เมื่อได้ยินสิ่งที่ ถังเจี้ยนกั๋วพูด ซือเจิ้นเฉียงที่กำลังตื่นเต้นก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้เสวี่ยเหวินหลงเองก็เหงื่อตก เมื่อถังเจี้ยนกั๋วถามคำถาม เขาก็ต้องตอบยืนยันออกไป มิฉะนั้นมันหมายความว่าพวกเขาทำงานไม่รอบคอบ ดังนั้นเขาจึงกล่าวไปว่า “รองนายกถัง ผมได้ตรวจสอบแล้วเื่นี้เป็ผลงานของสหายซือเจิ้นเฉียงจริงๆ รวมทั้งเื่การทำงานของเหล่าสมาชิก เื่นี้ประชาชนสามารถเป็พยานได้”
ในมุมมองของเสวี่ยเหวินหลง เขาอยู่ในที่เกิดเหตุ แม้ว่าจะมีคณะกรรมาธิการบางคนไม่พอใจซือเจิ้นเฉียง แต่คนเ่าั้ก็คงไม่กล้าโต้แย้งเขา ส่วนทางประชาชนนั้นเป็เพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เพราะคนทั่วๆ ไปคงไม่กล้าพูดออกมาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกเขาคงกำลังวุ่นกับการจัดการบรรเทาสาธารณภัย และจัดตั้งถิ่นฐานอยู่ ใครจะไปว่างมาพิสูจน์เื่นี้กับถัง เจี้ยนกั๋ว
แต่แล้วสิ่งที่เสวี่ยเหวินหลงไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น
แทบจะในเวลาเดียวกัน ด้านนอกรั้วศูนย์ราชการเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย บางคนนั้นถึงกับเดินเข้ามาด้านใน ต่อจากนั้นเทียนเหล่าซวนก็ะโขึ้นว่า “ซือเจิ้นเฉียง คนหน้าด้านน่ารังเกียจ ที่ซือจิ้นเฉียงกล่าวล้วนไม่เป็ความจริง ผู้ว่าการเสวี่ยช่างเลอะเลือน”
เมื่อเสียงของเทียนเหล่าซวนดังขึ้น ผู้คนรอบข้างก็ะโทันที “ซือเจิ้นเฉียง คนหน้าด้านน่ารังเกียจ ที่ซือจิ้นเฉียงกล่าวล้วนไม่เป็ความจริง ผู้ว่าการเสวี่ยช่างเลอะเลือน”
ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เสวี่ยเหวินหลงกับซือเจิ้นเฉียง ถังเจี้ยนกั๋วเองก็ใ เขามองผู้คนที่มากันมากมายเต็มไปหมดพลางรู้สึกตื่นเต้น จากนั้นก็มองไปยังเสวี่ยเหวินหลง และซือเจิ้นเฉียงด้วยความโกรธแล้วพูดว่า .” เกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้คนถึงมารวมตัวกันแบบนี้?”
ท่าว่าตามตรงแล้ว ถังเจี้ยนกั๋วเป็ถึงนายกเทศมนตรีเมืองใหญ่ ภาพแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยเห็น เขาสามารถสงบลงได้แทบจะทันที ตอนนี้เขาอยู่ที่ตำบลกวนซานในเทศมณฑลจิงหลิน ซึ่งตอนนี้เหล่าคณะกรรมาธิการดูจะเป็กังวลกังวลกันอย่างมาก และเมื่อฟังจากคำพูดของประชาชน เื่นี้ดูเหมือนจะเป็เื่ภายใน ดังนั้นเขาจึงมองไปยังเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดขึ้นว่า “คุณเสวี่ยทำไมถึงมีประชาชนมาล้อมศูนย์ราชการมากมายขนาดนี้ นี่คือสิ่งที่คุณเตรียมไว้ต้อนรับผมหรือ?”
เสวี่ยเหวินหลงส่ายหัวแล้วพูดตอบทันที “ไม่ใช่นะครับ ท่านรองนายกถัง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมเตรียมไว้แน่นอน” พูดจบเขาก็หันไปมองซือเจิ้นเฉียงพร้อมพูดขึ้นว่า “เลขาธิการซือ ทำไมคนเหล่านี้ถึงเข้ามาได้ พาพวกเขาออกไป เราต้องดำเนินการประชุมต่อ”
เสวี่ยเหวินหลงเองก็โกรธเช่นกัน เพราะเขาได้ยินคนเ่าั้เรียกชื่อของเขา และที่น่าหดหู่ที่สุดคือ ผู้คนบอกว่าเขาเลอะเลือน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่ใช่ว่าซือเจิ้นเฉียงควบคุมตำบลกวนซานได้อยู่หมัดหรอกหรือ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีผู้คนกล้าลุกขึ้นมาคัดค้าน และไม่มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น ดังนั้นเขาจึงกล้าสนับสนุนซือเจิ้นเฉียงให้เป็รองผู้ว่าการเทศมณฑล แต่เื่นี้กลับเกิดขึ้นเมื่อรองนายกเทศมนตรีถังมาถึง สถานการณ์ตอนนี้นับว่าเลวร้ายสำหรับพวกเขามาก
ซือเจิ้นเฉียง พอกวาดสายตามองผู้คนรอบๆ เขาก็โกรธขึ้น เขาได้ยินคำพูดประท้วงอย่างชัดเจน แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ คนเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้น ตอนนี้ผู้ว่าการเสวี่ยได้สั่งเขาแล้ว และรองนายกถัง ก็ยืนอยู่ข้างๆ เขาจะต้องแสดงความเป็ผู้นำของกวนซาน ดังนั้นเขาจึงกัดฟันเดินหน้าแล้วพูดว่า “ทุกคน ผมซือเจิ้นเฉียงเลขาธิการพรรคตำบลกวนซาน หากมีอะไรอยากจะร้องเรียนขอให้ทุกท่านมาหาผม และเหล่าสมาชิกบริหารตำบลในภายหลัง วันนี้เรามีการประชุมสำคัญหวังว่าทุกคนจะใจเย็นลงก่อน แล้วค่อยกลับมาในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะช่วยพวกคุณเอง”
ในเวลานั้น เทียนเหล่าซวนก็ลุกขึ้นแล้วพูดขึ้นว่า “เลขาธิการซือ ท่านแก้ปัญหาของพวกเราไม่ได้หรอก เพราะท่านหน้าหนา สนใจแต่ชื่อเสียงหน้าที่การงานของตัวเอง แล้วคุณจะมาสนใจดูแลชีวิตของพวกเราได้อย่างไร ผมจำได้ว่าในตอนที่กวนซานเริ่มฝนตกหนัก ท่านไม่ได้สนใจไยดีอะไรเลย มีแต่ท่านนายกหลิวชิงหยู่ที่วิ่งเต้นจากหมู่บ้านหนึ่งไปหมู่บ้านหนึ่งเพื่อขอแรงชาวบ้านให้ไปช่วยกันเสริมความแข็งแรงให้อ่างกวนซาน เลขาธิการซือ ผมอยากถามว่าเื่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านหรือ ทำไมท่านถึงเอาแต่พูดว่าท่านเป็คนทำ ท่านคิดว่าประชาชนอย่างพวกเราหูหนวกตาบอดหรือยังไง”
”เลขาธิการซือ บางครั้งคนเราอาจจะทำเื่หน้าด้านไร้ยางอายบ้าง แต่ที่ท่านทำมันมากเกินไป ท่านบอกว่าท่านใช้เวลากับพวกเราหลายวันหลายคืน เราขอถามท่านหน่อยว่า ท่านทำงานอยู่ส่วนไหน ทำไมพวกเราไม่เคยเห็นท่านเลย! ในทางกลับกัน เราเห็นแค่นายกหลิวที่วิ่งเต้นจากหมู่บ้านหนึ่งไปหมู่บ้านหนึ่ง หลังจากประชาชนไม่ตอบรับคำขอของเขา เขาก็วิ่งขึ้นลงขนกระสอบทรายเสริมเขื่อนด้วยตัวคนเดียว พวกชาวบ้านที่เห็นต่างรู้สึกะเืใจ ด้วยการกระทำของนายกหลิวที่พิสูจน์ให้เห็น เราจึงเกณฑ์กำลังคนมาช่วยเขา เพราะในฐานะผู้นำ เขาไม่จำเป็ต้องทำเื่แบบนี้ด้วยตัวเอง แต่ที่เขาทำก็เพื่อใคร หากไม่ใช่ประชาชนแบบพวกเรา?
เลขาธิการซือ เื่นี้เกี่ยวข้องกับท่านด้วยหรอ ทำไมท่านถึงยืนกรานบอกว่าท่านเป็คนทำ นอกจากนี้ท่านยังพูดเสมอว่า ตอนเขื่อนแตก ท่านเองยังได้พาผู้คนอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย แล้วบอกว่าเต็นท์ที่สันเขาเทียนหวาง เป็ฝีมือท่านและหู่กวงหยวน ท่านไม่คิดว่ามันไร้สาระหรือ ท่านคิดว่าพวกเาาวบ้านธรรมดาจะไม่รู้จริงๆ ว่าที่จริงแล้วสาเหตุที่อ่างเก็บน้ำกวนซานพัง เกิดขึ้นเพราะทางเทศมณฑลตัดสินใจเปิดประตูระบายน้ำจิงหลิน ในเวลาที่น้ำไหลทะลักลงมา ตัวท่าน หู่กวงหยวน และเหล่าคณะผู้บริหารส่วนตำบล ก็หนีไปเทศมณฑลเพื่อหลีกหนีจากภัยน้ำท่วม แล้วพวกท่านจะพาเราหนีไปยังสันเขาเทียนหวางได้ยังไง คนที่พาพวกเราอพยพไปยังที่พักชั่วคราวจริงๆ ก็คือ รองเลขาธิการ ฉินรุ่ยเจีย เธอเป็แค่เด็กสาววัยยี่สิบกว่าๆ งานที่สันเขาเทียนหวางและการจัดระเบียบถูกจัดการโดยเธอ แล้วท่านกับหู่กวงหยวนเกี่ยวข้องอะไรมิทราบ? ท่านไม่ได้ทำอะไรเลย ท่านไม่ได้ทำงานส่วนไหนเลย ท่านแค่ขายผ้าเอาหน้ารอดแล้วยังมีหน้ามาแย่งผลงานของนายกหลิวกับรองเลขาฉิน ท่านเลขาธิการซือ ผมอยากถามท่านว่า ท่านยังมีคุณธรรมหลงเหลืออยู่หรือไม่ ยังมีความไร้ยางอายอยู่หรือไม่ ท่านไม่คิดว่ามันไร้ยางอายมากเกินไปหรอกหรือ ประชาชนอย่างเราไม่ได้โง่ หูหนวกตาบอด เราเห็นด้วยตาว่าใครที่ทำเพื่อพวกเรา นอกจากนี้ผู้ว่าการเสวี่ย คุณสับสนอะไรกัน ถึงกับเชื่อคำพูดของคนอย่างซือเจิ้นเฉียงที่เต็มไปด้วยถ้อยคำโกหก ดูเหมือนคุณจะเลอะเลือนจริงๆ สินะ “
หลังจากที่เทียนเหล่าซวนพูดจบ ผู้คนก็ะโขึ้นว่า “ซือเจิ้นเฉียงหน้าด้าน น่ารังเกียจ ผู้ว่าการเสวี่ยเลอะเลือน!”
ด้วยเสียงโห่ร้องของประชาชน เสวี่ยเหวินหลง กับ ซือเจิ้นเฉียงก็หน้ามืดครึ้ม ซือเจิ้นเฉียงมองไปยังเทียนเหล่าซวนด้วยความแค้น เขารู้จักเทียนเหล่าซวนแต่เขาไม่เคยไปติดต่ออะไร จากข้อมูลแล้ว เขาคิดว่าเทียนเหล่าซวนเป็คนที่น่าเคารพ แต่เขาไม่คิดว่าเทียนเหล่าซวนจะกล้าวิจารณ์ตัวเขา กับผู้ว่าการเทศมณฑล ในที่สาธารณะต่อหน้าธารกำนัล พวกรากหญ้านี่ช่างน่ากลัวจริงๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าหลังจากรองนายกถังไป เขาจะจัดการผู้ชายคนนี้และผู้คนที่มาประท้วงให้หมด
อารมณ์ของเสวี่ยเหวินหลงยุ่งเหยิงมาก เขาไม่คิดว่าเขาที่เป็ผู้ว่าการที่สูงส่ง และมีอำนาจกว้างใหญ่ไพศาลปกครองจิงหลิน จะถูกคนในตำบลที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองตำหนิ ว่าเลอะเลือน นี่มันเป็สิ่งที่อัปยศอย่างมาก ซ้ำยังต้องอับอายต่อหน้าสมาชิกพรรคเทศบาลเมือง กับรองนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่อีก นี่ทำให้เขาถึงกับหายใจติดขัด ในใจของเขาเกิดความคิดชั่วร้ายพร้อมมองไปยังเทียนเหล่าซวนด้วยความเ็า
ในตอนนี้เขาเห็นทัศนคติที่คนทั่วไป มีต่อซือเจิ้นเฉียงแล้ว ซือเจิ้นเฉียงไม่สามารถปกครองกวนซานได้เลย ดังนั้นเขาจึงต้องลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน ผมผู้ว่าการเสวี่ย ผมไม่รู้คุณมีเื่อะไรจะเรียกร้อง แต่มั่นใจได้ว่าทางเทศมณฑล จะให้ความสำคัญ และจะดำเนินการอย่างยุติธรรม ผมจะไม่ปล่อยคนเลวให้ลอยนวลอยู่ในเทศมณฑลแน่นอน หากคุณมีข้อเท็จจริงหรือเอกสารใดๆ ส่งเื่ไปที่เทศมณฑล พวกเราจะเ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดการและอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ตอนนี้รองนายกถังอยู่ที่นี่แล้ว เรากำลังมีประชุมใหญ่ หวังว่าทุกคนจะสงบสติอารมณ์และกลับไปก่อน ทางเทศมณฑลจะต้องทำให้ทุกคนพอใจได้แน่นอน”
อย่างไรก็ตามสิ้นเสียงเสวี่ยเหวินหลง ก็มีคนโพล่งขึ้นว่า “ผู้ว่าการเสวี่ย คุณสติเพี้ยนไปแล้วหรือ คุณคิดว่าพวกเราไม่รู้หรือ ว่าคุณเป็คนที่หนุนหลัง ซือเจิ้นเฉียง เป็ไปไม่ได้ที่คุณจะดำเนินการด้วยความเป็ธรรมลงโทษคนของตัวเอง และครั้งนี้คนที่ควรจะได้รับรางวัลนั่น ก็ควรเป็ นายกหลิว กับ รองเลขาธิการฉิน ไม่ใช่ซือเจิ้นเฉียงกับหู่กวงหยวน อย่าคิดว่าพวกเราโง่ ถ้าคุณไม่มีคำอธิบายที่ดีพอ พวกเราจะยอมไม่กลับไป!”
หลังจากที่เสวี่ยเหวินหลงได้ยิน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาต้องพยายามข่มความโกรธเอาไว้ไม่ให้ะเิออกมาต่อหน้า ถังเจี้ยนกั๋ว
ทั้งสองฝ่ายนั้นเลือกที่จะเผชิญหน้ากันแล้ว
แต่จู่ๆ ก็มีคนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “นายกหลิวมาแล้ว นายกหลิวมาที่นี่แล้ว!”