“ซ่งเหว่ยหนานท่านบ้าไปแล้วหรือ! อย่างไรเขาก็เป็ลูกชายท่านนะ” เหยียนกุ้ยอิงได้สติเพราะเสียงกัมปนาทของหลิวซง ชี้นิ้วใส่สามีอย่างดุดัน
“โธ่! น้องหญิง เื่นี้ไม่ว่าอย่างไรลูกเราก็ผิด ให้พี่ใหญ่ระบายอารมณ์สักหน่อยเถิด หากไม่ใช่ดาบ ทุบตีแค่นี้เขาไม่ตายหรอก”
เกินคาดมาก ฮูหยินสงบลงทันทีคล้ายยินยอมให้ใช้บุตรชายเป็ที่ระบายอารมณ์ได้
“เอาเลยขอรับท่านลุงหลิว พี่ใหญ่บังอาจมากที่ทำพี่หญิงคนงามของข้า ทุบตีให้ตายเลยขอรับ ข้าเคยได้ยินว่าทุบที่หัวแรง ๆ ก็ฆ่าคนได้ พี่ใหญ่ต้องตายแน่นอน” ซ่งหยี่ร้องสนับสนุนเสียงเคียดแค้น
ซ่งจงซวี่ชี้นิ้วใส่หน้าน้องชาย “เ้าหุบปากซะ!”
คนคนเดียวห้ามปรามไม่ไหวสุดท้ายได้แต่ยืนมองพี่ใหญ่ถูกระบายอารมณ์ เนื้อตัวที่มีเพียงรอยข่วนตอนนี้มีรอยม่วงช้ำเพิ่มขึ้นมา
แต่ร่างใหญ่หนาก็ยังนอนนิ่ง
“พอก่อนเถิดขอรับท่านลุง” กุนซือหนุ่มจับมือข้างที่กำลังใช้เชิงเทียนไว้ “นี่แปลกเกินไปแล้ว เสียงดังครึกโครมขนาดนี้ ทั้งพี่ใหญ่และพี่สะใภ้กลับไม่ตื่น พี่ใหญ่มีััเฉียบคม ปกตินอนอยู่ เพียงได้ยินเสียงดังเล็กน้อยก็ตื่นแล้ว นี่ถูกทุบตีตั้งหลายครั้งยังนอนเฉย ท่านลุงตรวจอาการทั้งคู่ก่อนดีหรือไม่”
สถานการณ์ตึงเครียด เขายังเอ่ยกวนประสาทคนอื่นออกมาได้
หลิวซงถลึงตาใส่ “ใครเป็พี่สะใภ้เ้า!”
จะเป็ผู้ใดไปได้อีกเล่า ก็เห็น ๆ กันอยู่ไม่ใช่หรือไร
ซ่งจงซวี่เปิดเื่ “เร็วเข้า ๆ นางดูไม่ค่อยดีเลย พี่ใหญ่ตัวออกใหญ่โตไม่รู้ว่ายั้งแรงเป็หรือไม่ กระดูกตรงไหนสักที่อาจหักก็ได้นะขอรับ”
หลิวซงเหวี่ยงเชิงเทียนทิ้งไป ตรวจดูอาการบุตรสาวบุญธรรมอย่างระวัง ยิ่งเห็นเนื้อกายที่ไม่มีส่วนไหนเป็สีขาวเลยก็ยิ่งโมโห เ้าคนป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรมนั่นไม่รู้จักยั้งมือเลยจริง ๆ
กายบอบบางของสตรี บอบช้ำถึงเพียงนี้ ย่อม...
“แปลกจริง ๆ ด้วย อาการคล้ายคนถูกพิษ”
สมาชิกครอบครัวตระกูลซ่งหวั่นวิตก
“พิษหรือ ร้ายแรงเพียงใด รักษาได้หรือไม่”
“เสี่ยวซือถูกพิษกำหนัดคณิกา ส่วนเ้าสุนัขเทียนเหิงถูกพิษมายาฝัน”
ดวงตามืดลงแฝงรอยอันตรายยิ่งยวด
คนทำลงมือได้อำมหิตจริง ๆ
พิษกำหนัดคณิกาก็ตามชื่อ มีไว้สำหรับคณิกาในหอนางโลม ยามใช้อารมณ์ความ้าจะพุ่งสูงจำต้องได้รับการปรนเปรอจากบุรุษถึงจะบรรเทา ไม่เช่นนั้นจะทุรนทุรายดั่งตกอยู่ในกองเพลิง และหากไม่ได้รับการปลดปล่อยภายในหนึ่งวันจะทนไม่ไหว สิ้นสติยับยั้งต้องคว้าหาเพศผู้มาสมสู่ โดยไม่สนว่าจะเป็มนุษย์หรือไม่ ถึงขนาดเป็หมูหมาหรือม้าก็ได้ทั้งนั้น
ส่วนพิษมายาฝัน ร้ายแรงไม่แพ้กัน ผู้ถูกพิษจะตกอยู่ในห้วงมายาคล้ายความฝัน แยกแยะความจริงความฝันไม่ได้ ไร้สติสัมปชัญญะ และหากถูกพิษในปริมาณมากเกินขนาดก็อาจถึงกับเป็บ้าได้ อำมหิตมากจริง ๆ
หลิวซงวางความโกรธลงแล้วสวมิญญาหมอ
เขาใช้เวลาครึ่งวันในการถอนพิษมายาฝันให้คนชั่วที่รังแกบุตรสาว ส่วนเหอซือซือพิษไร้ผลจากการร่วมรักไปแล้ว ที่ต้องรักษาคือความบอบช้ำนอกใน
ไม่รู้ว่ากำลังแม่ทัพหนุ่มมีมากเพียงใดและกระทำไปกี่ครั้งกี่หน บุตรสาวบุญธรรมของเขาถึงได้าเ็ถึงอวัยวะภายใน
หรือตอนโลดโผน เผลอใช้วรยุทธ์
“เฮ้อ...” หลิวซงนั่งจิบชาร้อน ท่วงท่าวางถ้วยชาดุดันกว่าทุกครา “ว่ามา จะรับผิดชอบต่อเสี่ยวซืออย่างไร”
“แน่นอนว่าต้องแต่งเข้าเป็สะใภ้” ท่านกั๋วกงตอบทันควัน
ผู้เป็ภรรยากระตุกแขนเสื้อสามี “เทียนเหิงยังติดสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูไป๋อยู่”
จริงด้วย
“อีกสักพัก ใช่ อีกสักพักใหญ่ ๆ ตอนนี้เทียนเหิงยังมีคู่หมั้นอยู่ ไว้เขาได้สติแล้วจะให้ไปถอนหมั้น หลังจากนั้นก็จะแต่งเสี่ยวซือให้เร็วที่สุด” ซ่งเหว่ยหนานยิ้มสู้
หลิวซงกลับไม่ชอบใจ ตบโต๊ะจนถ้วยชาล้ม “ลูกข้าใช่ของตายรึ พวกเ้าถึงเฉไฉไปเรื่อย บอกมาให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร พวกข้าพ่อลูกฐานะต่ำต้อย แค่บอกมาว่าไม่้ารับผิดชอบ ข้าจะพานางจากไปทันที”
“โธ่เอ๊ย! พี่ใหญ่ใจเย็นลงก่อน ข้ารับแน่นอน เสี่ยวซือเป็ลูกสะใภ้จะไม่ดีได้อย่างไร แต่เื่นี้มันเกี่ยวพันกับหลายคน ข้าจะตัดสินใจเอาเองได้หรือ ให้เวลาพวกเราหน่อย ข้าเองก็ลำบากใจเช่นกัน”
“ใช่แล้วพี่ใหญ่ เด็กทั้งสองต่างตกเป็เหยื่อ ไม่มีใครอยากให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นหรอก”
เหยียนกุ้ยอิงกลืนน้ำลายตัวเอง ถึงกับกลับคำที่ว่านางจะฉีกคนที่กล้าแตะต้องเหอซือซือไป นางเองก็ลำบากใจนะ นั่นก็ลูกชายนางทั้งคน...
“แล้วอย่างไร ไม่ว่าเื่เป็มาเช่นไรสุดท้ายก็เปลี่ยนความจริงที่ว่า สตรีเป็ฝ่ายเสียหายไม่ได้ ลองเป็บุตรสาวพวกเ้าสิ กล้าพูดประโยคบัดซบเมื่อกี้กันหรือไม่!”
แน่นอนว่า ไม่
หากมันไม่ตายอย่างอนาถที่สุด ก็เอาขี้มาปาใส่หน้าได้เลย!!
พายุาเย็นยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งเหอซือซือและซ่งเทียนเหิงฟื้นคืนสติ
“กินยาก่อน เ้าาเ็ถึงภายในเช่นนี้ยังอิดออดไม่กินยาอีกรึ อยากตายหรืออย่างไร” คำตำหนิที่แฝงความห่วงใยไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด
เหอซือซือตอบขณะรับยาถ้วยที่สี่มา “ท่านพ่อบุญธรรมไม่ใช่ข้าไม่อยากกินยา แต่นี่เป็ถ้วยที่สี่แล้ว ในท้องข้ามีแต่ยาจนแทบจะอาเจียน ไม่มียาลูกกลอนหรือเ้าคะ แล้วเหตุใดจึงได้มียาที่ต้องกินมากมายถึงเพียงนี้” นางโอดครวญ
“ยาลูกกลอนไม่เห็นผลเร็วเท่ายาน้ำ กลั้นใจกินหน่อย ถ้วยนี้ถ้วยสุดท้ายแล้ว ไม่ดื่มไม่ได้”
เหอซือซือยกดื่มรวดเดียวหมดแล้วจึงถาม “มันคือยาอะไรหรือ”
“ยาห้ามครรภ์” หลิวซงตอบกลับมา
มือที่กำลังส่งถ้วยยาเปล่าคืนถึงกับชะงักนิ่งก่อนกล่าวต่อเหมือนไม่มีอะไร
“อาการาเ็ภายใน เป็มาก่อนหน้าแล้ว ที่ปิดบังไว้เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็วรยุทธ์”
หลิวซงไม่คิดว่านางจะบอกออกมาตรง ๆ “ไว้ใจข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ”
เหอซือซือยิ้มบาง “ท่านเป็บิดาของข้า...ไม่ไว้ใจท่านจะให้ไว้ใจผู้ใด”
ชายผู้นี้ไม่เพียงดูแลเอาใจใส่ตนอย่างดียังยอมบาดหมางกับจวนกั๋วกงเพื่อนางด้วย ลงมือทุบตีแม่ทัพของแคว้น ด้วยเชิงเทียนอย่างไร้ปรานี ไม่กลัวถูกลงโทษแต่อย่างใด
ความเอาใจใส่เช่นนี้ทำนางอุ่นวาบในอก
หลิวซงเก็บกล่องยาแล้วหันมามองสบตา “บอกมา อยากให้ไอ้สารเลวนั่นทำอย่างไร ต่อให้เ้าบอกว่าจะแต่งกับเขาตอนนี้ข้าก็จะให้เขาแต่งกับเ้าให้ได้ อย่ากลัว บิดาเ้าอยู่ตรงนี้แล้ว”
เหอซือซือไม่ตอบ “แล้วท่านแม่ทัพว่าอย่างไร”
ใบหน้าชราเปลี่ยนสีไปมาอย่างรวดเร็ว จากแดงไปเขียวและไปม่วง นึกโมโหไม่สิ้นสุด
“ไม่ต้องสนใจเขา บอกที่เ้า้ามาก็พอ”
“...”
เหอซือซือเงียบอยู่เป็นาน
ั้แ่สำนักล่มสลาย นางหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ นางไร้ที่ไป ไร้ที่พึ่ง ศิษย์พี่ศิษย์น้องกระจัดกระจาย นางไม่กล้าคัดค้านด้วยรู้ว่าแยกกันไปจะปลอดภัยกว่า
มาตอนนี้ถึงนางจะพูดได้ไม่เต็มปากว่ามีที่พึ่งแล้ว แต่ที่ให้ไปย่อมมี อย่างน้อยก็ชายตรงหน้านี้ เขาบอกว่าถ้าไม่อยากอยู่ที่นี่ จะพาไปอยู่ที่อื่น
แต่หลังจากนั้นเล่า การที่อยู่ ๆ ก็มีคนมาบุกค้นหาของวิเศษที่สำนักย่อมไม่เื่ธรรมดา เื่ที่มีของวิเศษ พวกนางที่ใกล้ชิดอาจารย์ที่สุดยังไม่รู้ แต่คนพวกนั้นรู้ เมื่อไม่พบจะยอมรามือง่าย ๆ หรือ
หยกเขียวบันดาลฝันเป็ของดูต่างหน้าอาจารย์ นางจะไม่ยอมเสียมันไป อีกทั้ง...หัวใจของนางก็บอกว่า ยังไม่อยากจากที่นี่ไป
ผิดหรือไม่ที่ตนหวั่นไหวกับแม่ทัพซ่งั้แ่ครั้งแรกที่พบ เขาองอาจกล้าหาญและรูปงามมาก ตอนนั้นหัวใจนางเต้นรัวเมื่อเห็นเขา แต่เมื่อรู้ว่าเขามีคู่หมั้นที่เขาหมายปองอยากแต่งด้วยแล้ว ทั้งยังรักใคร่เอ็นดูนางผู้นั้นอย่างยิ่ง ...เหอซือซือได้แต่บอกตัวเอง ให้ตัดใจ
ทว่าตอนนี้ร่างกายตกเป็ของเขาแล้ว นางจะขอเห็นแก่ตัวรั้งอยู่ข้างกายเขาสักพักได้หรือไม่
บางที...บางทีเขาอาจจะมีใจรักให้กันบ้าง สักนิด
ไม่รู้ว่าผีตนใดเข้าสิง เหอซือซือจึงมีความคิดเช่นนั้น แต่นางอยากลองดูสักครั้ง
“ข้า...อยากรอดูทางท่านแม่ทัพก่อน”