" เดี๋ยวก่อนนะ......พวกนั้นเป็พวกสายนักเวทย์ไม่ใช่เหรอ? " โอดินเอ่ยขึ้นในขณะกำลังซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้พร้อมสมาชิกในทีมเพื่อดักซุ่มโจมตีศัตรู แต่ทว่ากลุ่มคนที่กำลังตรงมากับไม่ใช่นักเรียนสายนักดาบอย่างที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้
" ใช่ จริงๆ ด้วย พวกนั้นไม่ใช่นักเรียนสายนักดาบของเรา....พวกเ้าลองดูคนที่อยู่ตรงกลางนั้นสิ " สมาชิกในทีมชี้ไปทางนักเรียนสายนักเวทย์คนหนึ่งซึ่งกำลังถือธงแบบเดียวกันกับของพวกเขา
" เอายังไงต่อดีคะ? ลองออกไปพูดคุยกับพวกนั้นหรือว่าจะโจมตีเพื่อแย่งชิงธงดีล่ะ " หญิงสาวในทีมเอ่ยถาม
" ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน....แล้วเ้าคิดว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรดี " โอดินหันมาขอคำปรึกษากับเดธ แม้ว่าโอดินจะเป็หัวหน้าทีมแต่การตัดสินใจครั้งนี้ค่อนข้างยากลำบาก
หากเขาตัดสินใจโจมตีนักเรียนจากสายอาชีพอื่นมันอาจจะก่อปัญหาขึ้นภายหลังจนทำให้สมาชิกในทีมถูกอาจารย์ลงโทษก็เป็ได้
" ข้าจะลองออกไปพูดคุยกับพวกเขาดูเอง "
เดธแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่แผนการฝึกซ้อมที่เหล่าคณะอาจารย์ได้วางเอาไว้ มันคงจะไม่ใช่เื่ที่ดีเท่าไหร่นักหากเล่ารายละเอียดให้สมาชิกในทีมฟังเพราะไม่เช่นนั้นเขาอาจโดนเข้าใจผิดและคิดว่าเป็เด็กเส้นของรองผู้อำนวยการอย่างข่าวลือเป็แน่
ดังนั้นเื่การฝึกซ้อมครั้งนี้เดธจึงปิดปากเงียบสนิทดั่งเงามืด
แกร็ก!!
" ใครน่ะ? ออกมาจากที่ซ่อนเดี๋ยวนี้หากไม่ทำตามข้าจะเผาเ้าให้เป็จุล!! "
ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเหยียบกิ่งไม้ดังออกมาจากพุ่มไม้บริเวณใกล้ๆ นักเรียนสายนักเวทย์คนหนึ่งจึงได้หันไปะโขู่พร้อมกับเริ่มร่ายเวทย์มนตร์ธาตุไฟของเขา
เวลาผ่านไปไม่นานเดธได้เดินออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็สัญญาณบ่งบอกว่าอย่าพึ่งโจมตี
ทว่า.....เดธที่มีสีหน้าสงบเยือกเย็นราวกับไม่มีความกังวลใจหรือหวาดกลัวแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่โดนกลุ่มคนนับสิบเล็งเวทย์มนตร์มาทางตัวเอง
จุดนั้นได้สร้างความไม่พอใจให้แก่นักเรียนสายอาชีพนักเวทย์บางคน พวกเขาไม่ชอบใจและคิดว่าเดธอวดดีเกินไปที่กล้าแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้อออกมา
จนกระทั่งมีนักเวทย์คนหนึ่งบังเอิญเหลือบมองไปเห็นธงในมือของเดธซึ่งเป็ธงแบบเดียวกันกับของที่พวกเขามี
" นี่ๆ ข้าว่าพวกเราแย่งธงจากเ้าหมอนั้นกันดีกว่าไหม ดูๆ แล้วมันไม่น่าจะเก่งส่วนตอนที่สู้กับผู้กล้าและรองผู้อำนวยการเมื่อ 10 ก่อนมันคงเป็เพียงการจัดฉากเท่านั้นแหละ "
" เอาสิ.....ข้าจะได้ถือโอกาสนี้สอนบทเรียนให้เ้าคนอวดดีนั้นด้วย "
นักเรียนสายนักเวทย์เริ่มซุบซิบกันพร้อมเหลือบมองเดธอย่างมีเลศนัย ระหว่างที่เดธกำลังเผลอนักเวทย์คนหนึ่งจึงได้ใช้โอกาสนี้โจมตีเขาด้วยเปลวเพลิงจากเวทย์มนตร์
เปลวเพลิงซึ่งมีความร้อนกว่า 500 องศาเซลเซียสได้ทำการแผดเผาบริเวณที่เดธยืนจนไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว
สมาชิกทีมเดียวกันกับเดธที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ต่างพากันก้มต่ำลงเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนให้ได้มากที่สุด
เมื่อความร้อนจากเปลวเพลิงเริ่มเย็นลง โอดินเป็คนแรกที่พุ่งออกจากจุดหลบซ่อนพร้อมดาบในมือและมุ่งหน้าหมายจะจัดการนักเรียนสายเวทย์อย่างเกรี้ยวกราด
โอดินจะไม่มีวันให้อภัยคนที่โจมตีสมาชิกในทีมที่เขาเป็หัวหน้าเด็ดขาด ร่างกำยำล่ำสันวิ่งฝ่าหมอกควันซึ่งกำลังบดบังวิสัยทัศน์จนแทบมองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง
ดาบเล่มโตในมือถูกเหวี่ยงสุดกำลังไปในทิศทางที่นักเรียนสายเวทย์เคยยืนอยู่รวมกัน แต่ทว่าทันใดนั้นดวงตาของโอดินได้เบิกกว้างก่อนจะรีบหยุดดาบในมืออย่างรวดเร็ว
" มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? " โอดินเอ่ยถาม
ภาพเบื้องหน้าของเขาคือร่างนักเรียนสายเวทย์ 9 คนนอนสลบเหมือดพร้อมน้ำลายฟูมปากโดยมีเด็กหนุ่มดวงตาสีโลหิตซึ่งกำลังบีบคอนักเวทย์คนหนึ่งจนตัวลอยเหนือพื้นด้วยแววตาว่างเปล่า
โอดินและสมาชิกคนอื่นในทีมไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ไปมากกว่านี้ เนื่องจากละอองหมอกสีดำที่ล่องลอยรอบตัวของเดธมันกำลังกัดกร่อนทุกสรรพสิ่งบริเวณใกล้เคียงให้กลายเป็ธุลี แม้แต่เปลวเพลิงจากเวทย์มนตร์ยังต้องมอดดับพ่ายแพ้ต่ออำนาจของหมอกดำ
นักเวทย์ในอุ้งมือของยมทูตพยายามเอ่ยปากขอร้องอย่างยากลำบาก เขากำลังจะขาดอากาศหายใจตายในอีกไม่ช้าหากเดธไม่ยอมปล่อยมือออกจากคอของเขา
ทว่าสีหน้าแววตาที่แสนเยือกเย็นและเหน็บหนาวของเดธเริ่มแช่แข็งจิติญญานักเวทย์ในอุ้งมือจนเกิดอาการหวาดผวา
" อย่าริอาจโจมตีข้าด้วยจิตสังหารแบบนั้นอีกเป็ครั้งที่สอง...."
ร่างของนักเวทย์ถูกปล่อยจนร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน จากนั้นไม่นานวงแหวนเวทย์เคลื่อนย้ายได้ทำการส่งนักเรียนสายนักเวทย์ทั้ง 10 คนซึ่งหมดสภาพในการต่อสู้ออกจากป่า
สมาชิกทีมเดียวกันกับเดธเริ่มประเมินสถานการณ์เบื้องหน้า การต่อสู้เมื่อครู่นี้มันจบลงอย่างรวดเร็วจนน่าสงสัย ต่อให้พวกเขาทั้ง 9 คนร่วมมือกันเพื่อจัดการกลุ่มนักเวทย์ทั้ง 10 อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 นาทีเห็นจะได้
ทว่า...เดธกับสามารถจบการต่อสู้ภายในเสี้ยววินาทีหลังจากโดนนักเวทย์โจมตีด้วยเวทย์มนตร์ธาตุไฟไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นเอง
' แม้ว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็วจนน่าสงสัย แต่นี่มันไม่ใช่การจัดฉากเป็แน่! '
โอดินสังเกตจุดที่นักเวทย์เคยนอนหมดสติหลังจากโดนเวทย์มนตร์เคลื่อนย้ายส่งออกจากป่า พื้นดินบริเวณนั้นได้เปียกชื้นโชกโดยของเหลวที่ถูกปล่อยออกมา ( ปัสสาวะ )
หากนี่เป็การจัดฉากขึ้นจริงนักเวทย์เ่าั้คงจะไม่ปัสสาวะราดกางเกงด้วยความหวาดกลัวแบบนี้เป็แน่....นี่คือสิ่งที่โอดินคิด
เดธเดินไปหยิบธงที่ตกอยู่บนพื้นดินของกลุ่มนักเวทย์ขึ้นมาโดยไม่ได้ใส่ใจสายตาของเพื่อนร่วมทีมซึ่งกำลังมองมาที่เขาอย่างอึ้งๆ
การโจมตีด้วยเวทย์มนตร์ธาตุไฟเมื่อครู่มันเต็มไปด้วยจิตสังหารเพื่อหวังให้าเ็สาหัสและเดธก็ไม่ใช่คนประเภทจะปล่อยผู้ที่คิดร้ายต่อเขาเป็อิสระได้โดยง่ายเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ใน่เวลาสั้นๆ ดวงิญญาของนักเวทย์ทั้ง10 ก็ได้ถูกดึงออกจากร่างไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะถูกเดธกลืนกินและดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันเงียบสงัดท่ามกลางฝูงิญญาร้ายนับล้านล้านดวง
ทันทีที่ถูกส่งเข้าไปในขุมนรกเหล่าิญญาร้ายต่างพากันมุ่งตรงไปหาิญญาคนเป็ทั้ง 10 ดวงด้วยความหิวกระหายก่อนจะรุมฉีกกระชากเหยื่อตรงหน้า
หลังจากผ่านไป 5 ลมหายใจเดธจึงยอมปล่อยดวงิญญาของนักเวทย์ทั้ง 10 ออกมาจากขุมนรกแห่งนั้น
เศษเสี้ยวดวงิญญาที่เคยถูกรุมฉีกเป็ร้อยเป็พันส่วนได้หลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียวอีกครั้ง จากนั้นเดธได้ทำการคืนชีพคนตายและส่งกลับไปหากายหยาบของพวกเขาที่โลกคนเป็เช่นเดิม
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็เวลาเพียงเสี้ยววินาทีแต่ด้วยจิตสังหารและความกระหายเืของเหล่าิญญาร้ายมันได้ส่งผลกระทบต่อนักเวทย์กลุ่มนั้นจนเกิดอาการหวาดผวาตัวสั่นกลัวจนเผลอปัสสาวะออกมา
และเพื่อไม่ให้เกิดเื่วุ่นวายขึ้นในอนาคตเขาจึงใช้หนึ่งในความสามารถของยมทูตปรับเปลี่ยนความทรงจำของคนทั้ง10 และให้คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็เพียงภาพมายาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
" สุดยอดไปเลย!! เ้าจัดการทั้งหมดนี่ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไรกันพอจะบอกเคล็ดลับหรือทริคดีๆ ให้ข้ารู้ได้มั้ย ฮ่าๆๆๆ " โอดินเดินมาตบไหล่ของเดธราวกับเพื่อนคนสนิทที่รู้จักกันมาหลายปีอย่างสนิทสนม
ทว่าหลังจากเอาชนะนักเวทย์ได้ไม่นานก็มีนักเรียนหลายกลุ่มมุ่งตรงมาหาพวกเขา ซึ่งสาเหตุเกิดจากเสียงกัมปนาทของเวทย์มนตร์เมื่อครู่นี้จึงส่งผลให้ตำแหน่งปัจจุบันของเดธและสมาชิกในทีมตกเป็เป้าหมายของกลุ่มอื่นๆ
30 นาทีผ่าน....
เคล้ง!! เคล้ง!! เคล้ง!!
ตู้มมม!! ตู้มมม!!
อ๊ากกก!!!
" แฮ่กๆ ในที่สุดก็หมดเสียที " เสียงหอบหายใจดังถี่ๆ ด้วยความเหนื่อยล้าดังออกมาจากปากของหัวหน้าทีมอย่างโอดิน รอบๆ ตัวของเขาเต็มไปด้วยร่างของสมาชิกกลุ่มอื่นนอนหมดสติกว่าร้อยคน
" เ้าเป็ปีศาจหรือยังไงกัน " โอดินบ่นเบาๆ เขาแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อได้เห็นเดธจัดการศัตรูครึ่งหนึ่งด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีอาการเหนื่อยล้าใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต่างจากเขาที่หมดแรงแทบยืนไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกคนอื่นในทีมต่างถูกจัดการและถูกส่งออกจากป่าไปทั้งหมดแล้วจนเหลือเพียงพวกเขาแค่ 2 คนเท่านั้นที่ยังเป็ความหวังของทีม
" ไม่ใช่ว่าเ้าชอบการต่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหรอกเหรอ? " เดธยังจำคำพูดของโอดินได้ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
" ไม่เคยมีใครบอกบ้างเหรอว่าบางครั้งเ้าก็พูดตรงจนเกินไปน่ะ?.....อย่างน้อยๆ ก็น่าจะช่วยพูดอ้อมค้อมรักษาน้ำใจสักหน่อยก็ยังดี
เพราะอุปนิสัยแบบนี้ยังไงล่ะ....ทันทีที่กลุ่มอื่นเห็นเ้าพวกนั้นก็เลยตรงเข้ามาโจมตีพวกเราเป็กลุ่มแรกเสมอ และเพื่อเป็การไถ่โทษหลังเลิกเรียนอย่าลืมมาเลี้ยงอาหารเย็นให้สมาชิกทุกคนในทีมล่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ "
โอดินหัวเราะแห้งๆ พร้อมกับทรุดตัวลงไปที่พื้นดินอย่างเหนื่อยล้าจากนั้นไม่นานวงแหวนเวทย์ก็ได้เคลื่อนย้ายร่างที่หมดสติของเขาออกจากป่า.....
การที่เดธไม่ช่วยเหลือสมาชิกในทีมให้อยู่รอดจนถึง 5 ชั่วโมงเป็เพราะเขาไม่้าเหนี่ยวรั้งโอกาสทองซึ่งจะช่วยให้คนอื่นๆ เติบโตได้อย่างรวดเร็วโดยการต่อสู้พร้อมกับงัดเอาทุกอย่างที่มีออกมาใช้เพื่อโค่นล้มศัตรูจำนวนมากกว่าตัวเองนับ 10 เท่า
แม้ว่าท้ายที่สุดสมาชิกในทีมจะถูกส่งออกจากป่าเพราะหมดสภาพจนต่อสู้ไม่ได้ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นประสบการณ์ในคราวนี้จะเป็ตัวผลักดันช่วยให้พวกเขารู้จุดแข็งและจุดด้อยของตัวเองมากขึ้นเพื่อเอาไปปรับใช้ในอนาคตได้
แปะ! แปะ! แปะ!
" ทำได้ไม่เลวเลยที่อยู่รอดมาถึงตอนนี้ทั้งที่ทีมของพวกแกโดนรุมโจมตีจากศัตรูนับร้อย "
หลังจากที่โอดินถูกส่งออกจากป่าไปได้ไม่นาน ศัตรูกลุ่มใหม่ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในที่ลับตาเพื่อรอคอยเวลาเหมาะสมสำหรับเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการต่อสู้เมื่อครู่ได้เดินออกจากที่ซ่อนกว่า 50 คน
พวกเขาชำเลืองมองธงที่เดธกำลังกว่า 15 อันในขณะนี้ด้วยความโลภ
" จงส่งธงมาให้พวกข้าเดี๋ยวนี้ซะ....เพราะไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้แกพบเจอกับสิ่งที่น่าหวาดกลัวกว่าความตาย "
ชายผู้เป็หัวหน้ากลุ่มซึ่งมีนามว่า โจเซฟ ะโข่มขู่ด้วยท่าทีหยิ่งผยองก่อนจะส่งสัญญาณมือบอกให้คนอื่นๆ ล้อมเดธเอาไว้จากทุกทิศทางเพื่อปิดกั้นทางหนี
แต่ทว่าทันใดนั้น.....
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
" อะ....อะไรกัน? " โจเซฟมองลงไปบริเวณหน้าท้องของตนซึ่งมีดาบสีดำทมิฬเล่มโตกำลังแทงทะลุท้องของเขาจนตัวลอยเหนือพื้นดิน ความเ็ปที่แล่นไปทั่วทั้งร่างส่งผลให้เขาไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้
โจเซฟพยายามกวาดตามองลูกน้องเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า....ลูกน้องทั้งหมดในขณะนี้กำลังตกอยู่ในสภาพเดียวกันไม่ต่างไปจากเขาเลยแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างโดนดาบและหอกปริศนาซึ่งโผล่ออกมาจากพื้นดินแทงจนมีสภาพไม่น่าดูเท่าไหร่นัก แต่หากสังเกตดูดีๆ จะพบว่าพื้นดินบริเวณที่โจเซฟและพรรคพวกเคยเหยียบย่ำกำลังถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาสีดำแลดูน่าหวาดกลัว
เวลาผ่านไปไม่นานสิ่งมีชีวิตสีดำเ้าของดาบปริศนาซึ่งกำลังแทงร่างของโจเซฟได้โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินและมองมาที่เขาด้วยดวงตาแดงก่ำ
" มนุษย์เอ๋ย! จงตอบข้าทีสิ....สิ่งที่น่าหวาดกลัวกว่าความตายที่เ้าพูดถึงก่อนหน้านี้คือสิ่งใด....."