สุดท้ายชีเหนียงก็ตัดสินใจเลือกพาหลานไฉ่เตี๋ยไปเมืองหลวงด้วยกันสำหรับนางแล้ว ความหน้าหนากับไหวพริบของหลานไฉ่เตี๋ยสามารถกลายเป็นผู้ช่วยที่ดีได้ตอนนี้สิ่งที่นางต้องการทำคือตัดสินใจเรื่องเรือนพักผ่อนอันหยาง ครั้งนี้ที่มานางเองก็นำวัตถุดิบจากโรงผลิตทะเลมาด้วย
“ชีเหนียงข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้านั้นต้องงดงามจริงๆ อย่างเจ้าไม่น่าใช่คนเจ้าเนื้อ น่าเกลียดแบบนั้นเราเป็นสตรี สมควรทำตัวเองให้สวยงามจึงจะดี รูปร่างก็เป็นเรื่องที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เช่นกัน” พูดจบก็เห็นสายตาของชีเหนียงที่มองมาจึงรู้ว่าตนเองปากมากอีกแล้ว
“โอ๊ยข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่พูดพล่ามไร้สาระอีกแล้ว ทว่าชีเหนียงก็รู้นิสัยข้าบางครั้งหากไม่พูด จะรู้สึกอึดอัดนัก”
แน่นอนว่าเพราะรู้นิสัยของนางดังนั้นชีเหนียงจึงไม่ได้ถือสานางนัก เพียงแต่เมื่อถึงเมืองหลวงแล้วหากยังคงปากไม่มีหูรูดแบบนี้ เกรงว่าชีเหนียงคงช่วยอะไรนางไม่ได้ ทำให้ชีเหนียงต้องบอกความร้ายแรงของเรื่องนี้กับนางให้ชัดเจน
“ครั้งนี้เราจะไปเรือนพักผ่อนก่อนที่นั่นคือกิจการของข้า หากไม่มีอะไรผิดพลาดเวลาที่เราอยู่ที่อันหยางจะมากกว่าเวลาอยู่ในเมืองหลวง เพียงแต่ทางด้านเมืองหลวงเราก็ต้องทำการค้าด้วย เจ้าเป็นคนมีไหวพริบ ข้าตั้งใจจะมอบโอกาสนี้ให้เจ้าเพียงแต่หากเจ้าเป็นเช่นนี้ตลอด เกรงว่าข้าคงต้องเปลี่ยนคนแล้ว”
หลานไฉ่เตี๋ยนั้นใฝ่ฝันที่จะเข้าเมืองหลวงอย่างมากครั้งนี้ที่ได้ติดตามชีเหนียงมา ถือว่าเป็นวาสนาอันดีงามของนางแล้วนางจะปล่อยโอกาสให้หลุดมือได้อย่างไรกัน
“อย่าอย่า ชีเหนียง! ข้ารู้ว่าตัวเองปากไวแต่เจ้าวางใจได้ ช่วงเวลานี้ข้าเรียนรู้จากเจ้ามาไม่น้อย แล้วยายโจวก็เคยอบรมข้าแล้วข้ารู้ดี สถานที่อย่างเมืองหลวง เดินสามก้าวก็อาจจะเจอขุนนางสักคนได้ข้าย่อมทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังตัวแน่”
เมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นดีใจของหลานไฉ่เตี๋ยชีเหนียงก็ยังคาดเดาความคิดของนางได้บ้าง
ตอนนี้หลานไฉ่เตี๋ยกำลังอยากตกว่าที่สามีสักคนที่เหมาะสมในสถานที่ที่เป็นจุดศูนย์รวมของความมั่งคั่งรุ่งเรืองอย่างเมืองหลวงในใจของชีเหนียงกลับคิดว่าสตรีต้องแต่งงานกับคนดีต่างหาก จึงจะถือว่าเป็นความสงบสุขชั่วชีวิตแม้ว่าแต่งงานกับคนที่มีอำนาจและมั่งคั่ง แต่ต้องใช้ชีวิตแก่งแย่งชิงดีกันทุกวัน ถึงจะมีชีวิตที่สุขสบายและได้รับการปรนนิบัติที่ดีแต่กลับไม่มีความสุข
เพียงแต่นางไม่มีทางห้ามปรามหลานไฉ่เตี๋ยเพียงเพราะความเห็นต่างของตนเองนี่คือความฝันของหลานไฉ่เตี๋ยหรือบางทีจะบอกว่ามันคือความมุ่งมั่นในใจของหลานไฉ่เตี๋ยเสมอมาก็ว่าได้ในเมื่อนางอยากเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟชีเหนียงก็หวังเพียงว่านางจะมีการเผื่อใจไว้บ้างอย่าได้แผดเผาตนเองจนมอดไหม้ในตอนสุดท้าย
“เจ้าเข้าใจก็ดีเรื่องที่เจ้าอยากทำ ข้าจะไม่ห้าม แต่เจ้าก็ควรรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนดีเจ้าคิดให้ดี”
หลานไฉ่เตี๋ยฟังชีเหนียงพูดเรื่องเหล่านี้จนหูชาแล้วนางตอบรับอย่างหน่ายใจ “ข้ารู้แล้วน่าชีเหนียงนี่จู้จี้จริงๆ”
อันที่จริงนางแอบบ่นในใจไม่ใช่ทุกคนที่จะพบเจอชายสารเลวเหมือนเจ้าเสียหน่อย
ขณะนี้หลานไฉ่เตี๋ยกำลังจมดิ่งกับความฝันในการพบเจอบุรุษงามในชีวิตจริงโดยหารู้ไม่ว่าสำหรับบุรุษบนโลกใบนี้ สตรีก็เป็นเพียงแค่ของที่ได้มาอย่างง่ายดายเวลาชื่นชมก็อุ้มชูไว้ในฝ่ามือ เวลาไม่ชอบก็รังเกียจขยะแขยง เวลาใช้ประโยชน์ก็ไม่ใจอ่อนให้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องการหวงแหน
ส่วนสตรีกลับหาข้ออ้างมากมายให้พวกเขากลับไม่เคยยอมรับว่าเขาไม่รักตนเอง
เมื่อชีเหนียงมาถึงเรือนพักผ่อนอันหยางถึงรู้ว่าลั่วจิ่งเฉินกับลั่วจิ่งซีมาถึงเรือนพักผ่อนนานแล้ว เพียงแต่ตอนที่อยู่เรือนพักผ่อนลั่วจิ่งเฉินได้รับสาส์นจากเมืองหลวงจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อและเดินทางกลับเมืองหลวงกับลั่วจิ่งซีไปก่อน
เมื่อไตร่ตรองดูคงเพราะผลการสอบของลั่วจิ่งเฉินออกมาแล้วคนที่แจ้งข่าวดีรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่เมืองชิงหยาง จึงส่งข่าวดีไปยังเมืองหลวงแทนเขาจึงกลับไปรอรับข่าวดีที่เมืองหลวง
พอคำนวณเวลาเดาว่าน่าจะใกล้แล้ว ก่อนหน้านี้จิ่งเฉินเคยบอกว่าใต้เท้าเฉียนให้เขาเข้าร่วมงานชุมนุมกวี เห็นทีนางต้องรีบจัดการงานที่เรือนพักผ่อนเสียแล้ว
“นายหญิงระหว่างทางเหนื่อยหน่อยนะขอรับ ห้องเก็บกวาดเรียบร้อย ท่านไปพักก่อนเถอะขอรับ”
ไม่เสียแรงที่โจวย่าอวิ๋นละเอียดรอบคอบรู้ว่าชีเหนียงทำงานเสร็จและเร่งเดินทางกลับมายังเป็นห่วงร่างกายของนางและให้นางไปพักผ่อนก่อน
ชีเหนียงลงจากรถม้าแล้วมองโจวย่าอวิ๋นพร้อมกับพยักหน้า “ก็ดีด้านหลังคือเครื่องปรุงที่ข้านำมาจากอำเภอเฉา ของเหล่านี้นำไปจัดเก็บให้ดี วันรุ่งขึ้นเราค่อยหารือกันว่าจะใช้อย่างไร”
เมื่อได้ยินว่าเป็นเครื่องปรุงโจวย่าอวิ๋นก็รู้ถึงความสำคัญของมัน จึงรีบพาคนขนย้ายของไปยังโรงเก็บของด้วยตนเอง
อีกด้านชีเหนียงกำลังเรียกหลานไฉ่เตี๋ยไปพักกลับพบว่าหลานไฉ่เตี๋ยถูกชายหนุ่มกลุ่มใหญ่ห้อมล้อมไว้ส่วนนางไม่เพียงแต่ไม่เขินอาย ยังพูดคุยกับพวกเขาอย่างสนุกสนาน
โดยเฉพาะสิงเหล่าซื่อกับเฉียงจื่อดวงตาคู่นั้นแทบจะไม่ละไปจากหลานไฉ่เตี๋ย ไหนเลยจะยังจำได้ว่าลั่วชีเหนียงคือใคร
ส่วนหลานไฉ่เตี๋ยนั้นชื่นชอบการถูกบุรุษไล่ตามเป็นที่สุดนางไม่ได้กระมิดกระเมี้ยนแต่อย่างใด เมื่อได้ยินพวกเขาชมว่างดงามก็หัวเราะคิกคักไม่หยุด
เมื่อเห็นพวกเขาเข้ากันได้ดีชีเหนียงก็ไม่ขอเป็นตัวร้าย เพราะนางเองก็เหนื่อยล้าเช่นกันส่วนพวกเขาอยากทำอะไรก็ทำไป สิงเหล่าซื่อกับคนอื่นๆ ยังพอมีขอบเขตในใจไม่มีทางทำอะไรหลานไฉ่เตี๋ยอยู่แล้วนางห่วงว่าหลานไฉ่เตี๋ยจะใช้อุบายโฉมงามกับพวกเขามากกว่า
รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาที่เรือนพักผ่อนสองผู้ดูแลใหญ่แห่งเรือนพักผ่อนรออยู่ด้านข้างรถม้า เมื่อข่าวนี้กระจายออกไปคนที่สอดรู้สอดเห็นย่อมรู้ว่านายหญิงของเรือนพักผ่อนกลับมาแล้วแน่นอน
เสิ่นว่านเหลี่ยงที่คอยเฝ้าดูสถานการณ์ของเรือนพักผ่อนอย่างใกล้ชิดเมื่อได้ฟังรายงานจากพ่อบ้านก็ไม่ได้พูดสิ่งใด
กลับเป็นเสิ่นหรูหลินที่ได้ยินข่าวการกลับมาของลั่วชีเหนียงและตื่นเต้น
“นายหญิงลั่วกลับมาแล้วหรือ?” เมื่อได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากพ่อบ้าน เสิ่นหรูหลินก็ดีใจและเอ่ย “ดีเหลือเกิน! ในที่สุดนางก็กลับมา!”
ครั้งที่แล้วเขาบังเอิญเจอกับนางที่เร่งรีบในถนนสอยดาวทั้งสองได้เพียงแค่พูดคุยกันประปราย แต่เขารู้สึกว่าลั่วชีเหนียงให้ความสนใจกับความคิดของเขาอย่างมากดังนั้นเขาจึงเฝ้ารอที่จะได้เจอกับลั่วชีเหนียงอีกครั้ง
เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของเสิ่นหรูหลินเสิ่นว่านเหลี่ยงก็ไม่รู้ว่าควรต่อว่าลูกชายอย่างไรดี เขาแอบถามจากบ่าวที่ติดตามลูกชายและรู้เรื่องราวคร่าวๆระหว่างเสิ่นหรูหลินกับลั่วชีเหนียง แต่ไม่รู้ว่าเป็นการค้าขายอะไรกันแน่ลูกชายเขายินดีบอกกับลั่วชีเหนียงที่เป็นคนนอก แต่ไม่ยอมบอกกับเขาที่เป็นบิดา
หรือว่าลั่วชีเหนียงจะน่าเชื่อถือกว่าเขาอีกหรือ?
เสิ่นว่านเหลี่ยงคิดไม่ถึงว่าที่ลูกชายของเขาทำเช่นนี้อันที่จริงเหตุผลนั้นง่ายดายนัก นับตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าเสิ่นหรูหลินจะทำอะไรเสิ่นว่านเหลี่ยงก็ไม่เคยวางสีหน้าที่ดีกับเขา ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ไม่เคยให้คำชมมาก่อน นานวันเข้า เสิ่นหรูหลินจึงไม่ยอมเปิดเผยสิ่งที่คิดออกมากับบิดาอีกยิ่งไม่มีทางบอกอะไรกับเขาก่อนเช่นกัน
เพียงแต่ครั้งที่แล้วเขาไปถนนสอยดาวและบังเอิญโพล่งออกไปแค่คำเดียวก็ได้รับคำชมเชยจากลั่วชีเหนียงความรู้สึกได้รับการยอมรับจากผู้อื่น เขาไม่เคยได้รับมาก่อนดังนั้นเขาย่อมอยากคุยกับคนที่ให้การยอมรับและให้เกียรติเขาอยู่แล้ว
“นางกลับมามีอะไรน่าดีใจกัน? กิจการในเรือนพักผ่อนเหล่านี้เพียงพอให้นางยุ่งพอสมควร ในระยะเวลาอันสั้น เดาว่านางคงไม่มีเวลาว่างหรอก”
-----