????
กระท่อมกลางป่าช้า
ต้นมกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕
“ทำแผลเสร็จหรือยัง ฉันจะให้ลูกน้องไปส่ง” เสียงแหบห้าวเอ่ย ตาจ้องมือที่เย็บแผลให้ตน พูดไม่เข้าหูทีก็ต้องกัดฟันที คุณหมอมือหนักใช่เล่น
“สีผึ้งทาแค่รอบแผล เปลี่ยนผ้าทุกวัน ห้ามโดนน้ำ ยาฉันจะจัดไว้ให้เจ็ดวัน หากหมดให้ซื้อหาตามใบสั่ง กินสักเดือน ได้มาไม่ครบก็ไม่เป็ไร ลดช้ำใน ช่วยสมานแผล ป้องกันพิษาแ”
หมอว่านเอ่ยพร้อมวางเข็มลง หยิบผ้าพันแผลใหม่จากจีวรเก่าพันรอบ โดยมีสายตมคมมองตามไม่วางตา
“ขอบใจ”
คนฟังแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน เอ่ยสั่งต่อตามบทบาทนายแพทย์
“กินอาหารอ่อน งดของแสลง เหล้า ยาสูบก็ไม่ได้ ให้ดีก็กินไข่มื้อละฟอง ข้าวปลาอาหารตามแต่หาได้”
ว่านยาเอ่ยจบถึงเงยหน้า จนเผลอสบเข้ากับั์ตาเหยี่ยวที่มองตนอยู่ก่อน มือเรียวมัดปมผ้าไว้ที่ไหล่กว้าง จดจ้องกันเงียบๆ ราวกำลังแข่งขัน ในตาระยับของขุนโจรราวกำลังท้าทาย คุณหมอตีความเช่นนั้นก่อนจะเป็ฝ่ายหลบตาพ่ายแพ้ไป ว่านยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเอ่ยต่อ
“ถ้าขาดเหลืออะไร หลวงเวชวินิจท่านเปิดร้านหมออยู่ในตลาด ที่เดิมกับร้านยาศรีประไพ” บอกเพียงเท่านั้นก็ลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อโค้ชตัวหนาพับวางไว้ข้างเตียง
“เสื้อนี่ ฉันไม่เอา คุณหมอเอากลับไปด้วย” เสียงทุ้มเอ่ยห้วน
หมอว่านกัดฟันเลิกคิ้ว ปฏิเสธน้ำใจกันไปเสียหมด มันน่าทำดีด้วยไหมเล่า
“ดี” คุณหมอว่า มือคว้าเสื้ออุ่นกลับคืน
ตาคมมองตามอย่างพึงพอใจ
“ฉันจะให้พวกมันปิดตาหมอจนกว่าจะถึงสถานี แต่ฉันรู้คุณหมอนั้นเฉลียวฉลาดนัก กระนั้นต้องบอกให้รู้ไว้ก่อน ฉันอยู่นี่เพียงชั่วคราว ต่อให้เอาไพร่พล หรือพวกทหารต่างด้าวมา ก็ไม่มีทางตามทัน”
ตาสบตา ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยแฝงนัย
แพทย์หนุ่มดวงตาแดงรื้นขึ้นมา คนทั่วไปคงแยกไม่ถูกระหว่างโกรธขึ้งหรือโศกเศร้าเสียใจ กรามบดแน่นราวกำลังอดทนกับใจตัวเอง สักคำเดียวให้เอื้อนเอ่ย
“ฉะ ไฉ” ละทิ้งแล้วศักดิ์ศรี ลองสักครั้ง เพียงเรียกชื่อเท่านั้น หยาดน้ำตาคลอหน่วย แต่คุณหมอกลั้นเอาไว้
เสือร้ายเสมองนอกหน้าต่าง
“ฉัน ไม่รู้จักคุณหมอ หวังว่าจะไม่พบกันอีก”
ว่านยาต้องเงยหน้ามองหลังคามุงจาก กระนั้นก็ไม่อาจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล แน่นในอก
มีหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ กระนั้นก็ช่างมันเถอะ
ใบหน้าคมคายจ้องเขม็งยังคนที่หลบตากัน อุตส่าห์เจอแล้ว จะโกรธมากแค่ไหน เื่อะไรก็วางไว้ก่อน จากกันคราวนี้อาจหายไปอีกตลอดกาล หากฉุดรั้งไม่ทัน อาจไม่โชคดีพบกันอีก
“ไปด้วยกันเถอะ” เอ่ยหนักแน่น
คนเจ็บหัวเราะหยัน
“ไปไหน ค่ายทหารหรือ คุณหมอจะกล่อมฉันไปตายน่ะสิ”
“ฉันหมายถึงบ้าน หันคาหรือสุพรรณ พระนครก็ได้”
จอมโจรเอียงคอ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คุยกับแพทย์หนุ่มชาตินี้คงไม่รู้เื่ มันย่นหน้า แค่นยิ้มหยัน ี้เีจะเสวนาอีก เลยแหกปากะโเรียกลูกน้อง
“ไอ้มืด!! ไอ้เชียน!! เอาหมอออกไป ปิดตาส่งแขกกลับ”
เงียบกริบ ไม่มีใครขยับ บรรยากาศเลยคุกรุ่นขึ้นมา ว่านยาเริ่มเดือดกับท่าทีอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง กล้านัก ตาคมกริบของหมอจ้องเขม็ง
“ไอ้มืด!!!” เสือร้ายเร่งเรียกลูกน้องเสียงดังลั่น
ผัวะ เสียงผลักประตูเข้ามา พร้อมหน้าสลอนของลูกน้องสามคน
“ครับนาย”
“ปิดตาหมอ”
“ครับ”
ร่างถมึงทึงย่างสามชุมเข้าใกล้ คุณหมอก้าวถอยหนี
“ฉันปิดเอง เอาผ้ามา” แบมือให้ไอ้มืด
คนออกคำสั่งแค่นหัวเราะ
“ไม่ได้หรอก ถ้าหมอเล่นตุกติก พวกฉันจะฉิบหายกันหมด ไอ้มืดเอาผ้าให้กู”
คำสั่งคนเป็นายย่อมภาษีดีกว่า มือสากยื่นเศษผ้าให้นาย
คนเจ็บคว้าผ้า ดึงแขนหมอหนุ่มให้นั่งลงเตียงอีกหน ลูกน้องมองกันไปมา ข้ามองเอ็ง เอ็งมองข้า ทำตัวไม่ถูกชั่วครู่
พวกมันสรุปกันเอาเองว่าคุณหมอน่าจะเป็สหายเก่า ไม่อย่างนั้นนายคงได้ฟาดสลบไปหลายที
ผ้าผืนบางปิดทับดวงตาคม มือสากตวัดโดนขมับตรวจสอบให้แน่ใจว่าแน่นพอ จากนั้นถึงมัดมือสองข้างของหมอเข้าด้วยกัน
“เตรียมเกวียน”
“ครับนาย” เสียงใสของเด็กหนุ่มเอ่ยรับ วิ่งออกประตูลากวัวสองตัวมาใส่แอก
????
ว่านยาถูกปิดตา ประสาทรับรู้หนึ่งถูกปิดกั้นจริง กระนั้นยังเหลือหู จมูก และัั เสียงนกร้องดังแว่วขานรับกันไปมา มือหนาฉุดคุณหมอให้ขึ้นนั่งบนเกวียน ได้ยินเสียงกระเป๋าเหวี่ยงหล่นข้างกาย ก่อนจะถูกกักตัวให้นั่งติดกับร่างสูงใหญ่
ทีแรกคุณหมอคิดว่าไอ้มืดมันคง้าควบคุมตนตามคำสั่งนาย กระนั้นแล้วทุกคราวที่เกวียนโยกไหว ก็ได้ร่างหนาของ ‘มัน’ เป็ที่พักพิงไม่ให้โงนเงน คุณหมอจึงนึกฉงนใจขึ้นมา
เส้นทางเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝีเท้าและล้อลาก มือเรียวกำแน่นก่อนเอ่ย
“ฉันหิวน้ำ”
เสียงกอกแกกดังอยู่พักหนึ่ง กระบอกน้ำก็จ่อริมฝีปาก ว่านยายกมือขึ้นจับข้อมือแกร่งให้ยกสูงขึ้น ดื่มไปสองสามอึก แล้วปล่อยข้อมือหนาเช็ดปากตัวเอง จากนั้นก็นั่งนิ่งตลอดทาง
ไม่รู้ว่าแพทย์หนุ่มคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกถึงสายตาที่จดจ้องกันอยู่ตลอด ตอนลงเกวียนขึ้นเรือ ก็มีมือคอยประคอง หากไม่ติดที่ว่าถูกมัดมือปิดตา การดูแลที่ได้รับก็ไม่เลวร้ายเท่าตอนไอ้เชียนพาเขามา หัวปูดยังไม่หาย ดีที่มีเส้นผมปิดบัง
“หิวไหมคุณหมอ” เสียงไอ้มืดดังห่างออกไป
คิ้วเข้มขมวดมุ่นชั่งใจ
“ไม่” ถ้าอย่างนั้นข้างตนก็ไม่ใช่มืด
“ไอ้เชียนมันเอาไก่ต้มติดมา ไม่กินตอนนี้จะเสียของ” มืดว่า
“แก้มัดฉันสิ”
“แก้อะไรเล่า เชียนเอ็งเอาไก่ให้คุณหมอ”
ไก่ต้มชิ้นหนึ่งถูกยัดใส่มือ อ้อ ที่แท้ร่างสูงใหญ่นี่เป็ไอ้เชียน คุณหมอนั่งกินเงียบๆ ไม่แก้มัดจะทำอย่างไรได้เล่า กินเสร็จเศษซากเปื้อนน้ำลายก็ถูกคว้าขว้างทิ้งน้ำ มือเรียวถูกบรรจงเช็ดด้วยผ้าเปียกชุบน้ำทีละข้าง
“เชียน?”
มือที่บรรจงเช็ดชะงัก
“กินคาวแล้วยังไม่ได้กินน้ำเลย” หมอว่านเอ่ยบอก
น้ำจึงจ่ออยู่ที่ปากอีกครั้ง มือเรียวจับข้อมือแกร่งอีกหน เป็มือซ้ายเสียทุกคราว คุณหมอเลิกคิ้ว ตัวประกันที่เอาแต่ใจขนาดนี้ มีใครให้ได้บ้าง
เรือออกจากท่าตอนบ่ายแดดคล้อยแสงอ่อนลง ลมหนาวเริ่มคืบคลานเข้ามา มือที่ถูกมัดไว้สั่นน้อยๆ ว่านยาขี้หนาว
ทว่าหนาวได้เพียงครู่มืออุ่นสากก็สอดเข้ามาตรงกลางจับไว้เบาๆ
เชียนหรือ?
หึ อยากเป็ไอ้เชียนก็ปล่อยให้เป็ไปเสียให้พอเถอะ
????