ความ้า
“ นาย้าอะไร ? “
“ เธอ “
“ ห๊ะ “ เสียงอุทานดังขึ้นทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวอื่นหันมามองหนุ่มสาวทั้งสอง แต่จริงๆแม้เธอและเขาจะไม่ได้เสียงดังอะไรคนในร้านก็ให้ความสนใจอยู่ดีเพราะเขาเป็ถึงหนุ่มหล่อประจำคณะวิศวะและเธอเองก็เป็เชียร์รีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะเป็จุดสนใจของทุกคน
“ ตามนั้น “
“ ชั้นไม่เข้าใจ “ หญิงสาวขมวดคิ้วถามเขาด้วยความสงสัย
“ ชั้น้าตัวเธอ สั้นๆง่ายๆ จบ “ พูดจบชายหนุ่มก็เอนหลังพิงเก้าอี้และยิ้มอย่างสบายใจ
“ ไม่เข้าใจ “ หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปหาเขาอีกครั้งและเอ่ยสั้นๆ
แม้ในใจอยากจะพูดว่า ก็ได้ไปแล้วไง...ตัวชั้นน่ะนายได้ไปแล้ว แต่เธอก็เก็บคำพูดนั้นไว้เสียก่อน
“ เธอต้องทำตามคำสั่งชั้น ชั้นบอกอะไรเธอก็ต้องทำอันนั้น เช่นวันนี้...มากินข้าวเป็เพื่อนชั้น “
“ ทำไมชั้นต้องทำ ? “
“ ไม่ทำก็ได้ แต่ชั้นไม่รับประกันเื่รูป “
“ นี่... นายจะบ้าเหรอ “ แม้อยากจะกระโจนใส่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอต้องลดเสียงลงเพราะกลัวว่าคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆจะได้ยินบทสนทนานี้
“ อาหารมาแล้วจ้า..เอาอะไรสั่งพนักงานได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของแป็บนึง “ เ้าของร้านสาวเดินเอาอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟบนโต๊ะและพูดคุยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ “
“ ไว้เจอกันนะสาวสวยพี่ไปก่อนล่ะ “ เธอโบกมือและเดินเอาถาดอาหารไปเก็บหลังร้าน
เมื่อพี่สาวกวินเดินออกไปน้ำหวานก็หันกลับมาจ้องหน้าหมอกเพื่อให้เขาขยายความประโยคที่พูดไปก่อนหน้า
“ หิว..กินข้าวก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน “ หลังจากนั้นเขาก็ลงมือตักอาหารเข้าปากและไม่สนใจเธออีกต่อไป
ระหว่างรับประทานอาหารไม่มีใครพูดกับใคร ทั้งคู่ต่างกินอาหารที่ตัวเองสั่งอย่างเงียบๆ กระนั้นต่างฝ่ายก็ต่างคอยแอบมองกันและกันอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งชายหนุ่มวางช้อนและส้อมในมือหญิงสาวจึงเห็นว่าเขาน่าจะพร้อมให้คำตอบเธอแล้ว มือบางจึงหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มเพื่อคุยกับเขาต่อ
“ ตกลงว่ายังไง “
“ ทำไมเธอเข้าใจอะไรยากจัง “
“ ก็ชั้นแค่ไม่เข้าใจว่านายทำไปเพื่ออะไร นายก็ได้ตัวชะ..... “ น้ำหวานรีบเอามือปิดปากตัวเอง
“ หึ ได้อะไรพูดออกมาสิ “ ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
“ ก็ได้ตัวชั้นไปแล้วจะเอาอะไรอีก “ เธอโน้มตัวกระซิบกระซาบกับเขา ดวงตาเรียวจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็งหากเป็เสือเธอคงจะกระโจนเข้าขย้ำเขาแล้ว ชายหนุ่มคิดในใจ
“ ไม่มีเหตุผล เอาเป็ว่าตามนี้ ถ้าชั้นเรียกเมื่อไหร่เธอต้องมา ไม่งั้นชั้นไม่รับประกันเื่รูป “ พูดจบหมอกก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงินโดยไม่รอให้น้ำหวานได้พูดโต้แย้งเขาอีก
หญิงสาวจำต้องลุกออกจากโต๊ะเดินตามเขาไป ทั้งคู่เดินออกจากร้านไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่กำลังจะชายหนุ่มกำลังจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งก็มีรถของสปอร์ตสีแดงคันหนึ่งขับเข้ามาจอดข้างๆรถของเขา
“ พี่หมอก “ หญิงสาวในชุดนักศึกษาเปิดประตูออกมายิ้มทักทายเขา
“ อ้าวน้องชะเอม มากินข้าวเหรอครับ “ ชายหนุ่มทักกลับไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นกันเพราะหญิงสาวตรงหน้าเป็คู่ควงคนล่าสุดของเขา เธอรู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรดังนั้นชายหนุ่มจึงยังไม่ได้ตัดความสัมพันธ์กับเธอไป
“ ค่ะ..แต่มาคนเดียวซะด้วยสิ พี่หมอกทานเสร็จแล้วเหรอคะ “
“ ครับ กำลังจะกลับแล้ว “
“ ว้า ...เสียดายจังมาไม่ทัน ไม่อยากกินข้าวคนเดียวด้วยสิ พี่หมอกกลับไปนั่งเป็เพื่อนเอมก่อนสิคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปต่อกัน “
“ เอ่อ... “ ชายหนุ่มมีท่าทีลังเลเพราะหญิงสาวที่มากับเขาเข้าไปนั่งรออยู่ในรถแล้ว
“ นะคะ ...เอมไม่อยากนั่งคนเดียว “ หน้าอกนิ่มเบียดเข้าหาลำแขนแกร่ง
ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถ จู่ๆความคิดหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัว...
“ เธอ...กลับบ้านเองได้มั้ย ชั้นจะไปกับน้องชะเอม “ หมอกโน้มตัวเข้าไปพูดกับคนที่นั่งอยู่ในรถ
“ .... “ เธอไม่ตอบอะไรเขาเพราะได้ยินบทสนทนาอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวเปิดประตูรถและเดินออกนอกร้านไปโดยไม่หันกลับมามองหน้าของเขาอีก
“ อ้าว...ชะเอมไม่รู้ว่าพี่หมอกมีคนมาด้วย เอ่อ “ หญิงสาวทำท่าใไม่ใช่เธอไม่รู้...แต่เพราะกว่าจะได้เจอตัวชายหนุ่มคนนี้นั้นยากเสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อได้เจอแล้วมีหรือที่เธอจะปล่อยให้เขาไปกับผู้หญิงคนอื่น
“ ไม่เป็ไรครับ เพื่อนพี่เอง “
“ งั้นเข้าไปข้างในดีกว่านะคะ “ ชะเอมยกมือขึ้นคล้องแขนของเขา
“ ครับ “ แม้ขาจะก้าวตามหญิงสาวที่เอามือคล้องแขนเขาอยู่แต่ใบหน้าคมก็หันกลับไปมองร่างบางที่กำลังเดินออกจากลานจอดรถไปทางถนนที่มีรถวิ่งขวักไขว่อยู่
ขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆก้อนใหญ่จากที่มีแสงแดดสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน เมื่อก้อนเมฆสีดำเข้าปกคลุมบรรยากาศก็แปรเปลี่ยนทันที ลมพัดแรงทำให้ต้นไม้โยกไหว ฝุ่นที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นตอนนี้ปลิวตลบคลุ้งทำให้คนที่ยืนบนที่ป้ายรถเมล์ต้องรีบปิดหน้าตาตัวเองไว้เพราะไม่อย่างนั้นฝุ่นทรายที่มากับแรงลมอาจปลิวเข้าตาก็เป็ได้
น้ำหวานเองก็เช่นกันตอนนี้เธอยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์กับนักศึกษาอีกหลายคน โชคดีที่วันนี้เธอใส่กระโปรงทรงเอไม่ใช่กระโปรงพลีทไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอก็คงจะทั้งปิดกระโปรงและปิดหน้าปิดตาเป็แน่
“ วันซวยอะไรวะเนี้ย “ หญิงสาวสบถออกมาเบาๆ ไม่รู้จะโกรธอะไรดี... โกรธคนที่ทิ้งให้เธอกลับบ้านเองหรือโกรธฟ้าโกรธฝนดี
เม็ดฝนเม็ดใหญ่เริ่มตกลงจากท้องฟ้า ใบหน้าหวานชะเง้อมองแท็กซี่ที่วิ่งผ่านไปมาแม้จะรู้ดีว่าเวลานี้คงเป็เื่ยากที่จะมีแท็กวี่ว่างวิ่งผ่านมาง่ายๆ ่เวลาเย็นและฝนกำลังจะตกเช่นนี้เป็เื่ยากที่โบกแท็กซี่ได้ง่ายๆ
ปิ๊กกกๆๆ....เสียงแตรรถดังขึ้นพร้อมกับรถสปอร์ตสองประตูขับมาจอดหน้าป้ายรถเมล์ที่เธอยืนอยู่ ริมฝีปากงามยกยิ้มด้วยความดีใจ เขาเป็เทพบุตรผู้มาช่วยชีวิตเธอในยามนี้จริงๆ
“ ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ “ เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“ มากินข้าว “ เธอตอบเขาขณะที่มือก็เอื้อมไปหยิบเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัว
“ แล้วทำไมไม่ขับรถมา “
“ ก็ตอนมา มากับเพื่อน “
“ ใคร ? “ ชายหนุ่มที่กำลังหมุนพวงมาลัยเพื่อขับรถหลบให้รถเมล์ที่กำลังจอดเทียบท่าเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่ใช่ยัยดาก็แล้วกัน “ หญิงสาวตอบเขาแต่ลึกๆแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ เธอเองก็รู้ว่าญาติหนุ่มคนนี้แอบหลงรักเพื่อนสาวของเธอมานานแล้ว และก็เป็เื่ยากที่จะสมหวังเพราะลดาให้หัวใจของเธอกับปลาวาฬไปเสียแล้ว
“ แล้วนี่มากับใครทำไมไม่ได้กลับด้วยกัน ถ้าชั้นไม่มาเจอเธอจะได้ขึ้นรถกี่โมง ฝนตกแถมเย็นๆแบบนี้หารถแท็กซี่ได้ที่ไหน “ เสียงทุ้มว่าแถมยังตำหนิเธอกลายๆ
“ เป็บุญของหญิงนะคะที่มาเจอคุณชายไม่งั้นหญิงต้องแย่แน่ๆเลยเ้าค่ะ “ หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับเอาใบหน้าเข้าไปถูที่แขนของเขาคล้ายกับลูกแมวตัวน้อย
..........ชัชถึงกับส่ายหน้าให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
อีกด้าน
ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์กำมือแน่นสายตาของเขาจ้องมองไปยังรถสปอร์ตหรูที่พึ่งขับออกจากป้ายรถเมล์ไป เขาอุตส่าห์วิ่งตามกลับมาดูเธอเพราะเป็ห่วงเห็นว่าฝนกำลังจะตก ไม่คิดว่าเธอจะขึ้นรถไปกับคนอื่นง่ายๆแบบนี้
ก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าหญิงสาวเองก็มีใจให้เขาบ้างไม่มากก็น้อยไม่งั้น่ที่เขาตามติดไปเฝ้าเธอที่ร้านเพชรเธอคงไม่ออกไปกับเขาง่ายๆแบบนั้น แต่มาวันนี้เห็นเธอไปกับคนอื่นง่ายๆเหมือนกัน เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตกลงเธอเป็ผู้หญิงประเภทไหนกันแน่ ง่ายๆเหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมารึเปล่า
*** เพื่ออรรถรสในการอ่านติดตามอ่านนิยายปลาวาฬซ่อนรักได้นะคะ