ระหว่างที่แจ๊คกำลังตกตะลึงเกี่ยวกับภูเขาสายฟ้า หู่เสวียที่อยู่ด้านบนท้องฟ้าได้หายตัวไปทันที ไปปรากฏตัวด้านล่างหลุมที่ถูกพลังของก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่โตทำลายกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่
แจ๊คเห็นหู่เสวียหายไปตัวและสัมผัสได้ว่าหู่เสวียอยู่ด้านล่างหลุมที่ลึกมองไม่เห็นก้นหลุม กำแพงบาเรียของหู่เสวียนั้นแข็งแกร่งมาก แจ๊คไม่สามารถออกไป
“หู่เสวียปล่อยฉันลงไปก่อน หู่เสวีย ------!!!!”
แจ๊คตะโกนหาหู่เสวียแต่ไม่ได้เสียงตอบรับกลับมาทำให้แจ๊คเกาตัวตนเองก่อนจะนั่งดูภูเขาลอยฟ้า มันเป็นสิ่งก่อนสร้างขนาดใหญ่อันแรกที่เขาเห็นมันลอยฟ้า
มันสวยงามมาก สายฟ้าล้อมรอบภูเขาขนาดใหญ่ ปลายยอดภูเขามีสายฟ้าพ่นออกมาตลอดเวลา จากลาวากลายเป็นสายฟ้าที่ภูเขาพ่นออกมาจากปลายยอด
สายฟ้าที่ภูเขาสายฟ้าพ่นไม่ได้ไปไหน มันเข้าไปในดินของภูเขาและอีกส่วนหนึ่งกลายมาสายฟ้าล้อมรอบภูเขาสายฟ้า
ส่วนสายฟ้าจากป่าสายฟ้าในอดีตมันคือสายฟ้าที่หลงเหลือจากสายฟ้าที่พุ่งลงดินเล็กน้อยตกลงมายังพื้นโลก ทำให้เกิดเป็นป่าสายฟ้าในอดีต
ด้านล่างของภูเขาสายฟ้ามีวงแหวนเวทมรตร์ที่มีอักษรพิเศษจำนวนมาก ทว่าตอนนี้วงแหวนเวทมนตร์ใต้ด้านล่างภูเขาสายฟ้ามีรอยร้าวจำนวนมากอยู่
แจ๊ครู้ได้ทันทีว่าวงแหวนเวทมนตร์นั้นก่อนที่มันจะมีรอยร้าวเคยยิ่งใหญ่ขนาดไหน แจ๊คไม่รู้ว่าวงแหวนนั้นมีรอยร้าวเพราะหู่เสวียหรือไม่
แต่ 90 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นฝีมือของหู่เสวียแน่ ๆ เพราะภูเขาสายฟ้าอยู่มาไม่รู้กี่สิบหรือพันปี หู่เสวียขึ้นไปครั้งเดียววงแหวนกลับพังพินาศ
แจ๊คคิดว่าถ้าหู่เสวียกลายเป็นผู้นำพาแห่งความมืดแทนเขาคงจะดีกว่าอีก แค่ก้อนน้ำแข็งลูกเดียวทำให้ภูมิภาคของดวงดาวเคอเซอร์เปลี่ยนไป
ระหว่างที่แจ๊คอยู่ด้านบนหู่เสวียได้ลงมาถึงด้านใต้ล่างสุดของหลุม ใต้เท้าของหู่เสวียมีเลือดจำนวนมากกำลังไหลออกมาจากพื้นดิน
เลือดเหล่านั้นเหมือนกับมีความรู้สึกมันหลบหนีหู่เสวียราวกับหวาดกลัว หู่เสวียมองเลือดจำนวนมากเหล่านั้นก่อนจะพูดว่า
“ทำไมเจ้าถึงถูกผนึกในที่แห่งนี้”
หลังจากยินคำถามของหู่เสวีย เลือดจำนวนมากเหล่านั้นได้หยุดลงพร้อมกับมีเงาผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นในเลือดเหล่านั้น
ผู้หญิงในเงาเลือดนั้นตอบคำถามของหู่เสวียกลับ
“เรียน นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ ฉันมีชื่อว่า ริเทาพี”
“ฉันไม่ได้ถามชื่อของเธอ”
ผู้หญิงในเงาเลือดตกใจ เพราะกลัวหู่เสวียจะไม่พอใจและกำจัดตนทิ้ง
“ฉันถูกผนึกในที่แห่งนี้ เพราะว่าฉันพยายามจะทำลายเขตแดนของพลังการฝึกฝน”
หู่เสวียได้ยินคำว่าเขตแดนจึงรู้ได้ทันทีว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงถูกผนึกเอาไว้ในที่แห่งนี้ ถ้าหู่เสวียไม่ได้ทำลายป่าสายฟ้า อีก ไม่ถึง 1000ปี เธอคนนี้จะตายในผนึกนี้
“เธอรู้เรื่องไหมว่าจะทำลายเขตแดนในดวงดาวระดับเล็กจะเป็นยังไง”
ผู้หญิงเงาในเลือดเงียบเพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงถูกเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ผนึกเอาไว้ในที่แห่งนี้ เธอทั้งโกรธแค้นเจตนารมณ์แห่งสวรรค์และโลกใบนี้
ที่ทำกับเธอได้ ในตำนานบอกว่าเธอฆ่าผู้คนเพื่อปีศาจ แต่ความจริงมันไม่ใช่ผู้คนจำนวนมากไล่ล่าเธอเพราะ เธอมีพลังอันแข็งแกร่งมากกว่าระดับเดียวกันทั้งหมด
แม้ว่าในยุคนั้นผู้กล้าทั้ง 10 จะยังไม่ถือกำเนิดขึ้น ทำให้ตอนนี้คนที่สามารถกุมอำนาจมีแค่องค์กรเดียวเท่านั้น
ในตอนนั้นเพราะองค์กรที่กุมอำนาจทั้งหมดบนโลกกลัวจะเสียอำนาจของตนไปจึงได้สั่งให้ทุกคนไล่ล่าเธออย่างไม่สนใจชีวิตของตนเอง ริเทาพีได้ฆ่าผู้คนไปจำนวนมากไม่รู้ว่าเท่าไร
รู้ตัวอีกทีริเทาพีได้ยืนอยู่บนซากศพจำนวนนับไม่ถ้วน เลือดที่ไหลลงพื้นดินได้ทำลายใต้เท้าของเธอกลายเป็นทะเลเลือด ซากศพของผู้คนจำนวนมากก่อให้เกิดทะเลกระดูก (ไม่ใช้ในตำนาน) เสียงกรีดร้องโหยหวนยังดังในหูของริเทาพี
การต่อสู้ของริเทาพีกับองค์กรนั้นทำให้สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายที่หลับใหลอยู่ในใต้ดินได้โผล่ให้เห็นเป็นครั้งแรก ในเวลาต่อมาสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นถูกเรียกในนามของ ยุคแรก
ยิ่งต่อสู้ไปมากเท่าไรพลังในตัวของริเทาพียิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ริเทาพีสัมผัสได้ถึงกำแพงขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าเธอจะมีพลังแค่ไหนก็ไม่สามารถสั่นคลอนกำแพงนั้นได้
ทว่าการฆ่าฟันกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้ทำให้ริเทาพีที่เป็นเผ่าโลหิตคนแรกของดวงดาวเคอเซอร์ เผ่าโลหิตมีพลังในการดูดซับพลังโลหิตของเผ่าอื่น ๆ เพื่อมาพลังของตนเอง
ทำให้จากกำแพงที่ไม่สามารถสั่นคลอนได้เริ่มจะแตกกระจายไป แต่ก่อนที่เธอจะทำลายกำแพงนั้นเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้ใช้พลังของดวงดาวผนึกเธอเอาไว้แทน
ทำให้ริเทาพีในตอนนั้นสับสนเป็นอย่างมาก เธอกำลังทำลายเขตแดนเพื่อบรรลุระดับการฝึกฝนใหม่ที่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ในดวงดาวเคอเซอร์
ริเทาพีจำตัวเองในตอนนั้นได้ วันที่เธอถูกผนึกทั่วทั้งท้องฟ้า ทะเล แผ่นดินสั่นสะเทือนไปหมด พร้อมกับมีภูเขาขนาดใหญ่ร่วงหล่นมาทับเธอ
ริเทาพีใช้พลังทั้งหมดภายในร่างกายและวิญญาณเพื่อต่อสู้กับภูเขาลูกนั้น แต่ความจริงมันโหดร้ายถึงแม้เธอจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น
แต่ยังไม่สามารถต่อสู้กับเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้ ภูเขาขนาดใหญ่นั้นทับเธออย่างรุนแรง เธอได้หมดสติตอนแรกเธอนึกว่าจะได้ตายไป
ทว่าหลังจากที่หู่เสวียได้ทำลายป่าสายฟ้า ทำลายวงแหวนใต้ภูเขาสายฟ้ามีรอยร้าวทำให้สติปัญญาของเธอเริ่มจะกลับมา
เธอเห็นที่หู่เสวียทำให้เมฆจำนวนมากแข็งตัวและร่วงหล่นลงมาทำลายพื้นที่ดวงดาวแห่งนี้ แม้ว่าเธอจะรับรู้ว่าระดับของเธอในดวงดาวขนาดเล็กจะแข็งแกร่ง
เมื่อเทียบกับหู่เสวียเธอเป็นได้แค่มดตัวหนึ่งเท่านั้น ทำให้เธอตกตะลึงหลังเห็นหู่เสวียลงมาหาเธอ คำถามของหู่สเวียทำให้ความทรงจำในวันนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ริเทาพีได้ถามกลับไปอย่างสงสัย
“ฉันไม่เข้าใจโปรดขอให้ผู้ยิ่งใหญ่ให้ความรู้กับฉันด้วย”
หู่เสวียจ้องมองไปด้านบนพร้อมกับพูดว่า
“เธอถือกำเนิดในดวงดาวนี้ใช่ไหม”
ริเทาพีในเงาเลือดได้พยักหน้า แม้เธอจะมีความรู้เกี่ยวมากมายที่ผู้คนภายในดวงดาวเคอเซอร์ส่วนน้อยที่จะรับรู้ได้ แต่เธอยังเกิดและเติบโตภายในดวงดาวแห่งนี้
“เธอคิดว่าทำไมคนที่ผนึกเธอถึงไม่ฆ่าเธอแต่ผนึกแทน”
ริเทาพีส่ายหน้าเพราะไม่รู้ทำไม เรื่องนี้ทำให้เธอสับสนเมื่อกันหลังจากตื่นขึ้นมา หู่เสวียพูดแบบไม่ต้องการคำตอบจากริเทาพี
“เธอเลือนระดับเร็วเกินไป การที่เธอเลือนระดับนั้นเป็นผลดีมากต่อดวงดาวที่กำเนิดเธอขึ้นมา แต่ถ้าเธอเลือนระดับที่เร็วเกินไปจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงกับดวงดาวแห่งนั้น ๆ”
ริเทาพีสับสนกับคำพูดของหู่เสวีย มันหมายความว่ายังไงเธอมีผลดีกับดวงดาวแต่ดวงดาวกับผนึกเธอมาอย่างนี้หลายพันปีมาก
“ผู้ยิ่งใหญ่ฉันไม่เข้าใจ”
หู่เสวียหันกลับมามองเงาริเทาพีในเลือดพร้อมกับพูดต่อไป
“ฉันจะพูดอะไรให้ ถ้าเธอสามารถเลือนเป็นระดับเทพเมื่อไร ดวงดาวของเธอจะได้รับพลังของเธอส่วนหนึ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้โลก แก่นโลก ทะเลชีวิต สมุนไพร ต้นไม้ สัตว์อสูร ผู้คน สิ่งปลูกสร้าง พลังชีวิต ลมปราณธรรมชาติและอื่นมากมายได้รับการเลือนระดับจากเธอ เพราะเธอมีความสัมพันธ์ทางดวงดาวที่เธอเกิดจะทำให้ดวงดาวได้รับรางวัลจากกฎธรรมชาติที่ถูกบัญญัติ”
ริเทาพีได้ฟังดังนั้นจึงถามกลับไปว่า
“ถ้าดวงดาวได้รับรางวัลจากข้อบัญญัติทำไมเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ถึงได้ผนึกฉัน”
หู่เสวียตอบกลับทันที
“ฉันได้บอกไปว่าเธอเลือนระดับเร็วเกินไป ดวงดาวในตอนนั้นของเธอสามารถแบกรับพลังอันมหาศาลได้ไหม แม้ในดวงดาวในตอนนี้ยังไม่สามารถแบกรับพลังนั้นได้”
ริเทาพีเงียบและกำลังนึกถึงในตอนที่เธอยังไม่ถูกผนึกจึงคิดถึงได้ว่าในยุคนั้นของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่พร้อมแบบนี้ ทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีว่าถ้าเลือนระดับเป็นเทพ ดวงดาวจะระเบิดเพราะไม่สามารถรับพลังได้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทุกอย่างตายทั้งหมด
“ผู้ยิ่งใหญ่ฉันไม่ได้เลือนระดับไปเป็นเทพ แต่เป็นระดับบรรพบุรุษ เท่านั้น ระดับเทพยังเป็นเส้นทางอีกยาวไกลสำหรับฉัน มันไม่มีเหตุผลที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะผนึกฉันได้”
หู่เสวียมองริเทาพีในเงาเลือดกลับไปอย่างน่ากลัว รีเทาพีสั่นกลัวเพราะสายตาของหู่เสวีย
“ระดับบรรพบุรุษเป็นการบ่มเพาะกฎ ดวงดาวในตอนนี้กำลังใช้กฎทั้งหมดในดวงดาวเพื่อทำให้ต้นไม้โลก แก่นโลก ทะเลชีวิตเติบโต เธอคิดว่าถ้ามีคนมาแย่งกฎในดวงดาวที่เธอกำลังใช้อยู่ เธอจะทำยังไง”
ริเทาพีตาสว่างขึ้นจากเหตุผลของหู่เสวีย ความเกลียดชัง ความแค้น ความสิ้นหวังและอื่น ๆ ภายในจิตใจของเธอได้หายไปทั้งหมด เธอรู้สึกเหมือนกับมีอะไรในจิตใจของเธองอกออกมา
ริเทาพีรับรู้ได้ทันทีว่าวิญญาณและพลังจิตของเธอกำลังยกระดับไปถึงขั้นที่เธอไม่นึกมาก่อน
“ขอบคุณ ผู้ยิ่งใหญ่ ขอบคุณ...”
ริเทาพีขอบคุณหู่เสวียเพราะหู่เสวียให้เหตุผลที่เธอโกรธแค้นมาหลายพันปีได้หมดลง ทำให้เธอยกระดับวิญญาณและพลังจิตขึ้นไปอีก หู่เสวียไม่สนใจคำพูดของรีเทาพี
“ฉันไม่ได้ช่วยฟรี ๆ มันต้องมีอะไรบางอย่างแลกเปลี่ยน”
ริเทาพีตอบกลับอย่างไม่ลังเล
“ผู้ยิ่งใหญ่มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ฉันจะจัดการให้ถึงแม้จะฝ่าฟันภูเขาดาบหรือฆ่าทุกคนทั้งหมดฉันจะทำทั้งหมด”
หู่เสวียไม่คาดคิดว่ารีเทาพีจะตอบกลับทันที
“ถ้าเธอจะช่วยฉัน เธอจะเสียระดับการฝึกฝนแค่ขั้นหนึ่งใหญ่เพื่อช่วยอะไรบางอย่างกับฉันได้ไหม เธอยังจะมีกำลังใจช่วยเหลือฉันอีกไหม”
ริเทาพีตอบกลับอย่างมั่นใจราวกับระดับการฝึกฝนของเธอมันไม่สำคัญเท่ากับการตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างหู่เสวีย
“ต่อให้ สองหรือสามขั้นใหญ่ฉันจะทำทันที ขอแค่ผู้ยิ่งใหญ่บอกมา”
“ฉันอย่างให้เธอต่อต้านสายฟ้าที่จำมาผ่าไอบ้านั้นให้พลังของสายฟ้าหลงเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์พอ”
“ไอบ้านั้น???”
หู่เสวียไม่พูดอะไรต่อ เธอยิงพลังขึ้นไปด้านบนเพื่อทำลายวงแหวนเวทมนตร์ใต้ภูเขาสายฟ้าที่กำลังผนึกร่างกายของริเทาพีอยู่
ปัง ปัง ตูม
หลังหู่เสวียยิงพลังขึ้นไปด้านบนในเวลาต่อมาเลือดใต้พื้นดินได้ปะทะขึ้นอย่างบ้าคลั่งราวกับภูเขาไฟระเบิดออกมา หู่เสวียได้ลอยตัวเหนือทะเลเลือดเพื่อไม่ให้เลือดมาโดนร่างกายของเธอ
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................