก็แล้วกัน”จานเจิ้งเป็คนสรุป
เถียนฮุยลงมือเขียนจดหมายไปหาคุณหนูใหญ่สกุลซิวจากนั้นพวกเขาก็นั่งลงดื่มสุราปรึกษาหารือกันต่อ
“เท่าที่ข้าอ่านดูนางไม่มีเห็นจะมีจุดอ่อนเลยนะ”
“ข้าเองก็ไม่เห็นข้อจำเป็ที่นางจะต้องแต่งงานกับเสี่ยวฮุยเลยสักนิด เ้าคิดดูสิว่าตอนนี้เื่เงินหนึ่งแสนตำลึงกลายเป็ที่โจษจันกันไปทั่วเมืองหลวงมีบุรุษมากมายเสนอตัวแต่งงานกับนาง ล้วนเป็ขุนนางหนุ่มที่มีอนาคตทั้งนั้น”
คุณชายเถียนแสยะยิ้ม“ฝีมือของคุณชายจินอีกแล้วล่ะสินะ!”
“หากไม่ใช่สำนักข่าวนกกระจิบมีหรือเื่ลับเช่นนี้จะถูกเปิดเผยออกมาได้ท่านพ่อข้าบอกว่าหลายตระกูลต่างเสียดาย พวกเขาไปแอบพูดคุยต่อว่าคหบดีซิวกันยกใหญ่บอกว่าอย่างไรรู้ไหม?....คหบดีซิวหากว่าท่านยอมจ่ายหนึ่งแสนตำลึงเช่นนี้จะเอาคุณชายบ้านใดก็ล้วนเจรจาได้ไม่ยากน่าจะบอกก่อนว่าอยากจะได้บุตรเขยในตระกูลขุนนาง”จานเจิ้งยกสุรากระดกใส่ปากแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
“นั่นสินะ!คุณชายในตระกูลดีที่มีแต่เปลือกมีถมไปข้าก็ยังมองไม่เห็นเหตุผลของการยอมจ่ายเงินหนึ่งแสนตำลึงอยู่ดี”เหมาฮ่าวหันมามองหน้า เถียนฮุย “จะว่าไปแม้เ้าจะหน้าตาดี เล่าเรียนเก่ง และวรยุทธ์สูงแต่ชื่อเสียงในทางเสเพลของเขากลับมิได้น้อยหน้าพวกเราเลยสักนิดซ้ำเื่สตรียังนับเป็เื่ที่คนอย่างนางมารสกุลซิวน่าจะถือสาที่สุดเสียด้วยซ้ำที่นางชี้นิ้วสั่งเอาเ้าข้าคิดว่าต้องเป็การแก้แค้นแน่นอนเลยเชียว”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น! พบสตรีมานับร้อยนับพันข้าไม่เคยคิดสักครั้งว่าจะได้แต่งงานกับสตรีเยี่ยงนี้”
จานเจิ้งหัวเราะหึๆ“ไม่แน่นะเสี่ยวฮุย อาจจะเป็นางก็ได้ที่เหมาะจะเป็ฮูหยินของเ้า!”
****************************

