สิบวันผ่านไป ภายในทวีปหยุนเซียวเริ่มสงบลงแล้ว และข่าวการหายไปของคนในสำนักพิษมารนั้นก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการยืนยันแล้วเช่นกัน เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้นทางด้านตระกูลฉินนั้นได้นำเอาตำรา วิชา สมุนไพร เม็ดยา และอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับพิษออกมาขายออกมาประมูลจำนวนมาก
แน่นอนว่าตระกูลฉินไม่ใช่ผู้บ่มเพาะสายพิษเป็หลักแต่พวกเขากลับมีทรัพยากรในการบ่มเพาะของสายพิษมากขนาดนี้ถ้าไม่ได้โง่จนเกินไปก็จะรู้ว่าของพวกนี้มันมาจากสำนักพิษมารแน่นอน นั้นหมายความว่าสำนักพิษมารไม่ได้ย้ายหายไปไหนหรือโดนมหาอำนาจจากไหนทำลายแต่พวกเขาถูกจัดการโดยตระกูลฉินหรือฉินจุนนั้นเอง
ข่าวการทำลายสำนักของตระกูลฉินนั้นโด่งดังอยู่หลายวันเลยทีเดียว พอมันเป็แบบนี้แล้วนั้นมันยิ่งทำให้ชื่อของาาสยบฟ้าฉินจุนกลับมาเป็ยที่พูดถึงอีกครั้งในรอบหลายร้อยปีเลยที่เดียว
ตอนนี้เหล่าเด็กรุ่นใหม่ต่างก็ถามถึงวีรกรรมในอดีตของาาสยบฟ้าทั้งสิ้น ทำให้ชื่อของาาสยบฟ้านั้นเป็ที่ชื่นชอบและน่าเกรงขามของเหล่าเด็กน้อยทั้งหลายทั้งสิ้น เมื่อเหล่าเด็กเล่นกับเพื่อนๆก็จะสมติว่าตัวเองคือราสยบฟ้าผู้ยิ่งใหญ่กันแทบทุกคนเลยที่เดียว หรือพ่อแม่บางคนนำเอาชื่อของงาาสยบฟ้ามาข่มขู่เหล่าลูกหลานของตัวเองไม่ให้ดื้อก็มีเหมือนกัน
...
ณ เมืองเมฆาคล้อย ตอนนี้นั้นคฤหาสน์ที่ตระกูลฉินลงทุนสร้างให้ยิ่งใหญ่ก็เสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว คฤหาสน์หลังนี้นั้นใหญ่มากใหญ่กว่าและสวยงามมากกว่าคฤหาสน์เก่าของตระกูลฉินที่เมืองเป้ยฉิงหลายเท่าเลยที่เดียว
ตอนนี้ทุกคนในตระกูลฉินเริ่มคุ้นชินกับคฤหาสน์หลังใหม่และสภาพแวดล้อมใหม่ไปแล้วเช่นกัน ถึงจะพึ่งย้ายมาอยู่เมื่อสามวันก่อนก็ตามที
ในชั่วสิบวันที่ผ่านมานั้นด้วยทรัพยากรที่ได้เพิ่มขึ้นและรางวัลมากมายที่ได้รับจากฉินจุนนั้น ทำให้คนหลายคนในตระกูลตัดผ่านขั้นย่อยมากมายของขอบเขตการบ่มเพาะของตนเอง ทำให้ฉินจุนได้รับรางวัลจากระบบเพิ่มขึ้นมามากมายถึงส่วนใหญ่จะมีแต่หินิญญาก็ตามที
ฉินจุนที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่นั้นก็ได้มีคนมาหา คนที่มาก็คือฉินเทียนคนนั้นเองฉินเทียนเข้ามาเพื่อพูดคุยเื่ต่างๆภายในตระกูล และเื่ต่างๆในทวีปหนุนเซียว
"ฉินเทียนเ้าได้เตรียมงานเลี้ยงแล้วหรือยัง" ฉินจุนถาม
"เตรียมแล้วขอรับ ตอนนี้จนหมายเชิญชวนได้ถูกส่งไปยังกองกำลังต่างๆที่เป็มิตรกับพวกเราแล้วขอรับ" ฉินเทียนตอบกลับ
"ทำไมเ้าถึงได้เชิญชวนแต่มิตรของพวกเราล่ะ" ฉินจุนถามต่อ
"อะ..เอ่อ" ฉินเทียนได้ยินคำถามของบรรพบุรุษก็ไม่รู้จะตอบยังไง ในใจก็คงจะบอกว่าถ้าเชิญศัตรูพวกเขาจะมาหรือขอรับ แต่ฉินเทียนก็ไม่ได้ถามออกไป
"ฉินเทียนเ้าต้องเข้าใจนะว่าการเชิญชวนผู้คนมาที่คฤหาสน์ใหม่ของพวกเรานั้น มันคือการแสดงให้เห็นถึงพลังและอำนาจของพวกเรา เพราะฉะนั้นการเชิญแค่พวกที่เป็มิตรของพวกเรานั้น ไอ้พวกปากหอยปากปูมันจะคิดว่าพวกเราก็แค่กองกำลังที่มีความแข็งแกร่งระดับธรรมดาและยังไม่สามารถเทียบความแข็งแกร่งกับพวกมันได้ เพราะพวกมันคิดว่าพวกเราเป็แค่กองกำลังที่พึ่งมาใหม่เทียบกับพวกมันที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานไม่ได้" ฉินจุนบอกกล่าวแก่ฉินเทียน
"แบบนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้วขอรับ แต่ถ้าพวกเราเชิญชวนมาหมดไม่เกี่ยงมิตรหรือศัตรูพวกนั้นอาจจะมาสร้างปัญหาให้พวกเราได้นะขอรับ" ฉินเทียนพูดออกมา
"ไม่ต้องห่วงมีข้าอยู่ทั้งคน และอีกอย่างกองกำลังหลายกองกำลังก็ใช่ว่าจะไม่ได้เป็ศัตรูกันซะหน่อย พวกเขาคงอยากทำให้อีกฝ่ายขายหน้าไม่มากก็น้อยพวกเราอาจไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ ยกเว้นดูเื่สนุกที่พวกเขาจะสาดน้ำลายใส่กันเท่านั้นแหละ" ฉินจุนพูดด้วยรอยยิ้มทะเล้น
อันที่จริงอายุของเขาก็ค่อนข้างมากแล้วก็จริงอยู่ แต่นิสัยโดนส่วนตัวของตัวเขานั้นเป็คนขี้เล่นขี้แกล้งและกวนส้นxxxเป็ที่สุด ถ้าไม่ใช่ว่าเขาต้องมาเป็บรรพบุรุษของตระกูลให้ลูกหลานเคารพนับถือแล้วล่ะก็คงไม่ได้เห็นเขาทำตัวเป็ผู้ใหญ่เหมือนอย่างทุกวันนี้แน่ แต่ถึงจะเป็ยังงั้นนิสัยจริงๆของก็ปิดเอาไว้ไม่อยู่อยู่ดี จะสังเกตุเห็นว่าเวลาฉินจุนสู้กับศัตรูนั้นเขาจะชอบพูดยั่วโมโหอีกฝ่ายเป็ที่สุดมันเป็การทำลายสมาธิของศัตรูด้วยก็จริงแต่มันยังเป็นิสัยส่วนตัวของเขาด้วยเช่นเดียวกัน
ฉินเทียนเห็นรอยยิ้มของบรรพบุรุษก็หนังตาถึงกับกระตุก แต่เขาก็รู้สึกว่าบรรพบุรุษที่พวกเขาต่างคิดว่าทั้งสูงใหญ่และยังไกลเกินเอื้อมนั้นไม่ได้เป็แบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว พอมารู้จักและพูดคุยด้วยแล้วนั้นเขามีความรู้สึกว่าท่านบรรพบุรุษเป็คนที่เข้าถึงได้ง่ายมากๆ และไม่ได้น่ากลัวเข้าหายากอย่างที่ใครหลายคนในตระกูลคิด เขารู้สึกว่าตัวเขามีความเป็ผู้ใหญ่ยิ่งกว่าท่านบรรพบุรุษซะอีก เพราะความขี้แกล้งและเ้าแผนการของท่านบรรพบุรุษทำให้เขาคิดแบบนี้นี่เอง
"อ้อ...ข้าว่าข้าอยากจะแต่งงานนะ มีอายุมาตั้งห้าพันปีแล้วยังไม่เคยมีแม้แต่สตรีคนสนิทเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ข้าก็มาถึงระดับนักบุญแล้ว ข้าว่าข้าสมควรที่จะเลือกคู่แต่งงานได้แล้ว" ฉินจุนบอกฉินเทียนแบบไม่ได้คิดอะไร
พอฟังคำพูดของฉินจุนแล้วนั้น ฉินเทียนถึงกับอึ้งไปตาอไม่ถูกกันเลยที่ นี้มันเครื่องใหญ่มากเลยนะท่านบรรพบุรุษจะแต่งงานหรอ ท่านบรรพบุรุษไม่เคยแต่งงานมาก่อนเลยนะ แล้วท่านบรรพบุรุษจะแต่งกับใคร ชอบพอกับใครแล้วรึยัง แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ แล้วจะแต่งกับสตรีกี่คน ในหัวของฉินเทียนนั้นมีคำถามเต็มไปหมด
"เอ่อ...ท่านบรรพบุรุษอยากแต่งกับสตรีนางไหนรึขอรับ ข้าจะได้ส่งจดหมายไปบอกกล่าวอีกฝ่าย" ถึงจะงงและอึ้งอยู่แต่ฉินเทียนก็ยังถามฉินจุนออกไป
"เื่ที่จะแต่งกับใครข้ายังไม่รู้หรอก ข้ารู้แค่ว่าข้าอยากแต่งงานน่ะ" ฉินจุนกล่าวออกมา
ฉินเทียนยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ตัวเขาก็นึกว่าฉินจุนไปพบกับสตรีโฉมสราญล่มเมืองที่ไหนถึงอยากจะแต่งซะอีก แต่นี้ยังไม่มีนางในดวงใจด้วยซ้ำแต่แยากแต่งแล้วงั้นหรอ หรือท่านบรรพบุรุษจะเหงาน้า
ถามว่าการที่ฉินจุนจะแต่งงานนั้นมันเื่ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอ คำตอบคือใช่ ในตระกูลฉินตอนนี้ถึงจะมีฉินจุนเป็บรรพบุรุษแต่ไม่มีใครในตระกูลฉินในปัจจุบันที่เป็ลูกหลานสายตรงของฉินจุนเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยเพราะว่าฉินจุนเป็บุตรคนเดียวของบิดามารดาและฉินจุนยังไม่เคยแต่งงานมาก่อนนั้นทำให้ตระกูลฉินในปัจจุบันนั้นไม่มีใครเป็ลูกหลานสายตรงของฉินจุนเลยนั้นเอง ถึงจะเป็คนในตระกูลฉินเหมือนกันก็ตามที
"เื่แต่งงานข้าเ้าไม่ต้องเป็ห่วงหรอก เดี๋ยวเอาไว้ข้าเจอใครเหมาะสมข้าจะสู่ขอเอง" ฉินจุนเห็นฉินเทียนทำหน้าคิดมากจึงบอกกล่าว
"ขอรับท่านบรรพบุรุษ ถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัวไปจักการธุระต่อนะขอรับ" ฉินเทียนกล่าวลา
"อืม เ้าไปเถอะ"