นี่เป็ครั้งแรก นับั้แ่แอนสูญเสียครอบครัวไป ที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับการรับใช้เยี่ยงเ้านายจริงๆ อลันเข้ามาดูแลและจัดการเพิ่มเงินค่าจ้างให้เมดขึ้นเป็อีกระดับ และแน่นอนว่าเขาต้องฝึกพวกนางให้ทำงานมีมาตรฐานมากขึ้น ความสะอาดคืออันดับ 1 ไม่ว่าจะห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องนอน ผ้าปูและม่านต้องมีการซักและตากแดดเสมอ
รองลงมาคืออาหารการกินของเ้านายอย่าให้ขาด เช้า กลางวัน ของว่างยามบ่าย และเย็น แต่ห้ามจัดอาหารมื้อดึกให้เพราะจะเสียสุขภาพ และทุกมือต้องมีพืชผักสวนครัว อาหารย่างให้ตัดส่วนที่ไหม้เกรียมทิ้งและห้ามทุกคนในบ้านตระกูลฟีลด์กินส่วนที่ไหม้นั้นด้วยเช่นกัน การจัดโต๊ะอาหารจะจัดแบบโรงแรม ผ้ารองมีดและช้อนส้อมจะต้องห่อและพับให้สวยงาม ตะเกียงเชิงเทียนนอกจากตามส่วนต่างๆของตัวอาคารแล้ว เทียนบนโต๊ะอาหารต้องมีตลอด
คนสวนมีการจ้างเพิ่มโดยให้คนสวนเดิมเป็หัวหน้าดูแลเพื่อตอบแทนที่รับใช้ภักดีมาั้แ่รุ่นของพ่อนาง พวกเมดสาวๆ เหนื่อยแต่ก็สนุกสนานมากขึ้น แม่จะเคร่งระเบียบในบ้าน แต่เวลาพักอลันจะชวนพวกนางคุยให้หัวเราะกันตลอด
แอนซดชาดอกคาโมมายที่อลันชงมาให้โดยนั่งซดที่โซฟาข้างๆอลัน แต่นางกินของร้อนลำบาก อลันจึงถือแล้วเป่าให้ จากนั้นก็ยื่นป้อนให้ซดทีละนิด
แอนหน้าแดงมาก เพราะอลันชายรูปงามที่ร่างกายสัดทัดแข็งแรง อลันเคยช่วยชีวิตนาง แถมมากด้วยความสามารถกำลังนั่งป้อนชาร้อนให้ใกล้ๆ ปากนางซดชา แต่ตาเหลือบขึ้นมามองอลันจนเพลินไม่รู้ตัว
“นายหญิงชาหมดได้สักครู่แล้วครับ ท่านกำลังซดแก้วเปล่า ถ้า้าเพิ่มข้าจะเตรียมให้อีก”..อลันก้มลงมามองแล้วยิ้ม
“อ...อ่อ..เอ่อ...ค่ะ.....อ่า..ไม่ต้องแล้วค่ะ ถ้วยเดียวพอแล้ว..!!..”...แอนลนลานหน้าแดงกว่าเดิมจากการสบตากับอลันตรงๆแถมยังแสดงว่าเงอะงะโก๊ะกังออกไปอีก ตอนนี้ทั้งเขินทั้งอาย
แอนนั่งทำงานต่อ อลันจัดรวบรวมชุดเอกสารให้เป็ระเบียบ แล้วช่วยอ่านกับตรวจเช็คให้ ก่อนจัดชุดให้แอนเตรียมเซ็น ..แอนทำงานได้ราบรื่นขึ้น แต่นางก็ผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ชาดอกคาโมมายทำให้นางผ่อนคลายจนหลับจากการเหนื่อยล้า อากาศเย็นที่นี่ไม่เหมือนไทยที่เขาจากมาที่แม่งร้อนทั้งปีทั้งชาติ เขาว่ากันว่าสมัยแม่ของเขาตอนเด็กๆยังมีหนาวจนตัวสั่นหรือต้องสวมเสื้อหนาๆ ห่มผ้าหลายชั้นแล้วนอน แต่มายุคเขามีแต่ร้อนน้อย ร้อนปลานกลางร้อนมาก และเย็นสบายๆ 3-4 วันใน่สิ้นปีแค่นั้น อลันนึกแล้วก็หัวเราะ จากนั้นอุ้มแอนออกจากโต๊ะทำงานไปที่ห้องนอน จัดการถอดรองเท้าของเครื่องแบบ ถอดเสื้อชั้นนอกของเครื่องแบบออกแล้วแขวน เอาน้ำอุ่นในอ่างทองเหลืองเช็ดเท้าให้ก่อนจะห่มผ้าให้นอนทั้งที่ยังบ่ายอยู่
[นายหญิงเรานี่ หลับแล้วเหมือนเด็กๆ เลย ... อืม...ก็เด็กนี่เนาะ เธอแค่ 14-15 เองนี่ ไหนจะต้องรบ ไหนจะต้องบริหารเมือง ตามจริงเธอควรเรียนการบ้านการเรือนแล้วแต่งงานออกไปเมื่อโตเต็มสาว ช่างน่าสงสารจริงๆ]…อลันลูบผมแอนเบาๆ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องนอนของแอนที่เปิดไว้ดังขึ้น สเมลมายืนอยู่ได้สักพักแล้วเคาะเรียก
“เ้านายของเรา ดูๆ ไปก็น่ารักใช่มั้ยล่ะ?”...สเมลยิ้ม
“อ่า..เอ่อ..ก็ใช่ๆนาง...เหมือนเด็กๆ เลย..ฮ่ะๆ”....อลันรีบลุกออกจากข้างเตียงมีทีท่าเลิกลัก
“ถึงกับทำให้วีรบุรุษของเราไม่รู้ตัวว่าพ่อค้าร่างตุ้ยนุ้ยอย่างข้ามาถึงตั้งสักพักได้นี่ ดูท่าเ้านายเราจะไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ในฐานะสุภาพสตรี”...สเมลเบะปากเป็เชิงแหย่อลัน
“ว่าแต่...ท่านมามีธุระอะไร หรือแค่มาเยี่ยม ข้าจะจัดของว่างให้”...อลันรีบเปลี่ยนเื่แล้วพาสเมลออกมานอกห้องก่อนปิดประตูบานใหญ่ให้แอน
“คือ...ในเมืองมีปัญหาแล้วน่ะสิ”
“ปัญหา?..ต้องปลุกนายหญิงมั้ย?”
“ไม่ๆข้ามาตามเ้าไปช่วยน่ะ อลัน”
ในเมืองที่กำลังบูรณะ นอกจากช่างก่อสร้างแล้ว ก็มีช่างต่างๆเข้ามาทำงานกันจนในเมืองวุ่นวาย ร้านอาหารที่เคยปิดไปยามมีศึกตอนนี้ก็กลับมาเปิดอีกครั้ง สำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์และเบื่ออาหารที่ทางการแจกจ่าย ทหารต่างเมืองเข้ามาควบคุมพื้นที่เพื่อช่วยทางซเปลอำนวยความสะดวก แต่การที่จากบ้านมาไกลนอกจากเหนื่อยล้าแล้วก็ยังมีความ้าทางเพศอีกด้วย
แต่เมืองนี้ไม่มีผู้หญิงมากพอให้เกี้ยวพาราสี ทำให้เป้าหมายตกไปอยู่ที่โรงแรมในตัวเมือง ที่แห่งนี้มีผู้จัดการโรงแรมที่ทำงานเบ็ดเตล็ดจิปาถะั้แ่รับแขกเช็คอินไปจนทำความสะอาดช่วยกันกับเหล่าเมดของโรงแรมเพราะคนไม่พอ ยิ่งตอนนี้เหล่าพ่อค้าเ้าของกิจการผู้รับเหมาต่างๆในการซ่อมบำรุงเมืองต่างพากันมาพักที่นี่ ทำให้วุ่นวาย
เสียงเอะอะโวยวายยังไม่จบสิ้น เมื่อเหล่าบรรดาทหารเริ่มก่อปัญหา เริ่มจากเอามือลูบก้นเวลาผู้จัดการโรงแรมเดินผ่าน เรียกมาพูดคุย แต่นางต้องขอตัวไปทำวานหากไม่มีอะไรสำคัญเพราะคนไม่พอ แต่เหล่าทหารที่นำโดยนายกองหนุ่มฉุดดึงผู้จัดการนางนี้มานั่งตักแล้วพยามหอม ซึ่งนางก็ร้องขอให้คนช่วยแต่ยังไม่มีใครช่วยได้
ตอนนี้นางนั่งบนตักของหัวหน้ากอง แล้วพวกทหารดื่มกันกันอย่างสนุกสนาน มือหัวหน้ากองลูบจับที่ต้นขาบ้าน ลูบสีข้างลำตัวบ้าง พยามจะจับอกหลายครั้งแต่นางพยามป้องปิด จนต้องจับก้นแทนเพราะจับได้ง่ายที่สุด
แกร่ก..
ประตูเปิดเข้ามา
“ทางนั้นไง”...สเมลชี้ให้อลันดูต้นตอของปัญหา
อลันเดินมาคนเดียว แล้วหยุดที่โต๊ะนี้
“รบกวนท่าน....”...อลันเหลือบดูเครื่องแบบแล้วค่อยกล่าวต่อ..“ท่านนายกอง ช่วยปล่อยนางให้ไปทำงานต่อจะได้หรือไม่”
“เ้าเป็ใคร บริกรของโรงแรมเหรอ?”...นายกองกระชากเสียงถาม
“คือ..ข้าเป็พ่อบ้านตระกูลฟีลด์ของไวเคานเตสแอนครับ”
“แล้วพ่อบ้านของไวเคานเตสมายุ่งอะไรกับทหารของท่านมาร์ควิสอีเดี้ยน ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ไปให้พ้นไป!”
“ตกลง...จะไม่ปล่อย?”...อลันเปลี่ยนน้ำเสียง จากเสียงนอบน้อมเป็เสียงเ็า
“ไอ้นี่นี่...”....หทารคนที่นั่งริมนอกสุดลุกขึ้นมาเอามีดสั้นจ่อที่อลัน
ปึ้ง!!
มือซ้ายอลันบิดข้อมือข้างที่ถือมีดของทหาร มือขวากดข้อศอกทหารแล้วบิดกดลงจนหน้าทิ่มโต๊ะอาหาร
เคร้ง...มีดหลุดลงพื้น อลันเอาเท้าเขี่ยมีดไปไกลๆ
ทหารอีก3-4 คนลุกขึ้นแต่นายการห้ามไว้ ก่อนจะขยำก้นผู้จัดการโรงแรมแรงหนึ่งทีแล้วลุกขึ้น
“เ้าคงเป็วีรบุรุษแห่งซเปลที่เขากล่าวขวัญกัน มาสิ ข้าอยากรู้ว่าหน้าอ่อนๆ อย่างเ้า ได้ชื่อนั้นมาเพราะดวงหรือเพราะฝีมือ”...นายกองชี้นิ้วโป้งไปยังนอกโรงแรม
อลันเดินตามออกมา ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันบนถนนจนคนพากันมุงดู ทุกที่ที่มีคนตีกัน แม่จะเดือดร้อนอันตราย แต่ผู้คนชมชอบที่ตะชมดู ยิ่งเป็ยุคหรือโลกที่ความบันเทิงมีไม่มากแล้ว การต่อสู้จึงเป็ความบันเทิงหลักไม่แพ้ที่โรงละคร
“หืม....นั่นอะไรน่ะ?”...องค์ชายเดินมากับองค์รักษ์
