บทที่ 6
เดิมพัน
วันต่อมา
วันศุกร์ที่24 กรกฎาคม
Kite’spart
ไม่รู้ว่าทำไมแต่ผมรู้สึกว่า่นี้อะไรหลายๆอย่างมันเริ่มไม่เหมือนเดิม
สวัสดีครับผมชื่อไคท์ ชื่อจริงไกรสร พรพิทักษ์ อายุ 17 ปี เรียนอยู่ม. 5/15โรงเรียนเทพวิจิตร มีแฟนชื่อไอริน เธออายุมากกว่าผมหนึ่งปีและเราก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน ผมกับไอรินพวกเราเป็แฟนที่รักกันมาก มันเป็อย่างนั้นมาโดยตลอดและมันก็ควรเป็อย่างนั้นไปเรื่อยๆถ้าไม่ใช่ว่าวันหนึ่งอยู่ๆ ‘ไอ้หมอนั่น’ ก็ปรากฏตัวออกมา
ไอ้หมอนั่นที่ผมว่ารู้สึกจะชื่อว่าจินเจินหรือเสินเจิ้นอะไรสักอย่างนี่แหละผมจำไม่ได้ แต่เอาเป็ว่าจู่ๆ มันก็โผล่มาและเข้าไปกอดไอรินแฟนของผมเสียแน่นเห็นแบบนั้นผมก็ยัวะเลยต่อยหน้ามันไปทีนึง และไล่ให้มันอย่ามายุ่งกับไอรินอีกแต่ไอ้หมอนั่นก็ไม่ฟังแถมยังบอกจะทำให้ไอรินตกหลุมรักมันอีกครั้งให้ได้อีกเอาจริงๆ ผมอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยมันซ้ำอีกครั้งด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่ว่าไอรินดึงแขนผมเอาไว้และปล่อยให้มันเดินหนีไปง่ายๆ
หลังจากนั้นผ่านมาเป็สัปดาห์แล้วที่ผมไม่ได้พบกับไอ้หมอนั่นอีกแต่ผมกลับรู้สึกว่าไอรินดูแปลกไปผมรู้สึกเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ของเรามันห่างเหินกันมากกว่าเดิม่นี้เธอดูเหม่อลอยมากกว่าปกติ แถมวันนี้ตอนพักเที่ยงที่ผมไปหาเธอยังดูหงุดหงิดมากผิดปกติอีก
ผมไม่เห็นเข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่าหงุดหงิดชะมัดเลยโว้ย! ( - * - ! )
และเนื่องด้วยวันนี้ผมเลิกเร็วมากเป็พิเศษผมก็เลยมาซ้อมบาสที่สนามเป็คนแรก น่าจะอีกสักชั่วโมงได้กว่าคนอื่นๆ จะตามมาซึ่งก็ดีเหมือนกันผมจะได้เล่นบาสระบายอารมณ์หงุดหงิดหน่อย ผมวิ่งไปที่แป้นบาสโดยที่มือก็เลี้ยงลูกบาสเอาไว้พอถึงระยะก็ชู้ตลูกบาสอย่างแรงหวังว่าลูกจะลงห่วงแต่ลูกบาสกลับชนแป้นเสียงดังปึงและกระเด็นออกไปนอกสนาม
“ปัดโธ่เว้ย!”ผมสบถออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วก้มหน้ารีบเดินไปเก็บลูกบาสที่กลิ้งไปหยุดอยู่ตรงเท้าของใครสักคนที่ผมก็ไม่ได้สนใจมากนักว่าเป็ใครกันแน่จนกระทั่งเ้าของเท้าคู่นั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มทำให้ผมชะงักไป
ผมไม่มีทางลืมเสียงนี้ไปได้เด็ดขาดเพราะนี่มันเป็เสียงของไอ้หมอนั่น!
“ชู้ตแรงแบบนั้นลูกมันไม่เข้าห่วงหรอกนะ”ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปมองและไอ้หมอนั่นมันก็ยืนอยู่ตรงหน้าของผม มันใช้เท้าเขี่ยลูกบาสขึ้นมาและใช้มือรับลูกอย่างชำนาญในขณะที่ผมได้แต่อึ้งเพราะไม่คิดว่ามันจะปรากฏตัวตรงหน้าของผมผมกัดฟันกรอดด้วยความยัวะก่อนจะกระชากคอเสื้อของมันอย่างเกรี้ยวกราด
ทั้งหมดเป็เพราะไอ้หมอนี่...ไอรินถึงได้เปลี่ยนไป!
“แก...มาทำอะไรที่นี่!?” ผมพูดด้วยน้ำเสียงขู่หมายจะกดดันเต็มที่ แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อไอ้หมอนั่นกลับทำเพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“แน่นอนฉันก็มาหาไอรินน่ะสิ แต่ไม่ยักนึกว่าจะเจอกับนายเข้าเสียก่อนั้แ่เมื่อวานแล้วซวยชะมัดยาด”
“ว่าไงนะ! ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่ามายุ่งกับไอรินอีก!แล้วทำไมแกยังกล้าโผล่มาอีก! แกอยากโดนฉันต่อยมากนักใช่ไหม!”
“อ๋อพูดถึงเื่นั้นแล้วฉันก็นึกขึ้นมาได้ ขอเอาคืนหน่อยก็แล้วกัน!”
พลั่ก!
ไอ้หมอนั่นไม่พูดเปล่ามันปล่อยหมัดเข้าใส่หน้าของผมอย่างแรงจนหน้าผมหันไปอีกทางทำเอาแก้มของผมถึงกับเจ็บแปลบๆ อูย หมัดหนักชะมัด เล่นเอามึนหัวเลยแฮะ ( @- @ )
“ฉันไม่ใช่คนชอบทะเลาะวิวาทหรอกนะแต่หมัดนี้ถือว่าเอาคืนที่นายต่อยฉันคราวก่อน ฉันจะบอกอะไรให้นะที่คราวก่อนนายต่อยหน้าฉันได้โดยที่ฉันไม่ได้ตอบโต้นั่นเป็เพราะว่าฉันกำลังช็อกอยู่เฉยๆฉันไม่ใช่พวกที่จะงอมืองอเท้ารอให้ใครทำอะไรฉันหรอกนะถ้าเกิดมันทำให้ฉันได้เจอกับไอริน ฉันก็ไม่กลัวที่จะโดนต่อยหรอก และถ้าจะต่อยฉันล่ะก็เตรียมใจที่จะโดนต่อยกลับด้วยล่ะเพราะฉันเอาคืนหนักกว่าที่โดนหลายเท่าแน่”
ไอ้หมอนั่นจ้องตาของผมนิ่งก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาผมถึงกับขนลุกซู่แต่ผมก็ยังคงทำใจดีสู้เสือจ้องตาไอ้หมอนั่นกลับผมกับหมอนั่นจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อย
“หนอย!แก... ฉันไม่อนุญาตให้แกเจอกับไอรินหรอกนะ!”
“แล้วฉันมาขออนุญาตนายหรือไง?ฉันไม่สนหรอกว่านายจะอนุญาตไหมแต่ฉันมีเื่ต้องคุยกับไอริน ถอยไปฉันไม่มีเวลาจะมาเสียกับเด็กอย่างนายหรอกนะ”
“แต่ฉันเป็แฟนของไอริน! เพราะงั้นฉันไม่อนุญาต!ถ้าอยากจะเจอไอรินขนาดนั้นก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!”
“ได้ถ้า้าแบบนั้นก็เอาสิ งั้นมาเดิมพันกันไหมล่ะ?” ไอ้หมอนั่นพูดพลางกระตุกยิ้มเหมือนนึกสนุกทำให้ผมได้แต่งงว่ามันต้องอะไรกันแน่
“เดิมพัน?”ผมทวนคำพูดของมันอย่างงงๆ ขณะที่หมอนั่นก็พยักหน้าและเดาะลูกบาสในมือด้วยรอยยิ้ม
“มาแข่งบาสหนึ่งต่อหนึ่งกันถ้านายชนะฉันจะยอมไม่ไปเจอหน้าไอรินอีกเด็ดขาดแต่ถ้าเกิดฉันชนะล่ะก็นายห้ามขัดขวางที่ฉันจะไปเจอกับไอรินอีกเด็ดขาด ว่าไงล่ะ?”
“แล้วทำไมฉันจะต้องยอมเดิมพันกับแกด้วย?”
“จะไม่ตกลงก็ได้นะถ้าเกิดว่านาย ‘ป๊อด’ ล่ะก็นะ”ไอ้หมอนั่นยักไหล่พูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ทำเอาผมถึงกับยัวะจนต้องกระชากคอเสื้อของมันอีกครั้ง
“แก!แกหาว่าใครป๊อดนะ!?”
“หึจะมีใครได้อีกนอกจากนายกันล่ะ? ที่ไม่ตกลงคงกลัวว่าจะแพ้ฉันล่ะสินะ ป๊อดจริงๆ”
“นี่แก!?ได้สิ! ฉันตกลง! จะเป็บาสบอล หรือวอลเล่ย์ ฉันก็พร้อมทั้งนั้นแหละ! ฉันจะเอาชนะแกให้ดู!”
“ดีถ้าอย่างนั้นก็มาแข่งกัน 12 นาที แป้นฉันฝั่งนู้น แป้นนายฝั่งนี้ ใครทำแต้มได้มากกว่าคนนั้นชนะและฉันต่อให้ด้วยการให้นายได้เล่นลูกก่อน”ไอ้หมอนั่นว่าแล้วก็โยนลูกบาสในมือมาให้ผมผมจึงใช้มือเดาะลูกและจ้องหมอนั่นไม่วางตา
“แล้วแกจะเสียใจที่มาท้านักบาสโรงเรียนแบบฉันเดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่!” ผมหันหลังวิ่งเลี้ยงลูกบาสไปที่แป้นบาสที่อยู่อีกฝั่งพอวิ่งมาถึงระยะที่มั่นใจว่าสามารถชู้ตลูกลงห่วงได้ก็จัดการชู้ตไกลไปยังห่วงอีกฝั่งทันทีลูกบาสลอยลิ่วกำลังจะลงห่วงอย่างสวยงามถ้าไม่ใช่ว่าถูกมือของใครบางคนปัดลูกออกเสียก่อน หมอนั่นะโสูงปัดลูกบาสที่กำลังจะลงห่วงพอลงมาถึงพื้นก็รับลูกและใช้มือเดาะลูกบาสอย่างชำนาญ
“ฉันยังไม่เคยบอกสินะสมัยม.ต้นฉันเองก็เป็นักบาสโรงเรียนเหมือนกัน และสมัยที่อยู่อเมริกาเองก็...” ไอ้หมอนั่นว่าแล้วก็วิ่งเลี้ยงลูกบาสหลีกออกข้างฝ่าผมที่ยืนขวางอย่างง่ายดายก่อนที่ร่างสูงจะะโสูงใช้มือชู้ตลูกใส่ห่วงในระยะปนะชิด หรือที่เรียกกันว่า ‘ดังค์’ นั่นเอง
ฟุ่บ!
“ตอนไปอยู่ที่อเมริกาฉันเองก็เป็นักบาสโรงเรียนเหมือนกันแถมยังเป็โรงเรียนที่มีนักบาสจากทีมที่แข่ง NBA มาช่วยดูให้อีกนะ”ลูกบาสที่ถูกดังค์ลงห่วงกระเด็นลงพื้นพร้อมกับร่างของหมอนั่นพอดีไอ้หมอนั่นรับลูกบาสและหันหน้ามาพูดกับผมด้วยรอยยิ้มรอยยิ้มที่มั่นใจถึงชัยชนะของตัวเอง
10นาทีต่อมา
“ยอมแพ้เถอะนายไม่มีทางชนะฉันหรอก”
ไอ้หมอนั่นพูดกับผมด้วยท่าทีสบายๆบนใบหน้าก็มีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่ ขณะที่ผมได้แต่ยืนก้มหน้าหอบแฮ่กๆแน่นอนว่าแต้มของหมอนั่นกับผมห่างกันลิบลิ่ว ไม่มีทางที่จะตีเสมอได้เลยแต่ว่าถ้าผมยอมแพ้ตรงนี้ก็เท่ากับผมต้องอนุญาตให้ไอ้หมอนี่ไปเจอกับไอรินซึ่งแน่นอนคิดว่าผมจะยอมง่ายๆ เหรอ ( - * - )
“ไม่มีทาง!ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมแพ้ ฉันไม่มีทางให้แกไปเจอกับไอรินแน่!” ผมพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปจ้องไอ้หมอนั่นโดยไม่ยอมแพ้ส่วนไอ้หมอนั่นก็ทำเพียงยักไหล่และบ่นพึมพำ
“ดื้อด้าน”
ฟุ่บ!
ว่าแล้วหมอนั่นก็ชู้ตไกลส่งลูกบาสลงห่วงของผมอีกครั้งขณะที่ผมก็วิ่งไปเก็บลูกมาเลี้ยงเอาไว้และหันหลังวิ่งเลี้ยงลูกเข้าหาห่วงอีกฝั่งแต่หมอนั่นก็วิ่งมาปัดลูกที่ผมกำลังเลี้ยงอยู่ออกและชิงลูกบาสมาเลี้ยงเอาไว้เองจากนั้นก็จัดการชู้ตบาสส่งลูกลงห่วงของผมอีกครั้ง
“โธ่เว้ยใครจะไปยอมแพ้กันเล่า!?” ผมกัดฟันกรอดะโอย่างหงุดหงิดและรีบวิ่งกลับไปรับลูกมาเลี้ยงไว้ขณะที่หมอนั่นเองก็วิ่งไล่ตามมาติดๆ
“ฉันล่ะนับถือในความดื้อด้านของนายจริงๆแต่ถ้ารู้ว่าไม่มีทางชนะก็ยอมแพ้ไปดีกว่ามั้งบนโลกนี้มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์หรอกนะ”ไอ้หมอนั่นว่าแล้วก็แย่งลูกจากมือของผมไปเสียดื้อๆก่อนที่เ้าตัวจะโดดสูงดังค์ลูกลงห่วงอีกครั้ง ทำไมไอ้หมอนี่ถึงดังค์ลูกเหมือนมันทำได้ง่ายๆแบบนี้วะ หงุดหงิดโว้ย! ( - * - ! )
“ก็ไม่แน่หรอกปาฏิหาริย์มันอาจจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุดก็ได้”ผมรับลูกบาสที่ร่วงลงมาเลี้ยงไว้อีกครั้งก่อนที่จะวิ่งเลี้ยงลูกไปที่แป้นบาสอีกฝั่ง ขณะที่หมอนั่นเองก็วิ่งตามหลังมาติดๆแต่คราวนี้ผมไม่ยอมให้แย่งไอ้หมอนั่นแย่งลูกแน่คิดแบบนั้นผมก็ใช้สองมือจับลูกยกขึ้นเหนือหัวและจัดการชู้ตไกลไปยังห่วงอีกฝั่งทันที
ฟุ่บ!
“เยส! แบบนี้ไงล่ะ! เห็นหรือยัง?” ผมที่ชู้ตลูกบาสลงห่วงของหมอนั่นกำหมัดด้วยความดีใจก่อนจะหันไปมองหมอนั่นที่กำลังยืนยิ้มอยู่โดยที่ตัวผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันกำลังยิ้มอะไรกันแน่
“แกยิ้มอะไรของแก?”
“ที่ฉันยิ้มก็เพราะว่ามันไม่มีเวลาที่ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นแล้วไงล่ะ?”
“หมายความว่ายังไง...?หรือว่า... เวลา!?”
“ถูกต้องเวลาหมดแล้วไงล่ะ” หมอนั่นว่าแล้วก็ยกมือถือที่ตั้งเวลาไว้ขึ้นมาให้ผมดูและเลขบนนาฬิกานั้นแสดงให้เห็นว่าเวลาผ่านมาครบ 12 นาทีแล้วนั่นเองซึ่งนั่นก็หมายความว่า...
ผม...แพ้แล้ว...
“ปัดโธ่เว้ย!เจ็บใจ! เจ็บใจนัก!” ผมเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นใช้กำปั้นทั้งสองข้างทุบพื้นสนามด้วยความเจ็บใจ
“นายแพ้แล้วสุดท้าย... ปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้นอยู่ดี”ไอ้หมอนั่นพูดกับผมด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะเดินผ่านผมที่กำลังนั่งคุกเข่าทุบพื้นไปอย่างไม่ไยดี “ตามสัญญาต่อจากนี้นายห้ามขัดขวางฉันเวลาที่ฉันจะเจอกับไอรินอีกอย่างน้อยฉันก็หวังว่านายจะเป็ลูกผู้ชายพอจะรักษาสัญญานะ”
“เดี๋ยว!” ผมเรียกไอ้หมอนั่นเอาไว้ทำให้มันหยุดเดินและหันหลังกลับมามองผมขณะที่ผมก็ได้แต่มองหมอนั่นกลับด้วยความเจ็บใจ ไอ้หมอนั่นจึงเป็ฝ่ายเอ่ยถามผมเอง
“มีอะไร?”
“ตามสัญญาฉันจะไม่ขัดขวางที่แกจะเจอกับไอรินก็ได้แต่ว่าฉันก็จะยังขัดขวางเื่อื่นอยู่ดี! อีกอย่างฉันจะไม่มีวันลืมเื่ในวันนี้แน่! ฉันชื่อว่าไคท์ แกชื่ออะไร? ฉันจะจำชื่อของแกเอาไว้ไม่มีทางลืมแน่และคราวหน้าฉันจะต้องชนะแกให้ได้!” ผมะโถามเสียงดังพร้อมกับจ้องหมอนั่นไม่วางตาทำให้หมอนั่นนิ่งอึ้งไปก่อนที่หมอนั่นจะหัวเราะออกมามันไม่ใช่การหัวเราะแบบเย้ยหยันแต่เป็การหัวเราะที่แสดงถึงการยอมรับมากกว่า
“เอาจริงๆวันนี้ฉันรู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อยเชียวล่ะ ฉันชื่อจินตภพ ชื่อเล่นจินจำเอาไว้ให้ดีล่ะ” ไอ้หมอนั่นว่าแล้วก็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินจากไปส่วนผมก็ได้แต่จดจำชื่อของไอ้หมอนั่นเอาไว้ในหัวให้แม่น
ผมไม่มีทางลืมเื่ในวันนี้เด็ดขาด!ไม่มีวัน!
“จินงั้นเหรอ?คอยดูให้ดีเถอะ! คราวหน้าฉันไม่แพ้แน่!”
Jin’spart
อันที่จริงผมก็รู้อยู่หรอกว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่ค่อยถูกเท่าไหร่( = _ = )
ผมรู้อยู่แล้วเด็กที่ชื่อไคท์เป็คนอารมณ์ร้อนผมก็เลยหลอกใช้ความอารมณ์ร้อนของเด็กคนนั้นให้เป็ประโยชน์ด้วยการบังคับให้เด็กคนนั้นแข่งบาสเดิมพันกับผมแน่นอนว่ามันเป็การแข่งที่เด็กคนนั้นไม่มีทางชนะอยู่แล้วเพราะผมรู้ฝีมือของเด็กคนนั้นดีเนื่องจากครั้งแรกที่ผมมาที่โรงเรียนแห่งนี้ผมได้นั่งดูเด็กโรงเรียนนี้ซ้อมบาสเป็การฆ่าเวลาและได้ดูเด็กที่ชื่อไคท์คนนี้ซ้อมบาสอยู่ด้วย แน่นอนว่าเด็กคนนี้ฝีมือดีมากแต่ถ้าเทียบกับนักบาสจาก NBA ที่ผมเคยเจอแล้วมันก็เทียบกันไม่ได้อยู่ดี
เพราะฉะนั้นนี่เลยเป็ชัยชนะที่ตัวผมเองแทบไม่ได้ลงแรงอะไรเลยด้วยซ้ำเรียกว่าผมได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวเลยก็ว่าได้แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้เด็กที่ชื่อไคท์คนนี้ก็คงไม่ยอมให้ผมไปพบกับไอรินแน่เพราะงั้นก็มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น ผมนี่ก็เลวใช้ได้เลยแฮะ
“จะว่าไปแล้ว...ตอนนี้ไอรินอยู่ที่ไหนกันนะ?” ผมพึมพำพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมากดส่งข้อความเพียงไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมาผมอ่านข้อความเสร็จก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องสมุดหลังจากยืนกอดอกรออยู่หน้าห้องสมุดไม่นานคนที่ผม้าจะเจอก็เดินออกมา
“ไง”ผมเอ่ยทักทันทีที่ไอรินเดินออกมา และเมื่อเห็นผมเธอก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับทันที
“มาที่นี่ทำไมคะ?”ไอรินถามผมด้วยน้ำเสียงแข็งและใบหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับสุดๆ
“แน่นอนฉันก็มาแก้ความเข้าใจผิดของเธอไง” ผมตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ไอรินก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ได้เข้าใจผิดอะไรเห็นอะไรฉันก็เข้าใจอย่างนั้น ไม่เห็นจะเข้าใจอะไรผิดตรงไหนเลยค่ะขอให้โชคดีกับฝรั่งผมทองคนนั้นด้วยแล้วกันนะคะ”
“นั่นแหละถึงบอกว่าเข้าใจผิดไง ฉันบอกมาั้แ่เมื่อวานแล้วว่าฉันกับมะลิไม่ได้เป็อะไรกันมีแต่เธอนั่นแหละทึกทักไปเองว่าฉันเป็แฟนกับแม่นั่น”
“ถ้าเกิดไม่ได้เป็แฟนกันจะฟังเพลงด้วยหูฟังเดียวกันทำไมล่ะคะ?ท่าทางหวานซึ้งขนาดนั้นเสียด้วย”
“ก็แค่ฉันฟังเพลงของวงที่แม่นั่นชอบอยู่แม่นั่นก็เลยขอฉันฟังด้วยมันก็แค่นั้นแหละ มันไม่มีอะไรจริงๆทำไมเธอถึงไม่ยอมเชื่อฉันสักที! ไอริน!”
“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องเชื่อคุณนี่คะฉันไม่ได้รู้จักคุณดีสักหน่อย บางทีคุณอาจจะเป็เพลย์บอยมีแฟนไปทั่วแล้วคุณก็อาจจะกำลังหลอกฉันไปเป็ผู้หญิงในคลังของคุณเพิ่มก็ได้นี่คะ”
“นี่เธอ...หาว่าฉันเป็เพลย์บอยแล้วก็หาว่าฉันกำลังหลอกเธองั้นเหรอ?”
“แล้วมันไม่จริงหรือยังไงคะ?คุณก็ออกจะหน้าตาดีขนาดนี้คงจะมีสาวๆ มาติดตรึม และฉันเองก็ไม่ได้รู้จักคุณดีด้วยฉันไม่เชื่อคุณหรอกค่ะ!” ไอรินพูดพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาของผมส่วนผมที่โดนพูดแบบนั้นใส่ก็ถึงกับยัวะขึ้นมาสติถึงกับขาดผึง
“เธอไม่เคยรู้อะไรเลยแท้ๆ!รู้ไหมว่าตลอดสามปีที่ฉันไปเรียนต่อที่อเมริกาฉันคิดถึงแต่เธอคนเดียว! มีสาวๆมากมายเข้าหาฉันแต่ฉันก็ไม่เคยเล่นด้วยเพราะว่าตลอดมาฉันรักแค่เธอคนเดียวมาโดยตลอด!แต่เธอกลับหาว่าฉันเป็เพลย์บอยมาหลอกเธอเนี่ยนะ?แถมยังบอกว่าไม่รู้จักฉันดีอีกงั้นเหรอ!? ได้! ถ้าเธอจะเอาอย่างนั้นล่ะก็...!”
พูดจบผมก็เดินเข้าไปใช้สองมือโอบและอุ้มตัวไอรินขึ้นมาในท่าอุ้มเ้าหญิงในตอนแรกไอรินที่ถูกอุ้มก็ชะงักไปด้วยความใ แต่เมื่อเธอได้สติไอรินก็เริ่มร้องโวยวายดิ้นไปมาแถมยังใช้มือทุบผมรัวๆอีก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสะดุ้งะเืเท่าใดนัก
“กรี๊ดดด! ทำอะไรน่ะคะ!? ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ!”
“ไม่!ฉันไม่ปล่อย!” ผมพูดพร้อมกับอุ้มไอรินเดินออกไปทั้งสภาพนั้นโดยไม่สนใจว่าร่างเล็กในอ้อมแขนจะพยายามขัดขืนขนาดไหน
“จะพาฉันไปไหนกันคะ!?ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคะ!” ไอรินที่เห็นว่าผมไม่สะดุ้งะเือะไรกับการทุบของเธอเลยถามพร้อมกับจ้องผมเขม็ง
“เดี๋ยวไปถึงเธอก็รู้เองล่ะน่าเพราะงั้นเลิกโวยวายได้แล้ว!”
“ไม่เอา!ฉันไม่ไป! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะคะ! ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร้องให้คนช่วยแล้วบอกว่าคุณจะลักพาตัวฉันนะคะ!”
“เธอนั่นแหละหยุดดิ้นได้แล้ว!ถ้าเธอไม่หยุดโวยวายล่ะก็... ฉันจะจูบเธอ!แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ!”
สิ้นคำพูดของผมไอรินก็ถึงกับหุบปากฉับและใช้มือปิดปากตัวเองเหมือนกลัวจะผมจูบเธอจริงๆก่อนที่เธอจะจ้องผมเขม็งเหมือนจะเอาเื่ ส่วนผมก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนเป็ต่อทั้งที่ในใจก็รู้สึกเศร้าอยู่ไม่น้อย
เพราะแบบนี้มันก็หมายความว่าเธอลืมเื่‘จูบ’ ในวันที่เราจากลากันไปแล้ว...
แต่ยังไงผมก็ไม่มีทางยอมแพ้หรอกต่อให้ต้องใช้วิธีขี้โกงขนาดไหนผมก็จะทำให้เธอกลับมาจำเื่ของเราได้และจะต้องทำให้เธอตกหลุมรักผมอีกครั้งให้ได้ ยังไงก็ให้กำลังใจผมด้วยนะครับ ( : p )
________
ต่อจากนี้จะเริ่มระบุวันที่ในเนื้อเื่ให้ชัดเจนแล้วนะครับเดี๋ยวจะกลับไปแก้ของตอนเก่าๆ ทีหลังนะ