คำพูดของหลินซิ่วไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย ไม่มีเหตุผลที่จะทัดทานแต่อู๋อู๋ก็ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วโดยยกความคิดตามแบบครอบครัวคนจีนโบราณขึ้นมาโต้แย้ง
“เมื่อเป็นลูกของตนเองย่อมรู้สึกสงสารเมิ่งเมิ่งถูกอุ้มผิดตัวไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องใช้ชีวิตยากลำบากในชนบทมาหลายปีแน่นอนว่าฉันต้องเห็นใจเธอมากกว่า ในทางกลับกันซูอินมีชีวิตที่ดีกับครอบครัวของเรามาหลายปี ถ้าเธอรู้ความสักนิดน่าจะรู้ว่าควรยอมเมิ่งเมิ่งสักหน่อย ครูหลิน คุณก็เป็นแม่คนน่าจะเข้าใจจิตใจของฉันที่สงสารลูกนะคะ”
เมื่อเอ่ยถึงประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของอู๋อู๋เริ่มสั่น ดูแล้วช่างน่าเห็นใจ
คนที่พูดอะไรไม่ออกกลายเป็นหลินซิ่ว
ซูอินที่ยืนอยู่ระหว่างสองคนอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเย็นชา
“เป็นเพราะฉันอยากถูกอุ้มผิดเองหรือคะ”
ดวงตาที่โต แยกสีขาวและสีดำอย่างชัดเจนจ้องเขม็งไปที่อู๋อู๋ “วันก่อนที่ออกจากบ้านฉันเคยพูดแล้วว่า คนที่อยากถูกอุ้มผิดคนไม่ใช่ฉัน มันเป็นเพราะความเลินเล่อของผู้ใหญ่อย่างพวกคุณต่างหาก ตัวเองอุ้มลูกผิดคนทำไมกลับผลักความผิดมาที่ฉัน คุณคิดว่าในชนบทไม่ดีหรือ พูดตามตรงหากฉันถูกพ่อแม่แท้ๆ เลี้ยงดู ตอนนี้ฉันอาจมีความสุขและเตรียมที่จะได้ปิดเทอมไม่ใช่ถูกไล่ออกจากบ้านถูกตามมาถึงที่โรงเรียนแล้วประณามใส่ร้ายป้ายสีซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้”
“หลิงเมิ่งเสียใจแค่นิดเดียว ก็ทำเป็นเรื่องใหญ่ พอเป็นฉันที่เสียใจกลับต้องอดทนงั้นหรือ ถ้าจะสองมาตรฐานขนาดนี้ ไม่ไร้ยางอายไปหน่อยหรือคะ”
เธอทนกับอู๋อู๋มามากพอแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะพูดหยาบคาย
หลินซิ่วดึงสติกลับมา ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างเหตุผลของตัวเองหรือพูดตรงๆ คือไม่มีใครถูกใครผิด แต่จิตใจคนเราล้วนลำเอียงก่อนหน้านี้ซูอินได้ช่วยเธอไว้ ทำให้จิตใจเธอเอนเอียงไปแล้ว
“คุณหมออู๋ สิ่งที่นักเรียนซูอินพูดใช่ว่าไม่มีเหตุผลนะคะ…”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดประโยคถัดไปเพื่อไกล่เกลี่ยอู๋อู๋ที่คับข้องใจมาหลายวันก็ไม่สามารถระงับอารมณ์ได้อีกต่อไป
“พวกคุณเป็นครู แต่ยอมปล่อยเด็กนักเรียนที่ทำผิดไปแบบนี้หรือ”
สีหน้าของหลินซิ่วเปลี่ยนไป “คุณหมออู๋ อย่าเพิ่งตกใจค่ะ”
“เธอชี้หน้าด่าฉัน คุณก็ยังปกป้องเธออีกหรือ ครูแบบคุณนี่มัน…”
ความโกรธของอู๋อู๋เพิ่มเป็นทวีคูณพร้อมกับเสียงที่สูงขึ้นเรียกความสนใจจากที่ปรึกษาประจำระดับชั้นอย่างซุนเหรินที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ตรงทางเดินเขารีบก้าวเข้ามาเห็นภรรยาของเพื่อนอย่างหลิงจื้อเฉิงกำลังระเบิดลงใส่ในห้องหมวดภาษาจีนก็รีบขัดก่อนที่อู๋อู๋จะพูดจาอุกอาจไปมากกว่านี้
“อู๋อู๋ วันนี้ลมอะไรหอบเธอมาที่นี่”
เมื่อเห็นซุนเหริน อู๋อู๋ที่เจ็บใจก็รู้สึกว่าตนเองได้พรรคพวกแล้ว “เพราะอินอินนั่นแหละเด็กคนนี้ทำผิด ไม่เชื่อฟัง ฉันมาที่นี่ก็เพื่อคุยกับครูที่ปรึกษาของเธอ”
หลินซิ่วไม่ใช่คนโอนอ่อนเพียงแต่ตลอดหลายปีที่ทำอาชีพครูเธอถูกหลี่อวี้จือกดขี่โดยปกติผู้ปกครองที่มาพบเธอ จะให้ความเคารพและพูดอย่างเกรงใจเสมอ
แต่เธอไม่เคยเจอผู้ปกครองแบบอู๋อู๋
เธออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแบบกระชับแล้วกล่าวว่า “ที่ปรึกษาซุน คุณมาพอดีช่วยออกความเห็นด้วยค่ะ”
ซูอิน…
ซุนเหรินมองสาวน้อยที่ยืนเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงานทีมตรวจสอบเพิ่งจะกลับไปไม่ถึงสองวัน ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงอยู่เขายังไม่ลืมที่เธอจัดการครูใหญ่หลี่อย่างสงบและเยือกเย็น
นั่นยังไม่ถือเป็นประเด็นหลักสิ่งสำคัญคือท่าทีและอารมณ์ของเลขาธิการผู้อำนวยการกองฯ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เขาก็ตัวสั่น “คุณครูหลิน ใจเย็นๆ นักเรียนซูอินก็อย่าใส่ใจเลยคงเป็นเพราะช่วงนี้แม่ของหนูเหนื่อยจากการทำงาน ใช่ เมื่อวานนี้ฝนตกหนักด้วยคนในโรงพยาบาลก็เยอะ เธอคงเหนื่อยมาก เธอไม่ได้ตั้งใจ”
หลังจากยิ้มและขอโทษทั้งสองคนแล้วเขาก็ลากอู๋อู๋เข้าไปคุยตามลำพังในห้องสำนักงานฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่ประตูปิด อู๋อู๋ก็ยิงคำถามเป็นชุด
ซุนเหรินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เมื่อวันจันทร์ฉันบอกเธออย่างชัดเจนไปแล้วทางโทรศัพท์นี่เธอสับสนจริงๆ ใช่ไหม”
“โทรศัพท์หรือ ตอนนั้นฉันไม่ตั้งใจฟัง คุณพูดอะไรบ้าง”
“เมื่อวันจันทร์ที่โรงเรียนได้ต้อนรับทีมตรวจสอบ เลขาธิการผู้อำนวยการกองโจวโจวโฮ่วเซิง ชายชราคนนั้นนำทีมเองเลย มีคณะครูมากมาย แต่เขาไม่เอากลับเลือกให้ซูอินพาชมโรงเรียน พูดด้วยท่าทีและทัศนคติที่เป็นกันเองเก็บเกี่ยวผลงานไปได้ไม่น้อย ครูใหญ่หลี่ถูกตรวจสอบวินัย เกิดเรื่องใหญ่ซูอินของพวกคุณโชคดีจังเบ้อเร่อ เข้าตาชายชราคนนั้น”
“จะบอกอะไรให้ ต่อให้เธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณ แต่ถ้าดูแลอย่างดีพวกคุณจะไม่ผิดหวัง ครอบครัวของพวกคุณขาเตียงต้องการข้าวสารหรือว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนจำนวนเล็กน้อยทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซุนเหรินก็อดหงุดหงิดไม่ได้
ทำเอาอู๋อู๋ตะลึง
โจวโฮ่วเซิง…คณะกรรมการประจำมณฑล ชื่อของเขาเผยแพร่บนหน้าจอโทรทัศน์และวิทยุทุกวันอู๋อู๋รู้สึกคุ้นกับชื่อนี้
คนที่มีตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้นปฏิบัติต่อซูอินเป็นอย่างดีงั้นหรือ
ทำไมนะ
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ซูอินช่วยชีวิตคนไว้เมื่อคราวก่อนหากมันเป็นเรื่องจริงล่ะ
ไม่ เป็นไปไม่ได้
อู๋อู๋ไม่ยอมรับความเป็นไปได้นั้น หลังจากถูกโจมตีหลายครั้งช่วงสองสามวันที่ผ่านมาจนขีดความอดทนใกล้พังทลายคำพูดของซุนเหรินกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่กดหลังอูฐให้งอ สมองของเธอว่างเปล่าเย็นวันนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดินออกมาจากโรงเรียนมัธยมทดลองได้อย่างไร
การที่อู๋อู๋ก่อเรื่องเช่นนี้ ทำให้ซูอินได้รับความเห็นใจจากครูหลายๆวิชาที่เธอทำคะแนนได้ไม่ดีนักหลินซิ่วซึ่งเป็นครูที่ปรึกษาชั่วคราวปลอบให้เธอรู้สึกดีขึ้นเพราะไม่ต้องการให้เรื่องนี้กระทบต่อการสอบเข้ามัธยมปลายที่ใกล้เข้ามา
“ครูไม่ได้ทำไปเพราะการประเมินของตนเอง เธอน่าจะเข้าใจห้องโอลิมปิกกับห้องเรียนธรรมดาต่างกันมาก ไม่ใช่แค่ค่าเทอมฟรี อย่างที่เห็นเด็กห้องนั้นมีเป้าหมายคือสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหวาและมหาวิทยาลัยเยี่ยนซานซึ่งรวบรวมเหล่าคณาจารย์ที่ดีที่สุดในเมืองหากสอบได้ก็เท่ากับว่าเธออยู่ในจุดที่สูงกว่านักเรียนทั่วไป ด้วยคะแนนของเธอหากพยายามต้องมีหวังแน่นอน เธอต้องปรับสภาพจิตใจให้เข้าที่เข้าทาง”
ซูอินรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“คุณครูวางใจเถอะค่ะ หนูจะปรับสภาพจิตใจให้เข้าที่เข้าทาง”
ความจริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องปรับอะไรทั้งนั้นการที่เมื่อครู่ได้ฉีกหน้าอู๋อู๋ก็ทำให้เธออารมณ์ดีมากความลำบากเดียวคือเธอต้องพยายามระงับความรู้สึกดีใจ
ทว่าระงับความรู้สึกได้ไม่นานเมื่อกลับมาที่ห้องเรียนไม่ถึงสองนาที เสียงกริ่งเลิกเรียนก็ดังขึ้น
เธอเก็บกระเป๋าแล้วออกจากโรงเรียนนอกจากสวีเหวินเหวินที่เดินเคียงข้าง ในตอนนี้มีอวี๋ฉิงเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
เมื่อเช้าหลังจากที่ได้ฟังเธออธิบาย “หัวข้อหลักในการออกสอบ” เพื่อนร่วมห้องที่นั่งโต๊ะข้างหลังก็ตามติดเธอ และแม้จะเป็นเช่นนั้น อวี๋ฉิงก็ยังคงเย่อหยิ่งเหมือนเดิม
เด็กสาวสามคน คนหนึ่งขี้อายไม่เข้าสังคมคนหนึ่งเป็นคนดังในโรงเรียน อีกคนเป็นบุตรสาวของอวี๋หรงกรุ๊ปคนส่วนใหญ่ในโรงเรียนมัธยมทดลองรู้ดีว่าก่อนที่เรื่องของซูอินจะถูกเปิดเผยเธอกับอวี๋ฉิงมาจากครอบครัวฐานะดีที่สุดในโรงเรียนเป็นสองพยัคฆ์ที่อยู่ร่วมบัลลังก์เดียวกันมาตลอดแม้จะนั่งโต๊ะด้านหน้าและด้านหลังติดกัน แต่กลับไม่เคยคุยกันเลยสักประโยค
แต่ในวันนี้ทั้งสองคนกลับสนิทสนมกัน จึงดึงดูดให้ทุกคนหันมามอง
“ซูอิน เธอมาอยู่บ้านฉันดีไหม บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะ”
อวี๋ฉิงเชื้อเชิญอย่างอบอุ่นแต่ใจของซูอินกลับถูกดึงดูดจากวิทยุที่ชายชราเปิดในห้องพนักงานรักษาความปลอดภัยการแบ่งกลุ่มรอบสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลวันนี้ทีมเกาหลีใต้พลิกความคาดหมายเอาชนะทีมโปรตุเกส 1:0
ถึงแม้ซูอินจะรู้ผลการแข่งขัน แต่เธอไม่คิดว่ามันจะออกมาเร็วขนาดนี้
ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วสิ