บทที่ 1 ตอนที่ 6 งานเลี้ยงยามเย็น
พิธีศีลเพื่อตรวจสอบความสามารถด้านเวทมนตร์ และเปิดตัวต่อวงสังคมชนชั้นสูงใน่เช้านั้น ได้จบลงด้วยความโกลาหลในระดับที่ค่อนจะสาหัสพอสมควร เพราะหากดูจากสีหน้าของท่านพ่อ กับท่านแม่ทั้งสองที่ดูเหน็ดเหนื่อยแล้ว…
ดูท่าระหว่างที่แยกออกไป คงต้องตอบคำถามที่ประดับเข้ามาปานคลื่นลมพายุในมหาสมุทรจนเอียนขยาดเลยเป็แน่ โดยเฉพาะคำถาม และคำเชิญชวนจากผู้แทนจากดินแดนต่างๆ ที่พยายามทาบทามขอหมั้นเกี่ยวดองทั้งหลายแหล่…
แน่นอนว่าท่านพ่อ และท่านแม่ทั้งสองจะปฎิเสธทันทียื่นคำขาดเลยก็ทำไม่ได้ เพราะมันอาจเกิดเป็ข้อพิพาทระหว่างดินแดนเอาได้ ถึงในด้านกำลังทหารฝ่ายโครเวลส์จะมีกำลังเหนือกว่าทุกดินแดนในแถบพื้นที่แถวนี้
แต่ให้ทำากันเพราะเื่ขัดแย้งบ้าบอเพราะทำให้อีกฝ่ายโกรธที่ปฎิเสธการหมั้นหมาย หรือเกี่ยวดองด้วย มันก็คงไม่ใช่เื่สมควรสักเท่าไหร่นัก หากทำาด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้น มีหวังเป็รอยด่างพร้อยในเกียรติประวัติชีวิตเป็แน่แหง…
“ใต้เท้า(Milord)!”
“อัลวิน?”
เรสซิลซึ่งกำลังช่วยลูกชาย และลูกสาวทักทายแขกจากต่างแดนทั้งหลายถึงกับชะงัก ก่อนจะหันไปตามทิศทางที่เสียงะโดังมา ผู้ที่ะโนั้นเป็บุรุษร่างสูงใหญ่ และแต่งกายในเครื่องแบบทหารสีดำ ไว้หนวดเครายาวราวกับแผงคอซึ่งเป็สีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับเส้นผม
ไม่เพียงเท่านั้น บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำผู้นี้ยังมีหู และหางละหม้ายคล้ายสิงโตอีกต่างหาก เมื่อรวมเข้ากับบรรยากาศอันดุดัน และแข็งแกร่งที่แผ่ออกมา บรรดาแขกจากต่างแดนทั้งหลายถึงกับแตกแหวกเปิดทางให้ราชสิห์ผู้นี้เดินผ่านอย่างทันที…
“เซอซิล เฟลิเซีย นี่ อัลวิน”เรสซิลแนะนำอีกฝ่ายให้ลูกชาย และลูกสาวได้รู้จัก
“อัลวิน ฟิล ฟราน่าร์ แม่ทัพลำดับที่ 3 ผู้บัญชาการป้อมปราการทางใต้ เป็เกียรติที่ได้พบพ่ะย่ะค่ะ! นายน้อย(Young Master)! คุณหนู(Little Lady)!”สิงโตหนุ่มแนะนำตัวพร้อมทักเด็กชาย และเด็กหญิงด้วยเสียงที่ดัง และฟังดูฮึกเฮิม…
““เซอซิล ฟอน โครเวลส์ / เฟลิเซีย ฟอน โครเวลส์ ยินดีที่ได้พบ ขอรับ / เ้าค่ะ ท่านอัลวิน””
ทั้งเซอซิล และเฟลิเซียต่างแนะนำตัวรวมถึงทักทายกลับไปอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งท่าทาง หรืออาการหวั่นไหวหวาดกลัว นั่นทำให้สิงโตหนุ่มถึงกับรู้สึกชื่นชมอยู่ในใจขณะจ้องมองลงมายังเด็กชาย และเด็กหญิงที่ต่างกำลังแสดงความเคารพขณะทักทายไปด้วย…
“เรานึกกว่าเ้ามาไม่ได้เสียอีก?”เรสซิลกล่าวอย่างแปลกใจ เพราะจำได้เห็นว่าเส้นทางจากทางใต้ขึ้นมาที่นครแห่งนี้ถูกตัดขาดเพราะหิมะถล่มปิดเส้นทาง…
“ว่ะฮ่าฮ่า~! แค่หิมะถล่มขวางกระหม่อมไม่ให้มาไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะใต้เท้า!”เพราะต่อให้แผ่นดินแยกแตกจากกันในฐานะแม่ทัพทางใต้ก็จะมาให้ได้!
“สุดจริง…แต่ก็ดีแล้วที่เ้ามาถึงโดยปลอดภัยอัลวิน”เรสซิลตบไหล่ราชสิห์หนุ่มเบาๆ
“เป็เกียรติของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!”
“เอาล่ะ เ้าคงเหนื่อยกับการเดินทาง…จงไปกินดื่มอย่างที่เสียเถอะ”มือนั้นถูกผายออกไปยังโต๊ะซึ่งจัดวางเต็มแน่นไปด้วยของกินมากมายหลากหลายนานาชนิดจากหลายท้องถิ่น
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!”
แน่นอนว่าราชสิห์หนุ่มไม่คิดที่จะปฎิเสธแม้แต่น้อย เ้าตัวกล่าวลาต่อเด็กชาย และเด็กหญิงรวมถึงผู้ซึ่งเป็นายเหนือหัว ก่อนจะมุ่งหน้าตะลอนลิ้มรสอาหารอันโอชาทั้งหลายตามโต๊ะต่างๆ อย่างสุขขีสุขใจอย่างเห็นได้ชัด…
“เห็นแบบนั้น แต่ในยามมีภัยเ้านั่นพึ่งพาได้สุดๆ…พวกลูกเองถ้าเกิดมีปัญหาก็อย่าลังเลที่จะขอเข้าช่วยเหลือกันล่ะ”เรสซิลหันไปกล่าวกับลูกชาย และลูกสาวด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวกับพรายกระซิลเพื่อให้ได้ยินกันแค่ตน และลูกๆ
““ครับ / ค่ะ ท่านพ่อ””
เมื่อเห็นว่าลูกชาย และลูกสาวเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ตน้าจะสื่อ ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาทักทายรับแขกผู้มีเกียรติต่อจากที่ค้างเอาไว้---เซอซิล เขาได้ครุ่นคิดขณะที่ทักทายเหล่าชนชั้นสูงทั้งหลายที่ดาหน้าเข้ามาราวกับคลื่นมอนสเตอร์ที่ถาโถม(?)
นี่มันงานเลี้ยงวันเกิดของเขากับน้องสาว ถึงจะพ่วงงานเปิดตัวต่อวงสังคมชนชั้นสูงด้วยก็เถอะ แต่งานเลี้ยงที่ตัวเอกงานไม่ลิ้มรสชาติอาหารในงานเลยเนี่ย มันใช่งานเลี้ยงของเขา และน้องสาวแน่น่ะเหรอ อย่างกับงานพบปะสังสรรค์มากกว่าซะอีก…
เซอซิลลอบมองไปยังน้องสาวของเขาเฟลิเซียซึ่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าของน้องสาวคนดีที่แม้ในตอนนี้จะยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับเขาในฐานะพี่ชายนั้น ย่อมดูออกว่าน้องสาวของเขาเองในตอนนี้กำลังอิดโรย และเหนื่อยล้าอย่างสุดๆ
“รบกวนด้วย…มาเรียน่า”เซอซิลกล่าวออกอย่างแ่เบา โดยที่ริมฝีปากดูเหมือนไม่ได้ขยับเลยแม้แต่เพียงเล็กน้อย แต่ก็…
“เ้าค่ะ นายน้อย”เมดสาวซึ่งในเวลานี้แต่งกายกลมกลืนราวลูกคุณหนูก็ปรากฎตัวขึ้นข้างหลังทั้งเซอซิล และเฟลิเซีย
“หือ…มีอะไรรึ?”เรสซิสหันไปไปถามเมดสาวซึ่งมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้…
“นายหญิงทั้งสอง้าพบ คุณหนูเฟลิเซียเ้าค่ะ นายท่าน”พอได้ยินแบบนั้น เรสซิลก็เหลือบมองลูกสาวของตัวเอง…
“งั้นรึ…ลูกไปหาแม่ก่อนเถอะ เฟลิเซีย”ผู้เป็พ่อนั้นเข้าใจความหมายในทันที จึงกล่าวกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ…
“ท่านพี่…”เธอเอื้อมมากระตุกผ้าคลุมไหล่พี่ชายตัวเองเบาๆ พร้อมช้อนสบตา…
“เดี๋ยวพี่ตามไป…น้องไปหาท่านแม่ก่อนเถอะ”เซอซิลกล่าวพร้อมกับลูบหัวน้องสาวตัวเองเบาๆ
“อืม รีบตามมานะ…”เฟลิเซียที่ได้รับการลูบหัวจากพี่ชายสุดที่รักก็ยอมไปแต่โดยดี จนตอนนี้เหลือแค่เซอซิล และก็เรสซิลรับมือกับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายที่ดูแล้วทำไมมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!?
ถ้าถามว่าพวกท่านพี่ไปไหน คงต้องตอบว่า 'ไม่รู้เหมือนกัน' ส่วนถ้าถามว่าทำไมถึงไม่มาช่วยรับแขก คำตอบคงจะเป็ 'นี่เป็งานเลี้ยงของน้อง น้องต้องรับมือด้วยตัวเอง' นั่นแหละ ถึงจะฟังดูไร้เยื่อใยในฐานะพี่น้อง แต่มันก็เป็ความจริงที่ต้องยอมรับ
แต่ว่าการที่ต้องรับแขกในงานเลี้ยงวันเกิดตัวเองจนไม่มีเวลาได้เพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงเนี่ย ค่อนข้างจะทะแม่งไปหน่อยนะ ถึงจะห่างหายจากออกเื่พวกนี้มานาน แต่งานเลี้ยงวันเกิดควรจะเป็วันสบาย สบายไม่เครียดสิ…
แขกคนแล้วคนเล่าเอาแต่เชิญชวนให้ไปเยี่ยมเยือนที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา และเธอกันอย่างออกนอกหน้าสุดๆ ไม่เพียงแค่นั้นยังประเคนถึงลูกสาว หรือเครือญาติของตัวเองที่เป็ผู้หญิงอย่างไม่เกรงอกเกรงใจท่านพ่อที่อยู่ข้างๆ เลย…
แล้วอะไรล่ะนั่น พอเสนอลูกสาวแล้วทางนี้ไม่ตอบรับ เลยเสนอลูกชายให้แทน(?) ขายลูกขายหลานกันซะจริง แล้วทางนี้ก็ไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นสักหน่อย และไม่ได้มีความสนใจจะเปิดเส้นทางนั้นเลยด้วย ที่สุดแล้วพวกแขกทั้งหลายขยันยื่นข้อเสนอบันเทิงใจมาเหลือเกิน…
“ไม่นึกว่าเ้าจะเป็คนสุดท้าย”เรสซิลเอ่ยขึ้นต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติซึ่งเป็คิวลำดับสุดท้าย…
“ใครใช้ให้ลูกเ้าทั้งสองคนเสน่ห์แรงกันเล่า!”บุรุษผู้เป็แขกคนสุดท้ายเท้าเอว พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นมาราวกับตั้งใจกวนประสาท
“ข้าก็เซอร์ไพรส์พอๆ กับแขกทุกคนนั่นแหละ…”เซอซิลถึงกับเงยหน้ามองผู้เป็บิดาที่คุยอย่างเป็กันเองกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจำนวนคนที่ท่านพ่อของเขาจะคุยแบบนี้ด้วย นั้นน้อยนักหากไม่นับท่านแม่ทั้งสองคน และก็ท่านที่ปรึกษา…
“ก็สมควรอยู่หรอก…”บุรุษปริศนาเบนนัตย์ตาสีฟ้าอ่อนลงมายังเด็กชายผู้เงียบขรึม และมีบรรยากาศอันโศกเศร้าแผ่ออกมาตลอดเวลา…ซึ่งเด็กชายรู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่
“บุตรชายคนที่ 3 เซอซิล ฟอน โครเวลส์ ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ ท่าน…?”เขายกมือขวาเคลื่อนไปแนบที่อกซ้าย พร้อมกับแนะนำด้วยอย่างสุภาพ…
“สุขุม และสุภาพเกินเด็กทั่วไปจริงๆ…ได้พ่อมาเยอะใช้ได้เลยว่าไหม~?”คำถามนั้นถูกยิงไปหาเรสซิลซึ่งได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ฝ่าบบุรุษปริศนาหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาแนบที่อกซ้ายของตนเองบ้าง…
“วิลเลียม นอร์ เดอ เซราเซีย อดีตาาองค์ที่ 13 แห่งราชอาณาจักรเซราเซีย”นัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มของเซอซิลถึงกับเบิกกว้างอย่างแปลกใจครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับเป็ปกติ
“ท่านพ่อไม่สนธนาห้วนๆ เกินไปกับฝ่าารึขอรับ”ผู้เป็บิดาที่ได้ยินคำถามแบบนั้นจากลูกชาย ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่…
“เซอซิลเอ๋ย พ่อเ้ากับเราน่ะเป็สหายสนิทกันมาเนินนานแล้วน่ะ…ไม่เสียมารยาทหรอก”บุรุษผู้มีนัตย์ตาสีน้ำฟ้าอ่อน และมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มกล่าวพร้อมสะบัดผ้าคลุมไหล่ที่มีตรารูปสัญลักษณ์นกอินทรีไปทางด้านหลัง…
“สหายของท่านพ่อ? อดีตาา?”อีกฝ่ายยังดูหนุ่มเกินกว่าจะสละราชบัลลังก์นะ
“สงสัยสินะ เห็นแบบนี้เราก็อายุปาเข้าไป 70 แล้วน่ะ…”
“เซอซิล เ้าวิลเลียมน่ะมีสายเืภูติจากบรรพบุรุษค่อนข้างเข้มข้น…เลยทำให้หง่อมช้า ส่วนาาองค์ปัจจุบันนั้น คือ ลูกชายน่ะ”เรสซิลอธิบายไขข้อสงสัยเพิ่มเติมให้กับลูกชาย…
“หง่อมช้า…ปากเสียนะเ้า”อายุยืนต่างหาก อายุยืน ไม่ได้แก่ช้า…
“ก็นั่นเป็ความจริง แต่เ้าไม่คิดว่าตนสละบัลลังก์เร็วไปรึ?”
“ข้าครองราชย์ตั้ง 50 ปีเชียวน่า…อีกอย่างข้าอยากให้เ้าลูกชายเป็ผู้ใหญ่สักที”อดีตกษัตริย์กล่าวพร้อมมองออกไปยังข้างนอกซึ่งมืดมิด และหนาวเย็น มีเพียงแสงไฟจากบนกำแพงล้อมพระราชวังปราสาทแห่งนี้เท่านั้นที่สว่างเล็ดลอดให้เห็น…
“…งั้นรึ แล้วนี่เ้าไม่พาผู้ติดตามมาด้วยเลยหรือ?”ถึงจะเป็อดีตกษัตริย์ แต่การเดินทางข้ามแดนมาคนเดียวจะเป็อะไรที่วู่วามเกินไปแล้ว…
“จะเป็แบบนั้นได้ไงเล่า ข้าน่ะพาหลานคนเล็กมาเที่ยวด้วยต่างหาก”พอได้ยินแบบนั้น เรสซิลเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“นี่เ้าพาหลานสาวควบม้าผ่าพายุหิมะมาเลยรึ?”สงสารเด็กโดยแท้
“พูดเป็เล่น มาทางปกติสิ ใครจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น…”หลานสาวทางนี้เพิ่งจะห้าขวบ ขืนผ่าพายุหิมะก็มีหวังเป็ไข้กันพอดีสิ…
“แล้วหลานสาวเ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ?”
“ข้าคิดว่าคงน่าเบื่อแย่…ที่ต้องมาคอยเข้าแถวรอทักทายเ้าของงาน เลยให้ไปเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงโดยที่มีผู้ติดตามคอยดูแลน่ะ”คำตอบนั้นทำเอาเซอซิลรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“ถ้าเป็งานคนอื่น คงโดนโวยไปแล้วนะเ้า…”
“ก็เพราะว่านี่ไม่ใช่งานคนอื่นไงล่ะสหาย”วิลเลียมตอบสวนพลางส่งรอยยิ้มที่แลดูกวนประสาทสุดๆ ด้วย นั่นทำให้เซอซิลได้รู้ว่าท่านพ่อของเขาก็มีเพื่อนเหมือนกันกับคนอื่นเขาด้วย…
“เซอซิลลูกไปเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงเถอะ…”เรสซิลกล่าวกับลูกชายเบาๆ
“ถ้าเช่นนั้น…ขอลานะขอรับ”
มีหรือเขาจะปฏิเสธโอกาสที่ถูกยื่นมา เซอซิลยกมือขึ้นแตะอกซ้ายอีกครั้งเพื่อแสดงความเคารพ ก่อนจะแยกตัวออกมาจากผู้เป็บิดา และรีบกลับไปรวมตัวกับน้องสาว ซึ่งปรากฏว่ากำลังโดนเพื่อนๆ ของท่านแม่ทั้งสองของพวกเขาล้อมไว้อยู่…
นี่เฟลิเซียน้องสาวสุดที่รักของเขาหนีเสือปะจระเข้อย่างนั้นหรือนี่ เซอซิลรู้สึกใจหาย ไม่นึกว่าความหวังดีต่อน้องสาวจะเป็การทำให้เ้าตัวไปเจอกับสิ่งที่น่ากลัวกว่า---แต่พอมองดูดีๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็เพื่อนของท่านแม่มิเรียมากกว่าท่านแม่อาร์เรเซีย
ซึ่งมีั้แ่ซัคคิวบัส นิมฟ์ อิมพ์ แวมไพร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็เผ่าสายราคะทั้งนั้น ซึ่งเป็อันตรายต่อเขาอย่างมากหากจะเข้าไปหาเฟลิเซียผู้เป็น้องสาว เพราะฉะนั้นแล้ว---เซอซิลตัดสินใจจะไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาทำใจให้พร้อมต่อความเสี่ยงในชีวิตซะก่อน…
ท่ามกลางทางเดินอันสว่างไสวสองฝั่งทางมีชุดเกราะเปล่า และประติมากรรมทั้งหลายประดับอยู่ให้เห็นไม่ว่างตา เด็กชายผู้มีเส้นสีดำรัตติกาล และนัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มก้าวเดินไปบนทางเดินอันทอดยาวนี้มุ่งหน้าสู่ห้องบรรเทาทุกข์(ห้องสุขา)ตามลำพัง
แม้ภายในพระราชวังปราสาทหลังใหญ่นี้จะมีคริสตัลเวทมนตร์คอยสร้างความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าบนทางเดินอันทอดยาวนั้น ก็ยังทำให้ผู้สัญจรเดินผ่านรู้สึกหนาว และเปล่าเปลี่ยวได้อยู่ดี ปราศจากซึ่งทหารยามเดินลาดตระเวน
และเหล่าอัศวินคอยอารักขารวมถึงเหล่าคนรับใช้ที่คอยประจำตามจุดต่างๆ สภาพทางเดินในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรเลยกับทางเดินในพระราชวังร้าง คงเพราะเหล่าคนรับใช้ทั้งหลายต้องคอยต้อนรับแขกดันหมดจึงไม่ปรากฎใครให้เห็น
เช่นเดียวกับเหล่าทหาร และอัศวินที่ป่านนี้คงจะตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยรอบๆ โถงจัดเลี้ยงอย่างเนื่องแน่น ทำให้พื้นที่อื่นๆ ในพระราชวังปราสาทแห่งนี้การป้องกันลดลงจนเรียกได้ว่าหละหลวมขนาดที่ว่าเขาอาจพบกับมือสังหารระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำก็เป็ได้…
“เราคงมองโลกในแง่ร้ายไปเองมั้ง…”
คงไม่มีเ้าของวันเกิดที่ไหนเดินออกมาเข้าห้องน้ำ แล้วบังเอิญเจอกับมือสังหารหรอกกระมั้ง ถึงจะรู้ตัวว่าตนเองมักมีโชคชะตาให้พบเื่ปวดหัวปวดใจอยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยในวันเกิดครบรอบ 5 ขวบ ของการมาเกิดใหม่คงจะไม่มีเื่อะไรล่ะมั้ง…
'ช่วยด้วย…'
“หือ…”เขาถึงกับชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างที่แ่เบาปานภูติพรายกระซิบ(?)
‘ใครก็ได้ ฮะ-ฮึก!’เสียงปริศนานั้นเริ่มสะอื้น เขาได้แต่สอดส่องสายตาไปรอบๆ ก็เห็นว่าทางแยกเดียวที่น่าจะมีเสียงออกมา…
“ห้องน้ำรึ…?”เซอซิลพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพราะหากเป็กับดักต่อให้เป็เขา แต่ตอนนี้อยู่ในร่างของเด็ก 5 ขวบ ถ้าต้องปะทะกับใคร หรืออะไรตอนนี้ต้องแย่แน่ๆ
'ฮือออ~!!!’เสียงร้องไห้ดังออกมาจากอีกด้านหนึ่งของประตูซึ่งมีการสลักอักขระอักษรเวทมนตร์บางอย่างเอาไว้ ซึ่งหากดูจากป้ายที่แปะไว้แล้ว…
“ ‘ประตูห้องน้ำเสีย ห้ามปิด’…”แถมยังเป็ประตูห้องน้ำหญิงที่มีการสลักเวทมนตร์ป้องกันผู้ชายเข้าไปซะด้วย ถ้าไปแตะโดยไม่ได้รับอนุญาตมีหวังโดยทหาร-อัศวินรุมทึ้งแหง
‘ฮือ…ช่วยด้วยยย!!!’คนที่อยู่ข้างในห้องน้ำหญิงะโทันทีที่รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ข้างนอก นั่นทำให้เซอซิลก็ไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่นัก จึงต้อง…
“ถอยให้ห่างจากประตู…”
ทันทีที่กล่าวออกไปแบบนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปวางทาบบนประตูไม้ซึ่งสลักด้วยอักขระเวทมนตร์ป้องกันระดับสูง ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเขาได้เสียงวิ่งจากอีกฝั่ง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทำตามที่ว่าให้ถอยจากประตูจริงๆ
อย่างที่บอกไปว่า ประตูห้องน้ำหญิงมันมีการลงอาคมป้องกันผู้ชายเข้าไปอยู่ แน่นอนว่าทันทีที่เซอซิลััประตูวงเวทสีทองก็สว่างขึ้นมาพร้อมกับส่งกระแสไฟฟ้าที่แรงพอจะทำให้ผู้ใหญ่ล้มทั้งยืนได้ใส่เขาซึ่งเป็ผู้ัั…
เพราะงั้นหากเด็กธรรมดาโดนเข้าไปล่ะก็ ต้องมีปางตายอย่างแน่นอน ที่จริงต้องบอกว่า ‘ตาย’ แน่นอนจะดีกว่า แต่ก็อย่างที่บอก ‘หากเป็เด็กธรรมดา’ น่ะนะ---เขาเริ่มส่งกระแสพลังเวทของตัวเองเข้าไปแทรกแซง และวิเคราะห์โครงสร้างของอาคมป้องกันนี้ไปด้วย
เวทมนตร์(อาคม)ที่ลงไว้กับประตูบานนี้ อยู่ในหมวด ‘ป้องกัน และตอบโต้’ ลำดับแรก บุรุษเพศจะไม่สามารถเปิดประตูได้ ลำดับต่อมา ประตูจะใช้เวทมนตร์ตรึงมือของบุรุษเพศที่ััประตูไว้ พร้อมกับยิงเวทสายฟ้ากำลังปานกลางออกไปเพื่อให้เป้าหมายหมดสภาพ
ก่อนจะปิด ลำดับสุดท้าย ส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังทหาร และอัศวินในระยะ 50 เมตร หรือก็คือ ผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้รีบรุดหน้ามาช่วยอิสตรีซึ่งอยู่ในห้องน้ำ และจับกุมเ้าบุรุษเพศวิตถารที่พยายามบุกเข้าห้องน้ำหญิง…
จากลำดับการทำงานที่ว่ามา คนต้นคิด และลงอาคมเวทมนตร์พวกนี้นั้น เป็พวกจอมเวทชั้นสูงอย่างแน่นอน และต้องไม่ใช่จอมเวทชั้นสูงธรรมดาอีกด้วย แถมหัวคิดยังล้ำหน้าอย่างเหลือเชื่อ---แต่ทั้งหมดที่ว่านั่น ไม่ได้ผลกับเขาหรอก
เซอซิลทำการหยุดลำดับการทำงานที่จะส่งสัญญาณไปยังกองทหาร และอัศวินเอาไว้เป็อันดับแรก ก่อนจะเข้าไปหยุดการทำงานของเวทมนตร์สายฟ้าที่โจมตีสวนออกมา พร้อมกับปลดล็อกอาคมป้องกันที่ทำงานผิดพลาดจนขังคนข้างในไม่ให้ออกมา
สายฟ้าสีทองซึ่งโจมตีออกมานั้นพลันแตกสลายกลายเป็ระอองแสงสีทองธรรมดา พร้อมกับวงเวทที่แสดงออกมานั้นมลายสลายหายไปเหลือแต่เพียงประตูที่ค่อยๆ แง้มออกอย่างช้าๆ แต่ทันใดนั้นเอง ประตูก็ถูกกระชากเปิดจากข้างใน!
“ฮะ-ฮือออ~!!!!!”
“!?”เซอซิลถึงกับผงะ
พร้อมเผยสีหน้าตื่นตระหนก และใอย่างที่ไม่เคยเผยให้ใครได้เห็นมาก่อนในชีวิต เด็กหญิงผู้มีนัตย์ตาสีทองสุกพราว เช่นเดียวกับเส้นผมที่ยาวสลวย และม้วนเป็ลอน เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวที่ตรงชายนั้นเป็จีบดอกไม้สวยงาม
รูปร่างของเด็กหญิงนั้นผอมเล็กบาง และเธอมีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักชวนให้รู้สึกเอ็นดู และอยากปกป้องกลิ่นกายของเธอนั้นเหมือนกับแสงอาทิตย์อัสดงซึ่งยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำให้หัวใจของเซอซิลนั้นเต้นแรงอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานาน…
เด็กหญิงปริศนานั้นพุ่งโผเข้าซบแผ่นอกของเซอซิล และโอบกอดเขาแน่น พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายบนตัวของเซอซิลซึ่งบัดนี้หงายหลังล้มนอนราบอยู่บนพื้นหน้าห้องน้ำหญิง ด้วยความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นในใจต่อกลิ่นอายััของเด็กหญิงที่ละหม้ายคล้ายเหมือนใครบางคน…
คอมเมนท์ ติชม แนะนำกันได้เต็มที่นะครับ~✓