ก่อนที่มะยมจะอาบน้ำนอนทางนิติบุคคลของคอนโดได้เอาเอกสารซองสีน้ำตาลที่ไม่มีชื่อผู้ส่งมาให้ซองเอกสารค่อนข้างหนาบวกกับเจอเื่ที่ทำให้ะเืใจหญิงสาวจึงเก็บมันไว้ในกระเป๋าส่วนตัวพร้อมกับเซ็ทมีดที่เธอสะสมไว้
ก่อนนอนหญิงสาวสวดมนต์ก่อนนอนอย่างที่ชอบทำเป็ประจำแต่ก่อนที่เธอจะนอนเธอรู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดวูบเข้ามาในห้องแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็ประจำอยู่แล้วั้แ่เธอยังเด็กๆเธอล้มตัวลงนอนพร้อมกับภาวนาขอให้เื่ทั้งหมดเป็เพียงการเข้าใจผิดของเธอเองเื่ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันส่วนลึกของจิตใจเธอรู้ดีว่าเื่ทั้งหมดมันเป็ความจริงและส่วนลึกยังบอกอีกด้วยว่าเธอโดนแฟนหนุ่มที่รักมากหักหลังเสียแล้วหญิงสาวหลับไปทั้งน้ำตาในคืนนั้น
เช้าวันใหม่
มะยมตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียตามเวลาที่มักตื่นประจำในยามเช้าพระอาทิตย์พึ่งจะเริ่มขึ้นมาจากขอบฟ้าเท่านั้น หญิงสาวเดินไปอาบน้ำและทานข้าวเช้าก่อนจะเก็บกวาดห้องเธอทำทุกอย่างเป็ปกติประหนึ่งว่าเื่ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นหญิงสาวทำตัวปกติเพื่อรอคนรักที่ไม่แน่ใจว่าเขาหักหลังเธอจริงหรือเปล่ากลับมาในขณะเดียวกันการที่เธอทำความสะอาดบ้านก็เป็การทำให้เธอไม่ฟุ้งซ่านอีกวิธีหนึ่ง
ดิ้งด่อง
“มาแล้วค่ะ” หญิงสาวมองผ่านจอเพื่อดูว่าใครมา ก่อนจะเห็นเป็แฟนหนุ่มกับเพื่อนสาวยืนจับมือกันอยู่ที่หน้าประตู
มะยมรู้สึกชาั้แ่ศีรษะลามไปยันเท้าแต่อย่างไรก็ตามเธอพยายามหายใจเข้าลึกๆพยายามหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไรพวกเขาไม่มีทางหักหลังเธอ ดูสิยังมีคนอื่นยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาด้วยทั้งฝ่ายนิติและคู่ชายหญิงที่เธอเองก็ไม่รู้จักหญิงสาวปั้นหน้ายิ้มก่อนจะเปิดประตู
“ธารินคุณกลับมาแล้วทำไมไม่เข้าห้องล่ะคะ มายืนทำอะไรตรงนี้ส่วนรินเธอมาทำอะไรกับแฟนฉันแต่เช้า” มะยมถามเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรแต่เธอเห็นว่ารินชักสีหน้าทันที ฝ่ายนิติกับคู่หนุ่มสาวต่างมองหน้ากันแล้วก้าวถอยหลังออกไปหน่อยหนึ่ง
“มะยมผมขอโทษ เราเลิกกันเถอะ ผมกำลังจะคบกับรินเราสองคนรักกันผมขอให้คุณเดินออกไปจากชีวิตของผมนะครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบไร้ความรู้สึก“ส่วนคอนโดนี้ผมขายไปแล้ว เงินที่ขายคอนโดผมโอนให้คุณไปแล้วเช่นกันวันนี้ผมแค่จะมาบอกลาคุณเท่านั้น” ไม่ทันที่มะยมจะได้ตอบโต้รินก็พูดแทรกขึ้นว่า“ส่วนงานที่บริษัทฉันเธอก็ไม่ต้องไปทำแล้วนะนี่เป็จดหมายไล่ออกกับเงินที่ต้องจ่ายชดเชยตามกฎหมาย” รินยกยิ้มมุมปาก“ส่วนเธอกับธารินก็ขอให้จบกันซะวันนี้ งานแต่งพวกนั้นฉันจัดการยกเลิกแทนเธอไปหมดแล้วไม่ต้องเกรงใจไป”รินยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของมะยม“ฉันหวังว่าเธอจะไม่เสนอหน้ามาให้ฉันกับธารินเห็นอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่เอาเธอไว้แน่”
แต่ก่อนที่รินจะได้ยิ้มสะใจไปมากกว่านี้เธอก็ต้องรู้สึกผวาเมื่อมะยมตวัดมีดสั้นเข้าใส่ที่หน้าของเธออย่างไม่บอกกล่าวดีที่คนรักของเธอกระชากเธอออกมาเร็วพอไม่อย่างนั้นป่านนี้ศีรษะของเธอคงขาดครึ่งจากแรงที่มะยมใช้เธอลืมไปได้อย่างไรว่าเพื่อนคนนี้เมื่อก่อนน่ากลัวขนาดไหนหรือเวลาหลายร้อยปีทำให้เธอลืมความน่ากลัวของผู้หญิงที่ชื่อมะยม
ธารินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบดึงรินเข้าลิฟต์ก่อนที่ลิฟต์จะปิดเขาไม่วายะโออกมาว่า “บ้านแถบชานเมืองที่คุณไปดูมาผมชอบมากและจะใช้บ้านหลังนั้นเป็ของขวัญแต่งงานของผมกับรินถ้ายังไงคุณมาอยู่บ้านละแวกนั้นก็ได้นะเราจะได้เป็เพื่อนบ้านกัน”
ลิฟต์ปิดไปพร้อมกับใจของหญิงสาวที่แตกสลายเธอไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นที่เธอตวัดมีดสั้นใส่รินก็เป็เพราะเธอรับไม่ได้กับรอยยิ้มเยาะและความเฉยชาจากคนรัก เธออยากจะฉีกปากที่พูดข่มขู่เธอก็เท่านั้น
เธอยังไม่ได้พูดอะไรสักคำพวกเขาก็จากไปทั้งแบบนี้แล้วแล้วจะให้เธอเอาเื่กับใครได้อีก จะให้เธอฟูมฟายออกมาหรือในตอนนี้เธออยากร้องะโแต่แปลกน้ำตาของเธอไม่ไหล ดวงตาของหญิงสาวแดงก่ำอย่างสัตว์ที่าเ็จนคนนอกทั้งสามที่มองอยู่อดเจ็บลึกในใจไม่ได้พวกเขารอให้เธอขยับอยู่นานแต่เธอก็ไม่ขยับจนกระทั่งนิติบุคคลอดกลัวใจมีดที่อยู่ในมืออดีตเ้าของห้องไม่ได้จึงทำใจกล้าเดินเข้าไปหาหญิงสาว เพื่อให้ลูกค้ารายใหม่วางใจว่าที่นี่ปลอดภัยจริงๆพวกเขาพนักงานคุมสถานการณ์ได้
“คุณมะยมคะ” นิติบุคคลกลืนน้ำลายเมื่อหญิงสาวหันหน้ามามองเธออย่างไร้ความรู้สึกนอกจากสายตาที่สื่อว่าใจสลายไปแล้วเท่านั้น“อย่างไรช่วยวางมีดลงก่อนได้ไหมคะ” เธอไม่อยากเสี่ยงกับอาวุธในมือของหญิงสาวคนนี้
“ค่ะ” มะยมตอบเสียงพร่าก่อนจะเดินเข้าห้องไม่วายเรียกพวกเขาเข้ามาส่วนตัวเองเดินไปนั่งอยู่บนโซฟา
“คือว่าคุณธารินเขาได้ขายห้องนี้ให้กับลูกค้ารายใหม่แล้วและในสัญญาระบุว่าพวกเขาสามารถย้ายเข้าได้วันนี้” ยังไม่ทันที่นิติบุคคลจะพูดเสร็จมะยมก็ถามแทรกขึ้นมา “เขาขายให้พวกคุณั้แ่เมื่อไหร่คะ”หญิงสาวมองไปที่คู่รักที่นั่งตัวลีบอยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับนิติบุคคล
“คือผู้ชายคนนั้นเขาขายให้ผมั้แ่สองอาทิตย์ก่อนครับ” ชายหนุ่มกอดแฟนสาวของตนไว้ถ้าเขารู้ว่าจะมีเื่แบบนี้เกิดขึ้น ให้ตายเขาจะไม่มีทางซื้อห้องนี้เด็ดขาดเขาไม่ได้อยากรับรู้บุญคุณความแค้น หรือศึกชิงรักหักสวาทของใครหรอกนะ
“ดีจริง” มะยมหัวเราะหยันตัวเองนั่นคือเวลาที่เขาเอาแต่บอกให้เธอไปหาบ้านชานเมืองตามที่เขา้ายังมีหน้าให้เธอไปอยู่ที่นั่นเพื่อเป็เพื่อนบ้านกันอีกมาคิดดูที่เธอโดนไล่ออกก็เพราะพวกเขาไม่อยากให้เธอไปบอกใครต่อใครว่าเธอโดนคนรักกับเพื่อนหักหลังแต่โทษทีต่อให้ไม่ไล่แต่มีเื่แบบนี้กิดขึ้นเธอยังจะไปทำงานอยู่ที่นั่นต่อไปอีกได้อย่างไรกัน
“เอ่อไม่ทราบว่าเราย้ายเขามาได้เลยไหมคะ”เสียงขลาดกลัวของหญิงสาวฝั่งตรงข้ามปลุกมะยมออกมาจากภวังค์
“ได้ค่ะ” มะยมหยุดไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ขอฉันเก็บกระเป๋าก่อนนะคะ”เธอไม่รอให้ทั้งสามตอบกลับเดินเข้าไปในห้องกระเป๋าเดินทางของเธอได้มาจากน้องสะใภ้มันจุของได้เยอะมากและน้ำหนักหนักที่สุดที่เธอจะรู้สึกคือสิบกิโลเท่านั้น ดังนั้นกระเป๋าใบนี้จึงเก็บอาวุธปืนมีด เงินสด เสื้อผ้าและเอกสารสำคัญต่างๆ ได้ทั้งหมดมะยมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าถือออกมาเธอโกยทุกอย่างที่เป็ของเธอลงกระเป๋าส่วนที่เหลือเธอทิ้งมันไว้ทั้งหมด ส่วนเงินในซองขาวเธอก็เก็บไว้อย่างน้อยมันก็คงจะมีประโยชน์อยู่บ้างแม้ว่าคนที่ให้มาจะมีเจตนาที่ไม่ดีก็ตาม
เมื่อหญิงสาวลากกระเป๋าออกมาจากห้องนอนเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกไปจากห้องเธอไม่ลืมเอากุญแจส่งให้นิติบุคคลในตอนที่เธอเดินลงมาถึงชั้นล่าง พนักงานชั้นล่างต่างมองเธอ มีทั้งสงสารเห็นใจไม่สนใจ และเหยียดหยาม พวกข้างหลังนี่เธอไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงมองเธออย่างนั้นและเธอก็ไม่สนใจด้วยเธอเพียงลากกระเป๋าและเดินอย่างใจลอยไปเรื่อยๆ ตามทางผ่านผู้คนที่เร่งรีบไปอย่างไม่เหลียวหลังกลับมามองสถานที่ที่เธอและเขาช่วยกันซื้อช่วยกันแต่งที่ที่เขาบอกว่ามันจะเป็ของเธอ ที่ที่เขาบอกว่ารักเธอสุดหัวใจทำไมคนที่บอกกับเธอแบบนั้นกลับพูดว่าจะจากเธอไปได้อย่างง่ายดายแบบนี้กันนะเธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ