บทที่ 14
เนื้อบนเขียง
“ความรู้บางอย่างต่อให้มีเงินก็ใช่จะซื้อหาได้”
ซิ่งหลิงถอนใจพรืดใหญ่ ค้อนตามองจิ้งเส้าหวงที่ไม่ได้มองนางเลยแม้แต่หางตาแม้จะไม่พอใจนักแต่นางก็ทำได้เพียงแค่เหยียดริมฝีปาก มือพลิกเปิดสมุดบัญชีตรงหน้าพลันตัวอักษรเหยียดยาวเป็พืดกระแทกตาจนพร่ามัวใกล้เป็ลม
ในใจนึกอยากเป็ลมจนตัวสั่นแต่จนใจที่ไม่อาจเป็ลมได้อย่างเป็ธรรมชาติ หากเสแสร้งล้มพับไปท่านหมอเคราขาวต้องแบกล่วมยามาหานางแน่นอน
ตัวข้าขวัญอ่อนกว่านี้หน่อยได้หรือไม่...
“เ้าเพียงกะดูคร่าวๆ ว่ายอดรวมที่ลงในบัญชีไม่มีอะไรผิดปกติเพียงพอแล้ว”
ซิ่งหลิงถอนใจกวาดตามองตัวเลขในบัญชีอยู่ชั่วอึดใจแล้วพูดเสียงแข็ง “ได้ยินว่าอาหารในหอกว่างตงเลิศรส”
“พวกเขาก็ต่างช่วยงานข้าไม่เห็นเรียกร้องอะไรให้มากมาย”
พวกเขาในที่นี้ที่จิ้งเส้าหวงเอ่ยถึงกำลังสะดุ้งโหยง มองกันไปมาด้วยความรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ พากันเหลือกตาขึ้นแอบมองโดยที่ไม่เงยหน้าให้เห็นพิรุธ แม้ว่าคุณชายและแม่นางซิ่งหลิงจะพากันก้มหน้าตรวจดูบัญชีทว่าพวกเขาคล้ายมองเห็นพยัคฆ์และแมวป่ากำลังขู่ฟ่อใส่กันอยู่...
“แล้วพวกเขารับใช้ปรนนิบัติคุณชายในยามค่ำคืนด้วยหรือไม่ ข้าน้อยเป็บ่าวอุ่นเตียงไม่ได้เป็ผู้ติดตามของคุณชาย ปฏิบัติเหมือนกันไม่ได้หรอกเ้าค่ะ”
“การพูดคุยกับเ้าน่าเหนื่อยหน่ายนัก”
“หากคุณชาย้าให้ซิ่งหลิงหยุดพูดแล้วล่ะก็...”
“รู้แล้ว! หุบปากเสีย หอกว่างตงก็หอกว่างตง!”
จิ้งเส้าหวงตัดบทด้วยความรำคาญเหลือจะกล่าว ปลายนิ้วแกร่งไล่ไปตามตัวเลข ขยับย้อนดูอีกรอบว่าเมื่อครู่ตรวจไปถึงไหนแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของนางทำให้เสียสมาธินัก!
“ขอบคุณคุณชายเ้าค่ะ!”
ซิ่งหลิงตอบรับหน้าระรื่นยินดี น้ำเสียงดุดันปนความรำคาญของเขาไม่ทำให้นางรู้สึกผิดหรือรู้สึกไม่สบายใจกับความ้าของตนเองที่ได้มาจากความไม่ยินยอมพร้อมใจของผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย
น้ำขึ้นให้รีบตัก เมื่อมีโอกาสใดก็ควรคว้าเอาไว้ หากนางไม่กล้า หากนางเขินอายไร้ปากเสียงก็ไม่อาจดูแลท่านแม่ได้ ไม่อาจดูแลน้องชายได้และไม่อาจมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้
ความกดดันในห้องที่กำลังกดทับทำให้สามจี้พากันขยับยุกยิกอยู่ไม่สุข ไม่มีผู้ใดกล้าเผชิญหน้ากับโทสะของคุณชายต่อหน้า ทั้งยังไม่มีผู้ใดกล้าทำให้คุณชายมีโทสะ!
แม่นางซิ่งหลิงพวกข้านับถือท่านแล้ว!
ซิ่งหลิงที่ตรวจดูบัญชีมาได้ครู่หนึ่งก็พลันคอแห้ง เพียงแค่หันหน้าหาถ้วยชา เซี่ยจี้พลันเดินเข้ามารินชาลงในถ้วยด้วยสีหน้ามุ่งมั่นภักดีทันที
ซิ่งหลิงแม้จะงุนงงกับท่าทางของเซี่ยจี้ทว่านางก็ประคองถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ เสตามองไปยังถ้วยชาของจิ้งเส้าหวงเย็นชืดไร้ความร้อนจึงกดเสียงเบาบอกเซี่ยจี้และแน่นอนว่าน้ำเสียงนี้จงใจให้จิ้งเส้าหวงได้ยินเช่นกัน
“รบกวนเ้าเปลี่ยนถ้วยชาให้คุณชายด้วย”
เซี่ยจี้ผงกหัวรับแรงๆ โดยมีเสียงแค่นหัวเราะของจิ้งเส้าหวงดังขึ้น ถ้วยชาอุ่นๆ ใบใหม่และน้ำชาร้อนๆ ถูกรินลง ดวงตาคมตวัดมองเซี่ยจี้ที่รินน้ำชาถ้วยใหม่ให้และมองไปยังซิ่งหลิงกำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบทั้งนางก็หันหน้าสบตามองเขาอยู่พอดี
จิ้งเส้าหวงมองตามั์ตาดอกท้อเหลือบมองยังถ้วยชาที่มีไอร้อนกรุ่นลอย กลิ่นใบชาหอมฟุ้งแตะจมูกบังเกิดความสดชื่นขึ้นขุมหนึ่ง ท้ายแล้วน้ำชาที่เพิ่งถูกรินลงถ้วยจิ้งเส้าหวงก็ดื่มจนหมดแล้วหันหน้ากลับไปจัดการงานต่างๆ ที่กองจนแทบจะล้นออกมา
ถ้วยชาว่างเปล่านี้ทำให้ทั้งสามจี้ที่อยู่ในห้องมองเขม็งประหนึ่งมองเห็นผีร้าย มองเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในใต้หล้า แม้พวกเขาจะก้มหน้าลงทว่าสายตาล้วนมองไปยังซิ่งหลิง
ปกติแล้วคุณชายจะโหมงานหนักจนไม่สนใจสิ่งอื่น ยามใดที่จัดการม้วนสารต่างๆ รวมถึงบัญชีร้านค้าก็จะไม่แตะต้องน้ำชาหรือของว่างเลย
เป็เช่นนี้มาั้แ่จำความได้แล้ว...
แท้จริงแล้วการมีสตรีอยู่ข้างกายดีเช่นนี้นี่เอง!
แม่นางซิ่งหลิงเก่งกาจเหลือเกิน!
มีงานกองอยู่ตรงหน้ากอปรกับหลายวันก่อนหน้าที่ซิ่งหลิงว่างแสนว่างจึงทำให้ความขยันพุ่งพรวดเทียมฟ้าจนแม้แต่จิ้งเส้าหวงที่ว่าสมาธิจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้ายังอดหันมองซิ่งหลิงอยู่หลายหนไม่ได้ ปลายนิ้วเรียวดุจลำเทียนขยับดีดลูกคิดเร็วรี่ ทั้งชำนาญและคล่องแคล่ว
นางมุ่งมั่นตั้งใจกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก
แม้ตอนทำงานจิ้งเส้าหวงจะมุ่งมั่นให้กับงานตรงหน้าเสียจนไม่สนใจสิ่งใด แต่เมื่อเวลาล่วงเลยจนหมดวันจิ้งเส้าหวงก็แยกแยะชัดเจน เคร่งครัดกับกิจวัตรในทุกๆ วัน
เขามองไปด้านนอกเห็นบ่าวไพร่กำลังแขวนโคมต้อนรับราตรีที่กำลังมาเยือน หันกลับมองซิ่งหลิงที่ตรวจบัญชีโดยที่ไม่ล่วงรู้ถึงเวลาที่ล่วงเลยจึงยื่นมือเข้าใกล้ใบหูขาวสะอาด ดีดนิ้วสองสามครา
“เ้าคะ?” ปลายนิ้วบนลูกคิดหยุดชะงัก มุ่นคิ้วหันมองจิ้งเส้าหวง แววตามีแต่คำถาม
“มิใช่ร้องอยากจะไปหอกว่างตงหรอกหรือ”
ดวงตาคู่งามมองรอบด้านที่มืดลงแสงสีส้มแดงจากโคมด้านนอกส่องเข้ามาทำให้ซิ่งหลิงรู้ตัว มองบัญชีที่ตรวจไปได้ไม่ถึงครึ่งด้วยสีหน้าคับข้องคล้ายว่ามีสิ่งใดคั่งค้างชวนให้รู้สึกกระสับกระส่าย
“จะไปหรือไม่ไป”
“จะไม่ไปได้อย่างไรเ้าคะ” ซิ่งหลิงร้องกระเง้ากระงอด หักใจคั่นหน้าสมุดบัญชีที่ตรวจคั่งค้างเอาไว้ บอกจิ้งเส้าหวงด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นข้าน้อยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์สักครู่นะเ้าคะ”
จิ้งเส้าหวงไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่มองนางด้วยแววตาเรียบเฉยเท่านั้น ซิ่งหลิงยกชายกระโปรงเร่งเดินออกไปเขาถึงได้เปิดสมุดบัญชีร้านรื่อเซิงซางมองผ่านๆ แววตาก็ยิ่งทอประกายแหลมคม
อี้จีใดจะมีความสามารถจัดการเหล่าตัวเลขน่าเวียนหัวเหล่านี้ได้อย่างหมดจดกัน...
หอกว่างตงเป็หอที่โด่งดังเื่รสชาติและความสดใหม่ของวัตถุดิบ ถือเป็หนึ่งในสามหอเลื่องชื่อในแดนเหนือ อาหารใช่เพียงปรุงรสอร่อยก็โด่งดัง รูปร่างหน้าตา เนื้อัั รวมไปถึงคุณสมบัติต่างๆ เช่นคุณสมบัติทางสมุนไพร ความกลมกลืนของอาหารและสมดุลของหยินหยางในร่างกาย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการดื่มกินเป็ศิลปะอย่างหนึ่งที่ควรรับรู้เอาไว้
รถม้าประทับตราตระกูลจิ้งจอดเทียบอยู่หน้าหอกว่างตงดึงดูดสายตาของผู้คนโดยรอบให้หันมอง พากันจ้องมองบุรุษสตรีที่ลงจากรถม้าโดยไม่ปิดบัง โดยเฉพาะเงาร่างเล็กบางของสตรีที่คุณชายจิ้งคอยประคองอย่างใกล้ชิดสนิทสนม
มีลูกบอกลูก! มีหลานบอกหลาน!
คุณชายจิ้งมีสตรีข้างกายแล้ว!
แต่ว่าสิ่งที่ผู้อื่นเห็นกับสิ่งที่คนทั้งสองเผชิญต่างกันโดยสิ้นเชิง ล้วนไม่รู้แท้จริงแล้วท่วงท่าแนบชิดเปี่ยมด้วยความห่วงใยนี้พวกเขาต่างพากันลอบหยิกเนื้อดึงแขนกันไปกี่รอบแล้ว
“คุณชายเชิญ! เชิญด้านในขอรับ!”
จิ้งเส้าหวงที่กำลังขบเคี้ยวกัดฟันกับนางจิ้งจอกพลันเงยหน้าขึ้นมองเถ้าแก่หอกว่างตงที่ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มผิดจากสีหน้าดุร้ายในรถม้าเมื่อครึ่งเค่อที่ผ่านมา ผงกหัวลงเล็กน้อยรับการทักทาย
“ได้ยินว่าคุณชายจะมาผู้น้อยได้เตรียมห้องชั้นสองเอาไว้ให้แล้ว เชิญขอรับคุณชาย!” ท่าทางพินอบพิเทาของเถ้าแก่ร้านทำให้ซิ่งหลิงสนใจ ปฏิบัติกับจิ้งเส้าหวงราวกับฮ่องเต้มาเยือน หันมองใบหน้าของจิ้งเส้าหวงอย่างใคร่รู้ รู้เพียงว่าตระกูลจิ้งเป็ตระกูลคหบดีมีเงินทอง แต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาร่ำรวยเพียงไหน
ห้องรับรองชั้นสองเป็ห้องส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่โตโอ่โถง ของประดับต่างๆ ล้วนงดงามเหมาะสม ไม่ได้ดูโอ้อวดจนเกินงาม
“นำอาหารขึ้นชื่อมาสามสี่อย่างก็พอ ส่วนพวกเ้าอยากกินอะไรก็ตามสบาย” จิ้งเส้าหวงสั่งอาหารเสียงเรียบแล้วบอกสามจี้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ขอรับ!” ทั้งสามจี้รับคำอย่างร่าเริง ลอบมองซิ่งหลิงประหนึ่งโพธิสัตว์ลงมาโปรด แม้พวกเขาจะเป็ผู้ติดตามคนสนิทของคุณชาย แต่น้อยครั้งนักที่จะได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสในหอเลื่องชื่อ!
เมื่อเถ้าแก่หอกว่างตงและสามจี้ถอยเท้าออกไป จิ้งเส้าหวงก็สลัดแขนและตัวให้หลุดออกจากการจับกุมของซิ่งหลิง ั์ตาคมถลึงมองกดเสียงต่ำ “คิดจะทำอะไร”
“ทำอะไรเล่าเ้าคะ มิใช่คุณชายอยากให้ซิ่งหลิงเป็แม่เสือหรอกหรือ” ซิ่งหลิงยิ้มบางๆ บิดเอวนวยนาดนั่งลงบนเก้าอี้ เอียงหน้าคุยด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายหลงลืมไปแล้วหรือ ไม่ช้าก็เร็วท่านก็ต้องนำข้าน้อยไปอวดโฉมอยู่ดี ท่านให้เหล่าเมิ่งเอินหรูเห็นข้าแต่ไม่นำข้าออกไปให้ผู้อื่นเห็น ข่าวจะแพร่กระจายได้อย่างไรเ้าคะ”
“ข้า้าให้เ้าแผลงฤทธิ์เพียงแค่ในเรือน ส่วนนอกเรือนก็เก็บเขี้ยวเล็บของเ้ากลับไปเสีย” จิ้งเส้าหวงใบหน้ามึนตึง ถลึงตามองซิ่งหลิงด้วยความไม่พอใจยิ่งยวด รอยยิ้มยียวนของนางเห็นแล้วกระตุ้นความโกรธได้ดีมากเหลือเกิน
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงปฏิเสธทันควัน โต้ตอบด้วยแววตาใสซื่อเปี่ยมความจริงใจ “หากคุณชายออกนอกลู่นอกทางนอกเรือน ซิ่งหลิงก็จะบุกไปหาคุณชายถึงที่ ข้าน้อยเห็นฮูหยินใหญ่ถือรองเท้าถามหาผู้เป็สามีในหอคณิกามามาก บทแม่เสือก็เห็นมาหลากหลาย หากจะให้แสดงบทนั้นก็คงไม่ยากเกินความสามารถของซิ่งหลิง”
“อย่าให้มันมากไปนักซิ่งหลิง” สิ่งที่นางคิดทำนี่ไม่ต่างจากการหักหน้า นี่คิดปีนข้ามหัวกันแล้ว!
“คุณชายไม่ใช่เื่นี้พวกเราพูดคุยตกลงกันแล้วหรือ สตรีที่ซิ่งหลิงจะถอยให้ มีเพียงฮูหยินของคุณชายเท่านั้นเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงเอียงคอตีหน้าใสซื่อน่ารัก ริมฝีปากฉ่ำวาวคลี่ยิ้มงดงาม ต่อให้ในใจของนางกำลังสั่นรัวจากแววตาดุดันและโทสะของจิ้งเส้าหวงที่กำลังก่อตัวพร้อมรังสีอำมหิตเบาบาง
จะให้ซิ่งหลิงตบอกพูดอย่างหนักแน่นว่าไม่กลัวท่าทางของจิ้งเส้าหวงในเวลานี้ก็คงโป้ปด แต่เื่นี้นางถอยให้เขาไม่ได้ ซิ่งหลิงกดข่มความกลัว ยิ้มแย้มจนตาหยีพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม “หากคุณชายไม่คิดมองสตรีอื่นก็ไม่เห็นต้องทำหน้าตาดุดันราวกับพญามารเช่นนั้น ข้าน้อยเป็สตรีขวัญอ่อน กลัวเหลือเกินเ้าค่ะ”
“อยากรู้นักว่าความโอหังอวดดีของเ้ามีมากเพียงใด” จิ้งเส้าหวงจ้องใบหน้ายิ้มแย้มตาเขม็ง เหยียดยิ้มแล้วกระแทกตัวนั่งลงด้วยความหงุดหงิดใจ
“หากคุณชายอยากรู้ก็ลองดูได้นะเ้าคะ ซิ่งหลิงขอเพียงคุณชายอย่าได้เสียใจภายหลัง” ซิ่งหลิงยื่นปากแม้พูดท้าทายแต่สีหน้ากลับอ่อนลง พยายามกอบกู้บรรยากาศและสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
“อย่างไรเกิดข้าเยือนหอคณิกา มองหาคณิกาหน้าตางดงามสดใสช่างฉอเลาะแล้วค้างกับนางสักคืนเ้าจะถือรองเท้ามาตามข้ากลับเรือนงั้นหรือ” จิ้งเส้าหวงที่เคร่งเครียดในตอนแรกผ่อนคลายลง ริมฝีปากเจือด้วยรอยยิ้มเห็นว่าสีหน้าของนางผิดแปลกออกไป
“คุณชายคงไม่ได้ค้างกับนางทั้งคืนหรอกเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงเก็บอารมณ์เอาไว้ หัวเราะเสียงสดใส ยกกาน้ำชาขึ้นรินลงถ้วย “ไม่ว่าตบตีหรือด่าทอ ซิ่งหลิงล้วนกล้าทำทั้งสิ้น”
จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะ จากความโกรธที่นางวุ่นวายไม่เข้าเื่ รำคาญเสียจนอยากบีบคอนางให้ตายกลับกลายเป็ความรู้สึกท้าทายไปเสียแล้ว
ยิ่งห้ามยิ่งยุ!
ยิ่งห้ามยิ่งอยากทำ!
แต่จิ้งเส้าหวงไหนเลยจะล่วงรู้เื่ราวในอนาคตว่าในภายหลัง เื่นี้กลับทำให้เขาขำไม่ออกเสียนี่...