วันต่อมา
“คิน เป็อะไรหรือเปล่า” ผู้จัดการส่วนตัวที่โดยสารรถตู้มาด้วยกันหลังจบตารางงานในวันนี้ เอ่ยทักชายหนุ่มในความดูแลของตัวเองหลังเห็นว่าระยะนี้ภาคินทร์ดูจะติดโทรศัพท์มากกว่าที่เคยเป็ เพราะเมื่อไหร่ที่เขาว่างก็จะต้องหยิบมันขึ้นมาทุกครั้ง
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ชายหนุ่มปฏิเสธ
“แน่ใจนะ”
“ครับ”
“ถ้ามีอะไรในใจก็รีบจัดการซะนะ อย่าให้มันมามีผลต่องานเข้าใจใช่ไหม” เขาเตือนด้วยความหวังดี เพราะไม่เพียงแต่อาการติดโทรศัพท์เท่านั้น แต่่นี้อารมณ์ของภาคินทร์ก็ดูจะไม่ค่อยดีด้วยเช่นกัน
“ครับ” ภาคินทร์รับคำสั้น ๆ
เห็นทีเขาคงต้องรีบจัดการเื่นี้โดยเร็วที่สุด และจะต้องรู้ให้ได้ว่าของขวัญเป็อะไร ถึงได้พยายามหลบหน้ากันตลอดแบบนี้
‘ขอโทษนะคะพี่คิน วันนี้ขวัญรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย’
หลังของขวัญปฏิเสธข้อความที่ภาคินทร์ส่งมาหาว่าอยากเจอ เธอก็รีบโยนโทรศัพท์ทิ้งลงไปบนเตียงแล้วฟุบหน้าลงกับหมอนใบนุ่ม เพื่อหวังซ่อนใบหน้าแห่งความฝืนใจของตัวเองเอาไว้ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพบเห็น
แต่ทำแบบนั้นไปได้ไม่นานเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น ทำให้ร่างบางบนเตียงต้องรีบผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่ประตู
ด้วยนิสัยส่วนตัวที่มักจะลืมมองตาแมวก่อนเปิด เมื่อเดินไปถึงเธอจึงเปิดประตูห้องออกอย่างไม่รอช้า และนั่นก็ทำให้ของขวัญได้เจอกับร่างสูงที่ไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่หน้าห้องของเธออย่างภาคินทร์เข้า
“พี่คิน” เธออุทานชื่อคนตรงหน้าออกมาเสียงแ่
“ว่าไงคนป่วย” ภาคินทร์มองร่างบางที่หลบหน้าหลบตาเขามาได้สักพักอย่างพิจารณา แต่เขารู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวไม่ได้เป็อะไร จึงล้อเลียนเธอด้วยข้ออ้างที่เธอบอก
“มาได้ยังไงคะ”
“ให้พี่เข้าไปก่อนได้ไหม”
“ค่ะ” ของขวัญรีบรับคำก่อนจะเบี่ยงกายหลบให้เขาเดินเข้ามาในห้องเธอ
ไหน ๆ เขาก็มาถึงที่นี่ จะให้เธอใจร้ายไล่กลับก็คงจะดูไม่ดีและอาจจะทำให้เขาสงสัยในพฤติกรรมที่แปลกไปของเธอใน่นี้
เธอเดินนำคนร่างสูงเข้าไปในห้องก่อนจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงที่โซฟารับแขก หลังจากที่เห็นว่าภาคินทร์นั่งลงเรียบร้อยเธอจึงนั่งลงข้าง ๆ เขาที่โซฟายาวตัวเดียวกัน
“ไหนให้พี่ดูหน่อยซิว่าป่วยจริงไหม” พูดจบภาคินทร์ก็ก้มหน้าลงไปใกล้ จนหน้าผากของเขาชนเข้ากับหน้าผากของอีกฝ่ายพอดี
“ตัวก็ไม่เห็นจะร้อน” ภาคินทร์พูดขึ้นหลังจากถอนใบหน้าของตัวเองออก
“ใครเขาวัดไข้กันแบบนี้ล่ะคะ” ของขวัญว่าพลางลูบหน้าผากตัวเองบริเวณที่ได้ััเข้ากับหน้าผากของเขา
“ถ้าไม่วัดแบบนี้แล้วจะรู้เหรอว่าเราโกหกพี่” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“ขวัญดีขึ้นแล้วต่างหาก” หญิงสาวรีบแก้ตัว
ภาคินทร์มองคนที่พยายามจะโกหกตาใสแต่ไม่เนียนนักด้วยรอยยิ้มขำ
“ขวัญพูดจริง ๆ นะคะ”
“ไม่ใช่ว่าหลบหน้าพี่หรอกเหรอ” ภาคินทร์เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ”
“หรือขวัญอยากจบเื่ของเรา ขวัญบอกพี่ได้นะ” เขาเริ่มหยั่งเชิง
หลังจากที่ได้ยินเธอก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าเื่ของเราที่เขาพูดออกมานั้นคงจะหมายถึงเื่ที่ทั้งสองคนเป็เพื่อนนอนให้กันอย่างแน่นอน
“ไม่ใช่นะคะ ขวัญ... คือ่นี้ขวัญงานเยอะก็เลยรู้สึกเหนื่อย ๆ ไม่ได้จะหลบหน้าค่ะ” ของขวัญอ้าง
“ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ก็แล้วไป”
“จริงค่ะ”
ในเมื่อเธอบอกมาแบบนั้นภาคินทร์ก็จะเชื่อ เขาจึงไม่ได้เซ้าซี้ในเื่นี้กับหญิงสาวต่อ
“นี่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ขอจูบหน่อยสิ”
เหมือนเป็แค่การบอกให้เธอฟังเท่านั้น ไม่ใช่การขออนุญาตแต่อย่างใด เพราะทันทีที่เขาพูดจบ ใบหน้าของภาคินทร์ก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เธอ
ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแนบทับลงบนกลีบปากเล็กของเธออย่างแ่เบา จากนั้นชายหนุ่มก็ค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง
ในขณะที่ภาคินทร์กำลังมอมเมาจูบอันแสนหวาน มือหนาที่อยู่ไม่สุขของเขาก็ยื่นออกไปหวังปลดชุดนอนตัวโคร่งที่ร่างบางกำลังสวมอยู่ให้พ้นทางไปด้วย
ของขวัญที่พอจะคาดเดาความ้าของชายหนุ่มออกก็รีบเบี่ยงใบหน้าของตัวเองให้พ้นจากการถูกจูบในทันที จนริมฝีปากของทั้งคู่หลุดออกจากกัน
ภาคินทร์จิปากอย่างขัดใจเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบไปออกอย่างกะทันหัน ทำให้ริมฝีปากเขาไปฝังอยู่ที่ต้นคอระหงแทน
“พี่คินหยุดก่อนค่ะ”
“อืม มีอะไร พูดมาเลย” ภาคินทร์บอกโดยที่ใบหน้าของเขายังคงซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอของอีกฝ่ายไม่เลิก
“วันนี้ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม”
“ขวัญมีประจำเดือน”
คำตอบที่ได้รับเล่นเอาความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านของภาคินทร์หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“ล้อเล่นเหรอ” ภาคินทร์ถามหลังจากที่ผละออกมาจากร่างกายของเธอ
“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ”
“ไม่เป็ไร งั้นขวัญช่วยพี่หน่อยละกัน” พูดจบมือหนาก็ปลดเข็มขัดออกจากกางเกงที่ใส่อยู่ทันที
“แต่พี่คินคะ” เห็นแบบนี้เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าเขา้าให้เธอใช้ปากให้
ภาคินทร์ในตอนที่้าพุ่งสูงไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ตัวเองได้ เขากดศีรษะของเธอลงก่อนจะเป็ฝ่ายขยับตัวตนเข้าไปในปากเล็ก ๆ ด้วยตัวเองจนทำให้เธอเกือบสำลัก
“แค่ก ๆ”
“งั้นใช้มือช่วยพี่ก็พอ”
ตอนนี้ภาคินทร์เริ่มรู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งแก่นกายแล้ว เขาไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้จึงได้แต่ขอให้เธอช่วยเขาไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม
“ก็ได้ค่ะ” ของขวัญตอบตกลงหลังจากที่มือของเขาปล่อยศีรษะเธอให้เป็อิสระ
เธอยื่นมือออกไปกอบกุมส่วนที่แข็งขืนที่ใหญ่จนกำไม่รอบเอาไว้หลวม ๆ แล้วรูดขึ้นรูดลงช้า ๆ ไปตามจังหวะ
“จูบหน่อย”
ภาคินทร์ดึงใบหน้าเล็กเข้าไปใกล้เพื่อป้อนจูบให้กับเธออีกครั้ง
ของขวัญยินยอมให้เขาทำตามที่้า ในขณะเดียวกันมือเล็กก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
จนกระทั่งมือของชายหนุ่มยื่นเข้ามากอบกุมมือของเธอเอาไว้อีกที แล้วเป็ฝ่ายนำจังหวะแทน เขาเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งความ้าที่เขาอดกลั้นเอาไว้หลายวันถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด
“พี่ค้างที่นี่นะ” ภาคินทร์บอกกับหญิงสาวเ้าของห้อง หลังจากที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ
“พี่คิน จะค้างกับขวัญที่นี่เหรอคะ” ของขวัญมองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย เพราะปกติจะเป็เธอเสียมากกว่าที่ไปนอนค้างห้องของเขา
“ดึกแล้ว ี้เีเดินกลับ” ภาคินทร์ให้เหตุผล
ของขวัญจึงพยักหน้าแล้วเดินไปเตรียมเสื้อผ้าที่ใหญ่พอให้แก่เขาใส่สำหรับคืนนี้
ภาคินทร์รับเสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนของขวัญก็เดินเข้าห้องนอนเพื่อไปพักผ่อน
“อ๊าย” ร่างบางที่กำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียงร้องออกมาเสียงหลงอย่างใ เมื่อถูกคนที่เพิ่งจะตามเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง
“พี่ไม่ทำอะไรหรอก นอนเถอะ”
“พี่คิน”
ของขวัญหลับตาลงอย่างว่าง่าย ภายในใจของเธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
สิ่งที่ทำมาตลอดหลายวันเหมือนจะสูญเปล่า การได้เผชิญหน้ากับภาคินทร์ในวันนี้ทำให้เธอแทบจะลืมความสับสนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แทบทั้งหมด ซึ่งนั่นทำให้เธอได้มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองอีกครั้งว่าเธอยังคงรักภาคินทร์อยู่เต็มหัวใจ