ปัง!
เสียงทุบโต๊ะ ที่ดังกังวานขึ้น เกิดจากฝ่ามืออวบหนาที่ทุบลงไปอย่างแรง
“ทำไมมาช้าขนาดนี้ ทุกคนเขารอกินข้าวกัน ยังไม่รีบไปทำหน้าที่ตัวเองอีก” น้ำเสียงแหลมสูงดุดันตะคอกออกมาจากหญิงอายุประมาณห้าสิบปีที่นั่งอยู่ถัดจากตำแหน่งประธานของโต๊ะทานข้าว ใบหน้าที่มีริ้วรอยนั้นบึ้งตึง แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
จางอี้หนิงจำได้ทันทีว่า นั่นคือ ต่งกุ้ยผิง คุณย่าของเธอนั่นเอง
“เอ้า ยังชักช้าอะไรอีก รีบไปนำอาหารมาขึ้นโต๊ะสิ เห็นไหมทุกคนเขารอกินข้าวกันอยู่” ย่าจางตะคอกมาอีก เมื่อเห็นฮัวเหลียนฮวากำลังช่วยจางอี้หนิงนั่งในเก้าอี้ตัวเล็กขาสูงสำหรับเด็ก ที่พ่อทำเพื่อเธอโดยเฉพาะ
“ขอโทษค่ะ จะรีบไปแล้วค่ะ” จางอี้หนิงเห็นแม่ของเธอ แบกท้องอุ้ยอ้ายเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อยกอาหารมาวางเสริฟบนโต๊ะ ใจเธออยากจะไปช่วยแม่ของเธอมาก แต่ก็รู้ตัวว่า ด้วยสภาพร่างกายของเธอตอนนี้ ไม่สามารถช่วยอะไรได้ อาจจะทำให้แม่ลำบากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เธอจึงกวาดสายตามองแต่ละคนที่นั่งอยู่
โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะคือ คุณปู่จาง ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ถัดมาด้านขวามือคือคุณย่า ป้ารอง และอาหญิง ตามลำดับ ส่วนด้านซ้ายมือคือลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ และลูกทั้งสอง คือ จางซูหลิน จางตงเป่า ตามลำดับ เธอจำได้ว่า ่เวลานี้ อาเล็กน่าจะอยู่ที่อยู่หอพักมหาวิทยาลัย ส่วนป้าใหญ่แต่งงานไปอยู่กับสามีที่เมืองอื่นแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือพ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาไปไหนกันนะ
แต่ละคนนั่งกันตามสบาย ทำราวกับเ้านายที่รอบ่าวมารับใช้
มือกลมเล็กกำเป็หมัดแน่น นี่ใจคอพวกเขาคิดจะให้คนท้องโตเสริฟอาหารคนเดียวจริงๆ เหรอเนี่ย แม้แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ ที่เป็สะใภ้เหมือนกันก็ยังนั่งเฉย พูดคุยกับคุณย่าอย่างสนุกสนาน
ในตอนที่เธอกำลังคิดด้วยความขัดเคือง ก็เห็นอาหญิง ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปพูดกับคุณย่า
“เดี๋ยวฉันไปช่วยพี่สะใภ้รองนะคะ จะได้เร็วขึ้น”
ด้วยระลึกได้ว่า สะใภ้รองท้องอยู่ ซึ่งอาจจะมีหลานชายให้เธอ ย่าจางจึงพยักหน้าเบาๆ อาหญิงก็ลุกขึ้นตามหลังแม่เข้าไปในครัว
จางอี้หนิงมองตามหลังอาหญิงด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ใช่แล้วในบ้านจางแห่งนี้ คนที่ดีกับแม่และเธอที่สุด ก็คืออาหญิงคนนี้นี่แหละ จางซูปี้ เป็ลูกสาวคนที่สาม เกิดก่อนอาเล็กเพียงสองปี เป็คนสวยสดใส นิสัยอ่อนโยนใจดี อายุน้อยกว่าแม่ของเธอเพียงปีเดียวเท่านั้น เธอมักจะเข้ามาช่วยเหลือแม่และเธอเสมอ ผิดกับคนอื่น แม้แต่พ่อของเธอเองก็มักนิ่งเฉย และไม่กล้าทำให้ย่าโกรธ
ตระกูลจางเป็ครอบครัวขนาดใหญ่ คุณปู่คุณย่ามีลูกทั้งหมด 6 คน มีชายและหญิงอย่างละสามคน โดยที่พ่อของเธอ เป็ลูกชายคนกลาง และคงเพราะเป็ลูกชายคนกลาง ทำให้ไม่ค่อยเป็ลูกรักเท่าไหร่นัก ผิดกับลุงใหญ่ และอาเล็ก ที่เป็ที่รักของคุณปู่คุณย่า พ่อมักถูกใช้งานมากสุดในหมู่พี่น้อง อีกทั้งสาเหตุที่คุณย่าไม่ค่อยชอบครอบครัวของเธอ เป็เพราะพ่อ ดื้อรั้นจะแต่งงานกับแม่ที่มาจากครอบครัวชาวนา ในขณะที่ตระกูลจางนั้นถือว่ามีฐานะ และมีหน้ามีตาในเมือง B
คุณปู่เป็ผู้อำนวยการในโรงงานทอผ้าของรัฐ ด้วยอิทธิพลของคุณปู่ทำให้ลูกๆ ได้ทำงานในโรงงานด้วย มีตำแหน่งงานที่ดีพอสมควร
พ่อได้รู้จักกับแม่ที่ทำงานในโรงงานทอผ้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าแม่จะมาจากครอบครัวชาวนา แต่ด้วยความเป็คนฉลาด และเรียนดี ได้เรียนจนจบชั้นประถม สามารถอ่านออก เขียนได้ จึงมีโอกาสเข้าทำงานในโรงงานทอผ้า แม่เป็คนสวยมาก มีผู้ชายมากมายที่ชอบแม่ รวมถึงพ่อด้วย พ่อทำงานฝ่ายซ่อมบำรุง ในขณะที่แม่ทำงานฝ่ายทอผ้า จึงมีโอกาสได้พบปะ ทำความรู้จักกัน จนเกิดเป็ความรัก
ตอนแรกนั้น ย่าวางแผนจะให้พ่อ แต่งงานกับครูสาว ซึ่งเป็รุ่นน้องของป้าสะใภ้ใหญ่ แต่ตอนนั้นพ่อรักแม่มาก จึงเป็ครั้งแรกที่ต่อต้านคำสั่งย่า และแต่งงานกับแม่โดยไปแอบจดทะเบียนโดยบอกเพียงแค่คุณปู่คนเดียว เขาใช้เงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดเป็สินสอด สู่ขอแม่ ตอนหลังที่ย่ารู้จึงโวยวายใหญ่โต เกือบจะไปอาละวาดที่บ้านฮัวแล้ว แต่คุณปู่ห้ามเฉียบขาด เพราะเหตุการณ์มันเลยเถิดไปแล้ว คุณย่าจึงต้องจำใจยอมรับ และเขม่นแม่ั้แ่นั้นมา
เธอรับรู้มาตลอดชีวิตว่า ย่าเกลียดแม่ และไม่ค่อยชอบเธอ มักด่าทอแม่ของเธอว่าเป็แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ เพราะไม่มีหลานชายให้ จนกระทั่งเธออายุได้ 10 ปี พ่อกับแม่หย่ากัน แม่พาเธอออกมา และไม่ได้กลับมาที่บ้านตระกูลจางอีกเลย ส่วนสาเหตุการหย่า แม่ไม่เคยปริปากเล่าให้เธอฟัง
“ระบบ ได้ยินไหม” จางอี้หนิงเรียกระบบในใจ
[ครับ]
“ฉันมีคำถาม ภารกิจของฉันคือป้องกันไม่ให้ปัจจัยภายนอกส่งผลให้ด้ายแดงของพ่อและแม่ฉันขาดกัน ถูกต้องไหม”
[โฮสเข้าใจถูกต้องแล้วครับ]
“แปลว่า ที่พ่อและแม่หย่ากัน ไม่ใช่เพราะเลิกรักกัน แต่เพราะถูกทำให้เลิกกันใช่ไหม”
[แม้ว่าคำถามจะมีเปลี่ยนการใช้คำ แต่จริงๆ เป็คำถามเดิมที่โฮสเคยถามแล้ว และผมตอบไปแล้วครับว่า ผมยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ โฮสจะได้รู้เองในภายหลังครับ]
‘ชิ..ไม่หลงกลแหะ’
“อะไรๆ ก็บอกไม่ได้ แล้วฉันจะป้องกันได้ยังไงล่ะเนี่ย” จางอี้หนิงเริ่มขุ่นเคืองนิดๆ ให้ภารกิจมาแต่ก็ไม่บอกอะไรเลย แล้วเด็กห้าขวบอย่างเธอจะทำอะไรได้เนี่ย
[โฮสยังอ่านภารกิจไม่ครบเลยนะครับ ลองเลื่อนดูให้หมดก่อนสิครับ]
หน้าจอจึงสว่างวาบอีกครั้งตรงหน้าจางอี้หนิง เธอแอบเหลือบมองรอบๆ แต่ไม่เห็นคนอื่นสนใจอะไรมาที่เธอ แปลว่าเธอสามารถเห็นหน้าจอนี้ได้คนเดียวสินะ
จากนั้นจึงไล่สายตาอ่านอีกรอบ แล้วค้นพบว่า เมื่อสายตาเลื่อนถึงสุดหน้าจอ ข้อความด้านล่าง ก็จะเลื่อนขึ้นมาให้เห็นต่อโดยไม่ต้องใช้มือเลื่อนเลย ข้อความที่ปรากฏคือ
ภารกิจย่อย 1: น้องของฉันต้องรอด
รายละเอียด: ช่วยให้น้องชายถูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยจากเหตุการณ์ร้าย 2 ครั้ง
ระยะเวลา: 2 เดือน 10 วัน
รางวัล: กล่องสุ่มขนาดใหญ่ 1 รางวัล
ภารกิจย่อย 2: เกาะขาทองคำในบ้านให้มั่น
รายละเอียด: ใครที่ใหญ่สุดในบ้านล่ะ ก็คุณปู่ไง ฉะนั้นจงเกาะคุณปู่ให้มั่น แล้วจะดีเอง โดยเพิ่มความสัมพันธ์กับคุณปู่ให้มากขึ้น
คะแนนความสัมพันธ์: 0/10
ระยะเวลา: 1 เดือน
รางวัล: ยาเม็ดเพิ่มปัญญาระดับต่ำ 1 เม็ด (สรรพคุณ: เพิ่มความจำได้อย่างแม่นยำ 20% เพิ่มการเรียนรู้ 20% เพิ่มความเข้าใจ 20% เพิ่มการวิเคราะห์ 20%)
จางอี้หนิงอ่านจบแล้วครุ่นคิดกับตัวเอง นี่แปลว่าแม่ของเธอท้องน้องชาย แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นทำให้แท้ง เป็เพราะเธอยังเด็กมากเลยจำไม่ได้นี่เอง รวมถึงไม่มีใครเล่าให้ฟังด้วย
“ระบบ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าจะมีเหตุร้ายจะเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร ใครเป็คนทำ”
[โฮสมองดูที่ปุ่มด้านล่างด้านซ้ายสุดสิครับ จะเป็แผนที่ จุดต่างๆ จะบอกถึงคนที่โฮสรู้จัก ว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน เมื่อเลื่อนสายตาไปที่รูปแว่นขยาย ที่มีเครื่องหมายบวก จะสามารถขยายตำแหน่งให้ละเอียดขึ้นได้ว่าอยู่ส่วนไหนของบ้าน ส่วนคนที่โฮสกำหนดเป็เป้าหมาย แผนที่จะสามารถบอกพิกัดได้เลยว่า อยู่ประเทศไหน เมืองไหน ถนนอะไร บ้านเลขที่ หรือแม้กระทั่งจุดที่เขาอยู่]
“สุดยอดเลยยย” เจ๋งกว่ากูเกิ้ลแมพอีกนะเนี่ย
[แน่นอนครับ ระบบด้ายแดงใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าโลกหลายเท่าครับ]
“ไม่ค่อยขิงเลยนะ แต่ก็โอเค มีตัวช่วยแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ว่าแต่ระยะเวลาภารกิจคือ 2 เดือน 10 วัน แปลว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นวันนั้นสินะ แต่ไม่เห็นระบุเวลาเกิดเหตุเลย แล้วเหตุการณ์ร้ายคืออะไร จะได้หาทางป้องกันได้ก่อน”
[จะมีสัญญาณแจ้งเตือนก่อนที่เหตุร้ายจะเกิด 1 ชั่วโมงครับ โดยยิ่งสัญญาณดังถี่ขึ้นเท่าไหร่ แปลว่าเหตุร้ายใกล้เกิดขึ้นเท่านั้นครับ ส่วนเหตุการณ์ร้ายคืออะไร โฮสต้องค้นหาด้วยตัวเองครับ]
จางอี้หนิงทำหน้ายุ่ง ก่อนจะหันไปสนใจอีกภารกิจหนึ่ง เอาน่าอย่างน้อยภารกิจแรกยังมีเวลาเตรียมตัวสองเดือน ตอนนี้ต้องโฟกัสอีกภารกิจก่อนดีกว่า ของรางวัลน่าสนใจด้วย
เธอแอบชำเลืองมองไปทางหัวโต๊ะ
คุณปู่ของเธอ จางหลี่เจี๋ย นั่งหลังตรง ตัวตรงอย่างสง่า สองมือกางหนังสือพิมพ์อ่านด้วยลักษณะท่าทางราวกับบัณฑิตคงแก่เรียน ใบหน้าคร่ำเคร่ง ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นตานั้นคมดุ จากลักษณะหน้าตาท่าทาง บอกได้เลยว่าเป็คนเ้าระเบียบ เข้มงวด และจริงจัง เธอจำได้ว่า ตอนเด็กๆ กลัวคุณปู่มาก และไม่กล้าเข้าไปใกล้คุณปู่เท่าไหร่ แล้วนี่จะให้เธอไปเกาะขาทองคำคนนี้ จะไหวไหมเนี่ย จางอี้หนิงได้แต่โอดครวญในใจ
เอาน่า สู้ๆ อี้หนิง เธอต้องทำได้สิ คิดซะว่าเหมือนลูกค้าเื่มาก ที่เธอเคยรับมือมาแล้วกัน
จางอี้หนิงลอบปลุกปลอบใจตัวเอง แต่เมื่อสายตาคมเข้มนั้นเหลือบขึ้นมาสบสายตากับเธอ ราวกับรู้ว่ามีใครแอบมองอยู่ ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าหลบสายตา
แงงง…น่ากลัวอ่ะ จะไหวไหมเนี่ย
.............................