หนึ่งเดือนต่อมา ณ สวนสาธารณะหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง คิมวางเอกสารสมัครงานกองโตลงบนโต๊ะพร้อมกับทรุดตัวลงนั่ง มือทั้งสองข้างเท้าคางด้วยความเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้ เวลาบ่ายคล้อยทำให้อากาศร้อนจนมองอะไรก็หงุดหงิดไปหมด
“นี่ก็เข้าหนึ่งเดือนละ ยังหางานใหม่ไม่ได้เลย เฮ้อ!!สมัครไปตั้งหลายที่ละ ไม่เห็นมีเรียกไปสัมภาษณ์ซักงานเลย รู้งี้ตอนนั้นน่าจะกลับมาตั้งใจเรียนต่อให้จบ เฮ้อ!!” คิมเริ่มท้อกับการหางานทำหนักขึ้นทุกวันๆ เพราะตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คิมเดินทางไปทุกที่ที่เค้ารับสมัครงาน แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะตอบรับกลับมาเลย คิมนั่งนอยด์ตัวเองอยู่แบบนั้นจนกระทั่งนิก กี้โทรเข้ามา
“(ว่ายังไงครับ พ่อหนุ่มนักพยายาม ผ่านมาเดือนนึงแล้วนะ หาได้ซักงานรึยังครับ?)”
“ยังแซวแรงเหมือนเดิมเลยนะ เฮ้อ!! คิมเริ่มท้อแล้วอ่ะนิก”
“(งั้น..มาทำงานกับนิกไหมล่ะ เงินดีนะ)”
“ไม่เอาอ่ะ คิมอยากหางานทำที่ไทยมากกว่า ขอบคุณที่อยากช่วยนะ”
“คร้าบบบ..แล้วนี่อยู่ไหนอ่ะ กลับยัง?”
“อยู่สวนหย่อมหน้าคอนโดนี่ละ กำลังจะเดินกลับห้อง” คิมคุยกับนิกกี้เพื่อให้ลืมความท้อแท้ที่เขาเจอ รวมถึงรับพลังบวกจากนิกกี้เพื่อสู้ใหม่ในวันต่อไปด้วย คิมคุยกับนิกกี้เพลินจนเดินมาถึงหน้าห้อง ครั้นเมื่อกำลังจะเปิดประตู คิมก็ได้เหลือบตาไปเห็นจดหมายซองสีดำติดเทปกาวแป่ะไว้หน้าประตูพอดี คิมดูงงๆกับจดหมายเล็กน้อยเเต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบมันติดมือเข้าห้องไปด้วย
“เออ…นิกกี้..เดี๋ยวเเปปนึงนะ พอดีมีจดหมายฉบับนึงมาแป่ะอยู่หน้าห้องคิมอ่ะ…ซองสีดำด้วยนะ”
“(จดหมายจากธนาคารอีกหรือเปล่า ก็บอกแล้วว่าให้เอาเงินกับนิกไปจ่ายก่อน..แล้วคิมค่อยผ่อนจ่ายทีหลัง เขาจะได้ไม่ต้องส่งจดหมายมาทวงย้ำๆแบบนี้)”
“เเต่จากที่คิมดูมันไม่น่ามาจากธนาคารนะ ซองดำมาเลย..เดี๋ยวเปิดอ่านแปปนะ” คิมวางมือถือไว้ข้างๆและค่อยๆแกะซองจดหมายพร้อมกับดึงกระดาษภายในนั้นออกมาอ่าน ทันทีที่อ่านเนื้อความในจดหมายจบ คิมก็รีบยกมือถือขึ้นมาร้องะโจนนิกกี้ก็ใไปด้วย
“(เกิดอะไรขึ้นคิม!! มีอะไร…ในจดหมายมันเขียนว่าไง?)”
“มันเป็จดหมายเรียกสัมภาษณ์งานนิกกี้ คิมได้งานแล้ว เย้ๆๆๆ คิม..ได้..งาน..แล้ว!!!!”
“(จริงหรอ นิกยินดีด้วยนะคิม เดี๋ยวอีกสองวันนิกกลับไทย เราไปฉลองกันนะ)”
“โอเคได้เลย เดี๋ยวยังไงเเค่นี้ก่อนนะ คิมขอไปเตรียมตัวฝึกสัมภาษณ์ก่อน ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ดีที่สุดนะนิก บาย!” หลังจากวางสายคิมก็ดีใจะโโลดเต้นไม่หยุด เพราะนี้เป็งานแรกที่เรียกสัมภาษณ์ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คิมไม่รอช้ารีบนั่งรถไปที่สุสานของพ่อแม่เพื่อบอกข่าวดีกับพวกท่านทันที
“พ่อครับ แม่ครับ ในที่สุดคิมก็โดนเรียกสัมภาษณ์แล้วนะ แต่ก็ยังนึกหวั่นในใจว่าเขาจะรับคิมเข้าทำงานไหม พ่อครับแม่ครับเป็กำลังใจให้คิมด้วยนะ คิมจะทำให้ดีที่สุดครับ รักพ่อกับแม่นะครับ” คิมนั่งคุยกับหลุมศพพ่อแม่แบบนั้นจนกระทั่งถึงเย็น คิมกล่าวลาพ่อแม่ก่อนจะรีบนั่งรถกลับมาที่คอนโดเพื่อเตรียมตัวสัมภาษณ์ในวันนี้พรุ่งนี้ คิมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเพราะเขา้างานนี้มาก เนื้องานที่ตรง เงินเดือนที่ดีและสวัสดิการที่เกินคาดมันช่างดึงดูดความ้าของคนวิ่งหางานอย่างคิมเหลือเกิน
“ว่าไง ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม? หรอ…อืม ผมรู้ละ..ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมฝากคุณนนท์ต่อด้วยนะ ผมกับนทีต้องไปดูงานที่สาขาเชียงใหม่” ภูผาวางสายพร้อมกับท่าทางเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะเข้าล็อกตามแผนที่เขาวางไว้แล้ว เขามองแก้วกาแฟที่มือประหนึ่งว่าจะดื่มกาแฟแก้วนี้เพื่อฉลองล่วงหน้า เเต่จังหวะนั้นเอง
“พี่ผา!!” กาแฟที่ดื่มเข้าไปเมื่อครู่พุ่งพรวดออกมาเต็มพื้น ภูผารีบหันควับกลับมามองหน้านที เพราะเขาไม่รู้ว่านทีมาตั้งเเต่ตอนไหนและได้ยินอะไรไปแล้วบ้าง
“มะ..มี..มีอะไรที?”
“พี่เป็อะไร เห็นหน้าผมแล้วทำไมต้องใขนาดนั้นด้วย ดูสิเนี้ย…กาแฟหกเต็มพื้นเลย”
“ก็..ไม่มีอะไร..ก็เเค่คิดอะไรเพลินๆแล้วแกก็เข้ามาพอดี พี่ก็เลยใไง!!”
“่นี้ขวัญอ่อนนะเราน่ะ”
“ช่างฉันเถอะหน่า…ว่าเเต่แกเถอะ มีอะไร..จู่ๆเดินพรวดเข้ามา ประตูก็ไม่เคาะ!!”
“ปกติผมก็ไม่เคยเคาะนะ เฮ้ย!่นี้พี่ทำตัวแปลกๆนะ มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มี…แกน่ะ..มีอะไร มาที่นี่ทำไม?”
“ผมก็เเค่จะมาถามว่าพรุ่งนี้พี่ไปดูงานเชียงใหม่ ผมต้องไปด้วยไหม? จะได้เตรียมชุดไว้”
“ก็ต้องไปน่ะสิ ถ้าแกไม่ไป แผนของฉันจะเริ่มยังไง!”
“แผน?...แผนอะไร?” ภูผาหลุดปากพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออก มาซะแล้วและดูเหมือนว่าตอนนี้นทีจะจ้องหน้าเขาเขม็งเพื่อเค้นเอาคำตอบให้ได้และเขาจะไม่ยอมออกไปง่ายๆถ้าเขาไม่ได้คำตอบแน่ๆ
“ก็แผนการโปรโมท GM หน้าหล่อคนใหม่ ของโรงแรมเรายังไงล่ะ แกคิดว่าแผนอะไรอีก!!”
“อ่อ..แล้วไป อย่าให้รู้นะว่ามีอะไรมากกว่านั้นน่ะ”
“เพ้อเจ้อ!!.. แกออกไปได้แล้วป่ะ พี่จะนอน..พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า” นทียกมือขึ้นทำท่าเป็ปืนพร้อมกับเล็งไปที่พี่ชายและยิงปั้ง ก่อนที่เขาจะจ้องหน้าภูผาด้วยความสงสัย ภูผารีบ ดึงผ้ามาห่มเพื่อไม่ให้นทีจับพิรุธได้ เขานิ่งไปซักพักก่อนที่จะได้ยินเสียงประตูปิด ภูผาก็เปิดผ้าห่มออกมาด้วยความโล่งใจ
“รออีกหน่อยนะน้องชาย มันยังไม่ถึงเวลา ที่แกจะต้องดูความจริง เฮ้อ!! เกือบไปแล้วเรา” ภูผาล้มตัวลงนอนด้วยความโล่งใจ เขารีบข่มตานอนให้หลับเพราะพรุ่งนี้เขาต้องตื่นมารับศึกหนักจากน้องชายขี้ระแวงของเขาอีก ขณะที่กำลังพยายามนอนให้หลับ เขาได้แต่หวังว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดีและขอให้นทีอย่าเพิ่งรู้ความจริงเลย…