ผมก็ไม่ได้เกลียดโลกนี้เท่าไหร่(มั้งนะ)

    ภาคสงคราม 500 ปี บทที่ 4 การเดินทาง part 1


                ผมอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งร้านเล็ก ๆ ในเมืองแถวชายแดน บรรยากาศอึมครึมชะมัดมีแค่แสงไฟจากเทียนเพียงไม่กี่เล่ม ผมนั่งกินอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร.........นั่นสิมันคืออะ----ไรแค่อร่อยก็พอแล้วแหละมั้ง ฮ่า ๆ ฮา ฮ่า............ เห้อ~~~

                ถ้าถามว่าทำไมผมมาอยู่ชายแดนน่ะหรอผมหลงเชื่อคำพูดของฟาลส์เข้าให้แล้วครับ

                ไอ้เ๯้าฟาลส์บังอาจมาพูดอะไรที่ผมมองข้ามไม่ได้จนต้องมาอยู่ในสภาพนี้

                ย้อนกลับไปประมาณ1 เดือนก่อน ฟาลส์มาเล่าให้ผมฟังว่าเ๽้าชายโดมินิคกำลังตามหาหนังสือเ๱ื่๵๹ ๼๹๦๱า๬ศักสิทธิ์เล่มสมบูรณ์ให้เอลเลน พอเ๽้านั่นออกจากร้านไปปุป ผมก็รีบเตรียมตัวออกเดินทางปัปแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีหนังสือเล่มนั้นหรอกนะ......แค่อยากจะรู้ว่าจะเป็๲ใครที่มอบเล่มนั้นให้เ๽้าหญิงได้น่ะ

                พูดถึงหนังสือเ๹ื่๪๫๱๫๳๹า๣ศักสิทธิ์ผมว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะมีคนที่สามารถหาได้เพราะนั่นน่ะถือว่าเป็๞หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่งเลยนี่นะส่วนใหญ่ที่สามารถหาได้ทั่วไปคือเ๹ื่๪๫ราวที่ถูกดัดแปลงไปต่าง ๆ นา ๆถ้าจะหาฉบับสมบูรณ์คงจะต้องเป็๞บันทึกที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นหรือก็คือบันทึก๻ั้๫แ๻่ 500 ปีก่อน ทั้งโลกคงจะมีจำนวนน้อยชนิดที่นับได้ด้วยนิ้วมือแน่นอน

                ในร้านมีเสียงดังโวยวายขึ้นมา----- มีคนทะเลาะกันด้วย

            “แกเป็๞ใครถึงได้มาแย่งเนื้อของฉันฟะไอ้เ๯้าโง่!!!”

            “แกนั่นแหละไอ้พวกหัวล้านบังอาจมาแย่งเนื้อของฉัน!!”

            ชายหนวดยาวคนหนึ่งกำลังปะทะฝีปากกับแก๊งคนหัวล้าน.....ผมไม่ได้ตั้งใจจะล้อเขานะ

            “ฉันจะปิดปากแกซะไอ้หนวดรุงรัง”

            คนที่ดูเหมือนหัวหน้าแก๊งหัวล้านพูดขึ้น

            โอ๊ะเขาเริ่มพึมพำอะไรสักอย่างแล้ว

            * ผืนดินอันเมตตาเยียวยาข้าในยามท้อแท้  มอบพลังแก่ข้าความศรัทธาอันนิรันด์ *

            หลังจากหัวหน้าแก๊งหัวล้าน(น่าจะใช่)พูดอะไรสักอย่างเสร็จเขาก็ยื่นมือไปหาผู้ชายหนวดรุงรัง มีอะไรบางอย่างคล้ายโคลนรวมอยู่ที่มือเขามันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!

            แต่!!! ผู้ชายหนวดรุงรังกลิ้งตัวหลบได้เขารีบชักดาบที่เอวออกมาแล้วฟันมันลงมาอย่างรวดเร็วเกิดคลื่นอากาศตามแนวการฟันของดาบ คลื่นอากาศคมกริบที่ตัดได้ทุกอย่าง!!

            หัวหน้าแก๊งหัวล้านยกแขนขึ้นมากันทันใดนั้น! เกราะที่แขนของเขาแตกกระจายออกมาเป็๲ชิ้นเล็กชิ้นน้อย-------ผมทำการบรรยายเหตุการณ์อยู่ในใจ

            เมื่อกี้เป็๞การดวลกันด้วยเวทย์มนต์สินะพวกนี้น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแฮะ โลกนี้มีอาชีพที่เรียกว่านักผจญภัยเป็๞พวกที่คอยค้นหาสิ่งของ ปราบปรามสัตว์อสูรและทำตามคำสั่งของสมาคมที่สังกัดอยู่ผมรู้มาคร่าว ๆ ว่าพวกเขาแบ่งระดับขั้นกันหลายระดับ ดูท่าพวกนี้จะเป็๞ระดับล่าง ๆ ----หรือจะกลางๆ นะ ?

            เวทย์ที่หัวหน้าแก๊งหัวล้านใช้เมื่อกี้คงจะเป็๲เวทย์ดิน : เมือกแข็ง ใช่มั้ยนะ? ส่วนผู้ชายหนวดรุงรังน่าจะใช้ ดาบสลักสัญลักษ์เวทย์เป็๲ประเภทลมมั้ง?

            ผมมองดูพวกเขาอย่างเงียบๆ พร้อมกับกินอะไรสักอย่างในจานไปด้วย

            “ไม่เลวนี่เ๽้าหนวดรุงรัง”

            “แกก็เหมือนกันเ๯้าล้าน”

            ดูเหมือนจะจบแล้วแฮะ

            พนักงานเดินถือจานใส่เนื้ออีกใบหนึ่งมาเสิร์ฟคงจะทะเลาะกันเพราะเ๹ื่๪๫ที่ว่าใครจะได้ก่อนแน่นอน ผมยังแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาต่อ

            “เวทย์ดินชั้นกลางสินะ”

            “ดาบเวทย์สินะ”

            ......นี่มันบทสนทนาแบบไหนกันเนี่ยทำนองว่าแค่พูดคำเดียวก็รู้ใจกันงั้นหรอ

            “เ๯้าหนวดนายเป็๞นักผจญภัยใช่มั้ยล่ะ?”

            “ชั้นกลางน่ะ”

            “โห่เหมือนกันสินะฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            ทั้งคู่เปลี่ยนมานั่งกินเนื้อด้วยกันในมือแต่ละคนถือเบียร์เอาไว้สนิทกันไวไปมั้ง?

            “แด่ผู้กล้า!”

            “แด่ผู้กล้า”

            ทั้งคู่ส่งเสียงดังลั่นก่อนชนแก้วกัน

            แด่ผู้กล้างั้นหรอ...........ได้ยินมาว่าตระกูลผู้กล้าเป็๲ที่นับถือของนักผจญภัยพวกเขาศรัทธาในเหล่าวีรบุรุษวีรสตรีที่กอบกู้โลกเอาไว้หลายต่อหลายครั้งในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติ  แข็งแกร่งที่สุด-----อย่างนั้นสินะ

            ผมกำลังจะลุกออกจากร้านแล้วเ๯้าหนวดรุงรังก็ทักขึ้นมา

            “แอบฟังพวกเรามาตลอดเลยนี่ไอ้หนู”

            ใครเป็๞ไอ้หนูกันไอ้หนวด

            “..........ครับ”

            ปากเก่งแค่ในใจเท่านั้นแหละครับ

            “มีอะไรน่าสนใจรึไง”

            “แค่คิดว่าเวทย์มนต์มันเอ่อ เจ๋งดีนะครับ”

            ทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ยรีบ ๆ ปล่อยผมไปเถอะครับ

            “นั้นสินะฮ่าๆๆๆๆ”

            ผมรีบเดินออกมาจากร้านอย่างรวดเร็วมีเสียงตามหลังมาว่า ถ้าอยากเป็๲นักผจญภัยก็พยายามเข้าล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  หัวเราะเสียงดังเกินไปแล้วครับ

            หลังจากเดินออกมาได้สักพักหนึ่งก็มาถึงบริเวณด่านชายแดนของประเทศนี้ทหารท่าทางน่ากลัวกำลังตรวจหนังสือรับรองการเข้าประเทศอีกฝั่งของด่านนี้คือประเทศลองเกอร์นุสที่ปกครองโดยกษัตริย์ ‘แมคโรเรียล ลองเกอร์นุส’ เป็๞หนึ่งในประเทศมหาอำนาจของทวีปมนุษย์มีกำลังทางการทหารที่ขึ้นชื่อ มันก็ต้องเป็๞อย่างนั้นอยู่แล้วล่ะก็กษัตริย์ของประเทศนี้สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในตระกูลผู้กล้า‘ลองเกอร์นุส ’ คนนั้นนี่นา จะมีกำลังรบมากมายก็ไม่แปลก

            ผู้คนต่อแถวยาวออกมาจากด่านตรวจทั้งพ่อค้า นักผจญภัย นักท่องเที่ยว ทุกคนต่างแสวงหาความสำเร็จในประเทศที่ยิ่งใหญ่แห่งนั้นผมเดินเข้าไปต่อที่ท้ายแถวและยืนรออย่างไม่เร่งรีบ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงถึงคิวของผม

            “บัตรผ่าน”

            ทหารพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม

            ผมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่หยิบออกมาจากเสื้อคลุมให้กับทหารคนนั้น

            เขามองผมสลับกับกระดาษผมแอบสงสัยเหมือนกันว่าเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร….

            “ไป”

            นี่คือผ่านแล้วใช่มั้ยครับ? ผมรับกระดาษคืนและเดินต่อไป

            และแล้วผมก็ข้ามมายังประเทศลองเกอร์นุสเริ่มเข้าใกล้จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ทีละนิด----ทีละนิด