บทที่ 1 ผู้มาสวมร่างแทน
ณ ที่แห่งหนึ่งในโลกิญญาได้มีิญญาหนุ่มที่พึ่งเสียชีวิตลงกำลังยืนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก่อนจะมีแสงสว่างแสบตาปรากฏขึ้นมาพร้อมกับร่างชายชราที่แต่งตัวคล้ายคนจีนโบราณด้วยท่าทางสุภาพไหนจะหน้าตาที่ดูจะใจดีในมือทั้งสองข้างก็ถือสมุดกับไม้เท้าเดินเข้ามาหาโดยข้างตัวมีน้ำเต้าสีแดงห้อยไว้อยู่ข้างเอวิญญาชายหนุ่มได้แต่ยืนมองสำรวจชายชราตรงหน้าก่อนที่ชายชราจะเอ่ยขึ้นมา
‘นี่เ้าหนู!! เ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเ้านะตายแล้ว’
“อะไรนะครับ!! ท่านหมายความว่ายังไงครับ แล้วนี่ท่านเป็ใครแล้วทำไมผมถึงได้ตายครับ ช่วยตอบผมทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ิญญาชายหนุ่มได้แต่ถามอย่างร้อนใจ
‘ข้าขอโทษเ้าด้วยนะเ้าหนูที่ลูกศิษย์ของข้านั้นทำผิดพลาดเลยทำดวงชะตาของเ้าที่ยังไม่ถึงเวลาอันควรโดยความผิดพลาดนี้ ข้าต้องขออภัยเ้าด้วยและที่ข้ามาที่นี้คือ ข้ามีข้องเสนอมาให้เ้าคือ ข้าจะมอบร่างใหม่ให้แก่เ้า เ้าจะรับหรือไม่’
“ข้อเสนอน่าสนใจมากเลยครับ ถ้าที่ท่านว่ามาเป็เื่จริงล่ะก็ ผมยอมรับข้อเสนอท่านก็ได้ครับ ถือว่าผมยอมรับข้อผิดพลาดของพวกท่านในครั้งนี้เองครับ”
‘โฮ่ะๆ แต่ที่ที่เ้าต้องไปเกิดใหม่มิใช่เป็โลกเดิมแต่เป็โลกคู่ขนานที่ยังมีความล้าหลังอยู่มาก เ้าคิดว่าเ้ายังจะไปอยู่หรือไม่ ถ้าเ้ายอมรับข้าจะพาเ้าไปทันที ว่าอย่างไร’
“ครับ ผมรับครับถ้าจะทำให้ผมมีชีวิตอีกครั้ง จะมีเื่อะไรผมก็ยอมรับครับท่าน” โดยที่ิญญาชายหนุ่มเองก็ลืมถามว่าตัวเองนั้นได้รับพรอะไร
‘โฮ่ะๆ แน่นอนเอาล่ะงั้นเ้าก็ลุกเดินตามแสงสีขาวนั้นไปเ้าก็จะได้ใช้ชีวิตใหม่ ขอให้เ้าโชคดีล่ะเ้าหนุ่ม อ้อข้าลืมบอกเ้า พรที่เ้าได้รับคือการให้กำเนิดชีวิตใหม่นะเ้าหนุ่ม’
ิญญาชายหนุ่มที่เดินไปไกลแล้วจึงไม่ทันได้ยินประโยคสุดท้ายที่ชายชราได้เอ่ยบอก ิญญาชายหนุ่มก็โดนแสงสว่างนั้นดูดกลืนไปไม่ทันจะได้ยินสิ่งที่ชายชรากล่าวแต่อย่างใด หลังจากที่ิญญาชายหนุ่มคนนั้นได้จากไปแล้วทางด้านชายชราเองก็พาอีกดวงิญญาที่เป็อดีตเ้าของร่างพาไปยัง์เพื่อฟังคำสั่งจากองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ต่อไป
กลับมาทางด้านิญญาชายหนุ่มที่ถูกดูดิญญามายังร่างที่ตัวเองจะต้องมาเกิดใหม่โดยยังไม่ทันจะได้มองร่างใหม่ให้ชัดๆ ก็ถูกแรงดึงดูดจากร่างที่ปราศจากดวงิญญานั้นดึงิญญาเข้าร่างไปเสียก่อนพอิญญาชายหนุ่มเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยร่างผอมบางก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะกะพริบตาสองสามทีเพื่อจะให้มองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ร่างบางได้สติขึ้นมาก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อมองให้แน่ใจว่าสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแล้วก็ลุกเดินไปยังหน้าบ้านที่มีอ่างน้ำ ไม่รอช้าร่างบางก็ลองชะโงกหน้าเพื่อมองว่าใบหน้าตัวเองเป็อย่างไรถึงแม้จะดูแขนตัวเองที่เล็กมากจนน่าใก็อดจะคิดมากไม่ได้ แต่พอได้เห็นใบหน้าตัวเองในอ่างน้ำก็ชะงักไปด้วยความใก่อนจะอุทานเสียงดัง
“อะไรกันเนี่ย!! ทำไมร่างกายนี้ถึงได้ทั้งบอบบางทั้งยังหน้าตาที่ออกสวยหวานขนาดนี้ล่ะ แล้วไหนจะผมที่ยาวตรงสวยสีดำคลับมันวาวนี่อีก!!”
ิญญาชายหนุ่มที่มาเข้าร่างหนุ่มน้อยที่มีชื่อจากต่างโลกว่า ตามใจ ถึงกับพูดอะไรไม่ออกจนต้องเอามือไปกุมหว่างขาตัวเองว่ายังมีเพศที่ระบุว่าเป็ชายอยู่หรือเปล่าในทันทีทันใดด้วยความรวดเร็ว พอจับและคลำดูแล้วก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อยว่าตัวเองยังเป็ชายน้อยอยู่ก่อนจะมีเสียงเรียกจากทางหน้าบ้านร่างบางเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกทันที
“ต้าเกอ [พี่ใหญ่] ท่านลุกขึ้นได้แล้วหรือขอรับ”
เสียงที่เอ่ยเรียกนั้นแลดูเล็กและทุ้มเล็กน้อยเหมือนจะพึ่งผ่านการแต่งหนุ่มมาไม่นาน เด็กชายที่ลักษณะน่าจะอายุน้อยกว่าเ้าของร่างว่าต้าเกอ หมายความว่าอะไร ก่อนที่ตามใจจะเข้าใจอะไรอยู่ๆ ก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนที่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายปวดไปทีละนิดพอเริ่มหายเ็ปตามใจก็รู้ชื่อเ้าของร่างที่ตัวเองมาอาศัยอยู่ว่าชื่อ หลี่ จิวหรงมีพี่น้องอยู่ด้วยกันสองคน โดยคนรองชื่อ หลี่ หนิงเหอ อายุจะครบสิบห้าปีในอีกไม่ช้า ส่วนอีกคนเล็กชื่อ หลี่ ซือเป่า อายุเก้าปี ไหนจะเื่ที่บิดามารดาเสียชีวิตไปกันหมดแล้วด้วยไม่รู้ว่ามีญาติพี่น้องของบิดามารดาอยู่ที่ไหนทำให้ตามใจได้คิดในใจ
เราต้องเรียกตัวเองด้วยชื่อ จิวหรง สินะส่วนชื่อเดิมเราก็ทิ้งไว้ที่โลกเดิม ส่วนคุณจิวหรงไม่ต้องห่วงแล้วนะครับ ผมจะดูแลน้องๆ ให้คุณเอง ขอให้คุณไปอย่างสบายใจเถอะนะ จิวหรงเอ่ยบอกกับเ้าของร่างคนเก่าก่อนจะตอบน้องชายไป
“อืม... ข้าพอจะลุกขึ้นไหวแล้วล่ะ แล้วเ้าไปไหนมาหรือ อาหนิง”
“ข้า ไปเก็บฟืนในป่ามาขอรับ”
“อ่อ... เก็บมาเสร็จแล้วหรือไม่ล่ะ”
“ขอรับ ข้าเก็บมาจนหมดแล้วขอรับ ต้าเกอท่านรีบเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวอาการท่านจะแย่ลงเอาอีก”
“ได้ๆ แต่ตอนนี้ข้าสบายดีแล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะอาหนิง แล้วเสี่ยวเป่าเล่าตอนนี้ไปไหนแล้ว”
“ข้าคิดว่าคงไปเล่นกับเด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านนี่แหละขอรับ รออีกสักหน่อยก็คงจะกลับแล้ว ต้าเกอไม่ต้องเป็ห่วงนะขอรับ”
“อืมๆ งั้นข้าจะเข้าไปพักหน่อยแล้วกันนะ เ้าก็รอน้องอีกสักหนึ่งก้านธูป [30นาที] แล้วยังไม่กลับ เ้าไปรับน้องกลับบ้านด้วยล่ะ อย่าลืมนะ”
“ขอรับ ท่านไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะดูแลที่เหลือเอง”
“ได้ ข้ายอมไปพักแล้ว” ร่างบางตอบน้องชายแล้วกำลังจะเดินกลับเข้าบ้านก็มีเสียงเรียกดังมาพร้อมกับแรงที่กระแทกเข้าที่หลังเ้าตัวเข้า
“ต้าเกอ~...” เสียงเด็กน้อยดังจนจิวหรงต้องหันมองแต่ไม่ทันเพราะซือเป่าน้อยวิ่งมาชนเข้าที่หลังจนเกือบล้มดีที่ได้หนิงเหอรับไว้ทัน
“เสี่ยวเป่า!!” เสียงที่ดุของหนิงเหอทำเอาเด็กน้อยอย่างซือเป่าต้องรีบอ้อนจิวหรงทันทีด้วยกลัวพี่คนรองอย่างหนิงเหอตีก้น
“ต้าเกอขอรับ~” จิวหรงเห็นเช่นนั้นจึงช่วยไม่ให้ได้ตีกัน
“เอาเถอะ เ้าไม่ต้องดุแล้วอาหนิง เสี่ยวเป่าเองก็สำนึกผิดแล้ว” หนิงเหอถอนหายใจก่อนพยักหน้ารับตามที่พี่ชายอย่างจิวหรงขอก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินเข้าบ้านไปแต่ไม่วายหนิงเหอทำโทษซือเป่าโดยให้ไปรดน้ำผักที่สวนข้างบ้านให้เรียบร้อยก่อนค่อยกลับเข้าบ้านมาทานข้าวซือเป่าได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง พอเดินเข้ามาในบ้านแล้วหนิงเหอเดินแยกไปอีกทางเพื่อไปทำกับข้าวจิวหรงจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารก่อนจะถามถึงอาหารในมื้อนี้ว่ามีอะไรบางหรือมีอะไรให้ช่วยไหม
“อาหนิงมีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”
“ไม่เป็ไรขอรับ ท่านนั่งรอเฉยๆ เถอะ เดี๋ยวข้าจะรีบจัดการกับข้าวให้นะขอรับ” จิวหรงได้แต่พยักหน้ารับแล้วนั่งมองน้องๆ ทำงานกันไป
“อาหนิง แล้วนี่เ้าจะทำอะไรกินล่ะวันนี้”
“วันนี้ข้าจะทำ ผัดผัก ไข่ต้ม และ ข้าวต้ม ขอรับ”
“อืม ข้าไม่กวนเ้าแล้ว เ้าทำกับข้าวไปก่อนเถอะ ข้าจะออกไปดูเสี่ยวเป่าสักหน่อย”
“ขอรับ” จิวหรงบอกแล้วลุกเดินไปยังแคร่ไม้ไผ่ข้างบ้านก่อนจะนั่งมองซือเป่ารดน้ำผักต่างๆ มี มีทั้งผักบุ้ง แตงกวา ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท หัวไชเท้า และมีส่วนข้างๆ เล้าไก่ไข่อยู่สองตัวจิวหรงมองรอบๆ บ้านหลังนี้แล้วก็ทำให้ใจสลดเป็อย่างมากเพราะที่ที่ตัวเองจากมายังไม่แย่เท่านี้เลย ก่อนจะสัญญากับตัวเองว่าจะให้น้องๆ ได้อยู่ดีกินดีมากกว่านี้พอดีกับที่ซือเป่ารดน้ำเสร็จแล้วก็วิ่งยิ้มสดใสเข้ามาหาจิวหรงถึงได้สำรวจเด็กน้อยตรงหน้าที่พอเห็นแล้วอดที่จะใจหาย เพราะร่างกายของเด็กในวัยเก้าหนาวที่ต้องสูงและตัวใหญ่อยู่สักหน่อยแต่เด็กตรงหน้าจิวหรงมีขนาดที่เล็กเท่าเด็กอายุห้าหนาวนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความเป็อยู่ภายในครอบครัวนี้
“เสี่ยวเป่าเข้ามาใกล้ๆ ต้าเกอหน่อยสิ มาให้ต้าเกอได้มองเ้าชัดๆ หน่อย”
“ขอรับต้าเกอ” ซือเป่าเดินเข้ามาใกล้จิวหรงจนถึงระดับที่เอื้อมมือถึงจิวหรงสวมกอดร่างน้อยๆ เอาไว้ซือเป่าที่ไม่คิดอะไรได้สวมกอดตอบกับพร้อมหัวเราะคิกคักก่อนจะมีเสียงเรียกให้ทานข้าว
“ต้าเกอ เสี่ยวเป่า กินข้าวกันได้แล้ว” จิวหรงผลักออกก่อนจะจับมือซือเป่าแล้วพาเดินเข้าบ้านไปทานข้าวมื้อค่ำกัน ผ่านไปสักพักก็ทานกันเสร็จจิวหรงนั่งรอดื่มน้ำและยาที่หนิงเหอเตรียมไว้ให้ดื่ม
“นี่ขอรับยาท่าน ดื่มตอนยังร้อนๆ จะขมน้อยหน่อย ส่วนนี้น้ำผึ้งขอรับ”
“ขอบใจเ้า” จิวหรงรับมาดื่มแต่กว่าจะดื่มก็อดจะบ่นในใจไม่ได้
ว๊า~ถ้าจะขมมากด้วย สุดท้ายก็กลั้นใจดื่มจนหมดแล้วส่งชามคืนให้หนิงเหอ ก่อนที่หนิงเหอจะยื่นชามที่ใส่น้ำผึ่งไว้เล็กน้อยมาให้พี่ชายได้ชิมล้างปากจากความขมของยา เสียงซือเป่าน้อยดังขึ้นมาจากทางประตู
“ต้าเกอ ท่านรีบไปอาบน้ำเถอะขอรับเดี๋ยวน้ำจะหายร้อนก่อน ท่านด้วยนะ เอ้อร์เกอ [พี่รอง] ” จิวหรงและหนิงเหอพยักหน้ารับก่อนที่จิวหรงลุกเดินไปเตรียมชุดแล้วเดินไปตามความรู้สึกว่ามีถังน้ำตั้งอยู่และมันก็มีจริงๆ จิวหรงจึงรีบจัดการตัวเองทันที ผ่านไปหนึ่งก้านธูปจิวหรงก็อาบเสร็จแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนเจอกับเด็กทั้งสองที่นั่งกันอยู่คนล่ะมุม
“อาหนิงไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวน้ำจะหายร้อนเสียก่อน เสร็จแล้วเราจะได้เข้านอนกัน”
“ขอรับต้าเกอ” หนิงเหอเดินออกไปอาบน้ำจิวหรงเองก็เดินไปตรงที่มีคันฉ่อง[กระจกทองเหลือง] กับหวีไม้อันเก่าหยิบมาเพื่อหวีผมพอหวีเสร็จก็เดินมาที่เตียงที่มีเพียงฟูกนอนบางๆ กับซือเป่าน้อยกำลังนอนรออยู่
“ง่วงนอนแล้วหรือไม่เสี่ยวเป่าน้อยของต้าเกอ”
“ง่วงแล้วขอรับต้าเกอ”
“งั้นรออีกหน่อยนะ เอ้อร์เกอเ้ายังไม่มาเลย งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ให้ต้าเกอเล่านิทานให้ฟังก่อนดีไหม?”
“ดีขอรับ” ซือเป่าพยักหน้าเพื่อจะฟังพี่ชายคนงามเล่านิยายให้ฟังถึงจะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” จิวหรงเล่าไปเลยๆ จนถึงกลางเื่เด็กน้อยก็หลับไปจิวหรงจึงจับจัดท่าให้นอนสบายขึ้นหนิงเหอที่พึ่งอาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามา
“เสี่ยวเป่าหลับแล้วหรือขอรับ”
“ใช่ แล้วเ้านอนตรงไหน” จิวหรงถามเพราะจะได้รู้ว่าเด็กอีกคนนอนตรงไหน
“ข้านอนกับพื้นขอรับ เพราะตัวข้าใหญ่ไม่อยากไปเบียดท่านกับเสี่ยวเป่าขอรับ”
“งั้นหรือ งั้นข้านอนก่อนแล้วกันเ้าก็ไม่ต้องนอนดึกละ ฝันดีนะ” จิวหรงบอกฝันดีกับหนิงเหอที่กำลังจัดที่นอนตัวเองอยู่
“ขอรับต้าเกอ ฝันดีเช่นกันขอรับ” จิวหรงล้มตัวลงนอนแล้วหลับไป