เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 7 เรื่องวุ่นวายเรื่องใหม่?

    “หยุดก่อนทั้งสองฝ่าย”
    เจ้าของเสียงนั่นก็คือชายวัยกลางที่พึ่งเดินออกมาจากส่วนในของกิลด์ เขาเคลื่อนไหวมือของตนเองเล็กน้อยเหมือนจะเป็นคำร่ายอะไรสักอย่างกำแพงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นระหว่างตัวของผมและพวกเขาสองคน ทำให้การต่อสู้ยุติลงไป แต่ว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดของทุกคนก็คือทั้งที่การต่อสู้ควรจบลงไปแต่กระสุนที่ผมยิงออกไปมันไม่สามารถหยุดได้เพราะมันพุ่งเร็วมากกว่าความเร็วเสียงถึงห้าสิบเท่า
    ทำให้ตอนนี้มันพุ่งเข้าเจาะกำแพงขนาดใหญ่ทำให้ระเบิดแหลกเป็นผุยผงในพริบตาเดียว ที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงต่อจากนั้นมันก็พุ่งต่อไปด้วยความเร็วเท่าเดิมและพุ่งไปหาเมทและโทลในเวลาต่อมาถึงพวกเขาจะคิดหยุดการต่อสู้แต่ว่าการที่พวกเขาไม่คิดให้เร็วกว่านี้ก็ทำให้พวกเขาทั้งสองต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
    จะมีเหรอที่จะมีใครหยุดมันได้ถึงพลังทำลายมันจะลดลงแต่ก็ถูกเสริมด้วยทักษะอัพเกรดและความเร็วของมันไม่ได้ลดลงจากตัวต้นแบบแม้แต่นิดเดียวเพราะมันก็ยังคงเร็วเท่าของต้นแบบมันเหมือนเดิมเสมอตั้งแต่เริ่ม
    กระสุนที่พุ่งไปนั้นทะลุร่างกายของพวกเขาทั้งสองจนเกิดการระเบิดเพราะผลของทักษะปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้าทำให้ร่างของพวกเขาทั้งสองแตกสลายหายไปในทันที ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณโดยรอบตกอยู่ในความเงียบไปในทันที
    “คุณโรเบิร์ตทำไมคุณถึงไม่หยุดมือก่อน คุณไปฆ่าเขาสองคนแบบนั้นได้ยังไง มันจะไม่ชักนำหายนะมาสู่คุณหรอกนะ”
    นั่นคือสิ่งที่โซเฟียได้ถามผมมา แต่จะทำยังไงได้ในเมื่ออีกฝ่ายก็จะฆ่าผม แล้วทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ปลิดชีวิตของพวกมันคืนบ้าง ความรู้สึกในโลกก่อนมันได้เตือนผมตลอดจากประสบการณ์ที่ผ่านมามากมายเพราะมีคนหลายคนที่ใจอ่อนยอมปล่อยคนที่เคยปองร้ายเราให้หนีรอดไปได้ คนที่ไม่คิดว่าจะทำอะไรตนเองได้ในตอนแรก
    แต่สุดท้ายแล้วมันจบลงยังไงนะเหรอ มันก็จบด้วยการที่คนที่ปล่อยไปกลับมาฆ่าพวกเขาอีกครั้ง เมื่อตอนก่อนที่คุณปล่อยเขาไปนั้นก็จริงที่เขาในตอนนั้นยังอ่อนแอไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เมื่อได้ผูกความแค้นแล้วก็ควรจบมันลงในทันทีห้ามสานต่อมันเด็ดขาดควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะเราไม่อาจล่วงรู้อนาคตที่แน่นอนได้
    “คุณโซเฟียคุณนี่เป็นคนที่สามารถทำให้คนเชื่อใจได้อย่าง่ายๆเลยนะครับ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงผมไปหรอกผมจัดการได้ ความจริงแล้วผมก็อยากจะหยุดแต่มันหยุดไม่ได้เมื่อใดก็ตามที่อาวุธชิ้นนี้ถูกใช้งานไปแล้วจะไม่มีสิ่งใดหยุดมันได้นอกจากตัวผู้ใช้งานมันได้ตายลงหลังจากที่ยิงออกไป”
    สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อมันก็เป็นความจริงเพราะอาวุธชิ้นนี้มันหยุดไม่ได้จริงๆนั่นแหละและมันก็เป็นการจงใจของผมเองด้วยที่เลือกอาวุธชิ้นนี้จากในหมื่นชิ้นที่มีอยู่ที่มันรุนแรงถึงขนาดทำลายกำแพงนั่นได้ก็ไม่แปลกอะไรเพราะมันได้ถูกเสริมด้วยทักษะอัพเกรดทำให้มันยิ่งทรงพลังขึ้นไปอีก คำพูดของผมทำให้ใครต่อใครหลายคนต่างแสดงสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อในคำพูดที่พวกเขาได้ยิน
    “คุณโซเฟียช่วยยืนยันภารกิจให้ผมก่อน ผมมีธุระต้องรีบจัดการต่อ”
    ผมพูดกับโซเฟียให้เร่งยืนยันภารกิจเพราะผมอยากออกไปจากที่นี่เต็มทีแล้วเพราะไม่อยากให้มันเกิดเรื่องวุ่นวายเรื่องอื่นอีก
    “นี่แกคิดจะหนีไปหลังจากที่ฆ่าคนตายในกิลด์อย่างนั้นเหรอ?”
    “ผมทำไปก็เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น แค่นี้คงเป็นคำอธิบายได้แล้วสินะ”
    ผมได้ทำแบบนั้นลงไปมันก็ถือเป็นการป้องกันตนเองและมันก็ถูกต้องตามกฎหมายแล้วด้วยหรือจะต้องให้ผมโดนพวกมันกำจัดไปก่อนถึงจะสามารถร้องเรียนแบบนี้ได้เมื่อถึงตอนนั้นที่ตนเองตายไปแล้วจะยังร้องเรียนใครได้อีก ทำไมเจ้าพวกไม่มีสมองพวกนี้ยังจะหาเรื่องมาให้ผมต่ออีก
    “พวกเราจะปล่อยให้ไอ้ฆาตกรหนีไปแบบนี้เหรอ ถึงเจ้าสองคนนั่นจะบ้าดีเดือดชอบหาเรื่องพวกหน้าใหม่ก็ตามแต่นี่มันก็เกินไป พวกเราต้องลงโทษไอ้ฆาตกรนี่เดี๋ยวนี้”
    “ใช่ๆ เราต้องทวงคืนความยุติธรรมให้กับสองคนนั้น”
    “ต้องไม่ให้คนต้องตายเปล่าประโยชน์”
    “กฎหมายบ้านเมืองก็มีแต่มันไม่ทำตามต้องกำจัดมัน”
    …
    “หยุดทุกคนนั่นแหละ สิ่งที่เขาทำไปถือเป็นการป้องกันตนเองอย่างถูกต้องเพราะคนที่เริ่มก่อนและมันก็เป็นการกระทำที่หวังให้สูญเสียชีวิตเพราะฉะนั้นข้าสามารถเป็นคนที่พยานให้กับเขาได้”
    เจ้าของเสียงที่พูดออกมานั้นก็คือชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะสีขาวทั้งตัวยกเว้นหัวที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำของเขา
    “ไม่จริง ท่านวัลดัสท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ท่านที่เป็นถึงนักผจญภัยแรงค์ A จะมาเข้าข้างคนผิดไม่ได้นะครับ”
    “ฉันเองก็สามารถเป็นพยานให้ได้”
    คนที่พูดขึ้นมาอีกคนก็คือคนที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีไม่สิจะเรียกว่าคุ้นเคยก็ไม่ถูกต้องเรียกว่าคนรู้จักที่พบกันชั่วคราวจะดีกว่า
    “เจ้าหญิงแห่งดาบท่านก็จะเอากับเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ นั่นมันคนผิดนะครับ”
    “แล้วมันทำไมถึงฉันจะรู้จักเขาไม่นานมากนักฉันก็เข้าใจว่าการที่เขาทำไปแบบนั้นก็เพื่อป้องกันตนเอง เพราะเจ้าพวกบ้าไร้สมองสองคนนั้นมันไปหาเรื่องเขาก่อนอีกทั้งยังคิดจะหมายเอาชีวิตเขาด้วย ทีนี้นายลองอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิว่าเขาทำผิดตรงไหนและการที่พวกเขาต้องตายลงก็เป็นเพราะไม่ประมาณตนของตัวพวกเขาเอง”
    คำพูดของไอรีนดังเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนอย่างชัดเจนถ้าจะให้คิดตามแล้วสิ่งที่ไอรีนพูดมานั้นถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยนไปเลยและเป็นพวกเขาทั้งหมดที่พูดให้คนผิดกลายเป็นคนถูก
    ชายวัยกลางคนที่เดินออกมาจากส่วนในของกิลด์ในตอนแรกที่ใช้ทักษะป้องกันเพื่อขว้างกั้นการต่อสู้ก่อนหน้านี้เขาก็คือกิลด์มาสเตอร์ของที่นี่ เขายืนมองดูสถานการณ์เนิ่นนานกว่าจะพูดออกมา
    “พอเถอะคนตายก็ตายไปแล้วมันก็เป็นความผิดของพวกมันเองจะไปโทษเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาก็ไม่ได้เพราะเป็นพวกมันไม่ประมาณตนอย่างที่ไอรีนได้พูดไป”
    คำพูดของกิลด์มาสเตอร์นั้นไม่มีใครกล้าโต้แย้งหรือพูดคุยในเรื่องนี้อีก กิลด์มาสเตอร์เองก็หันหน้ามาพยักหน้าให้กับผม ทำให้ผมรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
    “คุณโซเฟียผลมันก็ออกมาแล้วคุณจะช่วยยืนยันภารกิจให้ผมได้รึยัง”
    “เข้าใจแล้ว”
    “คุณไม่ต้องไปคิดมากคุณโซเฟียเพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่ายังไงมนุษย์ทุกคนก็ต้องมีวันที่กลับหวนคืนสู่ผืนดินกันทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่ว่าจะช้าจะเร็วก็แค่นั้นเอง ส่วนพวกมันก็แค่รนหาที่ก่อนวัยอันควรก็เท่านั้น”
    คำพูดของผมเหมือนกับการกระตุ้นให้โซเฟียมองเห็นความจริงในเรื่องนี้ทำให้เธอกลับมายิ้มอีกครั้งพร้อมกับส่งภารกิจที่ยืนยันแล้วมาให้กับผม ผมไม่รอช้ารีบออกไปจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้ในทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดภารกิจ
    ใครก็ตามที่ได้ช่วยผมเอาไว้ในวันนี้ผมได้จดจำใบหน้าของพวกเขาเอาไว้ทั้งหมดแล้วสักวันผมจะตอบแทนพวกเขาอย่างแน่นอน
    ..........
    ในที่สุดก็ออกมาจากสถานที่วุ่นวายได้สักที ไม่คิดเลยว่ามาโลกแห่งนี้แล้วยังจะมาเจอคนแบบนี้อีกสงสัยผมคงมีดวงชะตาที่เกี่ยวพันกับคนประเภทนี้จริงๆนั่นแหละ เอาเถอะมันจะเป็นยังไงต่อก็ให้มันเป็นไปตอนนี้มาตั้งใจทำในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีก่อนดีกว่า
    มันมีอยู่ทักษะหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ลองใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่มาที่นี่มันก็คือทักษะกลืนโลหิต ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ทักษะนี้ในการเพิ่มเลเวลให้กับตนเอง
    ตอนนี้ผมก็ได้มาอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับตำแหน่งภารกิจแล้ว แต่ว่าผมจะยังไม่เข้าไปในทันทีเพราะว่าต้องการปรับความเข้าใจกับทักษะให้มากกว่านี้ก่อนจึงเลือกที่จะมายังโซนที่มีพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ในแรงค์ F ล่างสุดที่ไม่ค่อยเก่งอะไรมากนักเพื่อทดสอบทักษะที่มี
    ผมเดินวนไปมาหลายรอบจนเจอกับกระต่ายเขาเหล็กตัวหนึ่งมันคือมอนสเตอร์ที่อยู่ในแรงค์ F ที่มีจุดเด่นก็คือเขาที่หัวของมันที่สามารถแทงทะลุได้แม้แต่เหล็กกล้าได้อย่างสบายๆแต่ถ้าหากคนที่จะล่ามันมีความสามารถในการหลบหลีกที่สูงพอก็จะสามารถล่ามันได้อย่างสบายๆ อีกอย่างเขาของมันก็เป็นที่ต้องการในตลอดพอสมควร มันก็เลยเป็นการดีที่มันจะได้เป็นผู้โชคดีคนแรกของผมในวันนี้
    ผมก้าวเดินอยู่ในพุ่มไม้เข้าไปใกล้มันอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้มันรู้ตัว ได้เวลาแล้ว!
    กลืนโลหิต
    ทันทีที่มันโดนทักษะกลืนโลหิตเข้าไปก็ทำให้กระต่ายเขาเหล็กร่างกายของมันเกิดการสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะล้มฟุบลงไป ในตอนนั้นเองผมเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมา นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้มันจะตายไวเกินไปแล้วนะ
    ตอนนี้ทักษะนี้ของผมยังแค่เลเวลหนึ่งเองนะอย่างน้อยมันก็ควรที่จะดิ้นสักเล็กน้อยไม่ก็ตอบโต้กลับมาแต่ที่เมื่อสักครู่ผลของกลืนโลหิตทำงานมันก็กลายเป็นอย่างที่ว่าไปเมื่อครู่นี้ทันที แสดงว่ามันต้องเป็นทักษะที่อยู่ในระดับที่สูงมากแน่ๆอีกทั้งมันก็สามารถใช้จากระยะไกลได้ด้วย
    ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถใช้กับมอนสเตอร์ที่มีแรค์มากกว่านี้ให้ตายในครั้งเดียวแบบนี้ได้รึเปล่าแต่ตอนนี้ก็ต้องทดลองใช้ดูผลของมันไปก่อนก็แล้วกัน ผมไม่แน่ใจในความสามารถของทักษะนี้จึงไปลองกับกระต่ายเขาเหล็กตัวอื่นดูอีกครั้ง ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงผมก็ล่าไปได้ราวห้าสิบตัวโดยที่ผลของกลืนโลหิตก็ทำให้พวกมันตายลงไปในครั้งเดียว แต่มันมีบางสิ่งที่ได้เพิ่มเข้ามาใน “แถบสถานะ” มันก็คือ.......... . .

    .

    นิยายแนะนำ