ในระหว่างที่สอนภาษาอังกฤษ เควินเซนท์ก็คอยเหลือบมอง และคอยหยอดคำถามมาที่วิราศนิราอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้วิราศนิรามีสติในการเรียน เพราะบาง่บางที เควินเซนท์สังเกตเห็นวิราศนิรามีอาการเหม่อลอย เศร้าสร้อย ซึ่งเป็อยู่อย่างนี้ จนกระทั้งหมดเวลาเรียน
“เอาละครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ (Alright, see you tomorrow.)”
เควินเซนท์บอกกล่าวแก่นักเรียนทุกคนรวมถึงวิราศนิราด้วย ซึ่งหญิงสาวทำเพียงแค่เหลือบมองหน้าเควินเซนท์นิดหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเก็บสมุดหนังสือใส่ลงไปในกระเป๋า ด้วยท่าทีเนืองๆ ราวกับคนไม่มีชีวิตจิตใจ
“นิรา!!...... คุณโอเคจริงหรือ?? ดูสีหน้าคุณไม่ค่อยโอเคสักเท่าไรนะ”
เควินเซนท์ร้องเรียกชื่อ และตามมาด้วยการยิ่งคำถามใส่วิราศนิรา อย่างรู้สึกเป็ห่วง เมื่อเห็นว่าเ้าหล่อน กำลังจะเดินออกจากห้องเรียนเป็คนสุดท้าย
“ฉันโอเคจริงๆ ค่ะ ทีเชอร์ แล้วเจอกันวันพรุ่งนี้ค่ะ”
วิราศนิราพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มฝืนๆ มาให้เควินเซนท์ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกจากห้องเรียนไป โดยมีสายตาของเควินเซนท์มองตาหลังบอบบาง จนลับหายออกจากห้องไป ด้วยความรู้สึกเป็ห่วงเป็ใย ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมจะต้องเป็ห่วงนักเรียนคนนี้เอามากๆ หรือคงอาจจะเป็เพราะหน้าเศร้าอมทุกข์นั้นก็เป็ได้
“จะต้องไปเป็ห่วงเขาทำไมกันนะเรา ชีวิตของเขา เขามีก็ต้องแก้ปัญหาเื่ของเขาเองได้สิ เลิกคิดเลิกจุ้นเื่ของเขาได้แล้ว เราจะต้องอยู่ในขอบเขตของเราสิ”
เควินเซนท์บ่นพึมพำกับตัวเองออกมาเบา ส่ายหน้าสลัดความคิดเป็ห่วงเป็ใย นักเรียนที่ชื่อวิราศนิราออกไปจากสมอง ก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์เครื่องการเรียนการสอน ใส่ลงไปในกล่อง เก็บเสร็จก็เดินออกจากห้องเรียน ไปยังห้องทำงานของตัวเอง
“ขออนุญาตค่ะ คือไม่ทราบว่าคุณเควินจะรับประทานอาหารเลยไหมคะ??”
แม่บ้านของสถาบันสอนภาษาแห่งนี้ ได้เดินเข้ามาในห้องทำงานของเควินเซนท์ เมื่อเห็นว่าเควินเซนท์เดินถือกล่องเข้าไปภายในห้องทำงาน ก่อนจะร้องถามด้วยเป็ภาษาไทย ซึ่งพนักงานทุกคนที่นี่ต่างพากันรู้ดีว่า เควินเซนท์สามารถฟังพูดอ่านเขียนภาษาไทยได้เป็อย่างดีเยี่ยม ที่เป็เช่นนั้นเพราะเขามีมารดาที่เป็คนไทยสอนมาั้แ่เด็กๆ นั้นเอง
สถาบันสอนภาษาแห่งนี้ เป็สถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และก็เป็สถาบันที่เควินเซนท์เป็เ้าของ ซึ่งเควินเซนท์จะลงมาเป็อาจารย์ สอนภาษาอังกฤษและภาษาไทยบ้างในบ้างครั้ง ในเวลาที่เขาว่างๆ เบื่อๆ หรือว่ามีนักเรียนมาเรียนเยอะจนอาจารย์ที่สอนไม่พอ
“ไม่ล่ะคุณแม่บ้าน เดี๋ยวผมว่าผมจะลงไปหาอะไรทานห้างสรรพสินค้า เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยนะ จะได้เปิดหูเปิดตู ดูโน้นดูดีบ้าง ขอบใจนะ”
เควินเซนท์หันมาพูดปฏิเสธ โดยใบหน้าหล่อเหลานั้นมีรอยยิ้มแต่งแต้ม ให้รู้ว่าเควินเซนท์นั้นเป็คนใจดี อัธยาศัยดี มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นักเรียน ครูอาจารย์ รวมทั้งพนักงานทุกคนที่เรียนและทำงานที่สถาบันแห่งนี้
ดังนั้น เควินเซนท์จึงเป็ที่รักและชอบพอของทุกคนที่ได้เจอเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะสาวๆ ยิ่งชอบและเป็ปลื้มเป็อย่างมาก เพราะชายหนุ่มนั้นดีพร้อมไปหมดทุกอย่าง
เควินเซนท์เดินออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังลิฟต์ ยื่นมือใหญ่ไปกดปุ่มเรียกลิฟต์ หยุดยืนรอสักพัก ลิฟต์ก็เคลื่อนมาหยุดและเปิด เควินเซนท์จึงก้าวขายาวๆ เดินเข้าไปภายในลิฟต์ แล้วลิฟต์ก็เคลื่อนตัวลงไปยังชั้นห้างสรรพสินค้า
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒