ชุนเชียงเม้มปากไม่พอใจมองหลี่เจี่ยหลิงเป็เชิงกล่าวโทษ
“เ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเล่าอาจารย์สอนแล้วไม่ใช่หรือว่า ไม่ใช่ทุกคนที่้าความช่วยเหลือหากเราไปช่วยเหลือคนที่ไม่้าเขาจะเรียกว่ายุ่งไม่เข้าเื่ได้เ้า้าให้ข้าทำเช่นไรเล่า”
“แต่เ้าก็ไม่ควรพูดเช่นนั้น”ชุนเชียงถอนหายใจ “เ้าไม่รู้จักพูดแบบนี้ ท่านเขยจะหนีได้นะ”
หลี่เจี่ยหลิงปล่อยให้ชุนเชียงระบายอารมณ์ด้วยการซื้อของได้ตาม้าจนกว่าจะสบายใจ
แหวนมิติของหลี่เจี่ยหลิงมีขนาดมิติใหญ่กว้างขวางมากสามารถเก็บของได้จำนวนมาก แหวนมิติมีพลังทำให้ถนอมของให้คงสภาพดังเดิมเอาไว้ได้ทำให้ผัก ของป่าผลไม้ป่าเนื้อสัตว์ที่ซื้อมาสามารถเก็บได้นานโดยไม่้ากังวลว่าจะเน่าเสียภายหลัง
“หลิงเอ๋อร์ข้าได้ยินมาว่าร้านน้ำแกงเนื้อแพะที่อยู่ตรงข้ามโรงหมอจี้ซื่อถังอร่อยมากพวกเราไปกินมื้อกลางวันกันเถอะ” ชุนเชียงทำตามเป็ประกายอ้อนวอน
“งั้นพวกเราก็เข้าเมืองกันเถอะตอนนี้ก็ใกล้ยามอู่แล้วด้วย” หลี่เจี่ยหลิงเดินตามชุนเชียงไปเอาม้าที่ผูกไว้
“ท่านแม่!”เสียงคุ้นหูดังแว่วเข้ามาทำให้สองสาวหันไปมองตามเสียง
“นางเด็ก...”ฝ่ามือสะบัดเข้าใส่หน้าของเด็กสาวจนกระเด็น “ยุ่งไม่เข้าเื่หากไม่ให้ข้าขายลูกเ้าเสียก็รีบเอาเงินมาให้ข้า”
“สามีฮวาเอ๋อร์เป็ลูกเราสองคนนะเ้าคะ” เสียงหญิงสาวเอ่ยสั่น ๆมองลูกสาวที่กระเด็นออกไปด้วยสายตาปวดใจ
“พ่อหนุ่มเมียเ้าทำอันใดผิดนักเล่า ถึงได้ต้องทุบตีนาง” ยายเฒ่าขายผักป่าที่ห่างออกไปไม่มากช่วยพูดด้วยความเวทนา
“นั่นสิพ่อหนุ่มไม่ว่าเมียเ้าจะทำผิดขนาดไหน เ้าก็ไม่น่าจะทุบตีนางขนาดนี้อย่างไรนางก็คลอดลูกสาวตัวน้อยให้เ้า”
ชาวบ้านต่างช่วยกันพูดคำสองคำสำหรับยุคสมัยนี้ภรรยาเป็เหมือนสิ่งของของสามี ไม่ว่าสามีจะทุบตีทำร้ายหรือแม้แต่ขายนางออกไปก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมายต่อให้ชายผู้นี้ทุบตีหญิงสาวจนตายคาหน้าเมืองตรงนี้ ทหารก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว
ชายผู้นั้นชี้ไปทางเด็กสาวที่กำลังลุกขึ้นคลานถลาไปบังตัวแม่ของนาง“เ้ายังกล้าพูด เ้าแต่งเข้าบ้านข้ามาตั้งกี่ปีแต่ได้เ้าของจ่ายชดเชย[1]นี่มาแค่คนเดียวไร้ประโยชน์เสียจริง”
“สามีฮวาเอ๋อร์เป็ลูกของเรานะ เ้าจะขายนางไม่ได้ ข้าให้ ข้าให้ทั้งหมด”หญิงผู้นั้นมีไม้สั่นรีบส่งถุงเงินให้แก่สามีด้วยท่าทางหวาดกลัว
“ท่านแม่!”มือของหญิงผู้นั้นไม่ทันยื่นออกไปถึงมือของสามี ร่างของนางก็ล้มลงสร้างความหวั่นไหวของผู้คนรอบข้าง
“บัดซบ! อัปมงคลเสียจริง”ชายผู้นั้นรีบคว้าถุงเงินเหลือบมองเล็กน้อยแล้วหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ท่านแม่ ช่วยด้วยเ้าคะ ท่านแม่ข้า ท่านแม่ข้า....”เด็กน้อยร้องเรียกให้คนช่วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่ข้า ข้า....”
ชุนเชียงทนไม่ไหวรีบพุ่งเข้าจับหญิงผู้นั้นพลิกตัวกดจุดเหรินจงของนางให้นางฟื้นสติขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือชาวบ้านต่างแห่กันมารุมมองหญิงสาวด้วยความสงสัย
เจิงซื่อสะลึมสะลือได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นข้างหูมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดขาวกำลังเดินเข้ามาหานางอย่างสงบบรรยากาศรอบตัวนางช่างคล้ายดังเซียนที่ลงมาโปรดบนโลกมนุษย์ยิ่งนัก
“ถอยออกไปและเงียบด้วยเ้าค่ะฮูหยินของข้าจะตรวจอาการคนไข้” ชุนเชียงห้ามปรามชาวบ้านรอบด้านพวกชาวบ้านไม่เข้าใจนักว่าคนไข้คือสิ่งใดแต่ก็พอจากภาพรวมก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงคนเจ็บผู้หญิงนางนั้น
หลี่เจี่ยหลิงจับแขนของเจิงซื่อขึ้นมาจับชีพจรพลิกเปลือกตาก่อนจะถอนหายใจ
“แรกเริ่มเดิมทีเ้าเป็โรคไตเฉียบพลันอาการหลัก ๆ คือไม่มีเรี่ยวแรง ปวดเอว ปวดท้อง ถ่ายเบาน้อย และถ่ายเบาเป็เืต่อมาก็กลายเป็โรคไตอักเสบเรื้อรัง ความสามารถในการได้ยินลดน้อยลง ผมร่วง ผิวแห้งกระทั่งสูญเสียการมองเห็น”
เจิงซื่อตัวสั่นสะท้านสะอึกสะอื้นพยักหน้าตอบรับคำพูดของหลี่เจี่ยหลิง“เ้าค่ะ ใช่แล้วเ้าค่ะท่านหมอ”
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจหนักมองเจิงซื่อเป็เชิงเตือน “โรคนี้เกิดจากความเหนื่อยล้า”
เจิงซื่อเม้มปากไม่พูดอะไรมีเพียงเสียงลูกสาวของนางกอดนางร้องไห้สะอึกสะอื้นเงียบ ๆ
“ข้าจะจ่ายเทียบยาสำหรับสามวันให้กับเ้าก่อนและจะเขียนรายการอาหารที่เ้าต้องกินให้ด้วย พวกเ้ากลับไปก็ดูแลตัวเองให้ดีอีกสามวันค่อยไปหาข้าที่หมู่บ้านหนิวเจีย” หลี่เจี่ยหลิงลุกขึ้น“หากเ้าไม่อยากตายอีก ก็รักตัวเองให้มากขึ้นเถอะ”
ชุนเชียงพยุงตัวหญิงสาวผู้นั้นลุกขึ้น“ตามฮูหยินข้าไปรับยาเถอะ”
“แต่แต่... แต่ว่าข้าน้อยไม่มีเงินเ้าค่ะ” เงินของนางล้วนถูกชายผู้นั้นเอาไปหมดแล้วจะเอาเงินที่ไหนให้หมอกัน
“ท่านแม่ท่านจะไม่หายหรือ” เติ้งฮวามองหน้าแม่ตาปริบ
ชุนเชียงยิ้ม“ฮูหยินของข้าคือท่านหมอแห่งหมู่บ้านหนิวเจีย”เจิงซื่อได้ยินก็ไม่รู้จักมองเติ้งฮวาส่ายหัวไปมาเช่นเดียวกัน
หญิงชราคนหนึ่งในกลุ่มคนก็ดังขึ้น“ข้ารู้ ข้ารู้ ท่านหมอแห่งหมู่บ้านหนิวเจียรักษาชาวบ้านรอบหมู่บ้านหนิวเจียท่านไม่เก็บค่ารักษาคนเจ็บ หากสมุนไพรตัวไหนสามารถหาได้บนเขาก็ไม่ต้องซื้อหากไม่มีท่านหมอก็จะมอบให้ ข้าเห็นตาเฒ่าหนิวขายหมูเองก็ได้ท่านหมอรักษาด้วยวันก่อน”
“ท่านหมอผู้นั้นนะหรือโอ้์.... นางหนูนี่มีบุญนัก ได้พบคนดีอย่างท่านหมอ”
“ท่านหมอประเสริฐนักช่วยเหลือคนยากคนจน์ไม่ทอดทิ้งคนยากไร้ ส่งท่านหมอมาโปรด”
ชุนเชียงพยุงเจิงซื่อเดินไปทางม้าที่พวกนางสองคนผูกเอาไว้ตรงนั้นเป็ต้นสนเปลือกแดงต้นใหญ่ มีของมากมายออกมาจากอากาศอย่างน่าประหลาดต่อหน้าต่อตาของเจิงซื่อไม่นานก็มีห่อยาหกห่อปรากฏถูกยื่นส่งให้กับนาง
“นี่คือยาสามวันนี้ของเ้าดื่มสามมื้อหลังอาหาร” หลี่เจี่ยหลิงกำลังจะบอกรายการอาหารที่จะต้องกินก็หยุดนึกถึงสภาพความเป็อยู่ของหญิงสาวก็คาดว่าแม้แต่เก็บห่อยาไม่ให้สามีนางเอาไปขายได้ก็นับว่ามากเกินพอแล้ว
“กินอาหารดีๆ ไข่ไก่ ขาหมูในตลาดก็ได้ราคาไม่สูงมากนัก ผักของเ้ากินข้าวขาวบ้างเล็กน้อยก็พอ” พูดจบหลี่เจี่ยหลิงก็ลุกขึ้น “ข้าขอพูดอีกครั้งชีวิตของเ้าเป็ของเ้าเองหากเ้าไม่รักตัวเองไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าออกจากนรกแห่งนี้ไม่ได้”
ชุนเชียงแย้มยิ้ม“ผักของเ้าปลูกได้ดีนัก เ้าทำตามที่ฮูหยินข้าบอกให้ดีเล่าไว้ข้าจะซื้อผักของเ้าใหม่ เ้าจะได้มีเงินสินเดิมให้ลูกสาว”
พูดจบชุนเชียงก็จูงม้าออกมาให้ตัวเองกับหลี่เจี่ยหลิง“ดูแลตัวเองนะเ้าค่ะ”
ไม่ทันที่เจิงซื่อได้ตอบรับทันหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงก็ขี่ม้าไปทางประตูเมืองแล้ว เจิงซื่อกอดห่อยาแน่นก้มหน้าปิดหน้าปิดตาสะอึกสะอื้นช่างดี ช่างดีเหลือเกิน
........
ยามโหย่วหลี่เจี่ยหลิงสวมผ้าคลุมแดงประดับขนจิ้งจอกขาวสวมหน้ากากสีขาวปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวของ‘หมอปีศาจ’ ส่วนชุนเชียงเองก็สวมหน้ากากสีดำครึ่งหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ
สองสาวหนึ่งขาวหนึ่งดำเดินไปตามถนนหนทางเมืองฉาง
ปกติแล้วตามเมืองต่างๆ ล้วนมีการจัดแผนผังเมืองคล้ายคลึงกัน ถนนสายตะวันตกขายเครื่องชาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็หลัก ส่วนถนนสายตะวันออกเน้นไปทางร้านขายของชำร้านธัญพืช ร้านตีเหล็กและร้านยา
สองสาวเดินมาหยุดที่หน้าอาคารหอสูงห้าชั้นหวังจินยืนรออยู่ที่ด้านหน้าหอฟู่จินโค้งทำความเคารพหลี่เจี่ยหลิงทำให้ผู้คนหันมองสองสาวและพากันกระซิบกระซาบถามถึงตัวตนของหญิงสาวปริศนาทั้งสอง
“หมอปีศาจ”ไม่รู้ว่าใครเป็คนเริ่มแต่ไม่นานผู้คนก็เริ่มฮือฮากันอย่างยิ่ง
‘หมอปีศาจ’ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็ ‘ัเห็นหัวไม่เห็นหาง’ ชื่อเสียงในยุทธภพล้วนไม่มีใครไม่รู้จักหมอปีศาจแต่ทุกคนล้วนไม่เคยเห็นหน้าหมอปีศาจมาก่อนแทบทั้งนั้น
มีเพียงคำกล่าวว่าหมอปีศาจจะสวมชุดขาวผ้าคลุมแดงปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากสีขาวมักเดินทางไปมากับผู้ช่วยที่สวมชุดสีดำหน้ากากดำ
หวังจินแย้มยิ้ม“ชื่อเสียงของท่านยังคงเป็ที่สนใจของผู้คนเช่นเดิมเลยนะขอรับ”เวลาอยู่ข้างนอกหวังจินจะแสร้งทำเป็รู้จักเพียงหมอปีศาจเท่านั้น
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะแ่เบาแสร้งวางมาดเดินตามเข้าไปภายในหอฟู่จิน
หอฟู่จินจัดประมูลสินค้าทุกสองเดือนและก่อนที่จะทำการเปิดประมูลจะมีการแจ้งไปยัง ‘ลูกค้าหลัก’ของโรงประมูลเสียก่อนเสมอ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสินค้าได้เตรียมตัวลงประมูล
แต่หากเป็สินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือล้ำค่าจริงๆ จะถูกส่งไปยังหอฟู่จินที่เมืองเยี่ยนเป่ย เมืองโม่เสียนหรือเมืองหลวงต้าโจวเป็หลักแทน เพราะกำลังซื้อของผู้คนที่นั้นสูงกว่าเมืองอื่น ๆในเป่ยเฉิง และไม่ทำให้มูลค่าของสินค้าลดลงเท่าที่ควร
หอฟู่จินมีลักษณะเป็หอสูงทรงกลมสูงห้าชั้นหวังจินพาหลี่เจี่ยหลิงไปเดินดูสินค้าที่เข้าร่วมประมูลในเดือนนี้ที่ชั้นแรกมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่
สินค้าในโรงประมูลมีมากมายทั้งของวิเศษจากดินแดนเซียนยาที่ปรุงโดยหมอเลื่องชื่อ สมุนไพริญญาหายาก อาวุธ ภาพอักษร ภาพวาดจากนักปราชญ์เลื่องชื่อแท่นฝนหมึก นอกจากนี้ยังมีพวกของตกแต่ง ของหายากอีกหลายอย่าง
หลังจากเดินดูสินค้าเข้าประมูลพอเป็พิธีหวังจินก็พาหลี่เจี่ยหลิงขึ้นชั้นสอง พื้นที่ตรงนี้เป็พื้นที่สำหรับทำการประมูลสินค้ามีเก้าอี้วางเรียงกันล้อมลานประมูลเป็เสี้ยวพระจันทร์
ชั้นสามถึงชั้นห้าเป็ชั้นลอยทุกห้องจะถูกกั้นด้วยผนัง ทำให้แต่ละห้องไม่เห็นกันและกัน เป็พื้นที่ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าระดับสูงที่ทางหอฟู่จินเตรียมเอาไว้รองรับทั้งหมดสิบห้าห้องพวกเขาสามารถมองสินค้าผ่านทางระเบียงห้องของตัวเองได้และจะมีเสี่ยวเอ้อร์ประจำห้องคอยขานราคาประมูลแทนเ้าของห้อง
หวังจินพาสองสาวไปหยุดที่ห้องประมูลหมายเลขหนึ่ง
หวังจินเคาะประตูไม่นานก็มีเสี่ยวเอ้อร์ประจำห้องเปิดประตูออกมาเมื่อเสี่ยวเอ้อร์เห็นว่าเป็หวังจินก็หลีกทางให้ทั้งสามคนเข้าไปในห้อง หลี่เจี่ยหลิงมองไปกลางห้องมีชายวัยกลางคนท่าทางเ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอกท่าทางดูเชื่อถือไม่ได้กำลังมองมาทางพวกนางด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
หวังจินยิ้ม“ท่านผู้นี้คือกู่ฮวน ผู้เชี่ยวชาญด้านหยกแห่งเป่ยเฉิงของเราขอรับ”
“หมอปีศาจ?”แววตาของกู่ฮวนระยิบระยับเ้าเล่ห์สายของเขามองหลี่เจี่ยหลิงราวกับประเมินสินค้าราคาสูง
ชุนเชียงคิ้วกระตุกรู้สึกไม่พอใจนักจนส่งเสียงเฮอะออกมาทำให้กู่ฮวนรู้สึกตัวหัวเราะออกมา ลุกขึ้นทำความคารวะหลี่เจี่ยหลิง“ข้าน้อยล่วงเกินท่านหมอปีศาจแล้ว”
หลี่เจี่ยหลิงแสร้งทำเป็ไม่สนใจกู่ฮวนเดินตรงไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งด้วยท่าทางสบาย ยกน้ำชาขึ้นมารินให้ตัวเองหนึ่งถ้วยใช้นิ้วเรียววนเบา ๆ ทดสอบพิษก่อนจะยกขึ้นมาจิบเหลือบสายตามองไปทางกู่ฮวนเป็เชิงบอกให้นั่งลง
กู่ฮวนมองไปทางหวังจินเห็นหวังจินพยักหน้าตอบรับเขาก็นั่งลงอย่างรวดเร็ว“ไม่ทราบว่าข้าน้อยสามารถช่วยสิ่งใดท่านหมอปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ได้บ้างขอรับ”
หลี่เจี่ยหลิงจิบน้ำชามองกู่ฮวนรู้ความหมายแฝงที่เขาพูด เ้าเฒ่านี่้าที่จะดึงราคาให้สูงขึ้นหลี่เจี่ยหลิงแสร้งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะโยนออกไป “ยาบำรุงหยางเหมาะสำหรับเ้า”
กู่ฮวนตาลุกวาวรับยาบำรุงหยางด้วยความพึงพอใจ“ยาดี”
หลี่เจี่ยหลิงขมวดคิ้วอดทนกับกู่ฮวนแสร้งทำเป็ล้วงเอาหยกพกออกมาจากด้านในอกเสื้อวางลงบนโต๊ะ“ข้า้าทราบที่มาของหยกพกชิ้นนี้”
กู่ฮวนคว้าหยกพกบนโต๊ะขึ้นมาพินิจพิจารณาส่องใกล้ๆ ก่อนจะส่องกับแสงเพื่อให้แน่ใจมากขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นเห็นได้ชัดว่าหยกพกชิ้นนี้ต้องไม่ใช่หยกธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
ชุนเชียงเตรียมตัวหากว่าผู้ชายคนนี้กล้าจิ๊กหยกพกของฮูหยินนางจะรีบตามไปกระทืบทันที อื้ม.... นางต้องจับตามองไว้ให้ดี
หวังจินเองก็กังวลเื่นี้เช่นกันส่งสายตาให้เสี่ยวเอ้อร์ประจำห้องออกไปยืนดักที่ด้านนอกประตูหากกู่ฮวนจะหนีจะต้องะโลงไปทางระเบียงเท่านั้น
“เ้ารู้หรือไม่ว่าหยกพกชิ้นนี้เป็ของผู้ใด”
กู่ฮวนครุ่นคิดคำตอบก่อนจะถอนหายใจมองไปยังหวังจินที่ยืนพิงขอบระเบียงและชุนเชียงที่มองมาทางเขาท่าทางดุดันก็ยิ้มกว้าง “พวกท่านไม่ต้องกังวลแม้ว่าข้าจะเป็คนละโมบแต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรยุ่งกับของของท่านหมอปีศาจหรอกขอรับ”
“ท่านหมอปีศาจรู้ใช่หรือไม่ว่าหยกพกเป็ของติดตัวบุรุษ” กู่ฮวนเอ่ยหยั่งเชิงเขา้าให้แน่ใจว่าหมอปีศาจเกี่ยวข้องอย่างไรกับเ้าของหยกพกชิ้นนี้
“ข้าย่อมรู้”หลี่เจี่ยหลิงยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบแสร้งทำเป็ไม่สะทกสะท้าน“แต่ใช่ว่าไม่มีสตรีพกหยกพกติดตัวมิใช่หรือ”
“ขอถามท่านหมอได้หรือไม่ขอรับว่าท่าน้าตามหาเ้าของหยกพกชิ้นนี้เพื่อการใดขอรับ”
ชุนเชียงถลึงตาข่มขู่หลี่เจี่ยหลิงกระแทกถ้วยน้ำลงบนโต๊ะอย่างแรงจนน้ำชากระเด็นออกมา“เหตุใดเ้าต้องถามให้มากความ เ้าเพียงแค่บอกข้ามาว่ารู้หรือไม่ก็พอ”
กู่ฮวนรู้แล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถแย่ได้ตามใจชอบ“บุรุษล้วนชมชอบพกหยกประจำตัวที่มีสีเข้มรูปทรงสี่เหลี่ยมให้ความรู้สึกหนักแน่นมั่นคงประทับด้วยตราประจำตระกูลเพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของตัวเอง
แต่ว่าสตรีนิยมหยกที่มีความใสอย่างหยกไขมันแพะหรือสีอ่อนเช่นสีชมพู สีเขียวอ่อน รูปทรงกลมขนาดไม่เล็กจนเกินไปเพิ่มความโดดเด่นด้วยการร้อยสายไข่มุกประดับ”
กู่ฮวนวางหยกพกเลื่อนไปตรงหน้าของหลี่เจี่ยหลิงหยกชิ้นนี้มีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ แต่มีลักษณะรูปทรงเป็วงกลมขนาดไม่ใหญ่มากนักได้รับการแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงามมีการร้อยเข้ากับไข่มุกดำและไข่มุกขาวตัดสลับกันหกเม็ด ดูล้ำค่ายิ่งนัก
“เช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร?”
“บุรุษบางคนนิยมมอบหยกพกของตนเองเป็ของแทนตัวแต่หากเป็ตระกูลใหญ่ หยกพกเป็เหมือนตราประจำตัวของคนผู้นั้นดังนั้นชายหนุ่มตระกูลใหญ่หลายตระกูลเลือกที่จะแกะสลักหยกชนิดเดียวกันกับตัวเองมอบให้หญิงสาวเรียกว่า ‘หยกคู่’ ขอรับ”
“หมายความว่าหยกชิ้นนี้มีคู่ของมันอีกชิ้นหนึ่ง”หลี่เจี่ยหลิงเลิกคิ้วถาม เช่นนั้นหากตามหาผู้ที่พกหยกอีกชิ้นหนึ่งนางก็สามารถหาคนที่้าตามหาได้อย่างนั้นสินะ
“หยกซวางเป็หยกที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง สีของมันเข้มจนเกือบดำแต่เมื่อส่องกับแสงจะมีความโปร่งใสจนมองทะลุ ตัวหยกมีความอุ่นมีความเชื่อว่าจะช่วยทำให้ผู้ที่พกหยกชนิดนี้ติดตัวจะมีอายุยืนยาว”
“เช่นนั้นเ้าหมายความว่าหยกซวางนี้หายากไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ได้เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าใครบ้างที่หยกชิ้นนี้”
กู่ฮวนส่ายหน้า“ข้าจำได้เพียงลาง ๆ ว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมีแม่ทัพใหญ่ทางเหนือต้าโจวผู้หนึ่งได้รับหยกซวางจากจอมยุทธในยุทธภพมาแผ่นหนึ่งแต่ข้าน้อยจำไม่ได้ว่าหยกซวางถูกมอบให้แก่แม่ทัพใหญ่คนใดขอรับ”
“เช่นนั้นเ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นในตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
กู่ฮวนถอนหายใจยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มจนหมด“ท่านหมอท่านทำให้ข้าลำบากใจแล้วแม่ทัพใหญ่ที่ดูแลทางเหนือของต้าโจวในตอนนั้นล้วนแต่ติดตามเป่ยเฉิงโหวมาดูแลเป่ยเฉิงโหวแล้วแทบทั้งนั้นขอรับข้าว่าหากท่าน้าสืบหาตัวตนเ้าของหยกพกก็ควรจะเริ่มจากพวกเขาขอรับ”
แม่ทัพใหญ่ที่ติดตามเป่ยเฉิงโหวติดตามมายังเป่ยเฉิงล้วนขึ้นชื่อเื่ความภักดีเป็อย่างมากมีคำกล่าวว่าเป่ยเฉิงโหวเป็ฮ่องเต้แห่งเป่ยเฉิงนั้นไม่เกินจริงแม้แต่น้อย
รุ่ยอ๋องในตอนนี้ทั้งร่างกายอ่อนแอและไร้ประโยชน์ทุกคนในราชสำนักและคนวงในล้วนรู้ดีว่ารุ่ยอ๋องเป็ไก่ดินสุนัขดินเผา[2]เป่ยเฉิงในตอนนี้ล้วนปกครองโดยเป่ยเฉิงโหวแม่ทัพใหญ่ที่คุ้มทัพทหารก็ยังภักดีต่อเป่ยเฉิงโหวอีกด้วย
แน่นอนว่าแม่ทัพใหญ่ที่สามารถติดตามเทพแห่งาแดนเหนือได้ย่อมไม่ใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน[3]ความโเี้แข็งแกร่งของพวกเขาเองก็ไม่ได้แตกต่างกับเป่ยเฉิงโหวมากนัก
หากหยกชิ้นนี้เป็ของหนึ่งในพวกเขาเขาไม่มีทางเอาชีวิตน้อย ๆ ไปเสี่ยงกับคนเ่าั้ต่อให้มีทองกองเป็ูเาอยู่เบื้องหน้าเขาก็ตาม
หลี่เจี่ยหลิงแสร้งเก็บหยกพกกลับเข้าไปในอกเสื้อท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของกู่ฮวนก่อนจะโยนก้อนตำลึงทองหนักห้าตำลึงหนึ่งก้อนส่งให้กู่ฮวน
“นี่สำหรับความช่วยเหลือของเ้า”หลี่เจี่ยหลิงลุกขึ้น “หวังว่าเ้าจะรู้ว่าสิ่งใดควรพูด สิ่งใดไม่ควรพูด”
หวังจินชักกระบี่ขึ้นจากฝักเล็กน้อยเป็เชิงเตือนชุนเชียงแยกเขี้ยวกางเล็บใส่ กู่ฮวนมองทั้งสองคนด้วยความสับสนข้าได้ตั้งห้าตำลึงทองจะสนใจเสี่ยงชีวิตโดยไม่ได้รับผลตอบแทนเพื่อสิ่งใดกันเล่า
ดูจากหยกชิ้นนี้หากพูดออกไปไม่เท่ากับสร้างศัตรูกับหมอปีศาจและแม่ทัพใหญ่เป่ยเฉิงหรอกหรือคิดว่าข้าบ้าไปแล้วหรือไง?
“ท่านหมอโปรดวางใจข้าน้อยไม่กล้า ไม่ใช่สิ วันนี้ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนขอรับ”
หลี่เจี่ยหลิงแย้มยิ้มพึงพอใจ“ดีมาก”
หวังจินพาหลี่เจี่ยหลิงลงจากหอฟู่จินไปยังห้องรับรองห้องหนึ่งที่เงียบสงบยามนี้หอฟู่จินกำลังจะเริ่มการประมูลแล้วเหล่าลูกค้าที่มาเพื่อประมูลสินค้าล้วนแต่อยู่ภายในห้องประมูลหลักกันแล้วทั้งสิ้นทำให้บริเวณชั้นหนึ่งที่คึกคักเงียบสงัดเป็ส่วนตัว
แม่ทัพใหญ่แห่งเป่ยเฉิงมีอยู่หลายคนอีกทั้งล้วนแต่ประจำอยู่ตามชายแดนเขตต่าง ๆ ของเป่ยเฉิง ในเมื่อเป็ของแทนใจย่อมไม่ใช่เื่ที่ใครในตระกูลก็รู้เป็แน่ทางเดียวที่จะรู้ว่าหยกชิ้นนี้เป็ของแทนใจของใครนางก็ต้องไปถามจากเ้าตัวด้วยตัวเองเท่านั้น
แต่ว่าแม่ทัพใหญ่ล้วนใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในค่ายทหารการที่จะเข้าไปในค่ายทหารนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ค่ายทหารเป่ยเฉิงเป็สถานที่สำคัญที่ได้รับการตรวจสอบดูแลอย่างแ่ามีเพียงคนที่เกี่ยวข้องหรือได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าค่ายทหารได้
แต่ถึงแม้ว่าจะเข้าค่ายทหารได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความร่วมมือจากพวกเขาในการตรวจสอบตัวตน
หวังจินแย้มยิ้มสบายใจ“ไม่ต้องกังวลขอรับคุณหนูรองพวกข้าน้อยจะส่งคนไปสืบหาข้อมูลของเหล่าแม่ทัพใหญ่ทั้งหลายอย่างละเอียดเองขอรับอย่างไรเสียมีเบาะแสก็ย่อมดีกว่าไม่มีเลยไม่ใช่หรือขอรับ”
“ก็จริง”ตอนแรกที่ท่านอาจารย์มอบหยกพกชิ้นนี้ให้กับนาง ตอนนั้นก็บอกนางเพียงแค่ว่าเป็ของที่ท่านแม่มอบให้นางก่อนสิ้นลมหายใจ
นางต้องใช้เวลานานถึงสองปีตะเวนสอบถามข้อมูลไปทั่วใต้หล้าจนในที่สุดก็ติดตามเบาะแสสุดท้ายมายังเป่ยเฉิงตอนนี้การตามหากระชับวงค้นหาเหลือเพียงแม่ทัพใหญ่ไม่กี่คนของเป่ยเฉิงนับว่าก้าวหน้ากว่าเดิมหลายเท่านัก
ชุนเชียงมองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่เข้าใจ“พวกเราแค่บุกไปถามพวกเขาก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไงหากพวกเขาไม่บอกข้าจะอัดพวกเขาจนกว่าจะบอกเอง” ชุนเชียงชูกำปั้นให้ดูว่านางจะทำเช่นนั้นจริงๆ
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจกับความซื่อของนางหวังจินหัวเราะส่ายหน้า หากว่าง่ายแบบนั้นก็คงดีหรอก
“อื้ม...”ชุนเชียงชะงักครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะทำหน้าตาใ“ไม่ใช่ว่าพ่อของหลิงเอ๋อร์คือหนึ่งในแม่ทัพใหญ่เป่ยเฉิงหรอกหรือ”ชุนเชียงนับนิ้วมือไปมา
“ทำอะไรของเ้า”หลี่เจี่ยหลิงมองท่าทางของชุนเชียงอย่างไม่เข้าใจหันไปมองหวังจินเองก็ส่ายหน้าไม่เข้าใจเช่นกัน
“ข้ากำลังนับเบี้ยหวัดของแม่ทัพใหญ่นะสินี่หมายความว่าเ้ากำลังรวยแล้วใช่หรือไม่ฮูหยินต่อไปเ้าก็เป็บุตรีท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว เ้าจะต้องเรียนมารยาท เขียนอักษรดีดพิณเหมือนเหล่าคุณหนูในห้องหอด้วยหรือไม่”
หลี่เจี่ยหลิงคิ้วกระตุกนางเหมือนคุณหนูในห้องหอนักหรือไง
หวังจินคิดตามแล้วก็หัวเราะพอเห็นหลี่เจี่ยหลิงถลึงตาใส่ก็กลั้นขำตาปริบ “ขออภัยขอรับคุณหนูรองข้า...ข้าคิดเื่เล่าตลกได้พอดีนะขอรับ”
หลี่เจี่ยหลิงอยากจะกุมขมับกับเ้าสองคนนี้เสียเหลือเกิน
“หากได้ข่าวแล้วก็ติดต่อข้าทันที”หลี่เจี่ยหลิงกำชับหวังจินก่อนจะหันไปบอกชุนเชียงที่ทำท่าทางเพ้อฝัน“ไม่ใช่ว่าเ้าอยากรีบกลับเรือนไปกินหม้อไฟหรอกหรือ”
“อืมท่านเขยทำอาหารอร่อยที่สุด”ชุนเชียงพยักหน้าเหมือนไก่จิกเห็นด้วยก่อนจะวิ่งออกไปเอาม้าที่ผูกไว้มารับพวกเขาที่ด้านหน้าหอฟู่จิน
“ท่านเขย?”หวังจินเลิกคิ้วเป็เชิงถาม “คุณหนูรองท่านแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือขอรับ”สักพักหวังจินก็ทำหน้าเคร่งเครียด“ท่านคงไม่ได้ไปฉุดคุณชายท่านใดทำเป็สามีหรอกใช่ไหมขอรับ”
บางครั้งข้าก็สงสัยว่าความคิดข้าผิดเพี้ยนหรือพวกเ้าที่เพี้ยนกันแน่
------------------------------------------
[1] ของจ่ายชดเชยตามธรรมเนียมการแต่งงานของชาวจีนโบราณ เมื่อฝ่ายหญิงแต่งเข้าบ้านฝ่ายชายจะต้องเตรียมสินเดิมเ้าสาว เช่น เงินทองหรือข้ารับใช้ขนไปที่บ้านสามีจึงมีคำเรียกลูกสาวในเชิงเหยียดหยันว่า ‘ของจ่ายชดเชย’ มีแต่เสียไม่มีได้
[2] ไก่ดินสุนัขดินเผาหมายถึงบุคคลหรือสิ่งของที่มีแต่ชื่อ ไร้ประโยชน์ที่แท้จริง
[3] ตะเกียงไร้น้ำมันคือคนไม่ธรรมดา ยากที่จะจัดการคนประเภทนี้