บทที่5 หม่าฉือ
ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมหนึ่งบุรุษและหนึ่งชายชราอยู่อย่างล้นหลาม คำพูดที่ชายชราได้กล่าวออกมาในตอนท้ายนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงมาในใจของผู้คนในที่แห่งนี้
“เมื่อครู่ข้ามิได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยถามฝูงชนที่ยืนอยู่รอบข้าง เถ้าแก่เฒ่าร้านนั้นบอกว่า ชายหนุ่มผู้นี้คือผู้ฝึกยุทธ์ ระดับราชันย์ยุทธ์งั้นรึ”
“ข้าได้แอบใช้อาวุธวิเศษตรวจดูอายุของชายหนุ่มผู้นี้แล้วไม่ว่าจะมองยังไงอายุของชายหนุ่มไม่มีทางเกิน1000ปีเป็แน่แท้ จะต้องเป็อัจฉริยะระดับใดกันถึงสามารถเป็ราชันย์ยุทธ์ภายใน1000ปีได้”
ในดินแดนถงเทียนแห่งนี้มีวิธีการสังเกตุอายุของผู้ฝึกยุทธ์อยู่2วิธีคือ อย่างแรกใช้อาวุธวิเศษตรวจสอบแต่วิธีนี้อาจตรวจสอบได้ไม่ตรงตามที่ควรหรือหากเจอจอมยุทธ์ระดับสูงบางทีอาจตรวจไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
วิธีที่สองคือการตรวจสอบจากกระดูกวิธีนี้เป็วิธีที่ดีที่สุดในการหาอายุที่แท้จริงและมักจะใช้กันในตอนคัดเลือกศิษย์
เมื่อผู้คนโดยรอบได้ยินสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูดออกมาทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่ชายหนุ่มในชุดคลุมดำอย่างพร้อมเพรียงกัน
ชายผู้นั้นก็คือหลินตงนั่นเองในเวลานี้ชายหนุ่มได้ตอบกับชายชราเบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เถ้าแก่ท่านเป็ผู้ใดกันแน่ การที่ท่านคาดเดาถึงระดับการฝึกยุทธ์ของข้าออก ตัวตนของท่านคงไม่ไร้ชื่อเสียงเป็แน่”
บทสนทนาของชายหนุ่มราวกับสายฟ้าฟาดรอบที่สองใส่ฝูงชนโดยรอบ
“นะ….นี่ ระดับราชันย์ยุทธ์ จริงๆ ชายหนุ่มผู้นั้นเป็ระดับราชันย์ยุทธ์จริงๆ รึ” ผู้คนที่รายล้อมอยู่รอบๆ บ้างก็ใ บ้างก็ตื่นกลัว คงจะมีแต่ตัวตนระดับสูงของเมืองนี้เท่านั้นที่ยังคอยดูท่าทีต่อไป
ในตอนนี้เองเถ้าแก่ร้านเบื้องหน้าชายหนุ่ม ก็ส่งยิ้มยั่วยวนกวนบาทามาอีกครั้ง “ไม่ว่าเ้าจะอยากซื้อหรืออยากถามอะไร ข้าก็บอกได้เพียงไสหัวไปให้พ้น นอกจากเ้าจะประลองยุทธ์กับข้าและชนะข้าเสีย เ้ากล้าหรือไม่”
“ตาเฒ่าผู้นี้เหตุใดทำนิสัยท้าตีท้าต่อยไม่สมกับอายุเอาเสียเลย” ชายหนุ่มได้แต่พึมพำอยู่ในใจ
"ตามประสงค์ของท่านเลยเถ้าแก่ จากการคาดเดาของข้าท่านก็คงมิธรรมดาอย่างตาเห็นเช่นกัน
เราจะประลองกันที่ใดละเถ้าแก่ขืนประลองกลางจตุรัสนี้มีหวังเมืองได้พังเป็แน่แท้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายชราจึงเอ่ยตอบ “เราจะประลองกันบริเวณชายป่าโบราณที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองยอดศิลามากนัก” หลังจากพูดจบชายชราก็หายตัวไปโดยไม่ทันให้ชายหนุ่มเอ่ยถามอันใดอีก
“เฮ้อ เหตุใดการซื้อแร่ลมปราณของข้าถึงกลายมาเป็เช่นนี้ได้นะ ทางนายเหนือหัวของเมืองนี้คงจะเห็นสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว”
“จบเื่นี้หวังว่าข้ากับนายเหนือหัวของที่นี่คงไม่ต้องต่อสู้กันอีกจะเป็อันดีที่สุด ตัวข้าแค่อยากได้กองกำลังและอาจารย์ในสำนัก แต่เหตุใดแค่เข้าเมืองมาไม่ถึงวันก็สร้างเื่ราวใหญ่โตซะแล้ว”
หลังจากที่ชายหนุ่มถามผู้คนรอบๆ ถึงเส้นทางไปยังป่าโบราณ ในเวลาไม่เกินหนึ่งก้านธูปชายหนุ่มก็มาถึงที่นัดหมาย
ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็อย่างยิ่ง แม้จะยืนอยู่เพียงชายป่าแต่ชายหนุ่มกับรับรู้ถึงลมปราณ ธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
เบื้องหน้าของชายหนุ่มชายชราเถ้าแก่ร้านได้ลอยตัวรอประลองกับชายหนุ่ม มาพักหนึ่งแล้ว
ในระยะไม่ไกลจากทั้ง2 ผู้ฝึกยุทธ์ของเมืองยอดศิลาที่แอบมองเหตุการอยู่ในเมือง ต่างพากันมาดูการประลองอย่างตื่นเต้น “ระดับราชันย์ยุทธ์เชียวนะนี่เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นราชันย์ยุทธ์ตัวเป็ๆ”
ชายผู้หนึ่งได้เอ่ยขึ้น “ชายหนุ่มผู้นั้นมาจากนอกเมืองอย่างเห็นได้ชัด แต่เถ้าแก่ผู้นั้นอาศัยในเมืองของพวกเรามานานแล้ว ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเถ้าแก่ผู้นั้นจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์และเมื่อดูจากตอนนี้คงไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาอย่างแน่นอน”
เหล่าจอมยุทธ์โดยรอบต่างพากันวิเคราะห์ตัวตนของทั้งสองอย่างออกรส
ทันใดนั้นเองหินลมปราณใต้ผืนดินได้ปรากฏออกมานับร้อยก้อน ควบรวมกันเป็ศาสตราวุธนับร้อย ดาบ กระบี่ หอก ธนู ขวาน อาวุธต่างๆ ลอยขึ้นอยู่เื้ัของชายชรา
นะ…นี่จอมยุทธ์โดยรอบต่างพากันอ้าปากค้าง “นี่มันวิชายุทธ์ระดับใดกันสามารถควบคุมแร่ลมปราณและสร้างอาวุธลมปราณออกมา”
“เอ๋..ทำไมวิชานี้มันเหมือนกับวิชาลับของท่านผู้นำคนก่อนของ สำนักพันศาสตรา เลยละ ในเมืองยอดศิลาแห่งนี้สำนักพันศาสตราคือนายเหนือหัว แต่วิชาลับของสำนักกับถูกชายชราผู้หนึ่งนำมาใช้ท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ หรือชายชราจะเป็าุโคนใดของสำนักกัน”
ผู้คนต่างคิดกันไปต่างๆ นาๆ
ชายหนุ่มเมื่อเห็นวิชาที่ชายชราแสดงออกมา เืภายในกายก็เดือดขึ้นทันที ั้แ่ฝึกยุทธ์มานี่คือการต่อสู้ครั้งแรกของข้าสินะ
ไม่รอช้าชายหนุ่มได้สำแดงวิชามรรคที่ได้ฝึกฝนกับชายชรามาเนิ่นนาน
บึ้ม…..เื้ัของชายหนุ่มปรากฏเพลิงสีฟ้าลุกโชนก่อตัวเป็ัเพลิงขนาดใหญ่โตพาดขวางท้องฟ้า ไอร้อนจากเปลวเพลิงแพร่กระจายออกไปอย่างรุนแรงผู้ฝึกยุทธ์ที่มารอดูการต่อสู้ต่างพากันล่าถอยไกลออกไป
“นี่…ความร้อนระดับนี้ข้ามั่นใจได้เลยหากข้าไม่รีบออกมาจากบริเวณนั้นตัวข้าคงถูกเผาเป็จุนแน่” เมื่อเหล่าจอมยุทธ์ถอยออกมาถึงระยะปลอดภัยแล้ว ทุกคนต่างพากันจับจ้องไปที่ชายป่าโบราณ นี่จะต้องเป็การต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ1000ปีเป็แน่
……………………..
ชายชราที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มที่สุด ทันทีที่ชายหนุ่มสำแดงวิชามรรคออกมาสัญชาตญาณของชายชราได้รำร้องถึงอันตรายอย่างถึงขีดสุด
“ความร้อนระดับนี้สงสัยวันนี้ข้าคงเจอของแข็งเป็แน่แท้”
ไม่รอช้าหนึ่งชายหนุ่มหนึ่งชายชราต่างสำแดงวิชามรรคโจมตีเข้าใส่กัน อาวุธลมปราณนานาชนิดที่ลอยอยู่บนฟากฟ้าต่างกระจายตัวออกไปล้อมรอบชายหนุ่ม ชายชราโบกมือลงอาวุธทั้งหมดได้โจมตีใส่ชายหนุ่มจากทุกทิศทาง
เนื่องจากอาวุธที่โจมตีชายหนุ่มนั้นถูกสร้างจากแร่ลมปราณต่างชนิดกัน ทำให้ธาตุของอาวุธนั้นๆ แตกต่างกันไปด้วย นี่จึงเป็เื่ยากจะรับมือจากการโจมตีครั้งนี้ของชายชรา
แต่ไม่ทันที่อาวุธจะได้เข้าใกล้ชายหนุ่ม ัเพลิงที่อยู่ด้านหลังของชายหนุ่มก็ได้สำแดงเดช ร่างเพลิงของันั้นแปรเปลี่ยนเป็พายุเพลิงอันร้อนแรงล้อมรอบชายหนุ่มและหลอมละลายอาวุธทั้งหมด
ชายชราที่เห็นภาพเบื้องหน้าได้แต่อ้าปากค้าง
“นะ..นี่มันเื่บ้าบออันใดกัน เปลวเพลิงสีฟ้านั่นมีอำนาจทำลายล้างถึงขนาดนี้เชียวหรือ”
ไม่รอให้ชายชราคิดจบ เปลวไฟได้จับตัวเป็ัอีกครั้งและโจมตีใส่ชายชรา
ตู้ม….จากการโจมตีที่ไม่ทันได้ตั้งตัวชายชราทำได้เพียงใช้แร่ลมปราณจากผืนดินมารับพลังทำลายส่วนใหญ่ไว้ ร่างของชายชรากระเด็นออกไปไกลฝุ่นควันตลบ อบอวล
ผู้ฝึกยุทธ์ที่เฝ้าดูจากระยะไกลต่างพากันอ้าปากค้าง กดข่มระดับราชันย์ยุทธ์ด้วยกันได้ง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ เมื่อฝุ่นควันหายไปชายชราผู้หนึ่งก็ได้อุทานออกมา “นั่น…นั่นมัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าผู้คนต่างพากันมองไปบริเวณที่ฝุ่นควันจางหายไป ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดปรากฏร่างร่างหนึ่งซึ่งแต่เดิมเป็ร่างของชายชรา
แต่บัดนี้ร่างของชายชรากำลังโดนหลอมละลายออกไปและปรากฏให้เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่หน้าตายั่วยวนกวนบาทา เมื่อใบหน้านี้ปรากฏเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายต้องอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ทะ…ท่านเ้าสำนัก”
หลินตงที่ประชันหน้ากับชายชราอยู่นั้น เมื่อหมอกควันจางหายไปกลับพบว่าอีกฝ่ายใส่อาวุธวิเศษในการปลอมแปลงตัวตนอยู่ั้แ่ต้น บัดนี้เมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของคู่ต่อสู้ชายหนุ่มก็อดประหลาดใจไม่ได้
ที่แท้เ้าก็ปลอมตัวอยู่นี่เอง
“เ้าเป็ผู้ใดกันบอกชื่อเสียงเรียงนามของเ้ามาให้สมกับเป็จอมยุทธ์เสียเถิด”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ตัวข้ามีนามว่า หม่าฉือ ตัวตนของข้านะหรือ ก็ต้องเป็ เ้าสำนักพันศาสตรายังไงล่ะ”
ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“เ้าสำนักงั้นรึ ตามที่ข้าเข้าใจนอกจากสามเมืองใหญ่แล้วก็ไม่มีเมืองใดมี ราชันย์ยุทธ์ ไม่ใช่หรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เ้าได้ใช้สมองคิดก่อนถามหรือไม่ แล้วตัวเ้าไม่ได้เป็ราชันย์ยุทธ์งั้นรึ ราชันย์ยุทธ์ของสามเมืองใหญ่ข้าจำได้ทุกคนแต่ในนั้นไม่มีเ้าแน่นอน เ้าก็มิได้อยู่ในสามเมืองใหญ่ยังเป็ราชันย์ยุทธ์ เหตุใดผู้อื่นจะเป็บ้างมิได้”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็บ่นอุบอยู่ภายในใจ “ซินแสเฒ่าแม้ว่าท่านจะจากไปไกลแสนไกลแต่ก็ไม่วายที่จะแกล้งข้าสินะ”
เมื่อคิดเช่นนี้ใบหน้าของชายชราที่กำลังหัวเราะใส่ตนก็ลอยเข้ามาในหัว วันใดที่ข้าเจอท่านข้าจะบ่นให้ท่านฟังสักร้อยปีเ
ลยซินแสเฒ่า
“เฮ้ยๆๆๆ เ้านะมัวคิดอะไรอยู่เรามาต่อกันเถอะ”
จากผู้เขียน:ตอนนี้ผมพยายามอธิบายถึงความเป็มาหลายๆ อย่างใน่แรกของเื่นะครับ ขอบคุณที่ติดตามกระผมมานะครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio