ติ๊ง~~
เสียงข้อความดังขึ้น ฉันงัวเงียคว้านหาโทรศัพท์ที่โต๊ะโดยที่ยังไม่ลืมตา ค่อยๆเปิดดูข้อความพร้อมกับหรี่ตาดูเพราะแสงไปจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องมากระทบ
“พรุ่งนี้มาทานข้าวเย็นกับฉัน พร้อมกับเอาเอกสารที่บอกเื่ที่ชอบกับไม่ชอบของตัวเองมาด้วย”
“โอเค”
ฉันพิมพ์ข้อความตอบ พร้อมกับปิดโทรศัพท์แล้วนอนต่อ
หลังจากถ่ายงานเสร็จ่เช้า ฉันก็มาร้านอาหารตามนัด ด้านในมีลูกค้าแค่ไม่กี่โต๊ะ และโต๊ะที่จองเอาไว้ก็อยู่ด้านในสุด ฉันเดินตามพนักงานเข้ามานั่งที่โต๊ะ ไม่นานนักนายสิบทิศก็เดินเข้ามา
“สั่งอะไรกินกันก่อนเถอะ”
ฉันสั่งเพียงสลัดอกไก่มาทานเพียงแค่จานเดียว ส่วนนายสิบทิศสั่งสเต๊กมาทาน เมื่อเขาเห็นฉันสั่งเพียงสลัดก็ทำหน้าสงสัย
“จะอิ่มหรอ”
“ฉันลดน้ำหนักอยู่”
เข้าทำหน้าครุ่นคิดอยู่ไม่นาน
“ขอไข่ตุ๋นอีกอย่างครับ”
พนักงานพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป นายสิบทิศก็เป็คนใส่ใจอยู่นะ กลัวฉันกินเพียงสลัดไม่อิ่มยังสั่งไข่ตุ๋นให้ฉันอีก เขาคงไม่ได้หลงรักฉันขึ้นมาจริงๆหรอกนะ แล้วเอาสัญญามาบังหน้า
ฉันครุ่นคิดอยู่กับตัวเองไม่นาน พนักงานก็เข้ามาพร้อมกับอาหารที่สั่ง
“ฉันกินแค่สลัดอย่างเดียวก็ได้ นายไม่เห็นต้อง…..”
“หึ เธอว่าอะไรนะ”
นายสิบทิศที่กำลังตักไข่ตุ๋นเข้าปากเคี้ยวอยู่ เงยหน้าขึ้นมาตาม
หาหมอด่วนๆ หน้าแตก หมอต้องไม่รับเย็บแน่เลยไอดาวเหนือ แกคิดอะไรอยู่เนี่ย
“อ๋า เปล่าค่ะ จะว่าสลัดอร่อยมากค่ะ”
เขาทำหน้ามึนงงเล็กน้อยกับท่าทางของฉัน ก่อนจะกลับไปทานอาหารตรงหน้าจนหมด
“เอามาหรือเปล่า ที่ฉันให้เธอทำ”
“เอามาสิ”
ฉันหยิบกระดาษ 1แผ่น ที่เตรียมมา ด้านในอธิบายลักษณะนิสัย สิ่งที่ชอบไม่ชอบไว้ ส่งไปให้เขา
“แล้วของนายล่ะ”
เขายื่นเอกสารที่มีความหนาประมาณ 10 แผ่นให้ฉัน
0_0!
“นี่นายส่งรายงานเรียนจบหรือไง ทำไมมันเยอะจัง”
เขาอ่านกระดาษที่อยู่ในมือโดยไม่ตอบอะไรฉัน ฉันเลยต้องจำใจเปิดอ่านรายงานขนาดย่อมๆของเขาอย่างจำใจ
“งานอดิเรกที่ชอบทำ คือ งาน”
“ยามว่างชอบทำงาน”
“สิ่งที่ชอบ งาน”
“สิ่งที่ถนัดที่สุด งาน”
“นี่นายไม่มีอย่างอื่นทำบ้างเลยหรอ”
“มันเสียเวลา”
ฉันล่ะเหนื่อยใจกับเขาจริงๆ
“สิ่งที่ไม่ชอบ สุนัข”
“สิ่งที่แพ้ เกสรดอกไม้”
“สิ่งที่ชอบทาน สเต็กกับไข่ตุ๋น”
มิน่าล่ะ
“เธอไม่ได้เขียนรายละเอียดของครอบครัวมาด้วยหรอ”
ฉันไม่รู้จักตอบคำถามของเขายังไงเื่ครอบครัวของฉัน
“นายรู้แค่ว่าฉันอยู่คนเดียวแล้วกัน ส่วนพ่อแม่อยู่อีกที่หนึ่ง”
เขาไม่ถามอะไรต่อ เมื่อเห็นว่าฉันไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเื่ที่บ้านสักเท่าไหร่
“นายมีน้องชายด้วยหรอ ฉันไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน”
“อืมมีสิ แต่เป็ลูกคนละแม่กัน ก็เลยไม่มีใครรู้ แต่ฉันบอกเธอไว้เผื่อแม่ฉันถามพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้! หมายความว่าไง”
“พรุ่งนี้เธอไปแนะนำให้คนที่บ้านรู้จัก ในฐานะแฟนของฉัน ดังนั้นวันนี้เธอต้องจำรายละเอียดต่างๆที่ฉันให้เธอไปให้ได้หมด”
“ทำไมนายไม่ถามฉันก่อนล่ะว่าฉันว่างหรือเปล่า”
“ฉันให้เลขาโทรถามผู้จัดการเธอแล้ว พรุ่งนี้เธอไม่มีงาน”
รอบคอบสิ้นดี
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปรับที่คอนโดเธอ 10 โมงเช้า อย่าสายล่ะ ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา”
“นายรู้ที่อยู่ฉันหรอ”
“ไม่เห็นยาก ผู้จัดการเธอไง”
เพื่อนทรยศ ฉันได้แต่คิดในใจ พร้อมกับยิ้มตอบแบบเหยๆให้เขา ก่อนที่เราจะตกลงแยกย้ายกัน ก็ดันเจอคู่ปรับอย่างนายกวินที่เลิกกันไปเมื่อหลายปีก่อน อยู่ๆก็เดินเข้ามาทักฉันพร้อมผู้หญิงคนใหม่ข้างกาย
“ดูซิ ว่าฉันเจอใคร ผู้ชายคนใหม่อีกแล้วหรอ หลังจากที่ทิ้งฉัน เธอเปลี่ยนผู้ชายไปกี่คนแล้วล่ะ”
“นายกลับไปก่อนเถอะ ฉันจัดการเองได้”
“จะรีบไปไหนล่ะ ทำไม กลัวคนอื่นรู้หรอว่าเธอมันเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า”
ฉันหยิบแก้วน้ำแล้วสาดใส่ไอผู้ชายทุเรศคนนั้นทันที
“นี่เธอ!”
“แกมีหน้ามาว่าฉันด้วยหรอ แกคิดว่าฉันโง่นักหรือไง ที่จะไม่รู้ว่าแกสวมเขาให้ฉันมาทั้งนาน ถึงแม้ฉันจะคบกับแกแค่เล่นๆก็จริง แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาสวมเขาฉันลับหลังหรอกนะ”
“เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
ฉันหันไปพูดกับนายสิบทิศที่นั่งดูสถานการณ์อยู่ ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาจากที่นั้นทันที ฉันเดินไปเรื่อยๆ อย่างคนเบื่อหน่าย ดูวิวสองข้างทางที่เต็มไปด้วยแสงไฟและรถราที่ยังคงวิ่งกันไปมาอยู่ บรร ยากาศในตอนกลางคืนนี้มันช่วยให้ฉันสงบลงได้จริงๆ
ปี๊ด〜
เสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันใเล็กน้อยหันกลับไปดู
รถสีดำดูแพงคันนั้นขับมาใกล้ฉัน ก่อนจะลดกระจกลง
“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
ฉันเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ นายสิบทิศที่ยังคงความหน้านิ่งไว้ไม่เปลี่ยน ค่อยๆขับรถออกไป
“ฉันนึกว่านายกลับไปแล้ว”
“..............”
ตลอดทางมีความเงียบที่คอยทำงานไม่พัก
“ฉันขอเปิดเพลงหน่อยได้ไหม”
“อืม”
ฉันเอื้อมมือไปกดเปิดเพลง แล้วหันมาเปิดหน้าต่างรถเพื่อรับลม ระหว่างที่รถวิ่งไปเรื่อยๆยังคงมีแค่เสียงเพลงและเสียงลมดังที่สุด เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันเลยตลอดทาง ฉันก็แปลกใจอยู่นะที่เขากลับไม่ถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เลย แต่ก็อาจจะไม่อยากสนใจล่ะมั้ง ตอนนี้ในสายตาของเขาอาจจะกำลังคิดว่าฉันเป็ผู้หญิงใจแตกอยู่รึเปล่า จะยกเลิกสัญญาหรือเปล่านะ ในหัวฉันตอนนี้ตีกันไปมาตลอด
“ขอบคุณมากนะที่มาส่ง”
“เดี๋ยว”
เขาเอื้อมมือไปยังเบาะหลัง แล้วหยิบถุงกระดาษถุงหนึ่งส่งให้ฉัน
“นายซื้อชุดให้ฉันหรอ”
“ฉันแค่อยากให้พรุ่งนี้เธอดูดีในฐานะแฟนของฉัน”
“แล้วนายรู้ไซต์ฉันได้ไง เอ๊าะ ไม่ต้องตอบ ฉันรู้ ผู้จัดการฉัน วันนี้ขอบคุณที่เลี้ยงมื้อเย็นและที่ขับรถมาส่ง เจอกันพรุ่งนี้”
เขาเพียงพยักหน้าตอบรับ ฉันเลยเปิดประตูออกมา รถคันนั้นก็วิ่งออกไปทันที
“สวมเขาให้แกแล้ว ยังกล้าทำใสซื่อเหมือนตัวเองเป็คนดี ไอทุเรศเอ้ย”
ฉันเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เ้างามฟัง คิดไม่ผิดว่าเ้างามจะต้องโมโหแทนฉันแน่นอน
“ดีนะตอนนั้นแกเป็ฝ่ายทิ้งมันไปเสียก่อน”
“เห้อ…..แต่ละวันของฉัน ว่าแต่นี่ฉันยังไม่ได้ว่าแกเลยนะ แกเป็เพื่อนฉันจริงหรือเปล่าเนี่ย แกไม่ถามไม่บอกฉันเื่ที่นายสิบทิศโทรมาถามตารางเวลาฉันบ้างเลย รู้ไหมพรุ่งนี้ฉันต้องไปไหนกับเขา”
“ไปบ้านเขา”
ปลายสายตอบเสียงนิ่งอย่างไม่ใอะไรเลยสักนิด
“นี่แกรู้อยู่แล้วหรอ”
“เลขาเขาบอกฉันแล้ว แล้วอีกอย่างแกอย่าลืมสิว่าแกจะต้องทำตามสิ่งที่เขาบอกให้ทำในฐานะแฟนปลอมของเขา ฉันก็เลยทำได้เพียงบอกตารางเวลางานแกให้เขาไป”
“อืมเข้าใจแล้ว”
“แล้ววันนี้ไปทานข้าวเย็นกับเขาเป็ยังไงบ้าง”
“ก็ดี”
“แค่เนี่ย”
“ก็ดีกว่าที่คิดไว้ ถึงจะยังดูหยิ่งๆนิ่งๆเหมือนเดิม แต่ก็คิดว่านิสัยก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด”
“มันคืองานนะเพื่อน อย่าเผลอไปตกหลุมรักเชียวล่ะ”
“บ้า หลุมรงหลุมรักอะไรล่ะ ไม่มีทาง ถึงแม้ฉันจะเปลี่ยนแฟนบ่อย แต่ฉันจะเว้นนายสิบทิศไว้คนหนึ่งในโลกนี้แล้วกัน”
“จ้าๆๆๆๆ พรุ่งนี้ก็ทำหน้าที่แฟน!!! ปลอมๆให้เต็มที่ล่ะ”
ยัยเ้างามพูดโดยเน้นคำใส่ฉัน ก่อนจะวางสายไป
“พรุ่งนี้ฉันต้องทำตัวยังไงล่ะ เออ…. สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า ไฮสวัสดีค่ะหนูเป็แฟนสิบทิศค่ะ ไม่ได้ๆ เห้ออออ ค่อยดูสถานการณ์พรุ่งนี้อีกทีแล้วกัน”