ท่ามกลางความสงบสงัดของอารามร้างเก่าแก่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินเขาห่างจากเมืองชิงเฟิงไปทางทิศประจิม แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคาที่พังทลายลงมา กลับถูกกลบด้วยแสงสีเงินยวงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดารานับหมื่นดวงที่พวยพุ่งออกมาจากกล่องไม้กฤษณาเบื้องหน้าของหลินเทียน บรรยากาศภายในอารามที่เคยเย็นเยียบและเต็มไปด้วยฝุ่นผง กลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลันด้วยพลังเจตนารมณ์กระบี่อันแก่กล้าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการคลายผนึก
หลินเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินที่แตกร้าว เหงื่อเม็ดเป้งไหลโซมกายจนเสื้อหนังสัตว์เปียกชุ่ม ในมือขวาของเขา ด้ามกระบี่หักสั่นไหวอย่างรุนแรงจนส่งเสียงร้องกังวานใสประหนึ่งเสียงัที่กำลังโกรธเกรี้ยว ปราณสีครามภายในจุดตันเถียนของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่งพยายามจะพุ่งออกไปหลอมรวมกับชิ้นส่วนกระบี่ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
ชายชราขี้เมานั่งเอนกายพิงเสาหินที่ผุพังอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือจอกสุราอย่างอารมณ์ดี แต่ดวงตาที่เคยดูง่วงงุนบัดนี้กลับฉายแววคมกริบดุจกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "เ้าหนู ใจเย็นลงก่อน หากเ้าฝืนใช้กำลังหลอมรวมมันในยามที่จิตใจยังสับสนเช่นนี้ พลังของกระบี่เทพจะย้อนกลับมาทำลายเส้นชีพจรของเ้าจนพินาศสิ้น จงดับไฟแห่งความแค้นในใจลงชั่วครู่ แล้วใช้ความว่างเปล่าในการโอบอุ้มมัน"
หลินเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามทำตามคำแนะนำของชายชรา เขาสลัดภาพใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมของฉินกงออกจากหัวสมอง แล้วแทนที่ด้วยภาพของสายน้ำที่ไหลเอื่อยและท้องฟ้าที่กว้างไกลไร้ขอบเขต ปราณสีครามที่เคยปั่นป่วนเริ่มสงบนิ่งและเยือกเย็นลงดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาส่งกระแสพลังปราณที่บริสุทธิ์ที่สุดออกไปอย่างช้าๆ เข้าไปโอบล้อมชิ้นส่วนโลหิตสีดำขลับที่ส่องแสงสีเงินนั้นไว้
ทันทีที่พลังปราณของหลินเทียนัักับชิ้นส่วนกระบี่ เสียงะเิของพลังงานลึกลับก็ดังขึ้นภายในจิติญญาของเขา ร่างกายของหลินเทียนกระตุกอย่างรุนแรง แสงสีเงินและสีครามพุ่งทะยานเข้าหากันและเริ่มหมุนวนเป็พายุหมุนขนาดเล็กกลางอารามร้าง ชิ้นส่วนกระบี่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาด้ามกระบี่หักที่อยู่ในมือของเขาอย่างช้าๆ ประดุจแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหากัน
"อ๊ากกก!" หลินเทียนแผดเสียงร้องด้วยความเ็ป เมื่อชิ้นส่วนโลหะเริ่มหลอมละลายและซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้และเหล็กของด้ามกระบี่ ความรู้สึกนั้นราวกับถูกนำแขนทั้งข้างไปแช่ในลาวาที่ร้อนจัดแล้วดึงออกมาแช่ในน้ำแข็งทันที เส้นชีพจรทั่วร่างขยายตัวและหดตัวอย่างรุนแรงเพื่อรองรับพลังมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาไม่หยุดยั้ง
ในห้วงนิมิตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หลินเทียนพบว่าตนเองยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบโบราณที่กว้างใหญ่ไพศาลจนมองไม่เห็นจุดจบ ท้องฟ้ามีสีแดงฉานดุจโลหิต ซากศพของเทพและมารทับถมกันเป็ูเากลางสนามรบนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่เพียงลำพัง ในมือของเขาถือกระบี่เล่มหนึ่งที่ส่องแสงเจิดจ้าเสียจนมองไม่เห็นใบดาบ
"กระบี่... มิได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา" บุรุษชุดขาวกล่าวด้วยเสียงที่ก้องกังวานไปทั่วจักรวาล ก่อนจะสะบัดกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะลวงผ่านหมู่เมฆสีแดงและผ่าแยกแผ่นดินที่เต็มไปด้วยความแค้นให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
ภาพนิมิตนั้นหายวับไป พร้อมกับที่ชิ้นส่วนกระบี่พลิกฟ้าหลอมรวมเข้ากับด้ามไม้หักได้สนิทไร้รอยต่อ!
ด้ามกระบี่ในมือของหลินเทียนบัดนี้ไม่ได้ดูหักพังอีกต่อไป มันกลับกลายเป็กระบี่สั้นที่มีใบดาบสีดำขลับยาวประมาณหนึ่งเชียะครึ่ง พื้นผิวของใบดาบมีลวดลายหมู่ดาวที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต พลังงานสีครามและสีเงินไหลเวียนสอดประสานกันอย่างลงตัว แผ่ซ่านปราณกระบี่ที่ลึกล้ำและเยือกเย็นออกมาจนอากาศรอบด้านกลายเป็น้ำแข็ง
ในขณะเดียวกัน พลังที่เหลือจากการหลอมรวมก็พุ่งกลับเข้าสู่ร่างของหลินเทียน มันทะลวงผ่านจุดติดขัดในเส้นชีพจรหลักอย่างต่อเนื่อง!
ระดับรวบรวมลมปราณ ขั้นที่สี่...
ระดับรวบรวมลมปราณ ขั้นที่ห้า...
จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ระดับรวบรวมลมปราณ ขั้นที่หกตอนต้น!
หลินเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมทอประกายแสงสีเงินจางๆ ที่แฝงไปด้วยความสูงส่งและอำนาจทำลายล้าง เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในทุกลมหายใจ ความอ่อนล้าจากการต่อสู้หายเป็ปลิดทิ้ง ร่างกายใหม่ของเขาดูแข็งแกร่งและสง่างามยิ่งกว่าเดิม
"ยินดีด้วยเ้าหนู... เ้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มาก" ชายชราขี้เมาลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นออกจากชุดมอซอ "กระบี่เล่มนั้น... บัดนี้มันคือ 'กระบี่พลิกฟ้าไร้นาม' ของเ้าแล้ว จงใช้มันในทางที่เ้าเห็นสมควรเถิด"
หลินเทียนลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงกราบชายชราด้วยความเคารพอย่างสูง "ขอบคุณท่านผู้าุโที่ช่วยเหลือและชี้แนะ หากไม่ได้ท่าน ข้าน้อยคงไม่อาจมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ทราบว่าข้าน้อยพอจะมีวาสนาได้ทราบนามของท่านหรือไม่?"
ชายชราหัวเราะร่าพลางกระดกเหล้าเข้าปาก "นามของข้านั้นลืมไปนานแล้ว... แต่ผู้คนในยุทธภพมักเรียกข้าว่า 'ผู้เฒ่าจิ่ว' สุราคือเพื่อน กระบี่คือเงา หากเ้ายังมีชีวิตรอดจากเงื้อมมือพรรคอีกาโลหิตได้ เราคงมีวาสนาได้ดื่มสุราด้วยกันอีกสักครั้ง"
พูดจบ ร่างของไกด์ผู้เฒ่าจิ่วก็ค่อยๆ เลือนหายไปในสายลมเย็นเยียบของยามดึก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสุราจางๆ และความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมในใจของหลินเทียน
เด็กหนุ่มกำกระบี่ใหม่ในมือแน่นขึ้น สายตามองไปยังทิศทางของเมืองชิงเฟิงที่อยู่เบื้องล่าง "ฉินกง... พรรคอีกาโลหิต... เตรียมตัวรับการล้างแค้นของข้าได้แล้ว"
หลินเทียนทะยานร่างออกจากอารามร้างดุจดาวตกพุ่งผ่านท้องนภา มุ่งหน้ากลับสู่เมืองชิงเฟิงเพื่อสะสางบัญชีแค้นที่ติดค้างไว้ เส้นทางของจอมยุทธ์ผู้พลิกชะตาฟ้าดินบัดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!