ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 156 ลอบสังหาร

            คนชุดดำหมวกดำผู้นี้ดูเหมือนมีอายุสี่สิบกว่าปีเขาผอมมากโดยเฉพาะแก้มที่ไม่มีเนื้อเลย มีเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้นหลังจากเขาเดินออกมาก็มุ่งหน้าตรงไปยังห้องของเฝิงเป่าเป่าทันที

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่อยู่ภายในห้องถอนหายใจที่เฝิงเป่าเป่าออกไปแล้วจึงเตรียมตัวเริ่มฝึกฝน

            นอกจากพวกเขาแล้วยังมีคนอื่นอีกมากมายอยู่ภายในห้องของตนเองบ้างก็เล่นกัน บ้างก็กินอาหาร บ้างก็ดูวิวทิวทัศน์

            ตึงๆๆ!!!

            ทันใดนั้นแรงสั่นสะเทือนทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนที่กำลังทำสมาธิลืมตาขึ้น

            “ผู้โดยสารทุกท่านต้องขออภัยด้วยเมื่อสักครู่เรือเสวียนอู่เดินทางผ่านกระแสลมทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขออภัยหากสร้างความไม่สะดวกสบายแก่ทุกท่าน กระแสลมผ่านพ้นไปแล้วขณะนี้เข้าสู่การเดินทางโดยปกติ”

            เสียงของลูกเรือดังขึ้นภายในห้อง

            เรือเสวียนอู่เกิดแรงสั่นสะเทือนเช่นนี้ความจริงแล้วนับเป็นเรื่องปกติแต่เริ่นเสี้ยวเทียนที่ลืมตาขึ้นแล้วกลับเข้าสู่สมาธิไม่ได้เลย

            “น่าแปลก!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนลงจากเตียงด้วยความสงสัยเขามองไปด้านนอกเล็กน้อยแล้วจึงตัดสินใจเดินออกไปเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้าภายนอกได้อย่างชัดเจน

            เขาผลักประตูแล้วเดินออกไปประตูห้องของเสิ่นเสวียนที่อยู่ข้างๆ ยังคงปิดสนิทห้องของเฝิงเป่าเป่าที่อยู่ด้านซ้ายก็ปิดสนิทเช่นกันแต่ยังคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะสงบจิตใจลงได้จึงเดินออกไปยืนอยู่ที่ระเบียงพลางมองท้องฟ้ากว้างใหญ่

            โครงสร้างของเรือเสวียนอู่นี้คือระเบียงทางเดินอยู่ด้านนอกสุดด้านหนึ่งเป็นรั้ว อีกด้านหนึ่งคือประตูห้อง ตรงรั้วจะมีม่านพลังป้องกันอยู่จะมีพลังไหลเวียนอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้แรงลมจากภายนอกปะทะเข้ามา

            ขั้นบรรพบุรุษสามารถที่จะลอยจากพื้นขึ้นไปบนท้องฟ้าได้

            ขั้นราชันสามารถเหาะกลางอากาศได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่สามารถเหาะสูงขึ้นไปได้หนึ่งพันห้าร้อยจั้งเท่านั้น

            เรือเสวียนอู่กลับสามารถเหาะสูงกว่าสามพันจั้งได้อย่างง่ายดายซึ่งระดับความสูงเช่นนี้เริ่นเสี้ยวเทียนยังเหาะขึ้นมาไม่ถึง

            ปัง!

            ทันใดนั้นเองกลับมีเสียงหนึ่งที่จับสังเกตได้ยากดังขึ้นในหูของเริ่นเสี้ยวเทียน

            “หืม?”

            เขาหันไปมองห้องของเฝิงเป่าเป่าแต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรผิดปกติ กระทั่งคิดไปถึงว่าเฝิงเป่าเป่าเกาะติดเขามาตลอดยิ่งทำให้เขาตัดสินใจว่าจะยังไม่ไปหาอีกฝ่ายในตอนนี้จึงยืนมองกลุ่มเมฆต่อไป

            ปัง!

            เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

            เขารู้ว่านี่คือเสียงที่ดังมาจากห้องของเฝิงเป่าเป่าแต่ก็ยังไม่สนใจ

            ส่วนภายในห้องคนชุดดำหมวกดำก่อนหน้านี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเฝิงเป่าเป่าหมวกของเขาปกปิดใบหน้าอยู่ครึ่งหนึ่ง ทำให้มองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจน

            เฝิงเป่าเป่านอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นเขาพยายามดันตัวถอยหลังไปเรื่อยๆทุกครั้งที่เคลื่อนไหวเขาจะทุบลงไปที่พื้นหนึ่งครั้ง

            “อย่าฆ่าข้าเลยข้าจะให้เงินเจ้า เงินมหาศาล!”

            เฝิงเป่าเป่าถอยหลังไปพลางกล่าวกับอีกฝ่ายเขาในตอนนี้สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่สุด ทำไมเริ่นเสี้ยวเทียนถึงไม่เชื่อเขาเขาสงสัยมาตลอดว่ามีคนคิดสังหารเขา และตอนนี้ก็เกิดขึ้นจริงแล้ว

            แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีอะไรถึงทำให้เขาพูดไม่ได้ทำให้ปากของเขาปิดสนิทและยังไม่มีพลังตอบโต้กลับไปได้อีก

            “เอาเงินออกมาให้ข้า”

            คนชุดดำหมวกดำผู้นั้นกล่าวกับเฝิงเป่าเป่าด้วยแววตาเป็นประกาย

            “ข้าไม่มีเงินแล้วจริงๆพวกเจ้าชิงเงินจากข้าไปหมดแล้ว ตอนนี้ข้าไม่มีเงินแล้ว”เฝิงเป่าเป่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา

            เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่ใดๆหรือหากจะกล่าวถึงอำนาจเขาก็ไม่มี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ยากลำบากเขาจะยอมแพ้ในทันทีแต่แม้จะเป็นเช่นนี้อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยเขาไป

            “เฮอะถ้าคนอื่นไม่รู้ข้าคงไม่รู้เหมือนกัน คนตระกูลเฝิงไม่เคยเก็บเงินไว้ที่เดียว”

            คนหมวกดำผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและมีท่าทีจะสังหารเฝิงเป่าเป่าอย่างเลือดเย็นอีกด้วย

            “ข้าไม่มีเงินจริงๆหรือเอาอย่างนี้ดีไหม ลงจากเรือแล้วข้าจะไปเอาเงินที่ตระกูลมาให้เจ้าอยากได้เท่าไรข้าให้เจ้าหมดเลย”

            “เหลวไหลไปตระกูลของเจ้าแล้วข้าจะยังออกมาได้อีกที่ไหนกัน ข้าจะนับถึงสามหากไม่เอาเงินออกมาก็ใช้ชีวิตของเจ้าแลกเปลี่ยนไปแล้วกัน”

            “สาม”

            “สอง”

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงรู้สึกถึงความผิดปกติเสียงนั้นดังออกมาจากห้องของเฝิงเป่าเป่าเป็นระยะซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ควรเกิดขึ้นเลย! ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

            เขาผลักประตูแต่มันถูกปิดจากด้านใน ทำให้เขาเปิดไม่ออก

            “เฝิงเป่าเป่าเปิดประตู!”

            เขาตะโกนเรียกอีกฝ่ายให้เปิดประตูเสียงดังก้อง

            “หยุดนะเจ้าได้ยินไหม มีคนมาแล้ว เขามีเงิน ไปเอาเงินจากเขา ข้าเอาเงินให้เขาไปหมดแล้ว”

            เฝิงเป่าเป่ากล่าวออกมาทันทีเหมือนต้นหญ้าที่ถูกช่วยชีวิต

            เมื่อได้ยินเสียงของเริ่นเสี้ยวเทียนดังขึ้นนอกห้องคนหมวกดำก็เกิดลังเลขึ้นมา

            อีกฝ่ายไม่ธรรมดาเลยทีเดียวนี่คือสิ่งที่เขามองเห็นในตัวเริ่นเสี้ยวเทียนตั้งแต่ที่เริ่นเสี้ยวเทียนขึ้นเรือเสวียนอู่มาเขาก็รู้แล้วว่าเริ่นเสี้ยวเทียนไม่ธรรมดา เขามีพลังยุทธ์ขั้นราชันเริ่นเสี้ยวเทียนก็มีพลังยุทธ์ขั้นราชันเช่นกัน แต่ที่นี่เขาไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะเริ่นเสี้ยวเทียนได้

            “เอาออกมาไม่อย่างนั้นตาย”

            ขณะนั้นเองคนหมวกดำก็รวบรวมพลังขึ้นที่ฝ่ามือ กลุ่มพลังนั้นแผ่กระจายสายฟ้าออกมาด้วยพลางกล่าวออกมาเบาๆ

            “ข้าไม่มีจริงๆ”เฝิงเป่าเป่าน้ำตาไหลออกมาแล้ว

            ขั้นบรรพบุรุษคนหนึ่งกลับโดนขู่จนร้องไห้ไปแล้ว

            “ช่วยด้วย!”

            ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนออกไปและเสียงก็ดังเข้าในหูของเริ่นเสี้ยวเทียนอย่างชัดเจน

            “อยากตายหรือไร”

            คนหมวกดำแววตาลนลานขึ้นมาพลังบนฝ่ามือโจมตีใส่หน้าอกของเฝิงเป่าเป่าในทันที

            เปรี้ยง!

            พลังรุนแรงทำให้เฝิงเป่าเป่าหมดสติไปตรงหน้าอกปรากฏเป็นรอยไหม้

            ก่อนที่คนชุดดำจะได้ทำอะไรต่อพลันมีลำแสงสายหนึ่งยิงมาจากทางประตูเข้าพันร่างเอาไว้ทำให้เขามิอาจขยับร่างกายได้เลย

            ปัง!

            ประตูถูกพลังกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนก็กระโจนเข้าไป ซัดพลังฝ่ามือเข้าที่หลังของคนหมวกดำก่อนที่จะดิ้นหลุดไปได้

            “เฮือก!!!”

            คนหมวกดำกระอักเลือดออกมาทันทีเลือดสดๆ กระเซ็นแดงฉานเต็มพื้น

            คนหมวกดำอ้าปากค้างมองเริ่นเสี้ยวเทียนที่กระโจนเข้ามาด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

            “เจ้า! เจ้าแข็งแกร่งมาก!”

            หลังจากกล่าวจบคนหมวกดำก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง

            ตายแล้ว!

            อีกฝ่ายมีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับต้นเท่านั้นแต่เริ่นเสี้ยวเทียนกลับมีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงสุดทั้งยังโดนโจมตีจากด้านหลังจึงตายในกระบวนท่าเดียวฝ่ามือของเขาทำลายอวัยวะภายในของอีกฝ่ายไปจนสิ้น รวมไปถึงทำให้จิตวิญญาณแตกสลาย

            “กล้าทำร้ายคนของข้าต่อหน้าข้าเจ้ากล้าไม่น้อยเลยทีเดียว”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองคนหมวกดำที่หมดลมหายใจไปแล้วพลางหัวเราะเสียงเย็นและเดินมาตรงหน้าเฝิงเป่าเป่า

            ร่างของเฝิงเป่าเป่ามีรอยไหม้เพราะโดนพลังของอีกฝ่ายโจมตีจนบาดเจ็บตอนนี้เขาหมดสติไปแล้ว

            เริ่นเสี้ยวเทียนไม่สนใจคนหมวกดำผู้นั้นรีบยกร่างเฝิงเป่าเป่าขึ้นไปบนเตียงและตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขาอย่างละเอียด

            เขาพบว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงแต่ไม่ได้อันตรายพักผ่อนไม่กี่วันก็กลับมาเป็นปกติได้แล้ว แต่ที่เขาหมดสติไปสาเหตุหลักคือความหวาดกลัวและตื่นตกใจ

            หลังจากเกิดเรื่องขึ้นเริ่นเสี้ยวเทียนเพิ่งเข้าใจว่าทำไมเฝิงเป่าเป่าถึงให้เขามาเป็นผู้คุ้มกันมีคนคิดสังหารเขาจริงๆ

            “ขอโทษด้วยเป็นความผิดของข้าเอง”

            เริ่นเสี้ยวเทียนช่วยเขาเก็บกวาดทุกอย่างป้อนยาเรียกลมปราณให้เขาหนึ่งเม็ด ทิ้งร่างของคนหมวกดำไว้ข้างๆ ดูแลเฝิงเป่าเป่าด้วยความตั้งใจ

            คนหมวกดำผู้นี้เขาสังเกตเห็นมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นหนึ่งในสามขั้นราชันนอกจากพวกของเสิ่นเสวียน พลังของเขาค่อนข้างธรรมดาก่อนหน้านี้จึงไม่ได้ใส่ใจ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ

            หลังจากนั้นอีกหลายวันเริ่นเสี้ยวเทียนดูแลเฝิงเป่าเป่าอยู่ตลอด ส่วนเสิ่นเสวียน เสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนฝึกฝนอยู่ในห้องตลอดเวลา

            สำหรับคนบ้าฝึกฝนสามคนนี้เขาเตรียมใจเอาไว้แล้วหากไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ ไม่มีทางปรากฏตัวออกมาเด็ดขาด

            เจ็ดวันต่อมา

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่กำลังดูแลเฝิงเป่าเป่าอยู่พลันหรี่ตามองไปบนท้องฟ้า

            ตูม!!!

            เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเรือเสวียนอู่ถูกชนทำให้เรือไหวเอนอย่างรุนแรง

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน