หน้าบริษัทสกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้นสังกัดนักแสดงชายผู้โด่งดัง ภาวิน ภาวินวัฒน์ ภานุทิเวช ชายหนุ่มวัยสามสิบพอดิบพอดี ผู้ซึ่งได้รับความนิยมและเป็กระแสสังคมในขณะนี้ ด้วยความสามารถทางการแสดงและภาพลักษณ์ที่ดูอบอุ่น สายตารอยยิ้มที่น่าหลงใหล ทำให้มีแฟนคลับผู้คลั่งไคล้เขาจำนวนมาก รวมถึงมีผู้ติดตามทางอินสตาแกรมหลักล้าน อีกทั้งเขาเองยังได้รับฉายาว่า "สามีแห่งชาติ" ไม่ว่าจะทำอะไรเขามักถูกจับตามอง
“เอ๊ะ...วันนี้ทำไมมีนักข่าวด้วยล่ะ ปกติน่าจะมีแค่แฟนคลับไม่ใช่เหรอ?” ภาวินถามเมธาผู้จัดการส่วนตัวของเขา
“วันนี้แฟนเก่าของพี่คนก่อนนู้น...มาที่นี่ครับ”
“ใคร?” เขาเลิกคิ้วสงสัยว่าแฟนเก่าที่เมธาพูดถึงเป็ใครกัน
“เดี๋ยวพี่ลงไปก็รู้เองครับ” เมธายิ้มกรุ้มกริ่มเผลอแซวพี่ชายที่เขาเคารพ แต่เขาเองก็ยังแอบหลบสายตาด้วยความหวั่นเกรงภาวินเล็กน้อย
ประตูรถเลื่อนเปิดออก ชายหนุ่มก้าวเท้าลง รูปร่างเขาสูงโปร่งราว 187 เิเ ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็สัน สวมแว่นกันแดดดำเพื่อปกปิดใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางใด ๆ แต่ถึงอย่างนั้นความหล่อของเขาไม่ได้ลดลง กลับทำให้เขาดูเท่ขึ้นอีก เขาเผยรอยยิ้มทักทายแฟนคลับที่มารอหน้าบริษัทเหมือนทุกที
'กริ๊ด!! พี่วิน ๆ' เสียงกระหึ่มของเหล่าบรรดาแฟนคลับดังขึ้นเมื่อได้เห็นนักแสดงหนุ่ม
ขณะนั้นเองที่ภาวินทักทายแฟนคลับ รถตู้นักแสดงอีกคันเข้ามาจอดต่อรถของภาวิน
หญิงสาวที่ปรากฏตัวมีออร่านักแสดง แบบที่ใครเห็นก็บอกว่าเธอเป็ลูกรักของพระเ้า พิมพิชานักแสดงสาวที่ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าต้นสังกัดเก่าโกงรายได้เธอมาตลอดสิบปี และตอนนี้เธอเองกำลังเจรจาเพื่อย้ายเข้าสังกัดใหม่ ซึ่งเป็ต้นสังกัดเดียวกับนักแสดงหนุ่มภาวิน
"นั่นพิมพิชานี่"
"ไหน ๆ ฉันขอดูเต็มตาหน่อยสิ"
"คนอะไร สวยชะมัดเลยแก" เหล่าแฟนคลับภาวินต่างพากันพูดถึงเธอ
“นั่นไง..น้องพิมมาแล้ว พวกเรา!” เสียงของนักข่าวคนหนึ่งดังขึ้นกลางวงนักข่าวที่มารอ เมื่อเห็นเธอก้าวเท้าลงมาจากรถตู้
พิมพิชาที่เห็นนักข่าวและผู้คนมากมาย เธอก็รีบก้มหน้าแล้วเดินฝ่าวงล้อมของนักข่าวและแฟนคลับของภาวิน เพื่อหวังว่าจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามใด ๆ
“ต้องขออภัยด้วยค่ะ ตอนนี้ยังไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งสิ้นนะคะ ทางเราจะรีบออกแถลงการณ์ให้ทุกคนทราบอีกทีนะคะ ขอบคุณค่ะ”
พลอยผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ เธอะโบอกนักข่าวที่มาลุมล้อมพิมพิชา
พิมพิชาเดินตรงไปยังลิฟต์หลังล็อบบี้ต้อนรับ ดีที่บริเวณนี้ ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป เธอเลยหลีกพ้นบรรดานักข่าวที่มารอตีข่าวเธอได้
ประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดออก พิมพิชาและพลอยเข้าไปยังลิฟต์ตัวนี้เพื่อไปยังห้องประชุม
เสียงของเมธาะโบอกคนในลิฟต์ “รอด้วยครับ ขอไปด้วยครับ” ภาวินและเมธารีบแทรกตัวเข้าไป
บรรยากาศในลิฟต์ตัวนี้ช่างดูอึดอัด ไร้เสียงพูดคุยและทักทายใด ๆ ดูสงบเงียบต่างจากข้างนอกที่เต็มไปด้วยเสียงอึกกระทึกครึกโครม ทุกสายตาในลิฟต์ต่างจับจ้องไปที่ตัวเลขที่แสดงชั้นขณะลิฟต์กำลังเคลื่อนขึ้น
ถึงชั้นสิบห้าพิมพิชาออกจากลิฟต์พร้อมกับพลอยผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่เธอที่บริษัท สกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์จัดหามาให้ดูแลเธอ
ขณะที่เธอเดินออกจากลิฟต์ตัวนี้ ภาวินก็แอบเลื่อนสายตาไปมองยังใบหน้าพิมพิชา แล้วมองตามเธอไปจนประตูลิฟต์ปิดสนิท
‘แม้ว่าเธอที่อยู่ตรงหน้า จะเคยมีข่าวเป็แฟนเก่าเราก็เถอะ แต่นี่เองก็เป็ครั้งที่สองเราเจอกันใกล้ขนาดนี้ คงจำกันไม่ได้แน่เลย...’
ประตูลิฟต์ปิดสนิทไม่นาน เมธาก็เปิดบทสนทนากับนักแสดงหนุ่ม
“คุณพิมพิชานี่ตัวจริงสวยมากเลยนะครับพี่”
“คนนี้หรือเปล่าที่บอกว่าเป็แฟนเก่าพี่?”
“แฮะ ๆ ผมก็แค่แซวพี่นิดนึงครับ”
“แล้ววันนี้ เขามาทำอะไรที่บริษัทเราล่ะ”
“นี่พี่ไปอยู่ไหนมาครับเนี่ย คุณพิมพิชาเขามาเป็ครอบครัวเดียวกับเราแล้วนะครับ แล้วก็วันนี้ที่คุณพิมพิชาเขาก็มาเซ็นสัญญาครับ ส่วนนักข่าวที่หน้าบริษัทคงมารอตีข่าวเื่ที่ถูกโกงรายได้จากบริษัทเก่าครับ”
“ออ...นายนี่รู้ทุกเื่เลยนะ” ภาวินพูดพร้อมก้มหน้ายิ้มที่มุมปากเบา ๆ
“แฮ่ ๆ ก็ผมตามข่าวนิดนึงครับ”
‘ครึด ครึด’ เสียงสั่นของมือถือ
“สวัดดีครับ” ภาวินรับสายเบอร์ไม่คุ้นตา
“วิน...นี่ปรางเองนะ”
เสียงของหญิงสาวปลายสายที่คุ้นเคย ‘ปราง?’ คนรักเก่าในอดีตที่จบกันไม่ดีสักเท่าไหร่ หลังจากเลิกราภาวินเองก็จมอยู่กับความรักที่ผิดหวังอยู่นาน จนแทบจะออกจากวงการบันเทิง
เขารู้สึกว่าความเ็ปลึก ๆ อยู่ข้างในจากอดีตคนรักที่ทิ้งเขาหลายปีก่อน เธอไม่ควรจะติดต่อกลับมาอีก
‘เธอติดต่อมาทำไม? เพื่ออะไร? ในเมื่อเธอเป็คนเลือกทิ้งสิ่งที่เราเคยให้แล้วไปกับคนมอบฐานะเมียน้อยให้ เธอมันช่างน่าขยะแขยง น่ารังเกียจนัก’
“คุณ้าอะไรถึงได้โทรมา เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว มันจบไปนานแล้ว”เสียงเ็าที่พูดกับปลายสายและกดวางสายนี้ทันทีหลังพูดจบ
ที่ห้องประชุมทีมดูแลนักแสดง บริษัทสกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์
วันนี้ภาวินเข้าร่วมการประชุม เนื่องจากต้องพิจารณาบทละครสามเื่ที่เสนอให้เขารับเล่นในปีนี้ ภาวินเองจะรับงานแสดงเป็ซีรี่ย์จำนวนยี่สิบตอนเพียงปีละหนึ่งเื่และภาพยนต์อีกหนึ่งเื่เท่านั้น ดังนั้นภาวินและทีมดูแลนักแสดงทีมที่ดูแลโปรเจคของเขาจะร่วมพิจารณาบท เพื่อตัดสินใจเื่ผลงานและภาพลักษณ์การแสดงที่ดูสมบูรณ์แบบ
“สวัสดีคุณภาวินและทีมดูแลนักแสดงทุกคนค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เก๋จะขอเริ่มการประชุมเลยนะคะ สำหรับวันนี้เรามีบทละครสามเื่ค่ะ เื่แรก ‘วินาทีที่พบอีกครั้ง’แนวเมโลดร่าม่า พระเอกเจอนางเอกั้แ่มัธยมและต้องจากกันเพราะปัญหาทางบ้านกับครอบครัว จนวันนึงได้พบกับพระเอกอีกครั้ง แต่จะมีปมอุบัติเหตุทางรถยนต์ใน่ที่เขาสองคนต้องแยกกันเข้ามาดึงให้คนดูลุ้นว่าจะกลับมารักกันได้มั้ยค่ะ”
“แนวเมโลดราม่า ก็...ฟังดูน่าสนใจนะครับ”
“แนวเมโลดราม่าปีที่แล้วคุณภาวินก็มีผลงานแนวนี้ไปแล้ว เรามองว่าน่าจะไม่แปลกใหม่สำหรับแฟนละคร เราอยากให้แฟนคลับของคุณภาวินได้เห็นมุมใหม่ ๆ ของคุณภาวินบ้างค่ะ”
“เื่ที่สอง ‘นี่ผมต้องเป็คุณพ่อแล้วเหรอ!!’ เื่นี้เป็ละครแนวโรแมนติกคอมมาดี้ค่ะ พระเอกเป็เพลย์บอยที่ไปมีความสัมพันธ์กับนางเอก ที่เป็เพื่อนเรียนหลักสูตรผู้บริหารรุ่นเดียวกัน แล้วนางเอกเกิดท้อง ต้องนำมาสู่การแต่งงานเพราะเหตุการณ์บังคับจากครอบครัวทั้งสอง ด้วยละครเื่นี้เป็ละครแนวครอบครัวและความรักของพระเอกนางเอกที่แอบชอบกันอยู่แล้ว แต่วางตัวและวางฟอร์มใส่กันค่ะ ก็จะน่ารักใสใส แต่แอบมีฉากรักเร่าร้อนนิดนึงนะคะ”
“เื่ที่สาม ‘that time เวลาเกิดเหตุ’ เป็แนวสืบสวนสอบสวน คุณภาวินจะรับเป็นักแสดงนำค่ะ เป็อัยการที่ต้องเข้ามาหาหลักฐานในคดีฆาตรกรรมต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงอดีตของน้องสาวแท้ ๆ ที่ถูกฆาตกรรมด้วยฆาตกรคนเดียวกันค่ะ”
“น่าสนใจทั้งสามเื่เลยนะครับ แต่ว่าปีนี้ผมอยากได้ละครที่เบาสมองลงมาหน่อยครับ และอีกอย่าง ผมยังไม่เคยได้รับบทแนวผู้ชายเพลย์บอยเลยครับ”
“ทางทีมก็เห็นว่าเื่ที่สองน่าจะเหมาะสมสำหรับปีนี้ค่ะ ถ้างั้นทางทีมจะตอบตกลงซีรี่ย์เื่นี้ไปนะคะ แล้วเราจะแจ้งทางคุณเมธาเกี่ยวกับ เซ็นสัญญาและตารางถ่ายทำไปอีกทีนะคะ”
“ได้ครับ” เมธาตอบรับทีมดูแลนักแสดง
“ออ! คุณวินคะ เก๋ลืมบอกไปค่ะว่าละครเื่ ‘นี่ผมต้องเป็คุณพ่อแล้วเหรอ!!’ มีการวางบทนางเอกไว้แล้วนะคะ เป็คุณพิมพิชา ที่พึ่งย้ายมาสังกัดเดียวกันกับเราค่ะ”
“เหรอครับ! ผมยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับคุณพิมพิชา” แววตาเปิดโพลง พร้อมอมยิ้มเบา ๆ ใบหน้าดูเปล่งปลั่งไปด้วยความสุขที่เปิดเผย
‘นี่คงเป็โอกาสดี ผมเองได้จะพูดคำขอโทษกับเื่ที่ผ่านมา ตัวผมเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย หวังว่าเธอจะเข้าใจผม แต่ลึก ๆ แล้ว ผมเองก็อยากทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นนี้อีก’