ผมอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งร้านเล็ก ๆ ในเมืองแถวชายแดน บรรยากาศอึมครึมชะมัดมีแค่แสงไฟจากเทียนเพียงไม่กี่เล่ม ผมนั่งกินอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร.........นั่นสิมันคืออะ----ไรแค่อร่อยก็พอแล้วแหละมั้ง ฮ่า ๆ ฮา ฮ่า............ เห้อ~~~
ถ้าถามว่าทำไมผมมาอยู่ชายแดนน่ะหรอผมหลงเชื่อคำพูดของฟาลส์เข้าให้แล้วครับ
ไอ้เ้าฟาลส์บังอาจมาพูดอะไรที่ผมมองข้ามไม่ได้จนต้องมาอยู่ในสภาพนี้
ย้อนกลับไปประมาณ1 เดือนก่อน ฟาลส์มาเล่าให้ผมฟังว่าเ้าชายโดมินิคกำลังตามหาหนังสือเื่ าศักสิทธิ์เล่มสมบูรณ์ให้เอลเลน พอเ้านั่นออกจากร้านไปปุป ผมก็รีบเตรียมตัวออกเดินทางปัปแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีหนังสือเล่มนั้นหรอกนะ......แค่อยากจะรู้ว่าจะเป็ใครที่มอบเล่มนั้นให้เ้าหญิงได้น่ะ
พูดถึงหนังสือเื่าศักสิทธิ์ผมว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะมีคนที่สามารถหาได้เพราะนั่นน่ะถือว่าเป็หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่งเลยนี่นะส่วนใหญ่ที่สามารถหาได้ทั่วไปคือเื่ราวที่ถูกดัดแปลงไปต่าง ๆ นา ๆถ้าจะหาฉบับสมบูรณ์คงจะต้องเป็บันทึกที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นหรือก็คือบันทึกั้แ่ 500 ปีก่อน ทั้งโลกคงจะมีจำนวนน้อยชนิดที่นับได้ด้วยนิ้วมือแน่นอน
ในร้านมีเสียงดังโวยวายขึ้นมา----- มีคนทะเลาะกันด้วย
“แกเป็ใครถึงได้มาแย่งเนื้อของฉันฟะไอ้เ้าโง่!!!”
“แกนั่นแหละไอ้พวกหัวล้านบังอาจมาแย่งเนื้อของฉัน!!”
ชายหนวดยาวคนหนึ่งกำลังปะทะฝีปากกับแก๊งคนหัวล้าน.....ผมไม่ได้ตั้งใจจะล้อเขานะ
“ฉันจะปิดปากแกซะไอ้หนวดรุงรัง”
คนที่ดูเหมือนหัวหน้าแก๊งหัวล้านพูดขึ้น
โอ๊ะเขาเริ่มพึมพำอะไรสักอย่างแล้ว
* ผืนดินอันเมตตาเยียวยาข้าในยามท้อแท้ มอบพลังแก่ข้าความศรัทธาอันนิรันด์ *
หลังจากหัวหน้าแก๊งหัวล้าน(น่าจะใช่)พูดอะไรสักอย่างเสร็จเขาก็ยื่นมือไปหาผู้ชายหนวดรุงรัง มีอะไรบางอย่างคล้ายโคลนรวมอยู่ที่มือเขามันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!
แต่!!! ผู้ชายหนวดรุงรังกลิ้งตัวหลบได้เขารีบชักดาบที่เอวออกมาแล้วฟันมันลงมาอย่างรวดเร็วเกิดคลื่นอากาศตามแนวการฟันของดาบ คลื่นอากาศคมกริบที่ตัดได้ทุกอย่าง!!
หัวหน้าแก๊งหัวล้านยกแขนขึ้นมากันทันใดนั้น! เกราะที่แขนของเขาแตกกระจายออกมาเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย-------ผมทำการบรรยายเหตุการณ์อยู่ในใจ
เมื่อกี้เป็การดวลกันด้วยเวทย์มนต์สินะพวกนี้น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแฮะ โลกนี้มีอาชีพที่เรียกว่านักผจญภัยเป็พวกที่คอยค้นหาสิ่งของ ปราบปรามสัตว์อสูรและทำตามคำสั่งของสมาคมที่สังกัดอยู่ผมรู้มาคร่าว ๆ ว่าพวกเขาแบ่งระดับขั้นกันหลายระดับ ดูท่าพวกนี้จะเป็ระดับล่าง ๆ ----หรือจะกลางๆ นะ ?
เวทย์ที่หัวหน้าแก๊งหัวล้านใช้เมื่อกี้คงจะเป็เวทย์ดิน : เมือกแข็ง ใช่มั้ยนะ? ส่วนผู้ชายหนวดรุงรังน่าจะใช้ ดาบสลักสัญลักษ์เวทย์เป็ประเภทลมมั้ง?
ผมมองดูพวกเขาอย่างเงียบๆ พร้อมกับกินอะไรสักอย่างในจานไปด้วย
“ไม่เลวนี่เ้าหนวดรุงรัง”
“แกก็เหมือนกันเ้าล้าน”
ดูเหมือนจะจบแล้วแฮะ
พนักงานเดินถือจานใส่เนื้ออีกใบหนึ่งมาเสิร์ฟคงจะทะเลาะกันเพราะเื่ที่ว่าใครจะได้ก่อนแน่นอน ผมยังแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาต่อ
“เวทย์ดินชั้นกลางสินะ”
“ดาบเวทย์สินะ”
......นี่มันบทสนทนาแบบไหนกันเนี่ยทำนองว่าแค่พูดคำเดียวก็รู้ใจกันงั้นหรอ
“เ้าหนวดนายเป็นักผจญภัยใช่มั้ยล่ะ?”
“ชั้นกลางน่ะ”
“โห่เหมือนกันสินะฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทั้งคู่เปลี่ยนมานั่งกินเนื้อด้วยกันในมือแต่ละคนถือเบียร์เอาไว้สนิทกันไวไปมั้ง?
“แด่ผู้กล้า!”
“แด่ผู้กล้า”
ทั้งคู่ส่งเสียงดังลั่นก่อนชนแก้วกัน
แด่ผู้กล้างั้นหรอ...........ได้ยินมาว่าตระกูลผู้กล้าเป็ที่นับถือของนักผจญภัยพวกเขาศรัทธาในเหล่าวีรบุรุษวีรสตรีที่กอบกู้โลกเอาไว้หลายต่อหลายครั้งในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติ แข็งแกร่งที่สุด-----อย่างนั้นสินะ
ผมกำลังจะลุกออกจากร้านแล้วเ้าหนวดรุงรังก็ทักขึ้นมา
“แอบฟังพวกเรามาตลอดเลยนี่ไอ้หนู”
ใครเป็ไอ้หนูกันไอ้หนวด
“..........ครับ”
ปากเก่งแค่ในใจเท่านั้นแหละครับ
“มีอะไรน่าสนใจรึไง”
“แค่คิดว่าเวทย์มนต์มันเอ่อ เจ๋งดีนะครับ”
ทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ยรีบ ๆ ปล่อยผมไปเถอะครับ
“นั้นสินะฮ่าๆๆๆๆ”
ผมรีบเดินออกมาจากร้านอย่างรวดเร็วมีเสียงตามหลังมาว่า ถ้าอยากเป็นักผจญภัยก็พยายามเข้าล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ หัวเราะเสียงดังเกินไปแล้วครับ
หลังจากเดินออกมาได้สักพักหนึ่งก็มาถึงบริเวณด่านชายแดนของประเทศนี้ทหารท่าทางน่ากลัวกำลังตรวจหนังสือรับรองการเข้าประเทศอีกฝั่งของด่านนี้คือประเทศลองเกอร์นุสที่ปกครองโดยกษัตริย์ ‘แมคโรเรียล ลองเกอร์นุส’ เป็หนึ่งในประเทศมหาอำนาจของทวีปมนุษย์มีกำลังทางการทหารที่ขึ้นชื่อ มันก็ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้วล่ะก็กษัตริย์ของประเทศนี้สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในตระกูลผู้กล้า‘ลองเกอร์นุส ’ คนนั้นนี่นา จะมีกำลังรบมากมายก็ไม่แปลก
ผู้คนต่อแถวยาวออกมาจากด่านตรวจทั้งพ่อค้า นักผจญภัย นักท่องเที่ยว ทุกคนต่างแสวงหาความสำเร็จในประเทศที่ยิ่งใหญ่แห่งนั้นผมเดินเข้าไปต่อที่ท้ายแถวและยืนรออย่างไม่เร่งรีบ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงถึงคิวของผม
“บัตรผ่าน”
ทหารพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม
ผมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่หยิบออกมาจากเสื้อคลุมให้กับทหารคนนั้น
เขามองผมสลับกับกระดาษผมแอบสงสัยเหมือนกันว่าเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร….
“ไป”
นี่คือผ่านแล้วใช่มั้ยครับ? ผมรับกระดาษคืนและเดินต่อไป
และแล้วผมก็ข้ามมายังประเทศลองเกอร์นุสเริ่มเข้าใกล้จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ทีละนิด----ทีละนิด