“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”เขาหันไปเอ่ยถามเกรทที่ยืนมองเขาด้วยท่าทีนิ่งเฉย ทว่าเขากลับจับสังเกตจากแววตาของเธอได้ว่ามันกำลังสั่นไหวเสมือนเธอกำลังขบคิดบางสิ่งบางอย่างไม่ตกเสียที
”อะ เออ หวัดดีคะ พี่วิน””คือ เกรทเป็นตัวแทนของศูนย์บัญชาการมาเจรจากับพี่คะ”
เกรทตัดสินใจเอ่ยความจริงออกมาในที่สุด แม้ท่าทีของเธอจะดูไม่มั่นใจ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่เขาเคยเห็นมา. มันก็พอทีี่จะทำให้เขาคาดเดาได้ว่าการตัดสินใจมาครั้งนี้ของเธอ น่าจะเกิดจากความไม่เต็มใจแน่นอน
”แล้ว??”เขาไม่ได้ปฏิเสธแต่กลับอมยิ้มและเอ่ยถามกลับไปเพื่อสื่อให้เกรทอธิบายสิ่งที่ต้องการ
ส่วนเกรทที่เห็นท่าทีเย็นชาของเขา แม้รอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอหลงใหล ทว่ามันกลับเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่คุ้นเคย กลับกันมันช่างดูเจ้าเล่ห์และยากคาดเดา
“คือ พวกเขาต้องการให้พี่วินเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บัญชาการคะ”
”เพื่อผนึกกำลังปกป้องประชาชนและช่วยกันกวาดล้างซอมบี้ในพื้นที่ให้หมดไป”
”โดย...”
เขายกมือขัดการสาธยายของเกรททันที. เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะเขารู้ความคิดของคนพวกนั้นดียังไงละ พวกมันคิดจะใช้เขาเป็นเครื่องมือ เป็นทั้งแรงงานและโล่ปกป้องให้พวกมันสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย
“เพื่อประชาชน?“”ตรงไหนที่ว่าเพื่อประชาชนกันละเกรท”
เกรทพลันสะอึกขึ้นมาทันทีที่เจอคำพูดสวนกลับของเขา. ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วความเป็นอยู่ของประชาชนในศูนย์บัญชาการนั้นค่อนข้างย่ำแย่.
ยิ่งเธอมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในฐานหลบภัยของเขา. ยิ่งทำให้เธอเห็นถึงความแตกต่างของผู้นำได้อย่างชัดเจน
ทว่าแม้เธอจะคัดค้านการกระทำของทางศูนย์แต่กลับไร้ซึ่งแรงสนับสนุนที่ดี กลับกันเธอยังถูกพวกเขาส่งมาเป็นคนเจรจาในฐานะที่เคยรู้จักกัน บวกกับหน้าตาของเธอที่พวกเขาหวังว่ามันจะใช้ชักจูงเขาได้ผลตามที่คาดไว้
กระทั่งพ่อกับแม่ของเธอเองยังเห็นดีเห็นงามด้วย โดยให้คิลมาคอยปกป้องเธอตลอดการเดินทางแทน
ตามจริงพวกเขาจะให้ไอซ์มา แต่เธอกลับไม่เห็นด้วยและยอมออกตัวมาแทน เพราะหากให้ไอซ์ออกมาจริงๆ คนพวกนั้นจะส่งไมค์มาคอยคุ้มกัน ซึ่งไมค์คือใครนะหรือ มันก็คือคนที่กล้าท้าทายชายหนุ่มที่เธอหลงใหลและถูกสวนกลับเข้าให้อย่างจัง ที่สำคัญนิสัยของไมค์นั้นไม่น่่าไว้ใจเป็นอย่างมาก
และด้วยนิสัยของไมค์ ที่เธอเองก็ไม่คิดไว้ใจแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่ามันจะไปทำอะไรไอซ์เพื่อนสนิทของเธอแทนตังหาก ยิ่งเธอคิดเธอยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนความคิดของคนเหล่านั้นจนอยากจะหนีหายออกไปเลยด้วยซ้ำ
และหากไม่ใช่เพราะว่าพ่อกับแม่ของเธอปักหลักอยู่ที่นั่น มีหรือเธอและไอซ์จะยังอยู่ต่อ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดและนับวันเธอยิ่งไร้หนทางทำสิ่งใดได้อีก
ที่สำคัญเมื่อเร็วๆนี้ พ่อกับแม่และผู้นำกองกำลังในศูนย์มีความเห็นตรงกันให้เธอไปแต่งงานกับลูกชายของหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์ เพื่อกระชับสัมพันธ์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงกล้าให้ไมค์เป็นคนพาไอซ์มาเจรจาแทนที่จะเป็นคนอื่นแทน
“คิดจะให้ผมและกองกำลังทั้งหมดไปอยู่ใต้อาณัติ"
"และคงหวังคิดจะยึดอำนาจของผมไป"
"และสุดท้ายคิดจะผลักไสคนของผมให้พ้นทางสินะ”
”แล้วทำมั้ยผมจำต้องยอมรับด้วยละ”
เกรทนิ่งอึ่งไร้ข้อโต้แย้ง ส่วนคิลที่ยืนเบื้องหลังเธอกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ สำหรับเขาแล้วความคิดเหล่านี้ช่างเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครๆก็คิดและคาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็น
ยิ่งเขาไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์บัญชาการมากับตาตัวเองด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีความคิดแม้แต่น้อยที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับศูนย์บัญชาการแห่งนั้น
“หากเปลี่ยนให้ผมเป็นผู้นำศูนย์บัญชาการแห่งนั้นแทนก็ว่าไปอย่าง"
"จริงมั้ย!!”เขาพูดขณะหันไปมองทางเกรท โดยหางตาเหลือบไปมองทางคิลพร้อมด้วยรอยยิ้มยียวนประดับบนใบหน้าของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เห็นศูนย์บัญชาการนั้นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ฟุบ
เอ่ะหิ
”อย่า”
คิลที่เห็นรอยยิ้มของเขาพลันหายวับไปต่อหน้าต่อตา แล้วมาปรากฏที่ด้านหลังของเขาแทน
ส่วนเกรทที่เห็นคิลไปอยู่ตรงนั้นพร้อมในมือถือมีดสั้นเตรียมที่จะฟันใส่ศรีษะของเขาอยู่ ด้วยความเป็นห่วงกอปรกับความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงทำให้เธอเผลอร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว
สำหรับคิลหากเป็นครั้งแรกที่เจอกัน ย่อมไม่กล้าพอที่จะปะทะซึ่งๆหน้ากับเขาแบบนี้ ทว่าด้วยการโหมเพิ่มค่่าสถานะ แถมยังได้รับทักษะขั้น 3 มาถึง 2 ทักษะ ทำให้มันมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันจะสามารถชนะเขาได้ หรือกระทั่งสามารถสังหารเขาได้ดังที่หวังด้วยซ้ำไป
ชิ้งฟุบหมับ!!!
0_0
คมมีดถูกสะบัดเข้าใส่ลำคอของเขาทันทีที่คิลปรากฏตัว ความเร็วของมันนั้นถือว่าสูงมาก และอาจจะสูงกว่าคนของเขาทั้งหมดเช่นกัน
ทว่าหากมันเอาความเร็วระดับนี้มาเทียบกับเขาแล้วละก็ คงไม่ต่างจากเด็กหัดเดินกับนักวิ่งมาราธอนที่มีระดับความเร็วเทียบกันไม่ติดฝุ่น
ช่วงขณะที่มีดกำลังจะถึงลำคอของเขา ฝ่ามือแข็งแกร่งพลันพุ่งเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ไม่มีใครมองตามทัน พร้อมที่นิ้วมือแข็งแกร่งไม่ต่างจากเหล็กกล้าคว้าลำคอของคิลแล้วออกแรงบีบอย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัวติด
อั๊คคิลสำลักทันทีที่มือของเขากุมลำคอและออกแรงบีบอย่างไร้การแจ้งเตือน ส่งผลให้เวลานี้แววตาของคิลปรากฏความสับสนมึนงงและค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง
เมื่อมันรู้ตัวแล้วว่าฝ่ามือที่บีบลำคอของมันอยู่ขณะนี้คือเป้าหมายที่มันกำลังจะสังหารไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น
เคร้ง
อั๊ก
กำลังมือและแขนแข็งแกร่งของเขาที่เพิ่มแรงบีบเข้าใส่ลำคอ พร้อมกับค่อยๆยกร่างของคิลขึ้นกลางอากาศอย่างช้าๆ เสมือนร่างของมันนั้นไร้ซึ่งน้ำหนักไม่ต่างจากของไร้คุณค่า และด้วยแรงบีบที่มหาศาลทำให้มีดที่ถืออยู่ในมือของมันหลุดล่วงลงพื้นทันที
ปักๆๆๆๆ
"ปะ ปล่อย กู"สภาพของคิลเวลานี้กำลังพยายามดิ้นรนไปมาในเงื้อมมือของเขา มันใช้แขนขาปัดป่ายไปมาเพื่อหวังให้มันหลุดพ้นจากพันธนาการที่เหนี่ยวรั้ง. ทว่าเรื่องแบบนั้นคงเป็นเพียงแค่ฝันเมื่อเจ้าของฝ่ามือนั้นคือเขาคนนี้นั่นเอง
”คิดจะสังหารผม คงเตรียมใจตายมาแล้วสินะ”
สายตาเย็นชาของเขาหันไปมองทางคิลด้วยความไร้อารมณ์ ทว่ากลิ่นอายที่ค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมากลับทำให้คิลและเกรทต่างพากันหวาดกลัว.
ฮูมๆๆด้วยแรงกดดันมหาศาลประกอบกับจิตสังหารที่มากมายของเขา กดทับจิตใจของทั้ง 2 ให้จมดิ่งสู่ก้นเหว โดยเฉพาะคิลที่รับมันไปเต็มๆ ส่วนเกรทนั้นได้รับเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น จึงยังทำให้เธอพอที่จะประคองสติยืนหยัดอยู่ได้
ทำไมเขาต้องใส่แรงกดดันไปที่เกรทด้วยนะหรือ นั่นก็เพราะเขาต้องการแสดงจุดยืนให้เธอเห็นว่า ต่อให้รู้จักกันแค่ไหน หากคิดจะวุ่นวายและทำร้ายคนของเขา เขาจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
”ยะ อย่า”เกรทที่ฝืนร่างกายให้ไม่ล้มลงไปนั้น เมื่อเห็นว่าคิลเริ่มมีอาการย่ำแย่ลงจากแรงบีบของมือเขาที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเธอจะยังสับสนอยู่บ้าง
ทว่าเธอก็ไม่อยากให้เขาฆ่าคิลเพราะเกรงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันจะบานปลายจนอาจเป็นชนวนก่อสงครามระหว่างกันขึ้นมาได้ แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะหวาดกลัว
“หากคิดจะก่อสงครามผมก็พร้อมจะสนองให้“
”แต่จงจำเอาไว้"
"ถ้าคิดจะทำร้ายคนของผม จงพร้อมรับการเอาคืนจากผม นับ100 เท่า!!”
ฉัวะฟู่ๆๆๆๆๆตุบอ๊ากก
เขาสะบัดมีดสั้นเป็นวงแสงโค้งตัดแขนขวาของคิลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แขนของคิลลอยกระเด็นล่วงลงพื้น พร้อมกับเลือดสดๆที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เกรทที่เห็นเหตุการณ์เธอพลันหน้าซีดเผือดและรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เขากระทำ
เธอไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาที่ห่างกันนิสัยใจคอของเขาจะเแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้ความรู้สึกและโหดเหี้ยมได้เช่นนี้ แม้เธอจะเข้าใจดีว่าคิลนั้นหวังจะสังหารเขา และรู้ดีว่าการตอบโต้ของเขานั้นไม่ผิด
ทว่าเขาก็ควรที่จะสั่งสอนคิล เพื่อเห็นแก่หน้าเธอบ้าง ไม่ใช่ลงมือตัดแขนของอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ของเขามันอาจเป็นการจุดชนวน ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องก่อสงครามต่อกัน และอาจส่งผลร้ายต่อผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่อาศัยหลบภัยอยู่ทั้งที่อยู่ในศูนย์และที่แห่งนี้ด้วย
ซึ่งการกระทำของเขา เสมือนใช้อารมณ์มากำหนด ไร้ซึ่งเหตุและผลที่ควรคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะทำลงไปหรือไม่ ผิดกลับรูปลักษณ์ชายหนุ่มก่อนหน้าที่เธอรู้จักมาอย่างสิ้นเชิง
"ใครมาดีผมดีตอบ หากใครมาร้ายก็เตรียมใจตายคามือของผมได้เลย"
เขาไม่ได้สนใจท่าทีและสายตาของเกรทที่มองมาทางเขาแบบแปลกๆ หากเขาอ่อนแอ หรือถูกคิลสังหารได้สำเร็จ เกรงว่าหยกและคนอื่นๆคงถูกส่งตัวเข้าศูนย์บัญชาการและรับใช้คนพวกนั้นไปตามระเบียบ โดยที่ไม่รู้ว่าชีวิตความป็นอยู่ของพวกเขาจะดีหรือไม่
ซึ่งเรื่องแบบนั้น
เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด!!!
End