บรรดาภูตผีปิศาจค้างคาวดูดเื ต่างออกเพ่นพ่านและเคาะตามประตูบ้านหลังต่างๆ ตามเส้นทางที่ผ่านไป
คฤหาสน์หลังใหญ่ในเคมบริดจ์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น..
วิลลี่เดินมาเปิดประตูบ้านชะโงกหน้ามองออกไปสายลมเย็นเยือกแห่งราตรีในฤดูใบไม้ร่วง พัดกรูเกรียวเข้ามาจนสะท้านไปทั่วทุกขุมขน
ขณะนั้นแม้จะเพิ่ง 6โมงครึ่ง แต่อากาศภายนอกก็มืดสนิทแล้วและเนื่องจากคฤหาสน์ของเพื่อนสาวหลังนี้อยู่ลึกเข้าไปในถนนสายใน ดังนั้นแสงไฟจากถนนจึงสาดส่องเข้ามาไม่ถึง การจะมาถึงที่นี่ได้ พวกเด็กๆจะต้องเดินเข้ามาตามซอยแคบๆ ระหว่างรั้วกั้นอาณาเขตของคฤหาสน์หลังเก่าแก่ 2หลัง ซึ่งมีเถาไอวี่ขึ้นพาดพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่มืดครึ้ม
ในท่ามกลางสายลมเย็นเยือกกับเถาไอวี่ที่ส่ายไหวอยู่ในแรงลมเช่นนี้วิลลี่อดแปลกใจไม่ได้ที่พวกเด็กๆ ช่างมีความกล้าหาญกันเหลือเกินกล้าเดินเข้ามาถึงก้นซอยที่ลึก มืดและคอนข้างเปลี่ยวเช่นนี้
แอนน์กับมาร์กได้ปิดไฟตรงลานเฉลียงด้านหน้าแล้วเนื่องจากแเื่ที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงมากันครบแล้วทุกคนและขณะนี้กำลังรวมกลุ่มอยู่ตรงโต๊ะบุฟเฟ่ต์บ้างก็ยังสนใจอยู่กับการดื่มและการสนทนาปราศรัยกันอย่างสนุกสนานไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกเด็กๆ ที่ออกมาฉลองเทศกาลฮัลโลวีนส์เลยตอนที่มีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตูนั้นวิลลี่ได้รับอาสาเพื่อนสาวเ้าของบ้านที่จะออกมาเปิดประตูเอง
เธอหยิบกล่องขนมที่แอนน์จัดเตรียมไว้แจกจ่ายให้กับพวกเด็กๆใส่ลงในถุงพลาสติกที่เด็กในชุดปิศาจคนหนึ่งยื่นมาให้สังเกตเห็นอยู่ว่าผีบางตนนั้นสวมเสื้อแจ๊คเก็ตไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีขาวและบางคนก็ยืนตัวสั่นระริกด้วยความหนาวเย็นของอากาศ
แต่เมื่อมองเลยไปในท่ามกลางความมืดเธอก็ได้เห็นร่างสูงๆ ของใครคนหนึ่งที่ยืนสงบอยู่ด้านหลังเด็กๆ เ่าั้เธอเข้าใจเอาเองว่าจะต้องเป็ผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งที่ตามมาให้ความอารักขาลูกหลานของตน วิลลี่ยิ้มเมื่อกล่าวกับพวกเด็กๆ ว่า
“สุขสันต์วันฮัลโลวีนนะคะ”ก่อนจะปิดประตูลง
“ขอบคุณครับ”พวกเด็กๆ ตอบรับอย่างสุภาพแต่ทุกสีหน้าบอกความผิดหวังวิลลี่อดสงสัยอยู่ในใจไม่ได้ว่า พวกเด็กๆยัง้าอะไรจากคฤหาสน์ทึบทึมที่ซ่อนตัวอยู่บนถนนสายนี้อีกอะไรก็ได้ที่มากกว่าการจะได้พบกับสุภาพสตรีสักคน ที่พูดกับพวกเขาอย่างไพเราะอ่อนหวานเช่นนั้น
แต่ทันทีที่ประตูปิดลงวิลลี่ก็เดินอย่างรีบเร่งกลับเข้าไปรับความอบอุ่นภายในห้องนั่งเล่นทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องข้างเตาผิงตรงข้ามกับแอนน์ที่นั่งอยู่ข้างอีเลน ฟลินน์พนักงานต้อนรับของแบล๊คสโตน กรุ๊ป
อีเลนกำลังเล่าเื่ตลกเกี่ยวกับแม่สาวผมบลอนด์แสนสวยแต่ค่อนข้างโง่ที่เคยมาเป็นางแบบโฆษณาเครื่องครัวให้กับบริษัทครั้งหนึ่งซึ่งวิลลี่เคยฟังเื่นี้มาแล้ว เธอจึงไม่สนใจฟังเท่าไรนัก ปล่อยให้เสียงพูดแจ้วๆลอยล่องอยู่ในบรรยากาศอันแสนสบาย ขณะที่เธอปล่อยจิตใจให้ลอยเลื่อน
ค่ำคืนนี้คฤหาสน์หลังเก่าแก่อันเป็สมบัติของแอนน์กับมาร์ก ดูสวยสดงดงามกว่าที่เคยเห็นมามันเป็บ้านทรงวิคตอเรียนเพดานสูงเหมาะแก่การจัดงานปาร์ตี้ในเทศกาลฮัลโลวีนส์อย่างที่สุด นอกจากนั้นแอนน์ก็ยังตกแต่งด้วยพวงเบอรี่สีดำกับอินเดียน คอร์น เทียนสีส้มวาบไหวก่อให้เกิดรูปเงาแปลกๆ
ในห้วงแห่งความคิดนั้นวิลลี่ไม่แน่ใจเลยว่าจะอีกนานสักเพียงไรกว่าที่เธอจะได้ัับรรยากาศอันแสนสุขเช่นนี้อีกวันที่เธอกับแอนน์พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ช่วยกันเตรียมอาหารไว้เลี้ยงแขกหรือบางครั้งก็ช่วยกันทำอาหารค่ำเพื่อรับประทานกันแค่ 4 คน
วิลลี่กับจอห์นกำลังจะย้ายไปจากที่นี่ไปอยู่แนนทัคเคท ซึ่งอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งที่โดดเดี่ยวห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่มากอย่างน้อยก็ 30 ไมล์ทีเดียว
ซึ่งบนเกาะนั้นเธอไม่รู้จักใครเลยสักคนไม่มีญาติสนิทมิตรสหาย ที่เป็เช่นนี้เพราะจอห์นได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทุ่มเทเวลาให้กับงานที่เขารักให้มากที่สุด
วิลลี่ััความรู้สึกได้ว่าแอนน์กำลังมองเธออยู่จึงหันไปมองและพบกับรอยยิ้มที่บ่งบอกความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนสาวแอนน์รู้ดีว่าวิลลี่กำลังรู้สึกอย่างไร มันเป็ความจริงที่ว่าเธอกับวิลลี่จะต้องมีความสุขเช่นนี้อีก เพราะแนนทัคเคทไม่ได้อยู่ไกลถึงดวงจันทร์แต่ความสนิทชิดเชื้อต่อกันมันจะต้องสูญหายไป
แต่มันก็ยังมีเหตุผลอีกประการหนึ่งที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์จางลงเนื่องจากแอนน์กำลังครรภ์แก่ใกล้คลอดอีกไม่นานชีวิตครอบครัวของเธอก็จะพรั่งพร้อมบริบูรณ์ส่วนวิลลี่ก็จะต้องติดตามจอห์นไปแม้ไม่รู้เลยว่า วันเวลาในอนาคตจะเป็อย่างไร
แม้วิลลี่จะไม่เสียใจกับการที่ต้องจากไปเช่นนี้แต่มันก็คล้ายกับมีอารมณ์เศร้าหมองผ่านเข้ามาในจิตใจซึ่งก็เป็ธรรมดาสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอิสระ มีความมั่นใจในตนเองสูงเมื่อใดก็ตามที่ผูกพันจิตใจเข้าไว้กับใครแล้ว ก็มักจะเกาะเกี่ยวอยู่แต่บุคคลผู้นั้นด้วยความจงรักภักดีเธอรู้ว่าจะไม่มีวันได้พบเพื่อนที่แสนดีเช่นแอนน์อีกแล้วและจะไม่มีใครเข้ามาแทนที่เพื่อนผู้นี้ได้ด้วย
แต่จอห์นคือสามีของเธอเป็ผู้ชายคนเดียวที่เธอทุ่มเทให้ทั้งชีวิตและเธอก็พร้อมแล้วที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา
“วิลลี่..” แอนน์เรียขึ้นเบาๆ ทำสีหน้าแปลกๆขณะบุ้ยใบ้ให้เธอดูอะไรบางอย่างที่ไม่น่าพอใจ
และวิลลี่ก็มองตามสายตาเพื่อนจอห์นยืนพิงประตูห้องรับประทานอาหารพร้อมกับแก้วเหล้าในมือยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่กับสาวน้อยนางหนึ่งที่อิงร่างอยู่กับผนังใกล้เขาเ้าหล่อนอยู่ในชุดเจอร์ซี่สีดำแนบเนื้อ ซึ่งวิลลี่รู้ว่าหล่อนคือ
เอริก้า ฮาร์ทเป็อาร์ติสต์อยู่กับบริษัทที่จอห์นทำงานอยู่รูปร่างหน้าตาของหล่อนยั่วยวนกวนสวาทไม่น้อย
“อ๋อ เอริก้านั่นเอง”วิลลี่ปนหัวเราะ “เขาน่ารักดีนะแอนน์แต่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่หรอก”
“แต่ฉันว่ามันไม่ใช่แค่นั้นนะวิลลี่”แอนน์พูดเหมือนจะเตือนแต่วิลลี่ไม่ได้ถือเป็เื่จริงจังหรือน่ากลัวอะไรเลยสำหรับแม่สาวที่ชื่อเอริก้าคนนี้
แม้ว่าจอห์นจะเป็ผู้ชายที่จัดว่าหล่อมากซึ่งแทบจะตรงข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิงแต่วิลลี่ก็มีความสุขความสงบในใจ อาจจะเป็เพราะเธอเกิดมาเป็ลูกคนเดียวที่พ่อแม่รักอย่างสุดสวาทขาดใจก็ได้
ตอนที่เครื่องบินตกและพ่อกับแม่ตายลงพร้อมกันนั้นวิลลี่เพิ่งจะรุ่นสาวแต่เธอก็อยู่ในความปกครองของพ่อทูนหัวที่ดูแลเธออย่างเอาใจใส่พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ชีวิตเธอจึงสมบูรณ์ด้วยความสุขทุกประการ
และบัดนี้เมื่อเธอย่างเข้าสู่วัย 30วิลลี่ก็ไม่สนใจกับรูปร่างหน้าตาของตนเองอีกต่อไปเพราะนับแต่เริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัย เธอก็ได้เรียนรู้ว่าแม้รูปร่างหน้าตาเธอจะไม่สะสวยเท่าไรนัก แต่ความมีสติปัญญาความอ่อนหวานและความมีสายเืผู้ดีอยู่ในตัวจะเป็สิ่งที่เสริมสร้างเสน่ห์ให้กับเธอได้ดังนั้น วิลลี่จึงไม่แปลกใจเลยเมื่อมีผู้ชายมาตกหลุมรัก
แต่เธอกลับแปลกใจที่ผู้ชายคนหนึ่งในจำนวนนั้นคือจอห์นแต่อาจจะเป็เพราะว่าเธอเองก็หลงรักเขาด้วยเช่นกันต่างฝ่ายต่างมหัศจรรย์ใจที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะราบรื่นเหมาะสมซึ่งกันและกันไปเสียหมดราวกับเป็รูปแบบที่ถูกเขียนขึ้นไว้แต่ชาติปางก่อน
ขณะนี้เขากับเธอแต่งงานกันมาได้ 8ปีแล้ว เป็ชีวิตสมรสที่มีความสุขมากและบัดนี้เธอก็กำลังจะโยกย้ายติดตามเขาไปความเป็หนึ่งเดียวระหว่างเขากับเธอนั้นเปรียบเสมือนมีลมหายใจเดียวกัน
ดังนั้นเธอจึงไม่เคยเดือดร้อนหรือกังวลใจกับการที่เอริก้าจะทำท่าทางยั่วยวนจอห์นอยู่เช่นนี้เลยแม้แต่น้อยวิลลี่มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตสมรสของตัวเองแล้ว