กริ๊ง!
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ขณะนี้เป็เวลา 6 นาฬิกาของวันจันทร์ เป็วันที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้มาถึงแต่ไม่ใช่กับต้นน้ำน้องชายของเธอ
ปั้ง ปั้ง ปั้ง
เสียงทุบประตู
"แม่! พี่รักยังไม่ตื่น" เสียงะโจากชั้นบนของบ้าน
ปั้ง ปั้ง ปั้ง
เสียงทุบประตูยังคงได้ยินต่อไป
"พี่รัก! ตื่นได้แล้ว! สายแล้ว!" ต้นน้ำะโปลุกสุดเสียง
"เบาๆ หน่อยน้ำ" เสียงแม่ที่เอ่ยปรามต้นน้ำ
"แม่ก็ดูพี่รักสิ ผมปลุกแล้วก็ยังไม่ตื่นไม่รู้เมื่อคืนทำอะไร ป่านนี้ยังไม่ตื่น"
"เดี๋ยวพี่ก็ตื่น เราลงมาทานข้าวเช้าก่อนเร็ว"
"เดี๋ยวลงไปครับ ตอนนี้ผมขอปลุกเด็กขี้เซาก่อน"
"ตามใจ"
ปั้ง ปั้ง ปั้ง
"พี่รักตื่นยังเนี่ย จะสายแล้วนะ"
ฟึ่บ!
"เสียงดังอะน้ำ" ต้นรักเปิดประตูออกพร้อมมองน้องชายของเธอที่ง้างมือค้างกลางอากาศพร้อมทุบประตูอีกครั้ง
"โห พี่รักกว่าจะตื่นผมปลุกจนประตูจะพังแล้วเนี่ย" ต้นน้ำเอามือลงพร้อมบ่นเธอ
"เพิ่งหกโมงเช้าเองน้ำ รีบไปไหน" หญิงสาวพูดพร้อมหันไปดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้อง
"ผมจะไปแล้วเนี่ย เดี๋ยวคนเยอะ พี่ก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเลยนะ"
"ไปทำอะไรั้แ่เช้า ยังไม่มีใครมาเลยหรือว่าตื่นเต้นเหรอจ๊ะ นี่ก็เปิดเทอมได้สองสัปดาห์แล้วนะ ยังไม่หายตื่นเต้นอีกเหรอที่ได้ขึ้นมอหนึ่ง" ต้นรักเอ่ยแซวน้องตัวเองเพราะวันแรกของการได้ขึ้นมอหนึ่งแม่เล่าว่าต้นน้ำ ตื่นมาอาบน้ำั้แ่พระอาทิตย์ยังไม่ตื่นนอน
"ขี้แซวอะพี่รัก รีบเลยผมรอข้างล่างให้เวลาห้านาที"
"โห"
"ไม่ต้องเลย เร็ว ๆ ด้วย"
ต้นรักและต้นน้ำอายุห่างกันสามปี ตอนนี้ต้นรักเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่และต้นน้ำเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง เธอเรียนโรงเรียนนี้มาั้แ่ปีแรกที่ขึ้นมัธยมและก็ยังคงเรียนที่เดิมใน่มัธยมปลาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าน้องของเธอจะตื่นเต้นเป็พิเศษที่ได้เรียนมัธยม
ฉันคิดว่าในความคิดของน้องตอนนี้คงคิดว่าตัวเองโตแล้วล่ะมั้งเพราะพ้น่ประถมมาแล้ว ฉันเองก็เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกันแต่พอลองมองย้อนกลับไป ฉันรู้สึกตลกความคิดของตัวเองในตอนนั้นมาก ฉันพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีฉันก็ไม่ได้รู้สึกโตขึ้นเลย
หลังจากที่ต้นรักจัดการตัวเองเสร็จแล้วเธอก็ค่อยเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน เธอเห็นต้นน้ำและแม่ของเธอนั่งทานอาหารเช้าที่โต๊ะอาหาร
"สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณแม่" เธอเอ่ยทักทาย
"จ่ะ มานั่งกินข้าวเร็ว" คุณแม่ยิ้มให้พร้อมกวักมือเรียกเธอให้นั่งทานข้าว
เดินเลื่อนเก้าอี้ข้างต้นน้ำ "ว่าไงจ๊ะ"
"ไม่ต้องเลย ลงมาก็ช้ากว่าจะกินข้าวเสร็จเข้าเรียนสายพอดี" ต้นน้ำบ่นเสียงเบา
"โห น้ำเกินไปมาก พี่ไม่ได้กินข้าวนานขนาดนั้นไหม อีกอย่างตอนนี้ยังไม่เจ็ดโมงด้วยซ้ำ"
"อะไรกันสองคนนี้ ตีกันทุกเช้าแม่ขออยู่แบบสงบ ๆ บ้างได้ไหม" คุณแม่บ่นทั้งคู่พร้อมยื่นจานข้าวให้ต้นรัก
"เห็นไหมๆ โดนบ่นเลย"
"เพราะพี่นั่นแหละ"
"เอ้า!"
"เอาล่ะๆ หยุดได้แล้ว เราก็ชอบไปแหย่น้อง รีบ ๆ กินเลยจะได้ไปโรงเรียน"
"ค่า"
เธอตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารในจานของเธอจนหมดและเดินทางไปโรงเรียน โดยที่แม่ของเธอจะเป็คนมาส่งและจะมารับตอนเย็น
.
.
.
โรงเรียน
เมื่อถึงโรงเรียนแล้วต้นน้ำรีบเดินนำหน้าเธอ แต่ต้นรักก็รีบสาวเท้าให้เดินไปพร้อมๆกับต้นน้ำ ยิ่งต้นน้ำรีบเดินเท่าไหร่ ต้นรักก็รีบเดินตามอย่างนั้นเหมือนกำลังแกล้งน้องชายตัวเอง
"พี่รักอย่ามาเดินใกล้ได้ไหม" ต้นน้ำรีบเดินนำหน้าเธออย่างรีบร้อน
"ทำไม กลัวโดนเพื่อนแซวเหรอจ๊ะสุดหล่อ"
"รีบไปได้แล้วผมจะไปหาเพื่อนแล้ว" พูดจบก็รีบวิ่งไปหาเพื่อนทันที
เธอยืนขำอยู่ที่เดิมกับท่าทางเลิ่กลั่กของน้องชายตัวเอง
"เฮ้อ" เธอถอนหายใจ
ตอนนี้มันยังเช้ามากเกินไปที่ทุกคนจะมาโรงเรียนอย่างน้อยก็เพื่อนของเธอที่มักจะมาเกือบเวลาเคารพธงชาติหรือไม่ก็มาสายปล่อยเธอเหงาคนเดียวในแถว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงหยิบเครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในกระเป๋าข้างกระโปรงออกมาเพื่อส่งข้อความหาเพื่อนของเธออย่างน้ำฝน
"อยู่ไหน"
"ส่งรูปภาพ" น้ำฝนส่งรูปแทนการตอบข้อความ เป็รูปเพดานเบลอ ๆ ที่ดูก็รู้ว่าคนถ่ายยังไม่ลืมเต็มตา
"อยู่คนเดียว"
"ส่งรูปภาพ" เป็รูปพื้นห้องเบลอๆ
ติ๊ด!
ต้นรักตัดสินใจโทรหาน้ำฝน
"ว่าไง" เสียงงัวเงีย
"ยังไม่ตื่นเหรอ"
"อือ"
"ตื่นเถอะแล้วรีบมา เหงา"
"กี่โมงแล้ว"
"เจ็ดโมงกว่าแล้ว"
"โห ยังเช้าอยู่เลยรัก รีบไปไหนเนี่ยโรงเรียนไม่ได้หายไปไหนนะ"
"ก็รู้แต่ต้นน้ำน่ะสิ เร่งฉัน"
"เออๆ ขอต่อ5นาที เดี๋ยวไป" พูดจบน้ำฝนก็วางสาย
จนถึงตอนนี้ที่ได้เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเพื่อนสนิทอย่างน้ำฝน
"รัก!" เธอหันตามเสียงเรียก
"อย่าเข้าใกล้นะ" ยิ่งพูดอีกฝ่ายก็ยิ่งขยับมาใกล้ๆ
"นี่ บอกอย่าขยับมา"
"ทำไมอะรัก ไม่เจอหน้าตั้งสองวันคิดถึงนะเนี่ย"
แหวะ
เธอทำหน้าเหมือนกำลังจะอ้วกใส่อีกฝ่าย
ไต้ฝุ่นเพื่อนชายในห้องเดียวกันเข้ามาทักทายต้นรักด้วยเหงื่อที่ซกเต็มเสื้อไปหมดเพราะเพิ่งไปเตะบอลที่สนามหลังโรงเรียนมา ไต้ฝุ่นเป็เพื่อนที่อยู่แถวบ้านต้นรักและเป็เพื่อนกับเธอมาั้แ่อนุบาล ตอนนี้เพื่อนสนิทของเธอก็มีเพียงไต้ฝุ่นและน้ำฝนที่รู้จักกันตอนขึ้นมัธยมวันแรกและเป็เพื่อนมาจนถึงทุกวันนี้
เป็อย่างที่เธอคิดไม่มีผิดว่าเพื่อนรักอย่างน้ำฝนคงไม่พ้นแถวสาย หลังเลิกแถวเธอจึงไปรอน้ำฝนที่โต๊ะหินอ่อนใกล้กับแถวสาย ต้นรักนั่งรอน้ำฝนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
"นี่!" ไต้ฝุ่นยื่นขวดน้ำให้
เธอรับมันแต่เปิดดื่ม
"มาแล้วจ้า"
"ช้ามาก ไหนว่าห้านาที"
"ห้านาทีจริง"
"อีกห้านาทีสายล่ะสิไม่ว่า" ไต้ฝุ่นพูดเสริม
"ก็นิดนึง"
"ไม่ต้องเลย"
"ขอโทษ แต่พรุ่งนี้สายอีก" น้ำฝนพูดพร้อมหัวเราะออกมาเสียงดังจนคนบริเวณนั้นหันมามองพวกเธอ
"นี่ เบา ๆ หน่อย"
"อุ้ย"
ทั้งสามเดินไปยังตึกเรียนพร้อมกัน เมื่อถึงห้องเรียนแล้วไต้ฝุ่นก็แยกไปกับแก๊งพวกผู้ชายหลังห้องคงไปเล่นเสียงดังกันอย่างเคย ส่วนเธอและน้ำฝนก็มานั่งที่ของตัวเอง
"แหมๆ วันนี้หน้าจืดเชียวนะ" เสียงนึงดังขึ้นมาลอยๆ
เป็เสียงจันฉายที่พูดขึ้นมาหรือแก๊งเครื่องสำอางเดินได้เป็ฉายาที่น้ำฝนตั้งให้ วันๆ ไม่ทำอะไรนอกเติมหน้าเติมปากแต่ก็แปลกที่ครูยังปล่อยผ่าน
"พูดถึงใคร" น้ำฝนถาม
"ป๊าว ก็พูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไป"
"หน้าซีดอย่างกับศพก็ว่าทำไมไม่ผู้ชายเข้าหาสักคน"
"แล้วแกมีหรือรึไง แต่งหน้าอย่างกับละครลิง"
"นี่ แกว่าใคร"
"ป๊าว ก็พูดลอย ๆ ใครอยากรับก็รับไป" น้ำฝนพูดย้อน
"หน็อย ฝากไว้ก่อนเถอะ"
"ไม่รับเว้ย"
"ฝนพอแล้ว" ต้นรักเอ่ยปราม
จันฉายมักจะแขวะต้นรักเป็ประจำ เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ ั้แ่เข้าโรงเรียนนี้ก็ได้อยู่ห้องเดียวกันกับจันฉายจนขึ้นมัธยมปลายก็ยังโชคร้ายที่ได้อยู่ห้องเดียวกันจนเธอเริ่มไม่สนใจแล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังแขวะเธอไม่เลิกจะเป็น้ำฝนตลอดที่เถียงฉอด ๆ กับจันฉายจนบางครั้งก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือจนเธอต้องคอยห้ามปราม
"ครูมาแล้ว!" เสียงเพื่อนในห้องะโบอก
ตอนนี้ทุกคนให้ห้องต่างก็รีบมานั่งที่ตัวเองให้เรียบร้อยเกิดเสียงลากเก้าอี้ดังตึงตัง
"เสียงดังจังเลยพวกเธอเนี่ย" เสียงครูวิชาภาษาไทย
"นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ"
"สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครู" ทุกคนลุกขึ้นสวัสดี
เวลาผ่านไปจนถึง่เที่ยงของวันแต่โชคร้ายคาบสุดท้ายก่อนพักเที่ยงดันเป็วิชาคณิตศาสตร์ที่เลื่องลือว่าปล่อยช้ายิ่งเป็คาบสุดท้ายด้วยแล้วนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่โรงอาหารเลย บางครั้งพวกเธอก็ได้กินเพียงแค่ขนมปังหรือไม่ก็ข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็อาหารเที่ยงแทนก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ
"อาจารย์ปล่อยช้าทุกที"
"เออ ร้านป้าข้าวหมดหม้อละมั้ง"
"ไปกันเถอะ"
เธอและน้ำฝนรีบไปต่อแถวซื้ออาหารน้ำฝนต่อแถวร้านข้าวส่วนเธอต่อแถวร้านก๋วยเตี๋ยวเ้าประจำเพราะมีอยู่เ้าเดียว
'จะทันไหมนะ' เธอคิดในใจ
'ขอให้ทันทีเถ๊อะ'
"เส้นเล็กพิเศษ 1 ค่ะป้า"
"เส้นเล็กใช่ไหมจ๊ะ...อุ้ยหมดพอดีเลย"
"มีอะไรเหลือบ้างคะ"
"หมดทุกอย่างแล้วจ่ะ ถ้วยสุดท้ายของพ่อหนุ่มสุดหล่อคนนั้นจ่ะ" ป้าพยักพเยิดหน้าไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอ ต้นรักมองถ้วยก๋วยเตี๋ยวในชามอย่างตาละห้อย
"เอาไหม พี่ให้" อีกฝ่ายถาม
"เออ..แล้วพี่ไม่กินเหรอคะ" เธอถามกลับ
"ไม่เป็ไร พี่มาซื้อให้เพื่อนน่ะ"
"อ่าว อย่างนี้ก็แสดงว่าถ้าหนูเอาก็จะแย่งของเพื่อนพี่น่ะสิ"
"ไม่เป็ไรหรอก มันอยากกินยังไม่มาซื้อเอง ปล่อยมันหิวไป" เขายื่นถ้วยให้เธอ
"ขอบคุณค่ะ เท่าไหร่คะเดี๋ยวหนูจ่ายคืนให้"
"ไม่เป็ไร เงินเพื่อนพี่"
หลังจากที่ป้าบอกว่าของหมดทุกคนที่ต่อแถวจากเธอก็แตกแถวไปซื้อข้าวร้านอื่น เหลือเพียงต้นรักและรพีรุ่นพี่มอหกที่ยืนคุยกันอยู่ที่เคาน์เตอร์ร้านก๋วยเตี๋ยว รพียื่นถ้วยก๋วยเตี๋ยวให้เธอพร้อมเดินจากไป ปล่อยให้เธอยืนงงอยู่คนเดียว ก๋วยเตี๋ยวก็ได้กินแถมเงินก็ไม่เสียสักบาท
.
.
.
"อ่าว ไหนข้าวมึงล่ะ" เพื่อนของรพีถามขึ้น
"อะไรกัน เมื่อกี้เหมือนกูจะเห็นมึงกำลังจะปรุงก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย"
"เออ ช่างมันเถอะกินเสร็จหรือยัง จะได้ไปซ้มต่อ"
"แล้วไม่กินอะไรหน่อยเหรอ"
"เดี๋ยวไปซื้อนมในสหกรณ์กินเอา รีบกินเลยมึงเดี๋ยวหมดพักเที่ยง"
.
.
.
อีกฝั่ง
"วันนี้ทันด้วย" น้ำฝนทัก
"จริงๆ วันนี้ไม่ได้กินละ"
"อ่าว แล้วในมือคืออะไร"
"พี่คนนึงให้มาน่ะ"
"ใครเหรอ"
"ไม่รู้สิ ไม่ได้ถามชื่อรู้แค่ว่าอยู่มอหก"
"ไหนๆ จำได้ไหมว่าหน้าเป็ยังไง"
"อืม..นั่นไง" ต้นรักยืดขอยาวมองหาชายหนุ่มทั่วโรงอาหารเมื่อเจอแล้วก๋ชี้ให้เพื่อนดู
"อ๋อ พี่รพี"
"รู้จักเหรอ
" เธอถามกลับ
"เอ๋า พี่เขาดังจะตายแกไม่รู้จักเหรอ นักบาสโรงเรียนเลยนะ สาว ๆ ตามกรี๊ดเพียบ"
"อ๋อ" เธอตอบกลับไปพร้อมตั้งหน้าตั้งตากินก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า
ไม่เพียงแต่คนอื่น ๆ ที่ชอบพี่คนนั้น เธอเองก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวอยู่ในหัวใจขึ้นมาบ้างแล้วละ
ติดตามตอนต่อไป