ตำหนักของเยี่ยนหลีนั้น แม้เดิมทีจะไม่ได้ดูเก่าหรือทรุดโทรมแต่อย่างใด แต่หลังจากที่เสวียนเยว่ถ่ายทอดคำสั่งออกมา ทั่วทั้งตำหนักของนางก็พลันดูร่มรื่นและน่าอยู่ขึ้นมากกว่าเดิมไม่น้อย ข้าวของเครื่องใช้ดูก็รู้ว่าล้วนแล้วแต่เป็ของที่ดีและมีราคาสูงมากเพียงใด อาหารการกินนั้นก็ดูดีขึ้นจนน่าแปลกใจ
เช่นนี้แล้ว เยี่ยนหลี ที่เพิ่งจะสถาปนาตัวเองเป็เพียงผู้อาศัยตัวน้อย ก็ได้เพลิดเพลินกับการอยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ จวบจนเวลาได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งเดือนแล้ว
“จื่อหยาง ข้าไม่ได้ปรารถนาจะเข้าร่วมประเพณีล่าสัตว์นี้แม้แต่น้อย ช่างน่าเบื่อจริงๆ เ้าคิดว่า พอจะมีหนทางใดหลีกหนีได้หรือไม่” เยี่ยนหลีปรึกษาผู้ให้คำปรึกษากิตติมศักดิ์อย่างจื่อหยาง หากแต่จื่อหยางยังไม่ทันคิดที่จะหาถ้อยคำใดมาปลอบใจผู้เป็นายให้ทำใจเข้าร่วมในงานนี้ กลับพลันมีเสียงของคนผู้หนึ่งชิงตอบคำถามของเยี่ยนหลีไปก่อนเสียแล้ว
“ไม่มี!” เสียงกล่าวตอบอย่างดุดัน หากแต่เสียงนั้นกลับไม่ใช่น้ำเสียงตอบกลับจากจื่อหยางแต่อย่างใด
“ทะ ท่านอ๋อง” เยี่ยนหลีที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาปรากฏกายที่นี่ ในยามนี้ ไม่ใช่ว่าเสวียนเยว่เดินทางไปต่างเมืองหรืออย่างไร เหตุใดยามนี้ถึงได้มาอยู่ตรงหน้านางเช่นนี้เล่า
“เปิ่นหวางไม่ว่างอยู่ข้างกายเ้าเพียงเดือนเดียว เ้าถึงกลับน้อยใจ ไม่อยากที่จะไปร่วมพิธีล่าสัตว์กับเปิ่นหวางเชียวรึ” เพิ่งจะมาถึง เสวียนเยว่ก็ไม่วายเอ่ยปากหยอกเย้าผู้เป็พระชายาอย่างดูอารมณ์ดี
“ท่านพูดสิ่งใด ใครจะไปน้อยใจท่านกัน ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือไม่ ก็หาได้มีสิ่งใดเกี่ยวกับตัวข้า” เยี่ยนหลีเผลอกล่าวอย่างลืมตัว โดยไม่รู้เลยว่า ท่าทางของนางในยามนี้ ยิ่งดูเหมือนสตรีที่น้อยใจในตัวสามีก็ไม่ปาน
หากแต่ความจริงในข้อนี้ กลับมีเพียงจื่อหยางและเสวียนเยว่เพียงเท่านั้นที่มองเห็นเป็เช่นนี้ ก่อนที่ทั้งสองจะลอบอมยิ้มเบาๆ อย่างเอ็นดูในตัวพระชายาผู้นี้
“ไม่เกี่ยวเช่นนั้นรึ เ้าลองตรองดูให้ดีอีกสักหน่อยดีหรือไม่” เสวียนเยว่กล่าวพลางเดินเข้ามาประชิดร่างบางของหญิงสาว ในขณะที่ จื่อหยางนั้นก็ได้รีบน้อมกายลงก่อนจะเดินจากไปในทันที
พระชายาของนางน่ารักถึงเพียงนี้ ขอเพียงมีโอกาสให้ท่านอ๋องได้ชิดใกล้สักหน่อย อีกฝ่ายต้องรักและเอ็นดูในตัวพระชายาของนางได้อย่างแน่นอน จื่อหยางที่ปรารถนาให้พระชายาได้รับความโปรดปรานจากผู้เป็สามีก็ได้จากไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งไว้เพียงกระต่ายตัวน้อยกับเสือเ้าเล่ห์ ที่ตอนนี้เสือกำลังจ้องมองไปยังเ้ากระต่ายด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง
“เ้าไม่อยากไปร่วมพิธีล่าสัตว์กับเปิ่นหวางเช่นนั้นรึ” เสวียนเยว่กล่าวคำถามแก่พระชายาตัวน้อยที่บัดนี้กำลังนั่งหน้าปั้นปึ่งอยู่ตรงหน้าของเขา
“ถ้าข้าตอบท่านแล้วเช่นไร สุดท้ายแล้วข้าเลือกที่จะไม่ไปได้หรือไม่” เยี่ยนหลีรู้ดีว่าตนไม่อาจหลีกหนีงานนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะนางเคยเอ่ยกับเสวียนเยว่ไปแล้วในก่อนหน้านี้ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ตอบคำถามนางในครั้งที่แล้ว เขายังเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่อย่างนั้น ช่างดูยียวนกวนหัวใจเสียจริงๆ
“แน่นอน เ้าย่อมเลือกได้ว่าอยากจะอยู่ที่จวนแห่งนี้กับเปิ่นหวางเพียงสองต่อสอง หรือจะไปเข้าร่วมพิธีล่าสัตว์”
“เหตุใดข้าต้องอยู่กับท่านสองต่อสองด้วยเล่า ไม่ใช่ว่าจะอย่างไรท่านก็ต้องไปร่วมพิธีในครั้งนี้หรืออย่างไร”
“เดิมทีควรเป็เช่นนั้น หากแต่เปิ่นหวางเฟยไม่ปรารถนาจะร่วมเดินทางไปด้วย เช่นนั้นเปิ่นหวางจะวางใจ ทิ้งเ้าไว้เพียงลำพังได้อย่างไรกัน”
“ไม่ถือๆๆ ข้าไม่ถือ ท่านทิ้งข้าไว้ได้เลย หาได้มีสิ่งใดต้องกังวล ข้าดูแลตัวเองได้” เยี่ยนหลีรีบออกตัวอย่างเร็วไว นางชื่นชอบการอยู่เพียงลำพังเป็ที่สุดแล้ว หากต้องเทียบกับการรั้งอยู่ข้างกายของเสวียนเยว่
“หืม สองสามีภรรยาจะห่างกายกันนานเช่นนั้นได้อย่างไร” เสวียนเยว่แสดงท่าทีแสร้งว่าครุ่นคิดอยู่สักระยะ ก่อนที่จะกล่าววาจาแย้งออกมา
“ข้ารั้งอยู่รอท่านที่นี่ไม่ได้จริงๆ ใช่หรือไม่” เยี่ยนหลีที่ได้ยินดังนั้นก็พลันแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาในทันที ตัวนางเหนื่อยที่จะต้องไปพบปะผู้คน และยิ่งเหนื่อยใจเข้าไปอีกหากว่าต้องร่วมเดินทางกับเสวียนเยว่สามีหน้าหนาและพระชายารองของเขานั่นอีก
“การที่เ้าจะอยู่รอที่นี่ก็ย่อมพอมีหนทาง” เสวียนเยว่ที่ได้เห็นสีหน้าหมดหวังของผู้เป็พระชายา ก็ได้ช่วยนางคิดหาหนทางรอดในการเดินทางในครั้งนี้
“ท่านพูดจาวกวนจริงเชียว ช่วยรีบๆ กล่าวออกมาให้หมดเลยจะได้หรือไม่เล่า” เยี่ยนหลียิ่งร้อนใจ อยากที่จะรู้ถึงหนทางรอดของชีวิตน้อยๆ ของนางเต็มที นับได้ว่าเสวียนเยว่ยังมีน้ำใจ ช่วยหาทางรอดให้นาง เห็นทีนางคงต้องมองชายผู้นี้ใหม่แล้ว
สิบคะแนน ท่านทำดีเช่นนี้ ข้าให้ไปเลยสิบคะแนน เยี่ยนหลีลอบประเมินคะแนนความประพฤติของอีกฝ่ายอยู่อย่างเงียบๆ ในใจ พร้อมเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมาด้วยความเผลอตัว
“อืม ถ้าหากว่า..หากว่าเ้าตั้งครรภ์ เช่นนั้นก็คงพอจะเป็ข้ออ้างให้ไม่ต้องเดินทางไกลได้ อ้อ และถ้าเราเริ่มกันั้แ่คืนนี้เสีย ดูท่าก็น่าจะยังไม่ช้าจนเกินไป เ้าอยากจะเริ่มเลยหรือไม่เล่า” เสวียนเยว่ยังไม่วายพูดจาแทะโลมผู้เป็พระชายาของตนอย่างอารมณ์ดี
พระชายาของเขาน่ารักถึงเพียงนี้ เพียงแค่หยอกเย้านางนิดหน่อย เสวียนเยว่กลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงได้มากถึงเพียงนี้ แท้จริงแล้ว เป็นางหรือเขากันแน่ที่กำลังถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง บัดนี้เสวียนเยว่ก็เริ่มที่จะไม่แน่ใจเสียแล้ว
“ระ เริ่มอะไร” เยี่ยนหลีที่ตอนแรกกำลังดีใจที่อีกฝ่ายมีน้ำใจต่อนางถึงเพียงนี้ หากแต่คะแนนความดีที่ให้ไป ตัวนางที่ยังไม่ทันได้จดจำได้ขึ้นใจ บัดนี้กลับมีอันต้องริบคืนเสียแล้ว
“เริ่ม อุ่นเตียงอย่างไรเล่า” เสวียนเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าอยู่ข้างๆ ร่างบาง ที่บัดนี้ได้แน่นิ่งเป็หินไปเสียแล้ว
เมื่อเสวียนเยว่เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งไปเสียอย่างนั้น เ้าตัวก็ตีเนียนมาโอบกอดเอวบางจากทางด้านหลังอย่างฉวยโอกาส ซึ่งนั่นก็ทำให้สติที่แตกกระเจิงไปเมื่อครู่ของเยี่ยนหลี บัดนี้ได้หวนคืนสู่ร่างของนางเป็ที่เรียบร้อย
“มะ ไม่ ไม่รบกวนท่องอ๋องแล้ว บัดนี้ตัวข้าคิดได้แล้วว่า พิธีนี้แท้จริงแล้วมีความสำคัญยิ่ง เช่นนั้นแล้ว ข้าที่เป็ถึงพระชายาของท่านก็ไม่ควรประพฤติตนเกียจคร้านหลีกเลี่ยงการร่วมงานในครั้งนี้ ชะ เช่นนั้นแล้ว ท่านช่วยถอยออกไปสักหน่อยได้หรือไม่” เยี่ยนหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ
อ๋องผู้นี้ช่างมือไวเสียจริง เจอกันแต่ละครั้งเยี่ยนหลีก็รู้สึกว่าตนมักจะถูกอีกฝ่ายแอบกินเต้าหู้อยู่ร่ำไป เมื่อสติหวนคืน เยี่ยนหลีก็เริ่มบ่นผู้เป็สามีไปอีกหนึ่งกรุบเบาๆ ในใจ
ทางด้านเสวียนเยว่ที่วันนี้นับได้ว่าตนนั้นได้กินเต้าหู้นางมามากพอสมควรแล้ว เมื่อเห็นว่าเยี่ยนหลีหมดข้อโต้แย้งที่จะเข้าร่วมงานนี้แล้ว เ้าตัวก็ได้จากไปพร้อมด้วยรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย
เ้ากระต่ายน้อยตัวนี้ ช่างตื่นตระหนกและขี้ใเสียจริงเชียว เสวียนเยว่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างดูจนปัญญา ด้วยไม่รู้ว่าระหว่างนางและตัวเขานั้น ผู้ใดกันที่น่าสงสารเป็ที่สุด
ผู้หนึ่งหวาดกลัวจนหางลู่หูตก ส่วนอีกผู้หนึ่งนั้น ก็ต้องกลับไปจัดการอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ภายในกายเพียงลำพังอีกครั้ง
เสวียนเยว่เองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดตัวเขาถึงได้มีความรู้สึกต่อเยี่ยนหลีไวถึงเพียงนี้ เพียงแค่หมายจะหยอกเย้านางสักหน่อยก็แค่นั้น กลับกลายเป็ว่าตนดันเกิดอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ เสียนี่
จากนี้ เห็นทีว่าเขาจะต้องหาเวลาอบรมสั่งสอนเ้าอ๋องน้อยที่ตอนนี้กำลังผงาดอยู่เบื้องล่างนี้อย่างจริงจังเสียทีแล้ว