บทที่ ๑๒
รายงานคุณหญิง
ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
เด็กสาวใบหน้าสะสวยยิ้มระรื่นเมื่อเ้านายหนุ่มซึ่งเป็ดาราชื่อดังพาเธอมาทานปิ้งย่างเกาหลีในห้างดัง โชคดีที่เลือกโซนที่นั่งไกลจากผู้คนทำให้ไม่มีใครเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขา หากมีคนเห็นคงจำได้
หมูสามชั้นซอสกิมจิถูกวางย่างบนตะแกรงเตาถ่านไร้ควันโดยฝีมือของภูริช เขากลับเนื้อให้เด็กสาวก่อนจะหยิบมันลงมาตัดโดยใช้กรรไกรพร้อมกับส่งชิ้นหมูให้เธอ
“ขอบคุณนะคะ น่าทานจังเลย”
เธอยิ้มร่าพร้อมใช้ตะเกียบคีบหมูชิ้นนั้นขึ้นมาลิ้มลองแล้วก็พบว่ามันอร่อยมาก
“อร่อยรึเปล่า?” เขาเอ่ยถามพร้อมเลิกคิ้ว หวังว่าเด็กสาวจะชอบใจในร้านอาหารร้านนี้ที่เขาตั้งใจพามา
“อร่อยค่ะ อาหารที่คุณภูอุตส่าห์พามาทานก็ต้องอร่อยสิคะ” ใบบัวยิ้มร่าพร้อมกับหยิบผักคอสขึ้นมาห่อกับหมูและกิมจิพร้อมกับราสซอสลงไปด้วย
เขาเห็นเธอกินได้อย่างเอร็ดอร่อยแบบนั้นก็ยิ้มร่า รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ได้พาเด็กสาวมาทานอาหารดีๆ ปกติเขาไม่เคยใส่ใจเธอสักเท่าไหรแม้จะรับอุปการะอยู่
ดวงหน้าสวยตื่นตาตื่นใจกับอาหารตรงหน้าที่ถูกเสิร์ฟมา มีทั้งหมู ไก่ และอาหารทะเลอย่างปลาหมึก
“ทานนี่เสร็จเดี๋ยวจะพาเธอไปดูของต่อ”
“หืม? ดูของอะไรงั้นเหรอคะ”
ดวงหน้าสวยเกลี้ยงเกลาเงยขึ้นจากจานอาหารแล้วทำหน้าสงสัย ก็ไหนตอนแรกพาเธอออกจากเรือนไทยหลังนั้นมาโดยอ้างว่าจะต้องมาซื้อของใช้จำเป็ ทำไมกลายเป็ว่าจะพาไปซื้อของเธอแทนล่ะ?
“ของใช้ส่วนตัวของเธอไง บางอย่างมันก็เก่าแล้ว”
อย่างเช่นกระเป๋าถักใบนี้ที่เด็กสาวใช้อยู่ เขาคิดในใจพร้อมปรายตามองกระเป๋าลูกนั้นที่แม้มันจะดูน่ารักและมาจากความสามารถของเธอเอง แต่ความเก่าของมันก็ทำให้คนตัวใหญ่รู้สึกขัดใจ
ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้หญิงของภูริชดาราชื่อดังแล้วเขาก็ควรจะดูแลเธอให้ดีได้มากกว่านี้สิ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูเองก็ทำงานบ้านอยู่ที่เรือนอย่างเดียวไม่ได้ไปไหน”
ของใช้บางอย่างมันก็ไม่จำเป็จริงๆสำหรับใบบัว เธอพอใจกับสิ่งที่มี แม้มันจะเก่าแค่ไหนแต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจอย่างเช่นกระเป๋าถักโครเชต์ใบนี้ที่เธอใช้อยู่ประจำ
ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายมีแต่ความใสซื่อบริสุทธิ์ เพราะความไร้เดียงสานั้นทำเอาภูริชใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“เอาเป็ว่าจะพาไปซื้อก็รับไว้เถอะ ผู้ใหญ่ให้ของห้ามปฏิเสธรู้รึเปล่า”
เขาทำทีสอนเธอ แต่ความเป็จริงก็แค่อยากจะให้เธอรับน้ำใจที่เขามีเอาไว้ ยังไงสถานะของใบบัวก็ไม่ใช่อย่างเดิมแล้ว ไม่ใช่เด็กสาวผมเปียกะโปโลที่เป็เพียงเด็กรับใช้ในบ้าน แต่เป็มีสถานะเป็ถึงเมียบนเตียงของเขาแล้ว แม้จะไม่ได้ออกไปเชิดหน้าชูตาให้ใครได้รับรู้แต่เขาก็จะทำให้มันสมเกียรติ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากทานอาหารที่ร้านปิ้งย่างเกาหลีกันเสร็จภูริชก็พาเธอไปยังร้านกระเป๋าราคาหลักหมื่น มีลวดลายและสีสันต์ให้เลือกมากมาย
“รับเป็ใบไหนดีคะคุณผู้หญิง ให้ฉันช่วยดูได้นะคะ”
“อ่า ผมอยากจะให้ช่วยดูกระเป๋าที่เหมาะกับเธอหน่อยครับ เอาแบบวัยรุ่นไม่แก่มาก”
“อ๊ะ นี่คุณภูริชนี่คะ” พนักงานขายกระเป๋าในช็อผรู้สึกตื่นเต้นใที่ได้เจอดาราดังอยู่ตรงหน้า
“ค่ะ เอ่อ พอดีคุณภูริชเป็ผู้ปกครองน่ะค่ะเลยพามาซื้อกระเป๋า”
มือเล็กยกขึ้นเหนืออกโบกปัดไปมาเพราะกลัวพนักงานสาวจะเข้าใจสถานะระหว่างเขากับเธอผิด แน่นอนว่าใบบัวไม่อยากให้ภูริชเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเธอ
คนตัวใหญ่กว่าเห็นอากัปกิริยานั้นแล้วก็ได้แต่แค่นขำในลำคออย่างรู้สึกเอ็นดู เธอวางตัวได้ดีและไม่คิดจะหรือทำให้เขาลำบากใจเลย การวางตัวของใบบัวทำให้ภูริชรู้สึกสบายใจมาก...ไม่ได้กังวลเหมือนตอนแรก ตอนแรกคิดว่าเด็กสาวจะเรียกร้องมากกว่านี้ซะอีก
“ค่ะ งั้นเชิญดูเป็กระเป๋าสะพายข้างสีขาวพร้อมสายสะพายแบบโซ่และจี้เงินรูปหัวใจตัวนี้ดูมั้ยคะ ผู้หญิงวัยรุ่น่วัยมหาลัยกำลังเป็ที่นิยมกันเลยค่ะ”
พนักงานหยิบกระเป๋ารุ่นตัวท็อปที่ขายดีขึ้นมาโชว์ ใบบัวจ้องมองกระเป๋าใบนั้นพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆออกมา อย่างรู้สึกพึงพอใจ เธอเคยเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันใช้กระเป๋าใบนี้ แต่แน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อมันหรอก
“ชอบไหมใบบัวกระเป๋าลูกนี้ ฉันว่ามันสวยและเหมาะกับเธอดีนะ”
ภูริชรู้สึกว่ากระเป๋าลูกนี้เหมาะกับเด็กสาววัยสดใสมันดูเข้ากับเธอมากและราคาก็ไม่ได้แพงอะไรเลยสำหรับเขา ดวงตาคู่คมของดาราหนุ่มชื่อดังจ้องมองไปที่กระเป๋าใบนั้นพร้อมกับพินิจพิเคราะห์แล้วว่ามันสมควร
“หนูชอบนะคะ แต่มันแพงเกินไปและไม่เหมาะกับหนูหรอก”
ใบบัวหันไปยิ้มให้กับผู้เป็เ้านายแล้วเอ่ยออกมาจากใจจริง ถามว่าชอบไหมก็คงตอบว่าชอบ แต่ถามว่าอยากได้กลับไปไหมก็คงตอบว่าไม่ สาวใช้ทำงานอยู่แต่ในเรือนอย่างเธอจะเหมาะกับกระเป๋าแบรนด์ราคาแพงอย่างนี้ได้อย่างไรกัน
“มีสีอะไรบ้างครับ”
ไม่สนใจคำปฏิเสธของเด็กสาวแต่หันไปคุยกับพนักงานแทนว่ามีสีอะไรเป็ตัวเลือกบ้าง
“มีสีดำ ครีม ขาว และเทาค่ะคุณลูกค้า”
“ฉันคิดว่าสีขาวน่าจะเหมาะกับเธอที่สุดนะใบบัว เธอชอบสีอะไรล่ะ?”
หันไปถามเป็พิธีอย่างนั้นแหละเพราะพอจะรู้อยู่ว่าถ้าหากเลือกใบบัวก็คงจะเลือกสีขาวเพราะกระเป๋าถักที่เธอใช้อยู่ก็เป็สีขาวแม้จะมอมแมมไปบ้างจนเกือบจะเป็สีเทาก็ตามที
“หนูชอบสีขาวค่ะ” เพราะคำว่าผู้ใหญ่ให้ของห้ามปฏิเสธใบบัวจึงจำใจต้องตอบรับกระเป๋าใบนั้น กลัวว่าปฏิเสธไปแล้วจะโดนเขาดุอีก ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวใบบัวได้แต่ก้มหน้าเขินอายไม่สบตา เป็ครั้งแรกที่จะมีของใช้ราคาแพงขนาดนี้
“งั้นขอเป็สีขาวใบนึงครับ”
สุดท้ายแล้วพนักงานสาวก็จัดการคิดเงินและนำกระเป๋าใส่ถุงและมอบให้กับภูริช
ทั้งคู่พากันเดินออกมาจากร้านกระเป๋าแบรนด์ดัง ใบหน้าสวยจ้องมองถุงที่อยู่ในมือของตัวเองซึ่งใส่กระเป๋าใบนั้นเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ลังเล
“ถ้าหนูเอาออกมาใช้แล้วปู่มิ่งถามจะทำยังไงคะ”
“ก็บอกไปสิว่าฉันซื้อให้เป็ของขวัญเรียนจบมัธยม”
“ปกติคุณก็ไม่ได้มาใส่ใจหนูสักหน่อย กลัวว่าปู่มิ่งจะสงสัยค่ะ”
ใบหน้าสวยแฝงไปด้วยความกังวล ปากเล็กเบ้แล้วบ่นอุ๊บอิ๊บดูน่าเอ็นดูในสายตาของคนตัวสูง
“หึ ไม่ต้องกังวลเื่นั้นหรอก ซื้อให้แล้วก็ต้องใส่อย่าไปคิดมาก”
เขายังคงยืนยันอย่างนั้น หลังจากซื้อของกันเสร็จภูริชก็ยังพาเธอไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าตัวใหม่เพราะเสื้อผ้าปัจจุบันที่ใบบัวใส่มันช่างมอมแมมเสียเหลือเกิน อาจจะเป็เพราะว่าเธอไม่อยากขอเงินไปใช้เื่ไร้สาระจึงใช้เฉพาะเงินทุนการศึกษาที่เขามอบให้ในแต่ละเดือน
เห็นแบบนี้แล้วภูริชก็ได้แต่ตำหนิตัวเองอยู่ในใจ เขามัวทำอะไรอยู่นะถึงไม่ใส่ใจเด็กที่ตัวเองอุปการะเอาไว้ซึ่งทำงานอยู่ในเรือนไทยแห่งนี้เลย ปล่อยให้เธอลำบากอยู่กับปู่มิ่งตั้งนาน
“อ๊ะ ป้ามลนั่นคุณภูรึเปล่า”
สองสาวใช้จากบ้านของคุณหญิงพนิดาแม่ของภูริชพูดคุยกันเมื่อเห็นลูกชายของคุณหญิงพนิดามาเดินห้างกับเด็กสาวหน้าตาสะสวย
“เออใช่ มากับใครวะนั่นอีมิ้น”
“ไม่รู้สิป้า สวยด้วยนะ น่าจะรุ่นๆเดียวกับหนูเลยอ่ะ”
“แปลกจริง ไม่เคยเห็นคุณภูจะสนใจใครนอกจากคุณแก้วกาญจน์ คุณภูเองก็ไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงที่ไหนนะ”
ป้ามลแม่บ้านรุ่นใหญ่อายุห้าสิบกว่ามองตามอย่างสงสัย
“เราก็ตามไปดูสิป้า จะมัวมาสงสัยกันอยู่ทำไมล่ะ”
“ขืนโดนจับได้ก็โดนคุณภูเล่นสิวะอีมิ้น”
“โอ้ย แล้วป้าจะไปเดินตามให้เขาจับได้ทำไมล่ะ ก็แอบตามไปเงียบๆสิ ไม่ฉลาดเลย”
“เอ๊าอีนี่!”
“เอาน่า อย่ามัวเถียงกันอยู่เลยตามฉันมาเถอะ”
ว่าแล้วสองสาวใช้ก็พากันเดินตามหลังภูริชและใบบัวไปเงียบๆ แล้วก็พบว่าทั้งสองขึ้นรถคันหรูไปด้วยกัน
“ขึ้นรถไปด้วยกันแล้วว่ะอีมิ้น อันนี้คือเป็อะไรกันวะ? เขาเป็แฟนหรือคบกันอยู่หรือเปล่า”
“ดูท่าทางไม่ธรรมดา ฉันว่าเอาเื่นี้ไปรายงานคุณหญิงดีกว่าป้า”
“เออก็ว่างั้นแหละ จะได้เป็หูเป็ตาเผื่อผู้หญิงที่เข้ามามันไม่ดี”
“อายุเท่าฉันคบกับคุณภูที่อายุมากกว่าเป็สิบปีก็คงจะมาหลอกเอาเงินนั่นแหละ จะไปมีอะไร๊”
“มึงพูดจริงเหรอวะอีมิ้น!”
“เอ๊า มันก็ต้องจริงสิป้า ไปๆ รีบกลับไปรายงานคุณหญิงกันดีกว่าของก็ซื้อครบแล้วด้วย”
ว่าแล้วสองสาวใช้ก็รีบขึ้นรถโดยสารสาธารณะกลับคฤหาสน์หลังใหญ่ในตัวเมืองทันทีเพื่อจะรายงานเื่ลูกชายของคุณหญิงพนิดาที่มาเดินห้างกับสาวปริศนาหน้าสวยที่ดูจะอายุอานามไม่เกินวัยมหาลัย
หากคุณหญิงพนิดารู้เข้าคงจะเป็เื่ใหญ่อย่างแน่นอน ใครต่างก็รู้ว่าคุณหญิงเคร่งเื่ลูกสะใภ้มากแค่ไหน ขนาดแก้วกาญจน์ที่คบกับภูริชมานานก็ยังถือว่าเป็มาตรฐานธรรมดาไม่ได้ดีเด่อะไร แล้วกับใบบัวจะไปเหลืออะไรล่ะ...