จางหลินถงเหมือนถูกมีดกรีดลงบนหัวใจ นางโดนคนตระกูลซ่งและตระกูลอู๋ทำร้ายมาอย่างสาหัส นางที่อ่อนแอหวังว่าจะหาที่พักพิง รอให้แข็งแรงแล้วค่อยกลับมาจัดการกับคนที่ทำร้ายครอบครัวของนาง แต่นึกไม่ถึงท้ายที่สุดคนที่นางร้องขอให้เขาช่วยคุ้มครอง เขาเป็คนของสกุลอู๋ นางโง่อีกแล้วถึงได้ถูกคนสกุลอู๋หลอกลวงเข้าจนได้
อู๋ฮวนเห็นคนข้างกายนิ่งไปจึงหันมองพบว่านางกำลังมองเขาด้วยสายตาโกรธจัด เห็นแววตาของนางยามโกรธแล้วทำให้ชายหนุ่มถึงกับชะงัก“อาหลิน ข้าคิดจะบอกเ้าอยู่พอดี แต่ก็ยังไม่มีโอกาส”
“อู๋จวิ้นอ๋อง”จางหลินถงก้มมองมือที่จับมือนางไว้ด้วยความรู้สึกเกลียดชัง“อู๋จวิ้นอ๋อง”
“อาหลิน ไว้ข้าจะอธิบายให้เ้าฟังทีหลัง”อู๋ฮวนรู้สึกได้ว่ากำลังจะเสียนางไป
“ท่านปิดบังข้า เห็นข้าเป็คนโง่”จางหลินถงพูดเสียงเบามาก นางคิดว่านางฟื้นจากความตายมาหนนี้ นางฉลาดพอที่จะมองคนออกบ้าง แต่ว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นางที่ถูกหลอก หญิงสาวนึกชิงชังตัวเองที่ก่อนหน้านี้มัวแต่หน้ามืดตามัว คิดแต่อยากหาที่พักพิงเพื่อฟื้นฟูร่างกายและกลับมาแก้แค้น จนตกปากรับคำติดตามเขาอย่างง่ายดาย เขาคงกำลังหัวเราะและดูถูกนางที่นางใจง่าย
เจิ้งจื่ออี้เห็นสีหน้าจางหลินถงก็ยิ่งปวดใจ“ถงเอ๋อร์เป็ความผิดของข้าเองที่คิดไม่รอบคอบ ข้าน่าจะส่งเ้าไปในที่ที่ไกลกว่านี้”
“ส่งไปไกลกว่านี้ ท่านพูดถึงเื่อะไร”นางหันไปถามเจิ้งจื่ออี้อย่างไม่เข้าใจ
“ถงเอ๋อร์ เ้าคิดว่าข้าให้เ้าดื่มยาพิษที่คนสกุลอู๋ส่งมาจริงหรือ หากข้าให้เ้าดื่มยานั่นจริงๆเ้าจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”เจิ้งจื่ออี้อดทนเก็บงำความจริงต่อไม่ไหว ไม่ใช่เพราะ้าแก้ตัว แต่เขา้าให้นางรู้ว่าเขาจริงใจกับนาง ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายนางแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เข้าใจ”นางกลายเป็คนโง่ไปจริงๆแล้ว
“ก็หมายความว่าเขาให้หรงหรงสาวใช้ของเ้าเป็คนดื่มยาพิษจากฮ่องเต้แทนเ้า และส่งศพนางไปแทนเ้าอย่างไรเล่า”อู๋ฮวนอธิบายให้นางฟังแทน
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเปิดเผยฐานะของเขาก่อน ดังนั้นอู๋ฮวนก็กล้าเปิดเผยสิ่งที่เจิ้งจื่ออี้ทำเช่นกัน นับเป็ครั้งแรกที่มีคนกล้าท้าทายอำนาจของอู๋จวิ้นอ๋องจากแดนเหนือ เดิมทีเขาเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อพบฮ่องเต้เื่คนที่มีรอยสัก การเดินทางของเขาเป็ความลับไม่มีใครรู้ เมื่อมาถึงเมืองหลวงก็ไม่อยากเข้าวังทันที จึงหาที่ดื่มกินและสืบข่าวความเคลื่อนไหวของคนมีรอยสักอักษร‘หู่’ในเมืองหลวงไปก่อน
วันนั้นเขาได้ฟังเื่เล่าจากปากผู้คนในเหลาน้ำชามากมาย รวมถึงเื่คนตระกูลจางก่อฏถูกบั่นหัวเสียบประจานทั้งเก้าชั่วโคตร และยังได้ยินเื่บนหุบเขาหวีฟานมีผีเหี้ยนอีกหนึ่งตน เขาได้ฟังเื่เล่ามากมาย แต่ไม่มีเื่ไหนทำให้เขาสนใจได้เท่าผีสาวบนเขาหวีฟาน เขาไม่เชื่อเื่ภูตผีและไม่เชื่อนรก-์
เขารู้สึกได้ถึงพิรุธบางอย่างจึงอยากไปดูให้แน่ใจสักครั้ง นึกไม่ถึงว่าบนเขาจะมีมือสังหารของชินอ๋องแฝงตัวอยู่ จึงทำให้เขาเกิดความสนใจมากขึ้นไปอีก เนื่องจากฝ่ายชินอ๋องก็ส่งคนออกตามหาคนมีรอยสักเช่นกัน
เมื่อพบคนของชินอ๋องที่นั่น เขาจึงมั่นใจว่าได้เข้าใกล้คนมีรอยสักแล้ว หลังจากนั้นก็ได้พบจางหลินถงและได้เห็นรอยแดงที่หลังใบหูซ้ายของนางโดยบังเอิญ เขาออกอุบายขอพักแรมด้วยเพื่อดูให้แน่ใจว่านางเป็คนที่เขาและชินอ๋องตามหาจริงหรือไม่ โชคดีที่นางอาเจียนออกมาเป็เืพิษ เขาจึงคิดอุบายตรวจโรคได้ และทำให้เขาพบคนมีรอยสักเข้าจริงๆ
แม้เื่ตรวจโรคและเื่ที่บอกนางว่าพลัดหลงเป็เื่หลอกลวง แต่เื่ยาถอนพิษร้อยชนิดนั่นเป็เื่จริง เนื่องจากเขาต้องเดินทางบ่อยจึงต้องมีติดตัว เขามอบมันให้กับนาง เพราะไม่อยากให้นางตายก่อนที่เขาจะได้ในสิ่งที่้า เขาเสียดายแทบตายแต่ต้องทำ เพื่อซื้อความเชื่อใจจากนาง ในใจเขาคิดมานานแล้วว่า หากเป็ชายเขาจะยกให้เป็สหายร่วมเป็ร่วมตาย
แต่หากเป็สตรีเขาต้องแต่งนางเข้าจวนจวิ้นอ๋อง ไม่ว่าจะหน้าตาโดดเด่นหรืออัปลักษณ์อย่างไรก็ตาม เขาต้องคว้านางเป็ของเขาให้ได้ เขาทุ่มเทเอาใจนางไม่นาน ในที่สุดนางก็ตกในเงื้อมมือของเขาแล้ว ั้แ่ต้นเขาทำลงไปเพราะผลประโยชน์จริงๆ ทว่าหลังได้เห็นแววตาผิดหวังของนางทำให้อู๋ฮวนรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ถงเอ๋อร์ ข้าทำเพื่อเ้า”เจิ้งจื่ออี้ยืนยันความจริงใจ ในใจเขาก็เ็ปเพราะรู้ว่าจางหลินถงเอ็นดูหรงหรงมาก
“หรงหรง”จางหลินถงนึกถึงคืนนั้น ซ่งตงหยางเป็คนสั่งด้วยตัวเองให้ลากหรงหรงไปอีกห้อง และให้คนย่ำยีอย่างโหดร้าย
“ถงเอ๋อร์ เ้าต้องเข้าใจว่าข้าไม่สามารถช่วยทุกคนได้ ข้าจึงเลือกช่วยแค่เพียงเ้า”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย หากย้อนเวลาไปได้เขาก็จะทำเช่นเดิม หากไม่มีมีการเสียสละก็จะช่วยใครไม่ได้เลย เขาคิดว่าเขาทำถูกต้องแล้ว
“หมายความว่าท่านรู้ดีมาตลอด ว่าตระกูลจางจะพบกับชะตากรรมอย่างไร”
“ข้าไม่อาจบอกเ้าได้”
“ข้าลืมไปว่าท่านมีงานใหญ่รออยู่”ใช่ นางลืมไปว่าเขาเป็คนของชินอ๋องจะมาออกหน้าช่วยตระกูลจางได้อย่างไร
“ถงเอ๋อร์เ้าเกลียดข้าได้ แต่วันนี้เ้าต้องเชื่อใจข้าก่อน อู๋จวิ้นอ๋องผู้นั้นหวังผลประโยชน์จากเ้า เ้าต้องอยู่ให้ห่างจากเขา”เจิ้งจื่ออี้กล่าวโดยไม่ไว้หน้าอู๋ฮวนสักนิด
“อู๋จวิ้นอ๋อง”นางหันไปมองอู๋ฮวน ก่อนจะช่วยโอกาส่ที่อีกฝ่ายใดึงมือออกและโผเข้าหาหูจิงพลางสวมกอดร่างสูงแน่น หูจิงใยืนตัวแข็งทื่อแต่กว่าจะรู้ตัวว่าถูกนางหลอก มีดสั้นที่เขาใช้ประจำก็ตกไปอยู่ในมือนางแล้ว
“อาหลิน / ถงเอ๋อร์”ทั้งอู๋ฮวนและเจิ้งจื่ออี้ใที่นางดึงมีดออกมาจ่อที่ลำคอตนเอง
“อย่าขยับ”นางขู่พลางก้มลงถอดรองเท้าถุงเท้าออก และดึงกำไลข้อเท้าทองคำออกมาโยนใส่อู๋ฮวนอย่างไม่ใยดี“เอาคืนไป ข้าไม่้าความช่วยเหลือจากท่านแล้ว”
อู๋ฮวนเห็นของสำคัญถูกโยนทิ้งราวกับของไร้ค่า เขาโกรธมาก“อาหลิน กลับมานี่!”
“เสียใจด้วยเพคะจวิ้นอ๋อง บุญคุณที่ช่วยไว้หม่อมฉันจะไม่ลืม แต่หม่อมฉันคงทนอยู่ร่วมกับคนสกุลอู๋ไม่ได้”
อู๋ฮวนตกตะลึง ใบหน้าโกรธขึงซีดขาว เขาไม่เคยเห็นสตรีใดที่มีแค้นฝังใจเช่นนางมาก่อน เื่ตระกูลจางเป็ฮ่องเต้ที่ตัดสิน เขาที่อยู่ทางเหนือไม่ได้ยื่นมือมาเกี่ยวข้องสักนิด แต่นางเหมารวมเพียงเพราะว่าเขามีสายเืสกุลอู๋ หากเลือกได้เขาก็ไม่ได้อยากใช้แซ่อู๋เช่นกัน
เจิ้งจื่ออี้ที่ยืนฟังอยู่นานได้ยินจางหลินถงตัดขาดกับอู๋ฮวนเขาถึงเก็บอาการไม่อยู่“ถงเอ๋อร์ ส่งมีดมาให้ข้าแล้วไปกับข้าเถอะ หนนี้ข้าจะพาเ้าไปให้ไกล”
จางหลินถงหันไปสบตาเจิ้งจื่ออี้“คุณชายเจิ้งจื่ออี้มีน้ำใจกับข้ายิ่งนัก หากมารดาท่านโจวซื่อรู้เข้าต้องไม่ชอบใจแน่ ที่นี่ไม่ใช่จวนเสนาบดี ท่านไม่จำเป็ต้องสวมบทบาทเป็คุณชายซ่งตงหยาง สามีของข้าอีก และเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยข้าไว้ ข้าจะไม่บอกเื่ของท่านกับใต้เท้าซ่ง แต่เื่ที่ท่านมีส่วนรู้เห็นในการตายของตระกูลจาง แค้นนี้ข้าไม่วันลืมแน่”
เจิ้งจื่ออี้เ็ปหัวใจมาก“ถงเอ๋อร์”
ในห้องพักหรูหราตกอยู่ในความเงียบงัน หูจิงได้ฟังคำพูดนางดวงตาเปล่งประกายระยิบ ในห้องนั้นไม่มีใครกล้าขยับตัว ไม่มีกล้าถอนหายใจ แม้แต่อู๋ฮวนก็เพิ่งจะรู้ว่าอดีตสามีของจางหลินถงคือซ่งตงหยางตัวปลอม ดูเหมือนว่าเื่นี้มีเื้ัที่เขายังไม่รู้อีกมาก แล้วซ่งตงหยางตัวจริงเล่าอยู่ที่ใด
“ที่ผ่านมาข้าโง่เอง วันนี้คุณหนูอย่างข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”นางใช้สายตากวาดมองทุกคนในห้องนั้น ขณะมองหาทางหนีเอาตัวรอด นางมองไปที่ประตูใหญ่พลางคิดว่า หากนางจะใช้ตัวเองเป็ตัวประกันฝ่าออกไปคงเป็เื่ยาก ผู้คุ้มกันของอู๋ฮวนส่วนใหญ่ยืนดักที่หน้าประตูเต็มไปหมด ทุกคนล้วนมองนาง นางได้แต่ก้าวถอยหลังทีละก้าวไปหน้าหน้าต่าง
“อาหลิน อย่าทำนะ”อู๋ฮวนเหมือนรู้ว่านางคิดอะไร เขายื่นมืออกมาห้ามปราม หอสูงสี่ชั้นหากนางตกลงไป นางต้องตายแน่
“ถงเอ๋อร์ ข้าจะพาเ้าไปเอง”เจิ้งจื่ออี้ทนเห็นจางหลินถงใช้วิธีโหดร้ายกับตัวเองไม่ได้เช่นกัน
ในขณะที่ทุกคนเพ่งสายตาไปที่จางหลินถง หูจิงและหลิงฉีหันไปสบสายตากัน จากนั้นหลิงฉีรีบพุ่งตัวไปที่หน้าต่างอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเขากระแทกจนหน้าต่างเปิด ผู้คุ้มกันที่เหลือจึงพุ่งไปทางหลิงฉีตามสัญชาตญาณ แม้แต่อู๋ฮวนและเจิ้งจื่ออี้ก็มองตามไป
ขณะนั้นหูจิงไม่ได้พุ่งตัวตามหลิงฉี แต่เขากระโจนเข้าหาจางหลินถง ใช้แขนข้างหนึ่งรวบเอวเล็กของนางไว้แน่น พานางวิ่งไปทางหน้าต่างอีกด้าน เขายกแขนข้างที่ว่างขึ้นมาปกป้องศีรษะนาง และเอาตัวเองพุ่งกระแทกจนหน้าต่างเปิดแล้วพานางออกไป
กว่าอู๋ฮวนและเจิ้งจื่ออี้จะรู้ตัว หูจิงก็ใช้วิชาตัวเบาพาจางหลินถงพลิ้วกายลงไปข้างล่างแล้ว ทันทีที่เท้าแตะพื้นรถม้าคันหนึ่งก็แล่นมาจอด หูจิงดันจางหลิงถงขึ้นไปก่อน แล้วตัวเขาค่อยตามขึ้นไป“หลิงฉี รีบไป”
“ขอรับนายท่าน”อีกฝ่ายขานรับและบังคับรถม้าพุ่งทะยานไปหาประตูเมือง อู๋ฮวนและเจิ้งจื่ออี้พลิ้วกายตามลงมาแต่ไม่ทันการณ์แล้ว
“บัดซบ!”เจิ้งจื่ออี้ได้แต่สบถคิดในใจว่าคนที่ได้ตัวจางหลินถงไปต้องเป็คนของชินอ๋องแน่
“เป็เพราะเ้า คอยดูว่าต่อไปข้าจะเล่นงานพวกเ้าอย่างไร” กล่าวจบอู๋ฮวนก็สะบัดแขนเสื้อใส่อย่างเกรี้ยวกราด
เมื่อรถม้าแล่นออกจากประตูเมืองหลวงมาแล้ว หูจิงรู้สึกว่าคนข้างๆเงียบผิดปกติจึงหันไปทางจางหลินถง เขาเพิ่งถอนหายใจอย่างโลกอกไปเมื่อสักครู่ ยามนี้ใบหน้าของเขากลายเป็ขาวซีดอีกแล้ว
“เ้าาเ็”เขามองมีดเล่มนั้นในมือของนาง พลางมองาแที่ลำคอ โชคดีที่แผลไม่ได้ลึกมาก แต่เืออกมากพอสมควร ในใจรู้สึกโกรธคว้ามีดในมือหญิงสาวมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง แล้ววางมือปิดาแที่ลำคอของนาง ก่อนจะยกชายเสื้อขึ้นมากัดฉีกเป็ชิ้นๆซับเืให้อย่างเบามือ
จางหลินถงมองหูจิง เขาเป็คนคุ้มกันของอู๋ฮวนไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงหักหลังกันเองแล้วเล่า หรือว่าบางทีเขาอาจจะเหมือนเจิ้งจื่ออี้ที่สวมรอยเป็คนอื่นอีกคนก็ได้ ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวมองด้วยความสงสัยจึงพูดไปว่า
“ไม่ต้องใช้สายตาระแวงมองข้า ข้าคือซ่งตงหยางสามีตัวจริงของเ้า!”
***************************