เล่มที่ 1 บทที่ 35 ปีศาจหุ่นไล่กา
ณ ป่าเฟยหยวี่ ทางตอนเหนือ
ในยามนี้ทุ่งข้าวสาลีที่ควรออกรวงสีเหลืองทองเต็มท้องทุ่ง ทว่ากลับถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า และบนพื้นดินนั้นก็ถูกปกคลุมอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสีดำอันเบาบาง ทำให้ทุ่งข้าวสาลีแห่งนี้ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันน้ำในแม่น้ำก็ดูเหมือนจะติดโรคระบาด จนมีปลาตายลอยส่งกลิ่นเหม็นโชยไปทั่ว ซึ่งบนแผนที่ก็เป็นสีแดงเลือดทั้งผืน และไม่ไกลออกไปทางทิศเหนือของทุ่งข้าวสาลีก็มีเหล่าทหารม้า NPC จากเมืองจิ่นโจวยืนอยู่ อีกทั้งยังมีการจัดตั้งค่ายชั่วคราว แต่ไม่มีแหล่งเติมเสบียงสำหรับผู้เล่น ไม่ว่าจะอย่างไรก็เห็นได้ชัดว่าที่แห่งนี้มีภารกิจ
ผมควบลาป่าเดินไปข้างหน้าทันที และเมื่อลองเข้าไปพูดคุยกับ NPC คนแล้วคนเล่า พวกเขาส่วนใหญ่มีแต่คุยพึมพำกับตัวเอง มีเพียงอัศวินวัยกลางคนที่ยืนถือดาบอยู่คนเดียวเหลือบมองมาที่ผม พร้อมทั้งพูดว่า”อัศวินหนุ่ม ทางข้างหน้าเป็นเขตอันตราย ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของขุมนรกอันแผ่วเบา มีชาวนาหลายร้อยชีวิตได้สูญสิ้นไปแล้ว เจ้าจักต้องระวังตัวให้ดี”
“บางทีผมอาจพอจะช่วยได้นะ” ผมพูดขึ้น
อัศวินคนนั้นมองมาที่ผมอีกครั้ง พลางพยักหน้าพูดว่า “นั่นก็อาจเป็นไปได้ เจ้าจงเข้าไปในส่วนลึกของทุ่งข้าวสาลี แล้วค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ เมื่อเจ้าพบแล้วให้รีบกลับมารายการข้าทันที ซึ่งทั้งหมดนี้อันตรายเกินไปสำหรับเจ้า”
“ติ๊ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ:ทีมของคุณได้ยอมรับภารกิจ【ค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ】(ภารกิจระดับ D)!
เนื้อหาภารกิจ: มุ่งหน้าเข้าสู่ทุ่งข้าวสาลีที่รกร้าง แล้วสังหารปีศาจหุ่นไล่กา 50 ตัว และทำการค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ จากนั้นให้กลับมาบอกข่าวอัศวินหลวงหลัวข่ายเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ
……
“มีเควสจริงด้วย”
ซูซีหรานยิ้มเล็กน้อย “สามารถอยู่เก็บเลเวลที่นี่ได้อีกสักพัก”
“อีกอย่างฉันไม่รู้ว่าจะสามารถเฟิร์สคิลบอสระดับเงินได้หรือเปล่า”
ในขณะที่ขี่ลาป่ามุ่งไปข้างหน้า เมื่อมองจากระยะไกลก็เห็นปีศาจหุ่นไล่กาหัวฟักทองสูงอย่างน้อยสองเมตรยืนตระหง่านอยู่ในทุ่งข้าวสาลีจำนวนหนึ่ง ในมือถือเคียวที่ขึ้นสนิม แถมทั้งตัวก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย และแม้แต่รอยยิ้มของหัวฟักทองก็ดูน่าสะพรึงชวนขนลุกซู่ กระทั่งเมื่อพวกเราย่างก้าวเข้าไปใกล้ พวกมันจึงหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งพูดคุยพึมพำกับตัวเอง
“โลกของหุ่นไล่กา...... โลกของหุ่นไล่กา......”
“อา อา อาาาาาาา ~~~ สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ อีกสามสิบปีอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ ปัจจุบันเป็นโลกของหุ่นไล่กา......”
“ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน ฟ้าคำรามร้องตอนรับ ตอนนี้หุ่นไล่กายังต้องเกรงกลัวผู้ใดอีก?”
“สู้! เพื่อความรุ่งโรจน์ขุมนรก เพื่อความยิ่งใหญ่เหล่าปีศาจ สังหารสุนัขของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพื่อยกระดับชื่อเสียงของข้าหุ่นไล่กาผู้เกรียงไกร!”
แน่นอนว่าพวกมันเป็นกลุ่มหุ่นไล่กาที่ถูกปีศาจเข้าครอบงำ แต่ค่าสเตตัสของพวกมันค่อนข้างแข็งแกร่งเอาเรื่อง ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่มีผู้เล่นคนอื่นมานอกจากพวกเรา แม้จะมีคนมา พวกเขาส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถทนรับมือกับมอนสเตอร์ที่มีสเตตัสระดับนี้ได้——
【ปีศาจหุ่นไล่กา】 (มอนสเตอร์ระดับเงิน)
เลเวล: 34
พลังโจมตีทางจิตวิญญาณ: 250-335
พลังป้องกัน: 140
ค่า HP: 5000
สกิล: 【อีวิลสไตรค์】 【เมจิคลีพ】
แนะนำ: หุ่นไล่กาในหมู่บ้านของมนุษย์ ทว่าหลังจากถูกอาบด้วยพลังปีศาจจากขุมนรกจึงกลายเป็นหุ่นเชิดของพลังแห่งความตาย พวกมันมีพละกำลังอันมหาศาล จนกลายเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับผู้พิทักษ์ทุกหนทุกแห่ง ว่ากันว่าหุ่นไล่กาเหล่านี้มักจะออกอาละวาด และพยายามบุกเข้าเมืองหลักไล่เข่นฆ่าสังหารกลุ่มอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ในเมือง เพื่อสร้างเป็นอาณาจักรหุ่นไล่กาของพวกมัน
……
“มันเป็นมอนสเตอร์สายเวท”
ผมขมวดคิ้วยุ่ง “ทั้งตัวฉันไม่มีอุปกรณ์ที่เพิ่มความต้านทานทางจิตวิญญาณเลยสักชิ้น หากโดนมันโจมตีเข้าต้องเจ็บหนักมากแน่ ๆ อีกเดี๋ยวซีหรานตั้งใจฮีลให้ดีล่ะ และอีกอย่างไม่สามารถทำตามกลยุทธ์เดิมได้แล้ว พวกมันเป็นสายโจมตีระยะไกล งั้นฉันจะพุ่งเข้าชาร์จเปิดมอนเอง จากนั้นทุกคนก็โจมตีใส่พวกมันได้”
“เข้าใจแล้ว” หลินเฉอพยักหน้า
เปิดใช้งานสกิลกู่ก้องไม่หวั่นเกรง!
ทันใดนั้น ค่าพลังโจมตีของทุกคนก็เพิ่มขึ้น 5% หลินเฉอ และหวังจินไห่ต่างยิ้มออกมาอย่างพอใจในทันที “ฮ่าฮ่า ผู้เล่นที่เลื่อนขั้นอาชีพแล้วแตกต่างจริงๆ……”
ผมเองก็หัวเราะออกมา จากนั้นก็รีบวิ่งพุ่งตัวออกไปทันที กลายเป็นลำแสงที่เร่าร้อนพุ่งชาร์จเข้าใส่ปีศาจหุ่นไล่กาจนติดสถานะมึนงงในทันที วินาทีต่อมาผมรีบยกดาบยาวขึ้นแล้วฟาดฟันใส่อย่างหนักหน่วง สร้างความเสียหายออกมาเป็นชุดมากกว่า 500 แต้ม จังหวะต่อมาเคล็ดตรึงกายของหลินเฉอก็ถูกโยนออกมา ควบคู่มากับการโจมตีของต้าไห่ จึงทำให้แถบเลือดของปีศาจหุ่นไล่กาลดลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ดาเมจที่ทำได้ก็ยังคงน้อยไปหน่อย ในขณะนั้นเองปีศาจหุ่นไล่กาที่เลือดตกค้างก็ตื่นขึ้น ฉับพลันดวงตาบนหัวฟักทองก็สว่างพรึ่บด้วยเปลวไฟที่น่าหลงใหลและมันหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะพูดว่า “ตาย ตายซะ จงตายไปซะ!”
ทันใดนั้นเคียวในมือของมันก็ยกขึ้น พร้อมทั้งเกิดเปลวไฟสีดำลุกโชนออกมา “เคร้งง” เคียวฟาดลงบนโล่ของผมอย่างแรง โดยไม่สนใจการป้องกันทางกายภาพ จึงสร้างความเสียหาย 894 แต้ม และในเวลาเดียวกันมันที่อ้าปากกว้างข้างในนั้นจึงเต็มไปด้วยเปลวเพลิงมนต์ดำ เกิดเสียง”ตู้มม” ดังกึกก้องทันทีที่เปลวไฟมนต์ดำระเบิดลงบนร่างของผม หลังจากสร้างความเสียหาย 1002 แต้มแล้ว จากนั้นพลังก็กระโดด เข้าหาร่างจางเหว่ยก่อน จากนั้นก็กระโดดเข้าใส่ต้าไห่ หลินเฉอ แล้วก็จบลงที่ร่างของซูซีหราน เลือดของทุกคนต่างถูกหักออก แต่โชคดีที่ผมเป็นคนแรกที่แบกรับการโจมตี จึงเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด
“เวิ้งง!”
“+542!”
“+406!”
ตัวเลขการรักษาสีเขียวกระโดดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นร่างกายก็รู้สึกเบาสบายเหมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งใน《สกายโร้ด》ช่างเป็นเรื่องยากที่จะได้เพลิดเพลินไปกับการรักษาของนางฟ้าพเนจรเช่นนี้ ทำเอาผมรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาแทบร่วง และภายใต้คลื่นบำบัดของซูซีหราน ก็ปรากฏห่วงโซ่แห่งการรักษาสีทองอ่อนเชื่อมโยงทุกคนเอาไว้ เพื่อรับการรักษาด้วยกัน ทำให้เลือดที่ถูกจู่โจมเมจิคลีพหักออกไปนั้นฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่า การที่มีนางฟ้าพเนจร โดยเฉพาะนางฟ้าพเนจรแนวหน้าอย่างซูซีหราน มันช่างสุขใจเสียจริง!
หลังจากโหมกระหน่ำโจมตีฆ่าปีศาจหุ่นไล่กาไปแล้ว แถบค่าประสบการณ์ของผมก็สว่างขึ้น พิสูจน์ได้ว่าค่าประสบการณ์ของปีศาจหุ่นไล่กาไม่ธรรมดา จากนั้นผมที่ก้มลงหยิบเหรียญเงินบนพื้นขึ้นมาจึงพูดว่า “เมื่อครู่นี้ ตำแหน่งของจางเหว่ยมีปัญหา ครั้งต่อไปนายยืนอยู่ข้างปีศาจหุ่นไล่กากับฉัน หรือยืนอยู่ข้างหลังและไม่โจมตีทำดาเมจก็ได้ แต่ห้ามพี่ยืนอยู่ตรงกลางเด็ดขาด เพราะเมื่อมันเปิดใช้สกิลเมจิคลีพ พี่จะกลายเป็นสะพานเชื่อมให้มันกระโดดโจมตีพวกเราได้ทุกคน สู้กับปีศาจหุ่นไล่กาตัวต่อไปต้องระวังเรื่องนี้ไว้ให้ดี”
“โอเค!”
จางเหว่ยยิ้ม จากนั้นก็พูดขึ้นมา “แต่การฮีลของหัวหน้าซูนี้แข็งแกร่งจริงๆ ในตารางอันดับฮีลเลอร์ของประเทศน่าจะอยู่ในอันดับสูงใช่ไหม?
“ก็ธรรมดานะ ~~” ซูซีหรานคลี่ยิ้มจนดวงตาทั้งสองข้างที่สวยงามของเธอกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยว
ผมพูด “การฮีลของเธอยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน คนที่ถูกลากตัวตลอดเวลาตั้งแต่เช้ายันเย็นเพื่อไปเป็นคู่ซ้อมของสมาชิกผู้เล่นมืออาชีพ จะแย่ได้อย่างไร ถ้าตั้งใจอีกหน่อยนะ คาดว่าก็คงจะติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของแม่นมของชาติอย่างแน่นอน”
ซูซีหรานบุ้ยปากเล็ก ๆ ของเธอ “รู้แล้วน่าบอสติง ฉันจะพยายามอย่างหนักแน่นอนเพราะฉันเป็นสาวกตัวน้อยของนายไงล่ะ......”
คำพูดของเธอทำผมพูดไม่ออก จึงได้แต่รีบพุ่งตัวไปที่ปีศาจหุ่นไล่กาอีกตัวทันที เริ่มต้นการเดินทางฆ่ามอนสเตอร์อย่างไม่หยุดยั้งของทีมเทียนเสวี่ยน อีกอย่างต้องบอกว่า ค่าประสบการณ์ของปีศาจหุ่นไล่กานี้อุดมสมบูรณ์จริงๆ โดยเฉพาะกับทีมของพวกเราที่มีเลเวลเฉลี่ยเพียง 28 การฆ่ามอนสเตอร์ที่เหนือกว่าตัวเอง 5 ระดับ ทำให้เกือบทุกครั้งที่ฆ่าปีศาจหุ่นไล่กาหนึ่งตัวซูซีหรานก็จะได้รับ 2% ของค่าประสบการณ์เลเวลนี้ ทำให้การเก็บเลเวลพุ่งทะยานราวกับขี่จรวด
ส่วนทางด้านจางเหว่ยนั้นก็เริ่มเรียนรู้อย่างชาญฉลาด เขากวัดแกว่งแท่งเหล็กก้าวไปข้างหน้าและถอยหลังไปพร้อมกับผม ช่วงเวลาหนึ่งไทเกอร์ปาล์ม และฝ่ามือเพลิงเมฆาก็กระแทกเข้าใส่ปีศาจหุ่นไล่กาอย่างสุดแรงเกิด สุดท้ายมันก็ล้มลงสิ้นใจตาย
“เคร้ง!”
เมื่อสังหารปีศาจหุ่นไล่กาตัวที่ 5 สำเร็จ อุปกรณ์ก็ดรอปออกมา คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นสนับข้อมือระดับเหล็กดำเลเวลสูง——
【สนับข้อมืออาบเวทปีศาจ】 (อุปกรณ์ระดับเหล็กดำ)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 50
ความอดทน: +14
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 30
……
เนื่องด้วยข้อจำกัดเลเวลสูงเกินไป จึงมีแค่ผมเท่านั้นที่สามารถสวมใส่ได้ ดังนั้นผมจึงสวมมันทันที พร้อมทั้งโยนสนับข้อมือหนามระดับทองแดงของผมให้จางเหว่ย อย่างไรก็ตามมันเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดง ที่เพิ่มความอดทน มันก็ยังพอใช้ได้
ใบหน้าของหลินเฉอเต็มไปด้วยความสุข พร้อมทั้งกล่าวว่า “พวกเราเดินไปรอบๆ เมืองจิ่นโจวมาสองวันแล้ว แต่ไม่เห็นมอนสเตอร์ระดับเงินเลยสักกะตัว ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอแล้ว อุปกรณ์ที่ดรอปได้สูงที่สุดจากปีศาจหุ่นไล่กานี้คืออุปกรณ์ระดับเงิน และตอนนี้ในเมืองจิ่นโจวดูเหมือนจะยังไม่เห็นใครมีอุปกรณ์ระดับเงินเลย พวกเราต้องรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้ แม้ว่าอาจจะไม่มีอุปกรณ์ระดับเงินก็ตาม แต่ก็สะสมอุปกรณ์ระดับเหล็กดำเอาก็ได้ ทีนี้ก็จะสามารถเดินเข้าเมืองจิ่นโจวได้อย่างเฉิดฉาย”
“ใช่”
ต้าไห่ครุ่นคิด ก่อนพูดขึ้นว่า“พวกเราเพิ่งเอาชนะคนของหวังเฉาป้าเยว่ในร้านอาหารไป หลิวเฉียงจะต้องไม่ยอมแพ้แน่นอน มันจะต้องหาเรื่องให้เราลำบากแน่นอน แต่ก็แค่นั้นแหละ หากหมัดแข็งไม่พอ ก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก”
หลินเฉอพูดขึ้นอย่างยิ้มๆ “พี่เฉิน พี่ไม่ใช่บอกว่าหลิวเฉียงมีแฟนแล้วเหรอ? เอ๋ มันต้องพูดว่าอะไรนะ “ พี่กล้าหักปีกแฟนสาวของเขาแบบนั้น เขาจะต้องมาทำลายสวรรค์ทั้งหมดของพี่แน่” (เป็นประโยคที่ดัดแปลงมาจากนิยายออนไลน์) …… ว่าแต่ ทำไมตอนนี้หลิวเฉียงเห็นพี่ซีหรานแล้วถึงเข้ามาวุ่นวายล่ะ”
“คนแบบนี้มัน……”
ผมพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ปู้เริ่นหลิวเล่ยคนนั้น คะแนนได้มากสุดก็คือหกแต้ม แต่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หวังเฉาป้าเยว่ก็ยังถือได้ว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่ง แต่เมื่อมันได้พบกับสาวงามที่มีคะแนนเก้าแต้มขึ้นไปอย่างซีหราน…… จู่ๆ หลิวเฉียงก็เลยรู้สึกว่าแฟนของเขาไม่ดีพอแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ”
“อื้ม ก็นับว่ามีเหตุผล ……”
หลินเฉอตกอยู่ในห้วงความคิด “แต่พอพี่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา พี่ซีหรานเป็นผู้หญิงที่สวยจริงๆ ในความคิดของผม ก็คงจะมีเพียงสาวสวยคนนั้นที่ขับรถปอร์เช่มาหาพี่ครั้งที่แล้วเท่านั้นแหละที่พอจะสูสีกับพี่ซีหรานได้”
“อะ ... อะไรสาวสวยที่ขับรถปอร์เช่?” ดวงตาคมสวยซูซีหรานเบิกกว้าง พร้อมทั้งตื่นตัวขึ้นมาทันที
“เปล๊า……ไม่มีอะไร……”
ผมหัวเราะร่า “เก็บเลเวลกันต่อเถอะ มันก็แค่หลังจากที่ฉันวางมือครั้งที่แล้ว ก็มีสาวสวยคนหนึ่งที่ต้องการดึงฉันเข้าร่วมทีม แต่ฉันก็ปฏิเสธไปแล้วล่ะ พวกเราไปต่อกัน ต่อๆ!
“โอเค ต่อกันเลย”
ตอนนี้ซูซีหรานเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และขณะเดียวกันร่างอันบอบบางของเธอที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมจิตวิญญาณ ก็กำลังยืนอยู่ข้างหลังอย่างสง่างามคอยฮีลให้กับผม พร้อมกับดวงตาคู่หนึ่งที่สวยงามดูเปล่งประกาย จนกลายเป็นภูมิทัศน์ที่สวยงามอยู่ข้างหลังผม
……
หลังจากนั้นไม่นาน ปีศาจหุ่นไล่กาก็ดรอปอุปกรณ์ออกมาอีกครั้งมากมาย
ชิ้นที่สองคือกางเกงเกราะผ้าระดับเหล็กดำ ซึ่งได้มอบให้หลินเฉอสวมใส่ ชิ้นที่สามคือสร้อยคอระดับทองแดงที่เพิ่มความว่องไว ถูกมอบให้กับต้าไห่ และชิ้นที่สี่คือรองเท้าเกราะผ้าระดับเหล็กดำที่เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา 2% จึงมอบให้กับซูซีหราน ถึงแม้ปีศาจหุ่นไล่กานั้นหน้าตาน่าเกลียด แต่อัตราการดรอปไอเทมนั้นครอบคลุมมาก ไล่ไปตั้งแต่ระดับขาวจนถึงระดับเหล็กดำ อะไรๆก็ล้วนดรอปออกมา
และในเวลาต่อมาโดยไม่รู้ตัวก็เข้าสู่ส่วนลึกของทุ่งข้าวสาลีแล้ว พวกเราไม่ได้มาเพื่อทำภารกิจแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลเป็นสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจที่จะเก็บกวาดทุ่งข้าวสาลีแห่งนี้ สำหรับแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจนั้น เมื่อถึงเวลามันจะปรากฏขึ้นเอง
เกือบสามชั่วโมงต่อมา ทุ่งข้าวสาลีทั้งผืนแทบจะถูกพวกเราเก็บกวาดจนหมด ในขณะเดียวกันปีศาจหุ่นไล่กาเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เกิดใหม่ และทันใดนั้นเองบ้านไม้หลังเล็กที่ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสีดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเรา บ้านหลังนั้นไม่ใหญ่มาก แต่แค่มองดูก็รู้ว่ามันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หลังจากที่ผมเข้าไปใกล้ แจ้งเตือนจากระบบ: ติ๊ง! โปรดทราบ คุณได้ค้นพบแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจแล้ว!
“เจอแล้ว!”
หลินเฉอยิ้มพลางพูดว่า “กลับไปส่งเควสกันก่อนเถอะ และลองดูว่าจะมีเควสต่อเนื่องด้วยรึเปล่า อย่าพึ่งรีบเข้าไปในบ้านไม้”
ซูซีหรานยิ้มเล็กน้อยขณะมองไปที่บ้านไม้ด้วยดวงตาคู่สวย “ฉันก็มีลางสังหรณ์เหมือนกัน บ้านไม้หลังนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่”
“เอาล่ะ กลับไปส่งเควสกัน”
เมื่อเดินผ่านทุ่งข้าวสาลี เพียงห้านาทีต่อจากนั้นก็มาถึงค่ายแล้ว อัศวินหลัวข่ายกำลังนั่งเช็ดดาบอยู่บนพื้นหญ้า เมื่อเขาเหลือบเห็นผมกลับมาแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นพูดว่า “อัศวินหนุ่ม เจ้าพบแล้วหรือไม่?”