ลี่จิ่นที่รีบไปรีบกลับ พอถึงบ้านก็ขนลังที่เต็มไปด้วยขวดนม น่าจะโหลหนึ่งพอดี มาวางไว้ในครัว อากาศเช่นนี้นมวัวไม่ค่อยเสียง่ายอยู่แล้ว เขาเดินเพื่อไปช่วยภรรยาของเขาตีไข่ขาว
“พวกเขาขายประจำอยู่แล้วเหรอคะ ทำไมได้มาเยอะจัง” หญิงสาวกล่าว ก่อนจะปล่อยให้ชายหนุ่มตีไข่ในมือต่อ
“ใช่ครับ เขาผสมวัวพันธ์กันอยู่แล้ว จึงมีแม่วัวที่เพิ่งคลอดเรื่อยๆ นมนี่ก็เป็ผลพลอยได้ของพวกเขา”
หญิงสาวพยักหน้ารับ “พวกเขาต้มนมพวกนี้หรือยังคะ”
“ผมเห็นพวกเขาต้มกันอยู่ ขวดพวกนี้น่าจะต้มมาแล้ว พวกเขาเอาไปขายในเมืองตลอดครับ”
“แปลว่าพวกเขาน่าจะมีเนยขายใช่ไหมคะ”
“เนย??” สามีของนางงงแบบนี้น่าจะเพราะที่ที่ไม่ใช้หรือไม่เรียกแบบนี้หรือเปล่านะ?
“ไขมันที่จากการต้มนมค่ะ เขาขายไหมคะ”
“ผมไม่เห็นว่าเขาขายนะ”
“อ้อ ครั้งหน้าบอกพวกเขาว่าจะซื้อได้ไหมคะ”
“ได้ครับ มันทำอาหารได้เหรอ”
“ใช่ค่ะ ทำได้ดีเลยด้วยค่ะ” เมื่อพูดจบนางก็เอานมสดที่ได้มาเทลงในไข่แดง เทน้ำมันพืชลงไปอีกส่วนหนึ่งตีจนคนเข้ากัน จากนั้นก็นำแป้งที่อาโยวร่อนผสมไว้มาผสม
ครั้งนี้นางทำมากหน่อย เพราะเคยทำที่โลกเดิมมาแล้ว ของขาดแค่กลิ่นวนิลลา จึงไม่น่ามีปัญหา แพนเค้กอีกสูตรที่เคยทำต้องใช้ผงฟู หรือเบกกิ้งโซดาเพื่อให้ขึ้นฟู จึงยังไม่ทำสูตรนั้น
นางมองไปทางสามีก็พบว่าไข่ขาวชามโตฟูจนตั้งยอดแล้ว “ลี่จิ่นคุณหยุดตีก่อนค่ะ”
เมื่อร่างสูงหยุดนิ่ง นางก็ตักไข่ขาวบางส่วนมาขนผสมส่วนไข่แดงที่นางผสมไว้เบา พอเข้ากันก็แดงใส่ไข่ขาว ก่อนจะคนเบาๆให้เข้ากันทั้งหมด การกระทำของนางทุกอย่างถูกจับจ้องโดยหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ทั้งสองคนในบ้าน
“ลี่จิ่น คุณต้องกระทะหน่อยค่ะ เอาอันที่ก้นไม่ลึกมาใบนั้นค่ะ ไม่ต้องเพิ่มฟืนนะคะ ต้องใช้ไฟอ่อนทำค่ะ” นางรีบพูดห้ามเพราะสามีของนางหยิบฟืนเตรียมจะใส่เตา เพราะอาหารส่วนใหญ่มักใช้ไฟแรงๆ
“พี่เจียว ขนมนี่อร่อยไหม น่าตามันเหมือนเมฆ จะรสชาติเหมือนสายไหมไหม?” น้องชายตัวเล็กของนางแถบจะเอาหน้าจิ้มเข้าไปในถ้วยส่วนผสม
“อร่อยไหมต้องลองดู” นางพูดพร้อมขยิบตา
“ต้องทอดเหรอ ทำไมใช้กระทะ” เขามองกะทะที่ให้พี่เขยของเขาต้องเมื่อครู่
“พี่ไม่ทอด ลองดูไปก่อน ถ้าอร่อยพี่ว่าจะขายสูตรนี้ให้ภัตตาคารอาหาร” นางพูดไปยิ้มไป
ทำเอาสามีของนางอดเอ็นดูไม่ได้ แต่ภายในใจก็คิดว่าเขายังดูแลนางไม่ดีพอ ไม่อย่างนั้นนางคงไม่คิดหาเงินเองเช่นนี้แต่เขาย่อมให้อิสระนางเพราะเห็นว่านางมีความสุข
นางเอาทัพพีตักส่วนผสมลงบนกะทะ จากนั้นก็เทน้ำไปข้างๆ แต่พอเทก็กลับโดนเนื้อแพนเค้ก สุดท้ายนางจึงเอาถ้วยชาเล็ก ที่เนื้อบางใส่น้ำวางไว้แทน ก่อนจะปิดฝา รอสักครู่ก็เปิดไปพลิกเนื้อแพนเค้ก พอเปิดอีกทีก็ใช้ได้แล้ว นางตักแพนเค้กออกก่อนจะทำชิ้นต่อๆไป
.
.
เมื่อทำไปได้เกือบครึ่งหนึงอาโยวก็ทนไม่ไหวขอลองกินไปชิ้นหนึ่ง พอลองกัดเข้าไปก็ตาลุกวาว ทำเอาพี่เขยของเขาอยู่ไม่สุก อยากจะหยิบขึ้นมากินบ้าง แต่ก็อยากรอให้ภรรยาตน ผ่านไปไม่นาน แพนเค้กทำจนหมด
“ลี่จิ่น ฉันเหมือนเคยเห็นน้ำผึ้ง มันย้ายไปที่ไหนคะ หรือจำผิดนะ?” นางเคยเห็นน้ำผึ้งที่ได้เป็ของขวัญวันแต่งงานจากเพื่อนของลี่จิ่น
“นี่ครับ” เขายื่นมาให้
นางจึงตักนิดหน่อยราดบนแพนเค้ก ทำให้อาโยวที่เพิ่งทานไปเมื่อครู่ ตาลุกวาวอีกครั้ง “ลองทานสิคะ ลี่จิ่น ว่าอร่อยไหม อาโยวจะทานอีกก็ได้นะ ถ้าสูตรอร่อยแล้วพี่จะเอาไปขาย”นางพูดไปยิ้มไป
“ขายได้อยู่แล้ว นุ่มเหมือนกินก้อนเมฆเลย”
ชายหนุ่มรอให้ภรรยาทานก่อนตนจะลงมือกิน แค่กัดคำแรกเขารู้เลยว่าขนมนี่ต้องขายดีแน่ๆ อย่างที่อาโยวว่า ทั้งนุ่มทั้งหวานอ่อนๆ อีกทั้งยังอุ่นๆอีกไหม
“อย่างกับกินก้อนเมฆอย่างอาโยวว่าจนจริงๆ” เขาพูดพรางกัดอีกคำเข้าปาก
.
.
ฉันมองหนุ่มที่กินอย่างเอร็ดอร่อย สูตรนี่เป็แพนเค้ก หากเป็ขนามปังก้อนเมฆจะอีกแบบต่างหาก แต่พวกเขาอร่อยก็พอแล้ว นางคำนวณในใจ สูตรนี้ขายไปน่ะน่าจะดีกว่าตัวเองทำขายจริงๆเพราะสูตรต้องใช้ไข่ และใช้แรงตีมาก ถ้าทำขายจริง สามีนางคงได้ตีจนแขนโต
นางมองไปทางสามี ก่อนจะมองไปที่แขนของเขา และมองเหมือนสำรวจสามีของตน
จะว่าไปตอนนี้ทั้งแขนทั้งตัวก็โตอยู่แล้วสินะ แขนนั้นแขนแข็งแกร่งจริงๆ อุ้มฉันลอยโดยใช้แขนข้างเดียวสบายๆ
ลี่จิ่นย่อมรู้ดีว่าภรรยาของทำมองมาทางตนเอง แต่ก็ทำนิ่งเฉยไว้ พรางคิดในใจว่านางจะพูดอะไรกับเขาหรือเปล่า เขาทานขนมจนหมดก็ยังรู้สึกถึงสายตาของภรรยา จนตัดสินใจหันมองนาง ก็พบว่าภรรยาของเขาใ หน้าขึ้นสีระเรื่อก่อนจะหลบสายตาของเขา
.
.
หลังจากทานขนมไปจนอิ่ม ทุกคนก็ลงความเห็นตรงกันว่าจะทานมื้อค่ำด้วยอาหารเบาๆแทน ครั้นจะไม่ทานเลยก็กลัวว่าจะหิว่กลางดึก ทำให้อาเจียวต้มโจ๊กไว้ในหม้อ อาโยวที่เห็นพี่ๆทำขนมให้เขาทาน เขาจึงอยากช่วยทำอาหารบ้าง โดยเขาช่วยทุบกระเทียมให้อาเจียวผัดกับหมูสับเพื่อทานกับโจ๊ก อาโยวก็ช่วยคนหม้อโจ๊ก ตอนนี้ไฟใกล้จะดับแล้วนางจึงคนนิดหน่อยก่อนจะปล่อยให้อาโยวดู เตาอยู่ค่อนข้างสูงนางจึงย้ำอาโยวที่อยู่บนเก้าอี้ให้ระวัง โดยย้ำว่าให้ค่อยๆคน ไม่ให้โดนมือจนลวก และไม่ต้องเติมฟืนเพิ่ม จากนั้นนางก็เดินไปที่สวนหลังบ้านเพื่อเด็ดต้นหอมที่มีอยู่นิดหน่อย ระหว่างเดินก็เห็นสามีนั่งที่นางนั่งเล่นเมื่อคราวก่อน
ลี่จิ่นเขาคิดมากหรือเปล่านะ ก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะไม่อยากให้ฉันช่วยหาเงินด้วยสิ
พอคิดดังนั้นนางก็เดินไวๆไปหาสามีของตน ชายหนุ่มตัวโตที่นั่งหน้ากลุ้ม “เป็อะไรหรือเปล่าคะ หรือที่เข้าป่าก่อนหน้านี้คุณาเ็”
ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ แต่คิ้วที่ขมวดอยู่ไม่ได้คลายออกเลย ซูเจียวเห็นดังนั้นก็เลยคิดจะแกล้งเขาให้เขาได้เปลี่ยนอารมณ์ ร่างเล็กเดินไปใกล้อีก และค่อยสอดตัวเองไปนั่งบนตักแกร่ง โดยที่ร่างสูงก็โอบเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอตกลงไป
“ลี่จิ่นคุณเป็อะไรคะ คิ้วขมวดเชียว” ฉันพูดเสียงไม่ดังไม่เบา ประคองหน้าเขามามองกัน “คุณไม่ชอบที่ฉันพูดเื่ที่ฉันจะหาเงินเหรอคะ”
ในยุคนี้จะมองอย่างไรก็เห็นว่ายังเห็นว่ายังยึดหลักผู้ชายต้องหาเลี้ยงดูผู้หญิง ร้านผ้า ร้านอาหารที่พวกเขาทานเ้าของร้านเป็ผู้ชายทั้งนั้น แต่หากมองลึกๆย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงเป็คนบริหารงาน พวกนางยังไม่สามารถออกหน้าได้ต้องพึ่งพาสามีเป็เ้าของร้าน
ฉันลูบรอยแผลบนใบเขาเบาๆ ตอนโดนต้องเจ็บมากแน่เลย ตามตัวเขาก็มีแผล ต้องเป็สถานการณ์ที่แย่มากๆแน่มองในมุมของฉันรูปร่างเขาที่แข็งแกร่งแบบนี้ดูดีมาก รอยแผลก็ไม่ได้ทำให้โครงหน้าที่ดูดีของเขาดูแน่ลงเลย ฉันยังคิดสงสัยอยู่ว่าทำไมทุกๆคนถึงกลัวลี่จิ่นกันนัก เขาออกจะนิสัยดี รูปร่างหน้าตาก็ไม่แย่
“ผม…น่าเกลียดใช่ไหม” คำกล่าวนั่นทำให้ฉันใมาก
“ทำไมคุณคิดแบบนั้น ใครบอกคุณคะ” ตาทึ่มนี่ฟังใคร ตัวเองดูดีขนาดนี้
“ไม่ครับ ไม่มีคนบอก” เขาก้มหน้าและหลบสายตา
“จริงเหรอคะ ถ้ามีคนบอกแบบนั้นมาบอกฉันค่ะ ฉันจะจัดการให้” พอพูดแบบนั้น เขาก็หันมามองหน้าราวกับใ จึงเผลอถามออกไป“ทำไมคะ?”
“ก็หน้าผมมีแผล ใครๆก็กลัว หลายคนก็ไม่ชอบ”
“ปล่อยพวกเขาไปค่ะ คนที่ดูถูกคนแบบนั้น แถมยังตาถั่ว พวกเขาพลาดเองที่ไม่ทำความรู้จักคุณ”
“พวกเขาพลาดเหรอ”ร่างสูงใคำพูดของภรรยา
“ใช่ค่ะ คุณเป็คนน่ารัก ไม่ต้องใส่ใจคำพูดพวกนั้น”
น่ารัก!? นี่ภรรยาของผม บอกว่าผู้ชายที่ตัวเต็มไปด้วยแผล และตัวสูงกว่าเธอสองเท่าว่าน่ารัก หรือนางจะชอบแบบเขาจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ผู้ชายที่เจอในเมืองนางก็ไม่ได้ใส่ใจ
“ผมน่ารักเหรอ”
“ใช่ค่ะ แต่ฉัน อือออ.. ไม่รู้ดีกว่าค่ะ” นางจะบอกได้อย่างไรว่านางชอบที่เขาอ้อนขอมีลูกกับนางเมื่อคืน
ชายหนุ่มที่มองหญิงสาวที่หน้าขึ้นสี ก็เผยยิ้มออกมา ลูกกระต่ายขาวของเขาน่ารักจริงๆ เขาหอมไปที่หน้าผากของเธอทำเอาหน้าของนางยิ่งแดงเข้าไปอีก
“แต่ดูแล้วผมน่าจะหาเงินได้น้อยกว่าอาเจียวอีก อาเจียวไม่รังเกียจผู้ชายที่ไม่เอาไหนเหรอ”ร่างสูงที่คิดว่าทั้งที่เขาหาสัตว์ป่ามาจนหมดวัน ยังได้เงินน้อยกว่านางเสียอีก ขนมวันนี้อร่อยมาก แน่นอนว่าขายได้ในราคาสูงแน่นอน
“ลี่จิ่น ถ้าคุณไม่เอาไหน ผู้ชายทุกคนคงไม่เอาไหนแล้ว คุณทำทั้งงานบ้าน ล่าสัตว์ ในหัวเอาแค่คิดเื่ครอบครัว” หญิงสาวมองเขาที่ทำหน้าหงอย นางจึงคิดหาคำพูดให้กำลังใจเขา “ไหนคุณบอกว่าจะเป็หมอไงคะ ไม่มีทางที่คำพูดจริงจังแบบนั้นจะออกมาจากคนไม่เอาไหนแน่ ลองดูถ้ายากเกินไปก็ค่อยกลับมาปลูกผักขายกันก็ได้ ฉันก็แค่หาทางช่วยครอบครัว ฉันก็ใช่จะทำแบบนี้ไปได้ตลอด ขนมนี่ก็แค่ก่อนหน้านี้บังเอิญทำได้ ก็ลองทำอีกครั้ง ยังไม่ได้ขายด้วยซ้ำ”
นางมองที่หน้าของเขา พรางคิดว่าเขาตัวโตซะเปล่าเื่แบบนี้ใจน้อยเสียจริง แต่ก็ว่าไม่ได้ลี่จิ่นก่อนหน้านี้ อาจจะมั่นใจกว่านี้ ตอนนี้หน้าของเขาเป็แบบนี้ เลยเสียความมั่นใจไป นางต้องแสดงความรักมากอีกหน่อย คนตัวโตจะได้ไม่น้อยใจเช่นนี้อีก
*ไรท์ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ