เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 อธิบายให้ข้าฟัง

            พวกอันธพาลท้องถิ่นผ่านโลกมาก็มากมายได้เห็นพวกเจ้านายที่ดุร้ายมาไม่น้อยแต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคนอย่างหรงซิวที่ลงมือโดยไม่พูดกระไรสักคำ

            กริชแทงเข้าไปในเนื้อในกระดูกเลือดไหลย้อยลงตามทาง

            ในคืนที่เงียบสงัดเสียงเลือดหยดทำให้คนยิ่งหวั่นเกรง

            หรงซิวมิได้รับคำตอบ เขาจึงลุกขึ้นช้าๆเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ เอนตัวลงเล็กน้อย ใต้เท้าของเขาเป็นแอ่งเลือด

            นักเลงทั้งสามตัวสั่นยิ่งขึ้นหนึ่งในนั้นตอบอย่างร้อนรนว่า “แม่...แม่นางเหลียนเหอพ่ะย่ะค่ะ…”

            หรงซิวยืนตัวตรงดวงตาเขาขยับเหมือนจะสังเกตให้ละเอียดขึ้น

            ตามที่พวกเขาบอกคือวันนั้นพวกเขาทานข้าวเสร็จก็เดินอยู่บนถนนปกติจากนั้นก็เห็นแม่นางคนหนึ่งที่ดูสะอาดสะอ้านเดินเข้ามาหาพวกเขาพวกเขาทั้งสามขยิบตา ส่งสายตาให้นาง

            เดิมทีก็ต้องการจะหยุดสตรีผู้นั้นไว้ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาพวกเขาก่อนเอง

            ทั้งสามคนเบิกบานใจมาก คิดว่ามีลาภลอยตกลงมาจากฟ้า

            แม่นางคนนั้นเอ่ยปากว่ามีเรื่องให้พวกเขาทำเรื่องหนึ่งค่าตอบแทนสูง

            “ให้พวกเจ้าปล่อยข่าวลือหรือ?”ยาชิงขมวดคิ้วถามอย่างไม่พอใจ

            พวกอันธพาลพยักหน้าพร้อมกัน ก็ถือเป็นการยืนยันได้แล้ว

            “พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางเป็นแม่นางเหลียนเหอ?”ยาชิงถามอีกครั้ง เขามีความประทับใจที่ดีต่อเหลียนเหอเหลียนเหอซื่อตรง นิสัยอ่อนโยน ความสัมพันธ์กับเขาก็ดีด้วย

            “วันนั้นแม่นางเหลียนเหอให้พวกข้าไปเอาเงินที่นางพ่ะย่ะค่ะที่ประตูหลังของจวนท่านหญิงหว่านฉือหลังจากติดต่อกันไม่นานเราก็เดาตัวตนของนางออก"

            หลังจากการซักถามกว่าครึ่งชั่วยามก็รู้ความเป็นไปเป็นมาของเรื่องอย่างชัดเจนแล้วมิได้แตกต่างไปจากการคาดเดาก่อนหน้า

            หรงซิวกุมขมับ รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยจึงพยักหน้าให้ยาชิง เสร็จสิ้นก็พลันลุกไปเรือนอื่น

            ได้รู้เรื่องข่าวลือชัดเจนแล้วหินที่ห้อยอยู่ในหัวใจของเขาก็ตกลงพื้นได้เสียทีสิ่งต่อไปที่จะต้องรู้ให้ชัดเจนก็คือที่หว่านฉืออยากจะแต่งเข้ามาเป็นเพราะเขาหรือว่าเป็นเพราะจุดประสงค์อื่น

            หากเป็นเพราะเขาเขาเพียงเลี้ยงอีกหนึ่งชีวิตเพิ่มขึ้นมา ก็คงจะเลี้ยงได้

            ทว่าหากเพื่อจุดประสงค์อื่นเกรงว่าจะเกี่ยวกระไรกับไทเฮาหรือองค์ฮ่องเต้...

            เขาเป็นองค์ชายผู้ทรงอำนาจฮ่องเต้อวี่ซวนมีความสงสัยในตัวเขาไม่น้อย ทั้งยังบอกว่าจะส่งสตรีงามมาที่จวนก็ถูกเขาปฏิเสธไว้ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาทุกครั้ง

            คราวนี้หว่านฉือจะแต่งเข้ามา มันดูราบรื่นเกินไปราบรื่นจนทำให้เขาอดมิได้ที่จะสงสัย

            หรงซิวคิดแต่เรื่องหว่านฉือจนลืมไปว่าเขายังมีเรื่องที่ต้องอธิบายอยู่

            เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเขายังไม่ตื่นพ่อบ้านก็มาเคาะประตู พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “องค์ชายพ่ะย่ะค่ะฝั่งจวนอวิ๋นส่งสารมาพ่ะย่ะค่ะ”

            หรงซิวหายง่วงทันที เขาหันไปหาอวิ๋นอี้ก่อนโล่งใจที่เห็นว่านางยังไม่ตื่น จากนั้นจึงลุกขึ้นลงจากเตียงเบาๆ แล้วปิดประตูอย่างระมัดระวัง

            พ่อบ้านยืนคำนับอยู่นอกประตู ในมือมีจดหมาย

            หรงซิวรัดชุดของเขาให้แน่น แสงเช้าจางๆทำให้ริมฝีปากของเขาซีดเล็กน้อย

            เขาคิดออกว่าเนื้อความในจดหมายจะเขียนไว้ประมาณใด

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เปิดจดหมายเหลือบมองดูลวกๆ แล้วปิดลง

            “ฝ่าบาท..." พ่อบ้านพูด"ต้องการให้ข้าไปเตรียมของกำนัลกลับจวนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

            "ไปเตรียมเถิด"

            หรงซิวลำดับความคิดให้ดีรอให้อวิ๋นอี้ตื่นแล้วเอาจดหมายให้นางดู ทั้งสองคนจะกลับไปจวนอวิ๋นด้วยกัน

            อวิ๋นอี้มองเขาอย่างสงสัย เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ“ฝ่าบาทจะไปด้วยจริงๆ หรือเพคะ? กระแสลมปากแหลมคมเช่นนี้คิดด้วยนิ้วเท้าก็รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อจึงเรียกข้ากลับไป หากฝ่าบาทกลับไปด้วย…”

            นางสูดหายใจเบาๆ แสดงความในใจชัดเจน

            อวิ๋นเส่าต้าวเป็นคนที่รักลูกสาวที่สุดนางได้รับความเดือดร้อนมากมายเช่นนี้ เขาคงยอมมิได้แน่

            หากเป็นบิดาคนอื่นๆบุรุษของลูกสาวตนจะไปแต่งงานกับสตรีอื่น หนำซ้ำลูกสาวยังได้ชื่อว่าเป็นสตรีร้ายผู้ใดจะทนไหวเล่า?

            หรงซิวบีบมือของนางอย่างเข้าใจ พูดอย่างตรงไปตรงมาและช่วยมิได้ว่า“เรื่องนี้เป็นความผิดของข้า หากท่านพ่อจะตีข้าว่าข้าก็ไม่เป็นไรวันนี้ที่ข้าไปคือจะไปรับโทษ”

            ฮึ่ม

            พูดได้ดี

            หรงซิวมีหลายวิธีที่จะทำให้พ่อตาของเขาพอใจ

            เมื่อทั้งสองมาถึงจวนอวิ๋นยามที่ประตูได้รับแจ้งแล้วว่าพระชายาจะกลับมาวันนี้ เมื่อเห็นรถม้าพวกเขาพลันเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้นทันที

            อวิ๋นอี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเข้าไปในบ้านแล้วก็โดนอวิ๋นจ้านหยุดไว้ระหว่างทางเดินไปโถงใหญ่

            บุรุษหนุ่มดูไม่พอใจใบหน้าของเขาดูมืดมนอย่างน่ากลัว ปกติเขาจะมีรอยยิ้มที่สดใสเสมอแท้ๆแต่ในขณะนี้เขามีน้ำแข็งเยือกเย็นปกคลุมอย่างหนาแน่น เขาจ้องหรงซิวเขม็งแววตาของเขาแทบจะพ่นเกล็ดน้ำแข็งได้

            “มาที่นี่ทำไม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงไร้ความเคารพ “พวกเราจวนอวิ๋นไม่ต้อนรับท่าน!เชิญฝ่าบาทออกไปพ่ะย่ะค่ะ! จวนเล็กๆ ของเรารองรับคนสูงศักดิ์อย่างท่านมิได้หรอก!”

            อวิ๋นอี้มุมปากกระตุกในใจคิดว่าเขาคงต้องฟังเรื่องข้างนอกมาแน่ๆ นางกำลังคิดว่าจะเริ่มพูดอย่างไรก็เหลือบไปเห็นบุรุษคนที่อยู่ข้างๆ ฝ่ามือของนางก็ถูกคนจับไว้

            การสัมผัสปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาทำให้นางรู้สึกมั่นคงขึ้นมาบ้าง

            หรงซิวยิ้ม ไม่สนใจความหยาบคายของอวิ๋นจ้านแต่พูดอย่างสุภาพว่า "ข้ามาเพื่ออธิบาย"

            "ฮึ่ม!"แม้ว่าอวิ๋นจ้านจะโกรธจัด แต่ก็เป็นคนรู้ขอบเขต เขาเหลือบมองเขาแล้วหันหลังอย่างยโส และคว้าแขนของอวิ๋นอี้"ท่านพี่เราไปกันเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"

            หือ?

            อวิ๋นอี้สับสนและถูกลากออกไป

            นางถูกดึงแขนไว้ ไม่สามารถดิ้นรนได้เมื่อเห็นความโกรธของบุรุษหนุ่มที่ดูเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เดิมทีคิดจะปฏิเสธทว่ากลับพูดไม่ออก ได้แต่เดินตามเขาไปทีละก้าวอย่างเชื่อฟัง

            ทั้งสองมุ่งหน้าตรงไปที่ห้องโถงใหญ่

            อวิ๋นเส่าต้าวรู้เรื่องแล้ว และรออยู่ที่ห้องโถงเห็นนางมาแต่ไกล ก็ยืนขึ้นและเดินไปหานางด้วยใบหน้าที่เศร้าโศกและสงสาร

            หัวใจของอวิ๋นอี้ราวกับวุ้น ทั้งนุ่มนวลและอ่อนโยนนางยิ้มแล้วเดินอย่างรวดเร็วไปทางอวิ๋นเส่าต้าว เรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน"ท่านพ่อเจ้าคะ! ท่านพ่อ! ข้ากลับมาหาท่านแล้วเจ้าค่ะ!"

            นางเอื้อมมือออกพลันถูกอวิ๋นเส่าต้าวดึงไปข้างหน้ามองดูนางทั้งบนล่างซ้ายขวา เมื่อเห็นว่ามิมีสิ่งใดผิดปกติ ก็ถอนหายใจแล้วพูด“เจ้านี่นะ ยังจำได้อยู่หรือว่ามีพ่อผู้นี้!”

            "แน่นอนสิเจ้าคะ!"อวิ๋นอี้ยิ้มหวาน พูดเอาใจ "ท่านพ่อเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกสำหรับข้าเลยข้าคิดถึงท่านพ่อทุกวันเลยนะเจ้าคะ!"

            "เกิดเรื่องใหญ่กับเจ้าเช่นนี้ไม่คิดจะบอกพ่อบ้างเลย หากมิใช่ว่าข้างนอกมีข่าวประโคม เจ้ายังคิดจะปิดพ่อไปถึงเมื่อใด?”อวิ๋นเส่าต้าวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นลง ฟังดูดุเล็กน้อย

            อวิ๋นอี้รู้ว่าไม่ช้าก็เร็วนางก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้จึงได้แค่พูดไปว่า "ข้าก็กำลังจะบอกท่านพ่ออยู่เลยเจ้าค่ะแต่ท่านพ่อกลับรู้ก่อนเสียได้นี่..."

            “คำโกหกเช่นนี้ของเจ้าเด็กยังหลอกมิได้เลย ริจะใช้หลอกพ่อหรือ?” อวิ๋นเส่าต้าวพูดว่านางอย่างไม่เกรงใจ

            อวิ๋นอี้มิมีทางเลือกนอกจากจะมุ่ยปากไม่พูดกระไรไม่ว่าจะพูดอย่างไร ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว

            เขานางก้มหน้าก้มตา ยืนอยู่ข้างๆ อย่างสลดใจทำให้อวิ๋นเส่าต้าวรู้สึกลำบากใจ ทั้งหมดปัญญามากยิ่งขึ้นคำกระไรที่คิดจะพูดก็ได้แค่กลืนลงไปจนหมดสุดท้ายทำได้เพียงแค่เอามือแตะไหล่เรียวบางของนาง แล้วตบลงเบาๆ “ช่างมันเถิดพ่อไม่โกรธเจ้าหรอกนะ ข้าเพียงสงสารเจ้าเจ้านี่นะ...ทำให้คนอดเป็นห่วงมิได้เลยจริงๆ”

            เขาให้โอกาสแล้ว อวิ๋นอี้ตามน้ำทันทีนางเงยหน้าขึ้นดวงตาทั้งสองยิ้มจนเป็นพระจันทร์เสี้ยวจากนั้นก็พูดกล่อมเขา“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อดีกับข้าที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”

            “พอแล้ว พอแล้ว”อวิ๋นเส่าต้าวรักนางที่สุด ตั้งแต่เด็กก็ทำกระไรกับนางมิได้เลยกลัวจะละลายในปากอย่างไรเช่นนั้น เมื่อได้ยินลูกสาวพูดอ้อนสีหน้าเคร่งเครียดของเขาก็เกร็งไว้ไม่อยู่ เขาจึงได้เพียงกระแอม"ข้าได้ยินว่าองค์ชายเจ็ดกลับมากับเจ้าด้วย แล้วเขาอยู่ที่ใดเล่า?"

            "ท่านพ่อตาขอรับข้าอยู่นี่ขอรับ" เสียงหรงซิวดังมาจากด้านหลัง ทั้งสองก็หันหลังไปพร้อมกันก็เห็นร่างสูงของเขา คำนับให้

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน