ณ ค่ายกลหลังจวนราชครูหวัง
ที่นี่เป็สถานที่ ที่หวังลี่เหยาอาศัยอยู่ั้แ่นางอายุได้เพียง3ขวบเท่านั้นโดยมีคนดูแลที่ไว้ใจได้อยู่ไม่กี่คน มีแม่นมหงซึ่งเป็ญาติห่างๆ ของฮูหยินหวัง นางมาคอยดูแลั้แ่หวังลี่เหยาเกิด
อาซาน สาวใช้ฝีมือดี ที่ถูกฝึกมาเพื่อเป็หนึ่งในองครักษ์ของตระกูลหวัง
หวังตงกับหวังฟง 2องครักษ์มือดีที่เก่งที่สุดของตระกูลหวัง คอยปกป้องหวังลี่เหยาตลอดเวลาหลายปีที่นางอยู่ในค่ายกลนี้
ในตอนที่มีข่าวลือภายนอกที่เกี่ยวกับหวังลี่เหยาเกิดขึ้นมามากมาย ราชครูหวังได้ส่งจดหมายไปเชิญอาจารย์ของตัวเองมา แล้วบอกถึงสาเหตุจำเป็ทุกอย่างกับท่านอาจารย์ ซึ่งท่านก็เห็นใจ จึงลงมาจากเขาเหลียนซานเพื่อลงอักขระที่แห่งนี้ให้โดยเฉพาะ อักขระที่อาจารย์ทำให้บุคคลภายนอกจะมองไม่เห็นค่ายกลแห่งนี้นอกจากคนที่หยดเืทำพันธะสัญญาั้แ่แรกเท่านั้นที่จะมองเห็นและสามารถเข้าออกที่นี่ได้โดยไม่ได้รับอันตราย หวังลี่เหยาจึงได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าสตรีในตำนานตัวจริงอยู่ด้านหลังภายในจวนตระกูลหวังแห่งนี้เอง
“คุณหนูรองเ้าขา ใต้เท้าหวังกับฮูหยินมาเ้าค่ะ”
อาซานเอ่ยบอกหวังลี่เหยาที่นั่งปักผ้าอยู่กับแม่นมหงภายในห้องด้วยความดีใจแทนคุณหนูของนาง หลายวันมานี้คุณหนูดูเศร้าหมองคงเพราะคิดถึงใต้เท้ากับฮูหยินเป็แน่ หากคุณหนูได้รู้ คงจะดีใจจึงรีบวิ่งมาบอกก่อนที่ทั้งสองจะมาถึงเรือนด้วยซ้ำไป
“ท่านพ่อ ท่านแม่ มาหาข้าแล้วแม่นมหวังข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ยิ่งนัก”
ร่างบางเอ่ยด่วยน้ำเสียงตื่นเต้น เนื่องด้วยทั้งสองไม่ได้มาหานางร่วมเดือนแล้ว แต่นางก็เข้าใจได้เพราะทั้งคู่ คงไม่อยากให้คนอื่นจับพิรุธได้ ถ้าหากว่าพวกเขามาแถวนี้บ่อยๆ
“ยินดีด้วยนะเ้าคะคุณหนู จะได้เอารองเท้ากับผ้าเช็ดหน้าที่คุณหนูปักไปให้ใต้เท้ากับฮูหยินสักที”
แม่นมผงรีบเอ่ย ก่อนที่คุณหนูของนางจะลืมนางดีใจกับคุณหนูด้วย จึงรีบเอ่ยเตือนเมื่อเห็นคุณหนูลืมหยิบของไปจริงๆ
“จริงด้วยข้าเกือบลืมไปจริงๆ ขอบคุณนะเ้าคะแม่นม”
นางรีบเดินกลับมาเอาของที่ทำไว้ให้ทั้งสองคนในระหว่างที่ยังไม่ได้เจอกันมานาน อย่างน้อยก็คลายความคิดถึงลงไปได้บ้าง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกขอคารวะเ้าค่ะ”
หวังลี่เหยาทำความเคารพตามแบบแผนคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างอ่อนช้อยงดงาม
ใบหน้างามมีรอยยิ้มดีใจอย่างปิดเอาไว้ไม่มิด ขนตายาวของนางกระพริบถี่ขึ้นเพื่อกันน้ำตาไม่ให้มันล่วงลงมา เพราะความยินดีและคิดถึงสุดหัวใจ นางได้แต่หวังว่าจะได้ออกไปใช้ชีวิตปกติได้อยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่ ทุกวันโดยเร็วแต่ก็ต้องทำใจให้ผ่าน่เวลาที่โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้เสียก่อน
นั่นก็คือเมื่อนางมีอายุครบ15ปี หากว่านางร่วมหอกับบุรุษคนไหน บุรุษผู้นั้นจะมีพลังแข็งแกร่ง จนไม่มีใครเทียบได้ หากอยากทั้งใต้หล้า ก็สามารถทำได้เพียงพลิกฝ่ามือ แต่ถ้านางอายุ16ปีเมื่อไหร่ ร่างกายของนางก็จะไม่มีผลอันใดกับบุรุษผู้ใดแล้ว ในเดือนหน้านางก็จะเข้าพิธีปักปิ่นอายุครบ15ปี ยิ่งใกล้วันมากเท่าไหร่ทุกคนก็ยิ่งกังวลไม่น้อย
“เหยาเอ๋อร์มานั่งข้างๆ แม่เถิด แม่มีเื่จะบอกเ้า เ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในอีก3วันพ่อกับแม่จะส่งเ้าไปเขาเหลียงซาน เพราะว่าท่านอาจารย์ปู่ที่ลงอักขระที่นี่ได้สิ้นแล้ว อีกไม่นานที่นี่ก็จะไม่ปลอดภัยสำหรับเ้าอีกต่อไปแล้ว เ้าจะต้องไปอยู่กับลุงจิ้งเหอที่นั้น เราคงไม่ได้ทำพิธีปักปิ่นให้เ้าในปีนี้ แม่กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเ้าเสียก่อน พ่อกับแม่คิดดีแล้วว่าจะให้เ้าไปอยู่กับทานลุงจิ้งเหอ จนเ้าถึงอายุ16ค่อยกลับมาอยู่กับพ่อแม่ แล้วค่อยทำพิธีปักปิ่นทีหลัง เ้าเข้าใจไหมลูกรัก”
“ลูกต้องไปจริงๆ หรือเ้าคะ ลูกคิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็พี่เฟิงเฟิง ลูกไม่อยากไปเลยเ้าค่ะ”
ร่างบางทรุดลงกอดเอวผู้เป็มารดาไว้แน่น ในใจนึกหวาดกลัวว่าจะไม่ได้เจอกับพ่อแม่อีก ถึงแม้ว่าอยู่ที่นี่จะไม่ได้พบกับบ่อยนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้พบกันเลยตั้งหนึ่งปีเต็ม
“แม่ก็ไม่อยากทำแบบนั้น แต่แม่ไม่มีวิธีอื่นเลย ทางเขาเหลียงซานที่ท่านลุงเหออยู่คนนอกไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ ถ้าหากว่าไม่ได้รับอนุญาต แล้วก็ที่สำคัญเขาเหลียงซานไม่ขึ้นตรงกับแคว้นไหน ลูกอยู่ที่นั้นจะต้องปลอดภัยแน่ๆ ครบกำหนดแม่จะรีบส่งคนไปรับเ้ากลับมา”
ฮูหยินหวังเอ่ยปลอบบุตรสาวในอ้อมกอด พร้อมกับลูบหัวลูบไหล่ของนางไปด้วย
“พ่อจะให้แม่นมหวัง อาซาน อาตงกับอาฟงไปอยู่กับลูกคอยคุ้มครองลูกที่นั้น เ้าอย่าได้กังวลไปเลย”
ราชครูหวังเอ่ยปลอบบุตรสาวให้สบายใจ
“เ้าค่ะท่านพ่อ งั้นวันนี้ลูกขออยู่กับท่านพ่อท่านแม่ได้ไหมเ้าคะ ท่านพ่อลูกเย็บรองเท้ากับผ้าเช็ดหน้าให้ท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยเ้าค่ะ อ๋อ! ของพี่ใหญ่เป็ถุงหอมนะเ้าคะ”
นางรีบเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นเพราะกลัวทั้งสองจะไม่สบายใจ หากเห็นว่านางยังเศร้าอยู่ จึงได้ฝืนยิ้มทำตัวร่าเริง เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกเศร้าของตัวเอง
“ได้สิ พ่อกับแม่จะอยู่กับเ้าจนกว่าเ้าจะเดินทางไปเขาเหลียงซาน”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
นางยิ้มแล้วโถมตัวเข้ากอดมารดาทันทีเงยหน้ามองหน้ามารดาที่นางรัก อีกนานกว่านางจะกลับมากอดและได้มองหน้ามารดาแบบนี้จึงถือโอกาสกอดร่างของนางเอาไว้แแ่
ฮูหยินหวังกอดนางไว้แน่นรู้สึกใจหาย นางมองบุตรสาวที่เฝ้าทะนุถนอมตรงหน้าใบหน้างามตาวาวฉ่ำน้ำ จมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากระเรื่อสีแดงฉ่ำวาวโดยไม่ต้องทาชาด ฟันขาวเรียงงดงามยามแย้มยิ้ม ผิวขาวชมพูเนียนละเอียด รูปร่างระหงบอบบาง ยิ่งโตบุตรสาวของนางยิ่งงามหาใครในแผ่นดินเทียบได้ โชคดีที่ยังไม่เคยมีใครได้เห็นนาง มิฉะนั้นชีวิตนางต้องเดือดร้อนกว่านี้แน่
ราชครูหวังมองฮูหยินรักกับบุตรสาวกอดกันรู้สึกสงสารจับใจได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่วางแผนไว้อย่าได้มีอะไรผิดพลาดไปไม่อย่างนั้นเขาคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ตลอดชีวิตเป็แน่..