อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 76 กังวลใจ

    บทที่ 76 กังวลใจ




    กินเวลาเกือบสิบนาที เสียงอึกทึกคึกโครมนี้ก็เบาลง ซูหยวนรู้ว่าคนภายนอกเองก็ได้ยินเสียงดังโวยวายนี้ แต่เพราะมันเป็นความเคยชินของพวกเขาไปเสียแล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนเลวพวกนี้ทำชั่วช้ามาตั้งเท่าไร สุดท้ายหากพวกเขาเข้ามาวุ่นวายก็จะมีจุดจบที่น่าอนาถ ดังนั้นต่อให้พวกเขารู้ว่ามีคนมาตายที่นี่ ก็ไม่มีใครคิดจะเข้ามายุ่งวุ่นวาย


                


    ซูหยวนมองดูเจ้าสัตว์กลายพันธุ์ที่กินจนอิ่มหนำด้วยสายตาเย็นชา ถ้าคิดจะกำจัดหลังฐานทั้งหมด เจ้าสุนัขทมิฬตัวนี้ก็ปล่อยเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน พลั่วในมือของเธอกระชับแน่น เจตนาสังหารแผ่กระจายออกมา 


                


    เวลานี้มันได้จัดการศัตรูของเธอจนหมดสิ้นแล้ว เหลือก็แค่ต้องชดใช้สิ่งที่มันทำก่อนหน้านี้เท่านั้น ในเมื่อมันกล้าที่จะข่มขู่เธอ หวังกินเธอและครอบครัวเป็นอาหาร หากไม่ต้องชดเชยอะไร สุนัขตัวใหญ่นี้คงจะได้ใจเกินไปแล้ว


                


    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซูหยวนจะได้ลงมือสังหารมันเพื่อทำลายหลักฐาน เจ้าสุนัขทมิฬตัวใหญ่กลับทิ้งตัวลงนอนแผ่หราเหมือนหมาบ้านแทนเสียอย่างนั้น


                


    นิสัยกินอิ่มแล้วพอใจเช่นนี้ช่างไม่ต่างจากสุนัขในโลกก่อนเลย สติปัญญาของพวกมันไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้โง่เง่าขนาดที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เห็นท่าทางยอมแพ้ของมันเช่นนี้ ซูหยวนก็เตรียมพิจารณาเส้นทางอื่นแก่มัน




    “พ่อคะ พ่อพาแม่กลับไปพักที่บ้านก่อนเถอะค่ะ ทางนี้ให้หนูจัดการต่อเอง”




    “หยวนหยวน...อืม เอาอย่างนั้นก็ได้” พ่ออันลังเลเล็กน้อย แม้ลูกสาวของเขาจะแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็นแล้วว่าเธอสามารถจัดการเจ้าสัตว์หน้าคนนี้ได้ แต่ความเป็นห่วงในฐานะพ่อก็ยังมีอยู่ นอกเหนือจากนั้น...เมื่อเขาหันไปเห็นภรรยาที่ไม่แม้แต่จะยืนขึ้นได้ด้วยตัวเอง อันเฉินก็ทำได้แค่ถอยหายใจออกมา




    “พ่อจะพาแม่ของลูกกลับบ้านก่อนนะ”




    “ค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูตามกลับไป” ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมองส่งสองสามีภรรยาที่ประคองกันออกไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมาดูเจ้าสุนัขตัวใหญ่นี้อีกครั้ง


                


    ในโรงเก็บของระบุเอาไว้แน่ชัดแล้วว่าไม่อนุญาตให้เก็บสิ่งมีชีวิต ที่นั่นเป็นโรงเก็บของสำหรับสินค้าและผลผลิต หากจะเก็บกระต่าย ก็สามารถเก็บเป็นเนื้อกระต่ายได้เท่านั้น ทว่า...ถ้าไม่ใช่ในคลัง แต่เป็นพื้นที่ “ฟาร์ม” ของเธอ ซูหยวนยังไม่เคยทดสอบเลย


                


    เธอมองดูพื้นที่เพาะปลูกที่เต็มไปด้วยผลผลิตในฟาร์มด้วยความพอใจ เพื่อความปลอดภัย ซูหยวนจัดการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบนี้เข้าโรงนาและโรงเก็บของทั้งหมด ดังนั้นภาพในฟาร์มของเธอตอนนี้จึงเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่ยังไม่ได้เพาะปลูกจำนวนมาก ส่วนไม้ยืนต้นก็เหลือเพียงใบสีเขียวแล้ว


                


    สองสายตาประสานกัน เจ้าสุนัขตัวใหญ่กินมากจนขยับไม่ได้แล้ว มันมองดูซูหยวนอย่างระมัดระวัง ถึงอย่างนั้นก็ยังแฝงไปด้วยท่าทางยอมจำนนต่อเธอ


                


    คงเหมือนกับที่มันไม่ทำร้ายกลุ่มคนชั่วก่อนหน้านี้...ใครก็ตามที่มอบอาหารให้กิน มันก็สามารถอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้ ไม่อย่างนั้นกรงขังขนาดเล็กที่อ่อนแอคงไม่สามารถหยุดมันได้ตั้งแต่แรกแล้ว


                


    ซูหยวนยื่นมือไปข้างหน้า เธอดึงสมาธิของตนเองออกมา แล้วเชื่อมต่อกับฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวย 


                


    เหมือนกับตอนที่เธอรู้สึกถูกดึงเข้าไปในฟาร์มนั้น ซูหยวนพยายามที่จะส่งร่างใหญ่ๆของเจ้าสุนัขทมิฬเข้าไปข้างในให้ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายเลย เธอพยายามใช้พลังงานห่อหุ้มร่างกายใหญ่โตของเจ้าสัตว์หน้าขน ฟาร์มของเธอไม่ยอมเปิดรับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก เรียกว่าเป็นการต่อสู้กันทางจิตใจอยู่พักใหญ่เลย ซึ่งสุดท้ายแล้ว...โชคดีที่ซูหยวนเป็นฝ่ายชนะ




    - ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นสามารถเปิดฟังก์ชั่นใหม่ของเกมได้สำเร็จ –




    - ตัวเลือก “สัตว์เลี้ยง” ได้เพิ่มฟังก์ชั่น “นำเข้าสัตว์เลี้ยง” เข้ามาในระบบ หลังจากนี้ผู้เล่นสามารถใช้ 100,000 เหรียญเพื่อนำสิ่งมีชีวิตจากภายนอกเข้ามาในฟาร์มของท่าน โดยสิ่งมีชีวิตที่ถูกนำเข้ามาจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ในฟาร์มได้ และใช้อีก 100,000 เหรียญเพื่อนำสัตว์เลี้ยงของท่านออกมาจากฟาร์ม –


                


    ซูหยวนอ่านข้อความแจ้งเตือนด้วยความสนใจ เธอรู้สึกยินดีที่ระบบเกมยอมรับความตั้งใจของเธอนี้ แต่เจ้าสุนัขทมิฬที่ถูกบังคับให้เข้าไปในฟาร์มนี้กลับต้องใช้ค่าใช้จ่าย 100,000 เหรียญเชียวหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะมีข้อความอธิบายต่อท้ายในเรื่องการ “ปรับเปลี่ยน” ปรากฏขึ้น ซูหยวนคงจะตำหนิระบบเกมฟาร์มออนไลน์ที่เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว


                


    อันที่จริง หญิงสาวอยากจะลองฟังก์ชั่นเรียกสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่ออกมาจากฟาร์มของเธอ แต่ติดที่ว่าเจ้าสุนัขทมิฬนั้นอยู่ในข้อจำกัดของฟาร์มอยู่ เพื่อ “ปรับเปลี่ยน” ให้อยู่ในฟาร์มของเธอได้ ตอนนี้ตัวเลือกของสุนัขทมิฬยังคงเป็นสีเทา ซูหยวนยังไม่สามารถมองเห็นมันในฟาร์มของตนเองได้จนกว่าการปรับเปลี่ยนจะเสร็จสมบูรณ์


                


    เธอมาได้อยู่ที่นี่นานนัก ไม่รู้ว่าการหายตัวไปของกลุ่มคนชั่วกว่า 30-40 คนนี้จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ ตอนนี้เธอเพียงทำลายหลักฐานทั้งหมดที่นี่ ทำเหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อน และที่สำคัญ...ร่องรอยทั้งหมดที่เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ ซูหยวนไม่สามารถปล่อยเอาไว้ได้


                


    ฟังจากที่พวกมันพูด นี่ไม่ใช่การรวมกลุ่มของอันธพาลธรรมดาๆเท่านั้น แต่เบื้องหลังของพวกมันแล้วยังมีคนระดับสูงคนอื่นคอยสนับสนุนอยู่ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เตะเข้าไปโดนตอของอะไรกันแน่ ทว่าป้องกันเอาไว้ก่อนก็ย่อมดีที่สุดแล้ว


                


    เมื่อตรวจสอบห้องขนาดเล็กเสร็จ เธอก็เดินทางกลับออกไป โชคดีที่ตอนพวกเธอกลับออกมาจากห้องเหม็นเน่านั้น ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีมืดแล้ว ดังนั้นผู้คนมากมายที่ใช้ชีวิตเวลากลางวันก็เข้าไปในบ้านของใครของมัน ในขณะที่ข้างนอกมีเพียงผู้เก็บขยะจำนวนมากเท่านั้น


                


    ซูหยวนไม่ได้ทำตัวโดดเด่นนัก เธอนำชุดเก่าของตนมาคลุมร่างไว้เพื่อไม่ให้คนอื่นๆสังเกตเห็นชุดที่มีราคาแพงของตน เนื่องจากเธอก็เคยเป็นผู้เก็บขยะมาก่อน ย่อมรู้ว่าพวกเขาสนใจหรือไม่สนใจอะไร เวลานี้ทุกคนเดินออกจากที่พักรูหนูเหมือนกับพวกไร้ชีวิต สิ่งที่จะทำให้พวกเขากระตือรือร้นขึ้นมาได้ก็คือผลลัพธ์ของการเก็บเกี่ยวในวันนั้น หากเป็นวันที่โชคดีหน่อย อย่างนั้นดวงตาของพวกเขาก็จะมีประกายมากหน่อยเท่านั้น


                


    เธอเดินสวนทางกับคนอื่นๆจนมาถึงบ้านของตนเอง บริเวณบ้านของซูหยวนนั้นถือว่าเป็นพื้นที่ระดับสูงในเขตชั้นนอก ผู้คนจึงไม่ได้พลุกพล่านมากนัก ซูหยวนเคาะประตูสองสามครั้งและส่งเสียงเล็กๆออกไปเพื่อให้คนในบ้านรู้ว่าเป็นลูกสาวของพวกเขาที่กลับมา


                


    ประตูเปิดออก เผยให้เห็นสีหน้าโล่งใจของคนเป็นบิดา ด้านหลังยังมีมารดาที่นั่งร้องไห้อยู่ด้วย เมื่อซูหยวนเห็นแบบนั้น คิ้วเรียวของเธอก็ขมวดมุ่น สองเท้าเดินเข้าไปข้างในก่อนจะสอบถามว่ามีเรื่องใดที่พวกเขายังต้องกังวลใจอยู่




    “หยวนหยวน เรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากพ่อเอง หลังจากนี้...พ่อจะแยกบ้านกับลูกและแม่ของลูกเพื่อให้ไอ้พวกสารเลวพวกนั้นไม่มาตามหาพวกลูกอีก”




    “คะ?”




    “หยวนหยวน สาเหตุที่วันนี้พ่อทำให้ครอบครัวต้องไปเสี่ยงอันตราย ทั้งหมดก็เป็นเพราะความยุ่งไม่เข้าเรื่องของพ่อเอง ในวันนี้ที่พ่อกำลังล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต A เหมือนเดิม พ่อบังเอิญเจอสาวน้อยที่อายุพอๆกันกับหยวนหยวนซ่อนอยู่ เธอดูเหมือนจะเป็นผู้เก็บขยะที่ซ่อนตัวมาตั้งแต่กลางคืนจนผล็อยหลับไปจนไม่ได้รีบออกพื้นที่ล่าในช่วงกลางวัน”




    “เดิมที พ่อคิดจะช่วยเธอแล้วพาออกมาจากพื้นที่ล่า แต่ดันมีคนมาเจอเธอก่อน ซึ่งคนที่เจอสาวน้อยนั้นก็คือพวกคนชั่วพวกนั้น!!” พ่อของซูหยวนเล่าถึงตรงนี้ก็กำหมัดแน่น




    “พ่อคิดว่ามันจะช่วยพาเธอไปส่งข้างนอกจึงไม่ได้สนใจอีก เพียงปล่อยไปแล้วเดินไปกับคนอื่นๆเพื่อล่าพวกกลายพันธุ์อีก แต่ใครจะไปคิดว่าผ่านไปไม่นาน เมื่อกลุ่มของพ่อย้อนกลับมาจะเห็นสภาพที่น่าเวทนายิ่ง ดีที่สาวน้อยยังไม่ถูกทำลายไปเสียก่อน แต่ถ้าพ่อไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เธอก็คงจะถูกพวกมันรังแกจนตาย!!” 


                


    ชายร่างใหญ่มองหน้าลูกสาวของตนเอง ภาพของลูกสาวซ้อนทับกับเด็กสาวคนนั้น เพราะแบบนี้...เขาจึงไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้ ทว่า...ความใจดีของเขากลับนำมาซึ่งหายนะให้กับครอบครัว ถ้าไม่ใช่หยวนหยวนกลับมาทันเวลา ตอนนี้ภรรยาของเขาก็อาจจะถูกพวกมันทำลายไปแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็คงไม่รอดเช่นกัน




    “พ่อช่วยเด็กคนนั้นจนทำให้พวกมันโกรธหรอคะ” ซูหยวนทบทวนความเข้าใจของตนเองอีกครั้ง พ่ออันก็พยักหน้ารับ




    “ถึงจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของพ่อ แต่ถ้าย้อนเวลากลับไป พ่อก็คงจะต้องสร้างปัญหาให้ลูกและอันเหลียงอยู่ดี แน่นอนว่าพ่อจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มาสร้างความวุ่นวายให้ลูกอีก พ่อได้ยินว่าพวกมันยังมีหัวหน้าระดับสูงอยู่ในเขตชั้นใน อีกไม่นาน...พวกมันคงจะรู้ว่าลูกน้องของตัวเองถูกจัดการ หากสอบสวนแล้วพบว่าเป็นพ่อ...พ่อก็จะยอมตายเอง หยวนหยวนกับอันเหลียงไม่ต้องมาร่วมรับชะตากรรมนี้ไปด้วยกัน”


                


    พ่ออันพูดอย่างคนตัดสินใจแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่อันจะร้องไห้โฮแบบนี้ ครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่นของพวกเธอจะต้องแยกทางกัน เป็นใครจะไม่เสียใจบ้างล่ะ


                


    ซูหยวนมองดูพ่ออันที่ต้องการเสียสละ แต่เขาคิดจริงๆหรือว่าการแยกทางกับครอบครัวด้วยสาเหตุนี้จะทำให้พวกเธอทั้งคู่ปลอดภัยจริงๆ




    “หนูไม่คิดแบบนั้นหรอกนะคะ หนูไม่คิดว่าพวกเราจะปลอดภัยเพียงเพราะแยกทางกับพ่อ” ซูหยวนคลี่ยิ้มจาง




    “..............”




    “หนูไม่คิดว่ากลุ่มคนเลวจะละมือจากหนูและแม่เพียงเพราะพวกเราแยกกันกับพ่อหรอกค่ะ ตราบเท่าที่หนูยังมีสายเลือดเดียวกันกับพ่อ และตราบเท่าที่พ่อยังไม่ได้มีรักครั้งใหม่ พวกมันต้องเข้าใจว่าพวกเราเจตนาที่จะแยกกันอยู่เพื่อหนีจากพวกมันอยู่แล้วค่ะ เป็นแบบนี้ก็ยิ่งทำให้พวกมันเข้าใจว่าพ่อรักพวกเราแค่ไหน”


                


    ซูหยวนพูดความคิดของตนเองขึ้นมา อันเฉินเองก็คิดตามไปด้วย แต่พวกเขามีทางเลือกอื่นอย่างนั้นหรอ? ถ้าศัตรูเข้ามาเหมือนกับครั้งที่ผ่านมาล่ะ เขาคงจะปวดใจจนตายแน่




    “ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไง...” พ่ออันกุมขมับด้วยความจนปัญญา เขาไม่ได้กลัวว่าตนเองจะถูกทำร้ายจนตาย แต่เขาห่วงลูกเมียของเขามากกว่าที่อาจจะต้องเดือดร้อนเพราะเขาไปด้วย




    “ช่วงนี้คงทำอะไรไม่ได้ค่ะ ต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน บางทีศัตรูอาจจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเรา หรือไม่...ก็ต้องดูว่าอันธพาลพวกนั้นมีค่ามากพอสำหรับคนจากเขตชั้นในหรือเปล่า ถ้าพวกมันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น คนจากเขตชั้นในก็อาจจะไม่ลงมือให้เสียเวลาก็ได้ค่ะ”




    “...................”




    “อีกอย่าง พวกมันก็มีความผิดด้วย เอาสัตว์กลายพันธุ์มาซ่อนไว้ในพื้นที่ปลอดภัย ถ้าถูกเปิดเผยเรื่องนี้ล่ะก็...พวกมันนั่นแหละที่จะเสียหายยิ่งกว่าพวกเรา ดังนั้นการฆ่าคนเพียง 3 คนเพื่อแก้แค้น อาจจะไม่คุ้มค่าก็ได้”


                


    ซูหยวนพูดถึงตรงนี้ก็เงียบไป เธอไม่ได้บอกว่า...พวกเขาอาจจะไม่ลงมือกับคนระดับต่ำ แต่กับเธอนั้นก็ไม่แน่ ถ้าเธอยังเป็นคนของกองทัพ ในอนาคตก็มีโอกาสที่จะตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วตามหาตัวของพวกเขาเจอ หลังจากนี้...มันขึ้นอยู่กับเธอแล้วว่าจะแสดงท่าทางเช่นไรต่อเรื่องที่เกิดขึ้น


                


    ถ้าซูหยวนแสดงออกว่ารู้เบื้องหลังของกลุ่มคนเลว ทำให้พวกมันรู้ว่าครอบครัวของพวกเธอได้รู้แล้วว่าพวกคนชั่วมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง นั่นแหละโอกาสรอดที่จะหายไป


                


    ดังนั้นซูหยวนจึงไม่อยากให้พ่อกับแม่เปลี่ยนท่าทางของตนเอง ให้เหมือนกับว่าพวกเธอมีปัญหากับกลุ่มอันธพาลกระจอก เมื่อทำลายพวกมันแล้วก็ต้องมั่นใจว่าจะไม่ถูกตามเก็บในภายหลัง นั่นต่างหากที่จะทำให้พวกเธอปลอดภัย


                


    แต่ถ้าวันนี้ เธอแยกครอบครัวกับพ่อ พวกมันจะรู้ทันทีว่าพวกเธอกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ และนั่นแหละที่จะเป็นเหตุผลให้ครอบครัวอันถูกตามเก็บเพื่อปิดปาก




    “หนูว่า...พวกเราอยู่เฉยๆกันดีกว่านะคะ” ซูหยวนเสนอความคิดของตนเอง พ่ออันและแม่อันยังไม่เข้าใจ ซูหยวนจึงต้องอธิบายความคิดของตนเองเพิ่มเติม โดยไม่ได้ระบุออกไปว่าคนที่เสี่ยงอันตรายที่สุดก็คือเธอเอง เพราะถ้าบอกแบบนั้น...สองสามีภรรยาอันคงจะเครียดมากกว่าเดิม


                


    เมื่อตกลงกันได้แล้วว่าพวกเขาจะไม่หนี ไม่แสดงท่าทางหวาดกลัว พ่ออันกับแม่อันก็ผ่อนคลายลงไปบ้าง ซูหยวนมองทั้งสองแล้วเทน้ำดื่มให้คนละแก้วเป็นการปลอบประโลม


                


    น้ำดื่มบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยพลังงานทำให้สองสามีภรรยากระฉับกระเฉงมากขึ้น ดังนั้นซูหยวนจึงได้นำของขวัญมากมายที่ซื้อกลับมาจากเขตชั้นในออกมาให้พวกเขา




    “นี่เป็นชุดป้องกันระดับกลางที่มีประสิทธิภาพมากค่ะ หนูซื้อมาให้พ่อเพื่อที่จะออกไปล่าครั้งหน้า แต่มันจะดีกว่าถ้าพ่อใส่ชุดป้องกันระดับต่ำเอาไว้ข้างนอก อย่าให้คนอื่นรู้จะดีกว่านะคะว่าบ้านเรามีของดีอะไรบ้าง”




    “ส่วนนี่...แกนพลังงานที่เอาให้พ่อดูดซับค่ะ พวกนี้หนูได้รับมาจากกองทัพด้วย ดังนั้นพ่อสามารถใช้งานมันได้ตลอดเลยนะคะ ถ้าพ่อแข็งแกร่งมากขึ้น ในอนาคตก็จะสามารถเข้าไปในพื้นล่าเขต B ได้ ถึงตอนนั้นคงจะทำเงินให้ครอบครัวมากขึ้นอีกค่ะ” ซูหยวนเห็นว่าพ่ออันกำลังจะปฏิเสธ ดังนั้นจึงรีบพูดเหตุผลออกมา


                


    เมื่อชายร่างใหญ่ได้ยินว่าลูกสาวกำลังคาดหวังกับตนเอง เขาจึงมองแกนพลังงานเหล่านั้นเงียบๆ ... หากปฏิเสธ ก็เท่ากับว่าโอกาสแข็งแกร่งของตนเองหายไปด้วย สุดท้ายเขาก็จะกลายเป็นแค่ตัวถ่วงให้ครอบครัว


                


    เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าหยวนหยวนไม่ได้กลับมาบ้าน เขาและภรรยาคงเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้น แม้แต่จะยืนให้มั่นคงเขาก็ยังทำไม่ได้เลย


                


    มือหนาของพ่ออันกำแน่น ความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง เขารับเอาแกนพลังงานที่หนักอึ้งเนื่องจากเต็มไปด้วยความหวังของลูกสาวขึ้นมา




    “พ่อจะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้” ประกาศคำสัญญาให้ลูกสาวได้ยิน หลังจากนี้...พ่อจะพยายามเป็นพ่อที่ปกป้องครอบครัวให้ได้เลย!!




    …………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน