เพียงแต่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เปิดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหอคณิกาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองราคาอาหารล้วนแพงกว่าร้านอื่นๆ ราคาเครื่องดื่มก็ยิ่งแพงเกินไปอย่างน่าหัวร่อ
เงินห้าสิบเหรียญทองแดงสามารถสั่งได้เพียงผักสองจานและข้าวไม่กี่ชามพอให้พวกหวังเฮ่าทั้งสองคนกินได้หนึ่งมื้อเท่านั้น
พวกเขาเฝ้ามาสามชั่วยามแล้วและเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมมาไล่แล้วสามครั้ง
ตำแหน่งที่ตั้งของโรงเตี๊ยมดีที่สุดสามารถมองเห็นคนเข้าออกประตูหลักของฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจนพวกหวังเฮ่าทั้งสองคนจะออกไปทั้งเช่นนี้ได้อย่างไร ทว่าในกระเป๋าไม่มีเงินแล้วจึงได้เพียงยิ้มเข้าสู้
หวังเฮ่ายังเอ่ยอีกว่า“พี่ชาย ข้าเป็นคนชนบท ไม่เคยเห็นหญิงงามมาก่อน ที่เข้าเมืองครั้งนี้ก็เพราะอยากชมหญิงงามอันดับหนึ่งของฝั่งตรงข้ามขอรับ”
“หญิงคณิกาอันดับหนึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าเห็นได้หรือ?” เสี่ยวเอ้อร์เป็นบุรุษร่างอ้วนหน้าขาวในใจนึกดูถูกหวังเฮ่าว่าหน้าตาหล่อเหลาแล้วจะมีประโยชน์อันใดไม่ใช่คนดีอะไรเช่นกัน “ฮึ ขอบอกเจ้า อยากดูหญิงงามอันดับหนึ่งก็ต้องเข้าอิ๋นโหลวที่หอเพียวเซียนรู้หรือไม่ว่าเข้าอิ๋นโหลวต้องใช้เงินเท่าใด เพียงผ่านประตูใหญ่ก็ต้องจ่ายสองร้อยเหรียญทองแดงเข้าอิ๋นโหลวต้องจ่ายหนึ่งตำลึงเงิน นี่ยังไม่รวมค่าน้ำชาอีกนะ!”
หวังเฮ่าเอ่ยเยินยอ“พี่ชายความรู้กว้างขวางจริงๆ!” ช่วยไม่ได้ อยู่ใต้ชายคาบ้านผู้อื่น ก็จำต้องก้มศีรษะเอาไว้
ยามนี้โรงเตี๊ยมยังไม่ถึงช่วงที่ลูกค้าเยอะเสี่ยวเอ้อร์ค่อนข้างว่างเขารู้สึกภูมิใจที่ได้แสดงความเหนือชั้นของคนในเมืองต่อหน้าคนบ้านนอกสองคนนี้ เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษจึงได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับหอเพียวเซียนเพิ่มอีกหลายประโยคและไม่ได้ไล่พวกเขาทั้งคู่อีก
ล่วงเข้าพลบค่ำไม่ต้องรอให้เสี่ยวเอ้อร์ไล่ หวังเฮ่าก็หยัดกายลุกขึ้นเดินออกไปแล้วผังต้าไห่ที่เดินตามอยู่ด้านหลังยังงงงวยอยู่เล็กน้อย เหตุใดจึงกลับไปไม่นั่งอยู่ที่นี่เล่า นั่งสังเกตการณ์สบายกว่ายืนยิ่งนัก
หวังเฮ่าย่อมมีแผนการในใจ
ตอนกลางวันมีแสงเพียงพอหากพวกเขาอยู่หน้าอาคารหลักของหอเพียวเซียน แล้วเฝ้าอยู่เช่นนั้นหลายชั่วยาม ย่อมถูกคนที่อยู่ข้างบนรู้สึกได้ว่าจุดประสงค์ของพวกเขาไม่บริสุทธิ์และอาจเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นพวกเขาจึงได้แต่อยู่ในโรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งนี้เท่านั้น ยามนี้เป็นช่วงค่ำแสงจากท้องฟ้าเริ่มสลัวแล้ว พวกเขาอยู่ด้านหน้าอาคารหลัก แต่คนบนอาคารก็มิอาจมองเห็นได้ชัด
เพราะเหตุนี้ทั้งสองคนจึงนั่งยองๆสนทนากันอยู่ใต้ต้นสาลี่ต้นใหญ่ด้านนอกโรงเตี๊ยมถนนด้านข้างเต็มไปด้วยรถราวิ่งขวักไขว่ไปมา ไม่มีผู้ใดสังเกตถึงตัวตนของพวกเขา
อย่าได้มองว่าผังต้าไห่เป็นบุรุษทว่ากลับเป็นคนพูดมากคนหนึ่งเมื่อครู่ตอนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมยังเก็บอาการไม่กล้าเอ่ยอะไรมาก เพราะเกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยที่อยู่พอถึงตอนนี้เขาก็เริ่มพูดคุยอย่างไร้สาระแล้ว
หวังเฮ่าฟังไปพลางดวงตาจดจ้องไปที่หอเพียวเซียนไปพลาง
“เจ้าว่าโจรชั่วเหล่านี้โง่งมหรือไม่รู้ทั้งรู้ว่าทางการต้องการจับตัวพวกเขา ยังกล้ามาดื่มสุราเคล้านารีที่หอเพียวเซียนอย่างโจ่งแจ้งอีก”สายตาของผังต้าไห่มองไปยังสตรีที่สัญจรไปมาบนถนนอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด
เขาแต่งงานแล้วตราบใดที่บุรุษเคยหลับนอนกับสตรีก็เสมือนได้กินเนื้อ มักจะคิดเรื่องเช่นนี้เสมอ
ในระหว่างที่เขารับราชการทหารกลางคืนมักจะฝันว่าได้หลับนอนกับสตรี เช้าวันรุ่งขึ้นเตียงนอนก็เปียกชุ่มไปหมดทหารเก่าในค่ายบอกว่าหากเขาเป็นเช่นนี้ต่อไปจะต้องเป็นโรคไตพร่องอย่างแน่นอน
หวังเฮ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“พวกเขาไม่ได้โง่ เพียงแต่อวดดี”
ได้ยินมาว่าโจรที่ต้องจับในครั้งนี้เป็นกลุ่มโจรลึกลับที่ซ่องสุมกำลังพลและมีชื่อเสียงมากของทางตอนเหนือ แต่ละคนล้วนสังหารคนมาแล้วหลายสิบชีวิตพวกมันถูกผู้มีวรยุทธ์สูงส่งของราชสํานักตามจับจนไม่อาจอยู่ต่อได้ จึงหนีลงมาทางตอนใต้
เวลาผ่านไปสองชั่วยามโดยไม่รู้ตัวท้องฟ้ามืดสนิท บนถนนไร้ผู้คน แม้แต่หอเพียวเซียนก็ปิดประตูไม่ทำการค้าแล้ว พวกหวังเฮ่าทั้งสองคนยังไม่พบคนที่น่าสงสัยแต่อย่างใด
ทันใดนั้นเสียงตะโกนเข่นฆ่าก็ดังออกมาจากหอเพียวเซียน หลังจากนั้นไม่นานแขกที่มาเที่ยวหอคณิกาเปลือยกายท่อนบนพร้อมถือกางเกงในสภาพดูแย่ถึงที่สุดและสตรีผมเผ้ายุ่งเหยิงเปลือยหน้าอก ต่างพาก็กันวิ่งหลั่งไหลออกมาจากประตูหลักฝั่งตรงข้าม
“มีคนตาย!”
“ช่วยด้วย!”
“ฆ่าคนไปเยอะยิ่ง”
“ทหารจับโจรสังหารคนวิ่งเร็ว!”
เดิมทีไฟของโรงเตี๊ยมขนาดเล็กยังเปิดอยู่หลงจู๊ที่อยู่ข้างในกําลังคิดบัญชี เสี่ยวเอ้อร์ร่างอ้วนตัวขาวตื่นตัวเป็นอย่างยิ่งเขากลัวว่าคนจากหอเพียวเซียนฝั่งตรงข้ามจะวิ่งเข้ามา จึงรีบร้อนดับไฟและปิดประตูทันที
หวังเฮ่าเอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า“ท่านแม่ทัพลงมือแล้ว! ไป พวกเราไปเฝ้าที่ประตูหลัก ดูว่าจะสกัดกั้นโจรได้หรือไม่”
เขาเป็นทหารผ่านศึกมาห้าปีแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาออกปฏิบัติการกับท่านแม่ทัพก่อนหน้านี้ต้องขึ้นเขาปีละหลายหนเพื่อล้อมปราบโจรภูเขาและยังร่วมมือกับทางการในการไล่ล่านักโทษที่หลบหนีออกจากคุก
ผังต้าไห่เป็นทหารใหม่ในใจทั้งกลัวและกังวล “ทักษะการต่อสู้ของพวกเราไม่ได้เก่งกาจจะสู้กับพวกโจรได้หรือ?”
“ไม่ได้ส่งเจ้าไปตายแต่ให้ดูว่าพอจะช่วยท่านแม่ทัพได้หรือไม่” หวังเฮ่าดูแลผังต้าไห่เป็นอย่างดีในกองทัพมีประเพณีปฏิบัติของทหารเก่าที่ต้องคอยดูแลทหารใหม่ เขาเอ่ยขึ้นโดยเฉพาะว่า“เจ้าตามหลังข้ามา”
ในขณะที่คนอื่นวิ่งออกมาข้างนอกทว่าหวังเฮ่าและผังต้าไห่กลับวิ่งสวนเข้าไปในทิศตรงกันข้าม
แขกวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งคนหนึ่งมองไปที่พวกหวังเฮ่าสองคนพลางตะโกนว่า “พวกเจ้าไม่ต้องการชีวิตแล้วกระมัง ยามนี้ยังอยากดูเรื่องสนุกอีกหรือ?”
ขาทั้งสองข้างของผังต้าไห่สั่นเล็กน้อย
“ถือไว้ ไม่อาจไปมือเปล่าได้!”หวังเฮ่าพบท่อนไม้หนายาวหนึ่งหมี่หลายท่อนที่มุมกําแพงข้างประตูใหญ่นั่นเป็นท่อนไม้ที่ทาสบุรุษของหอเพียวเซียนใช้เพื่อขับไล่แขกที่ไม่มีเงินจ่าย
ผังต้าไห่เลียนแบบท่าทางของหวังเฮ่ามือข้างซ้ายและขวาถือท่อนไม้ข้างละท่อน ยืนอยู่ด้านข้างประตูหลัก
หอเพียวเซียนมีทั้งหมดสามอาคารเมื่อเข้าจากทางประตูใหญ่จะเป็นอาคารหลัก ซึ่งเป็นอาคารสำหรับรับแขกทั่วไปที่มาเที่ยวหญิงคณิกาด้านหลังของอาคารหลักคืออิ๋นโหลว และด้านหลังของอิ๋นโหลวคือจินโหลวระเบียงทางเดินกว้างหนึ่งจั้งยาวหนึ่งร้อยหมี่ เชื่อมต่อทั้งสามอาคารเข้าด้วยกัน
ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่าอิ๋นโหลวมีค่าใช้จ่ายแพงกว่าอาคารหลักและจินโหลวราคาแพงกว่าอิ๋นโหลว
ประตูสองที่เสี่ยวเอ้อร์ร่างอ้วนขาวกล่าวก็คืออิ๋นโหลวเข้าประตูหลักของอิ๋นโหลวต้องจ่ายหนึ่งตำลึงเงิน
เวลานี้ท่านแม่ทัพได้ส่งทหารบุกเข้ามาจากทางประตูด้านหลังและประตูด้านข้างปิดล้อมจินโหลวและอิ๋นโหลวเอาไว้ หากพวกโจรต้องการหลบหนี ก็ทำได้เพียงต้องฝ่าวงล้อมจากอาคารทั้งสองหลังแล้วข้ามระเบียงทางเดินจากประตูหลักเท่านั้น
น้ำเสียงเดือดดาลของบุรุษผู้หนึ่งดังมาจากระเบียงทางเดินด้านหลังของอาคารหลัก“ผู้ใดกล้าขวางข้า ข้าจะบั่นหัวมันผู้นั้น!”
หวังเฮ่าหันไปมองผังต้าไห่อย่างรวดเร็วพลางเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกโจรใกล้เข้ามาแล้ว พวกเราหาที่หลบแล้วรอซุ่มโจมตี”หลังจากนั้นพวกเขาก็ซ่อนตัวอยู่ทางด้านขวาของหลังประตูหลัก
ผังต้าไห่เอาอย่างหวังเฮ่าซ่อนตัวอยู่ทางด้านซ้ายของหลังประตูหลัก ในใจกระสับกระส่ายเป็นอย่างยิ่ง
ยังคงเป็นบุรุษที่มีน้ำเสียงเดือดดาลเขาตะโกนด้วยความโมโห “หลบไป! คิดจะสังหารข้า ก็ถามดาบของข้าก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่!”
“พวกโจรชั่วหลบหนีไปแล้ว!”
“พวกโจรชั่วฆ่าพี่น้องของพวกเราข้าจะเอาหัวของพวกมันมาเซ่นไหว้พี่น้องของเรา!”
“ฆ่า!”
“ฆ่าพวกมันอย่าปล่อยให้พวกมันรอดออกไปจากอาคารนี้ได้!”
น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสังหารอย่างรุนแรงของบุรุษหลายคนหวังเฮ่าไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ทว่าไม่จำเป็นต้องคิดก็รู้แล้วว่าคนเหล่านี้เป็นคนของกองทัพ
เสียงต่อสู้โรมรันใกล้เข้ามาเรื่อยๆผังต้าไห่ได้ยินว่ามีคนถูกฆ่าตายอีกครั้ง ก็เกิดหวาดกลัวจนมือไม้สั่นเกือบจะถือท่อนไม้เอาไว้ไม่ได้ทว่าหวังเฮ่ากลับยังสงบนิ่ง รอคอยจังหวะที่ดีที่สุดในการลอบโจมตีเหล่าโจรชั่ว
ชั่วพริบตานั้นขณะที่พวกโจรวิ่งออกจากประตูหลักหวังเฮ่าก็กระโดดออกมาจากด้านหลังประตูอย่างเงียบเชียบ พลางใช้ท่อนไม้ตีไปที่ศีรษะของโจรเต็มแรง
โจรผู้นั้นมีรูปร่างอ้วนเตี้ยศีรษะใหญ่ ใบหน้าดําคล้ำ อาวุธคือดาบเล่มใหญ่ มีวรยุทธ์เก่งกาจ ทว่าเมื่อครู่เขาถูกทหารจำนวนมากทุบตีจนบาดเจ็บสาหัสและดาบเล่มใหญ่ก็ถูกตีจนร่วงหล่นลงพื้น
ยามที่ท่อนไม้ทั้งสองของหวังเฮ่าฟาดลงไปโจรร่างอ้วนหน้าดําคล้ำเป็นคนระดับใดกัน เขาได้ยินเสียงหวีดหวิวของอากาศบริเวณด้านหลังศีรษะพลันย่อตัวลงอย่างปราดเปรียวยิ่ง ตั้งใจจะหลบเลี่ยง...