The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 38 ขอแค่ฝัน(รีไรท์)

         เด็กหนุ่มก้าวออกจากห้อง เขาได้ยินเสียงกลุ่มคนเฮฮา  อันฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน 


    “ นี่มันเสียงคุณลุง  คุณป้า  น้าเดชและยัยจันนี่นา ” น้ำหยดน้อยเริ่มคลอที่ขอบตาของมาวิน  เพราะบุคคลที่แสนอาลัยได้มารวมตัวกันที่นี่



         มาวินค่อยๆเดินไปยังทิศทางที่เกิดเสียง  ด้วยกลัวว่าถ้าเข้าหาเร็วเกินไป  ทุกสิ่งจะสูญสลาย  แม้เป็นเพียงความฝัน  เขาก็ยินดีจะอยู่กับมัน  เพราะนี่คือสุดยอดปรารถนา


    “อึกๆ ” มาวินเดินไป  ก็ร้องไห้ไป  ท่าทางไม่ผิดไปจากเด็กน้อยขี้แง  เมื่อถึงห้องโถง  ก็พบกับบุคคลที่ถวิลหา  ทั้งสี่คนกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวบนพื้น  อึดใจต่อมา  พวกเขาก็หันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว


    “อ้าว  เจ้าหนูร้องไห้ทำไม  จันแกล้งแกอีกแล้วเหรอ ” คุณลุงหันไปถามจัน  ซึ่งเป็นลูกสาวของตัวเอง


    “เอ๊ะ  เปล่านะ  หนูไม่ได้ทำ  แล้วตกลงนายร้องไห้ทำไม ” จันปฏิเสธ  ก่อนจะถามเด็กหนุ่ม


    “อึกๆ ” มาวินพูดไม่ออก  เขาได้แต่สะอึกสะอื้น ดวงตาเลื่อนมาจับที่จัน  ทำให้เด็กสาวร่างสูงเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเอง  เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องทัก


    “ไอ้หลานตัวแสบ  ทำไมถึงขี้แงแบบนี้ ”



         มาวินหันไปมองเจ้าของเสียง  ก็พบว่าเป็นชายวัยกลางคนร่างผอมสูง  ผมยาวสีดอกเลายุ่งเป็นกระเซิง  ใบหน้าหงิกๆดูโรคจิต  แต่ในดวงตาใต้แว่นทรงกลมกลับแฝงแววอาวรณ์


    “น้าเดช  ใช่น้าจริงๆด้วย ” มาวินอุทานเบาๆ  เขาจ้องคุณน้าตัวแสบไม่วางตา


    “เออ  ชั้นเอง  ตกลงแกเป็นอะไรกันแน่วะ  เจ้าหลานรัก ” น้าเดชจ้องกลับ  ท่าทางวิตก  ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่  เสียงใสๆที่อ่อนโยนของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้น


    “ลูกวินเป็นอะไรไปเหรอ  ทำไมถึงร้องไห้แบบนั้น”



         เจ้าของคำพูดเป็นหญิงวัยกลางคนร่างเล็ก  รูปหน้าและดวงตาดูคล้ายจัน  เด็กหนุ่มไม่อาจเอ่ยคำใด  ใบหน้าดูกึ่งยิ้มกึ่งเศร้า  ครู่หนึ่ง  น้ำตาก็ไหลพรากอาบสองแก้ม


    “คุณแม่ ”


    “ใช่  แม่เอง  ลูกวินเป็นอะไร  เล่าให้ฟังหน่อย ” หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อนโยน  มาวินจึงรีบถลาเข้าไปกอด  ปากก็พล่ามพูดอยู่ประโยคเดียว


    “แม่ครับ ”



         ทุกคนมองมาที่มาวิน  ไม่นาน  พวกเขาก็คลายความสงสัย  เหลือเพียงความสงสาร


    “แม่ครับ  ผมฝันร้าย  ผมหลุดเข้าไปในโลกของเกม  ต้องแยกจากทุกคน  ผม….. ”มาวินพรั่งพรูถึงความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ในใจจนหมดเปลือก  มันเป็นอะไรที่เก็บไม่อยู่


    “ไม่เป็นไร  ตอนนี้ลูกอยู่กับพวกเราแล้ว ”หญิงวัยกลางคนโอบกอดมาวิน  พร้อมปลอบประโลมแผ่วเบา



        มาวินกอดหญิงวัยกลางคนที่เรียกว่า"แม่" อยู่พักใหญ่  เขาก็คลายโศก แล้วเวลาแห่งความครื้นเครงก็กลับคืน


    “เฮ้ย  เจ้าหนู  ขืนเอาแต่ร้องไห้แบบนี้  สาวๆจะไม่ชอบนะ ” พ่อของจันตบไหล่มาวินแรงๆ  จังหวะนั้นเอง  เขาก็แอบเหล่ไปทางลูกสาวเป็นเชิงบอกใบ้



         พอสองหนุ่มสาวทราบความนัย  มาวินก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย  ส่วนจันแม้ไม่ได้หลบตา  แต่ก็โวยกลับด้วยใบหน้าที่แดงนิดๆ


    “พ่อก็พูดเกินไป  อย่างเจ้าหมอนี่  สาวที่ไหนจะมาหลงรัก  ถึงไม่ขี้แง  ก็ไม่มีใครเอาหรอก ”


    “ฮะๆ  งั้นเห็นที  ต้องขอให้ลูกช่วยดูแลเจ้าหนูก็แล้วกัน ”ผู้เป็นพ่อแหย่กลับ


    “เชอะ  ไม่เอาหรอก  ใครจะเอาเจ้างี่เง่านี่มาเป็นภาระ ”เด็กสาวเชิดหน้าสูง  ปากก็ปฏิเสธแบบเหยียดๆ


    “มันจะมากไปแล้วนะ  ยัยผู้หญิงบ้าพลัง  คลุ้มคลั่งแบบเธอ  ก็ไม่มีใครเอาเหมือนกันแหละ ”มาวินเริ่มขึ้นเสียงบ้าง  เพราะทนไม่ไหวที่ถูกหยาม


    “หน็อย....ไอ้ลิงหัวเขียว ” จันลุกขึ้นยืน  ท่าทางเหมือนจะเตรียมเข้ามาซัดเด็กหนุ่ม


    “กลัวรึไงเล่า ” มาวินลุกขึ้นยืนบ้าง  แต่ท่าทางเหมือนแอบเกรงเด็กสาวอยู่นิดๆ  เพราะตั้งแต่เล็กยันโต  เขาไม่เคยชนะจันเลย


    “ เอาน่า  กินข้าวดีกว่า  อย่าทะเลาะกันเลย ” คุณแม่ของจันรีบห้ามทัพโดยเร็ว ด้วยความเกรงใจ  วัยรุ่นทั้งสองจึงยอมวางมือ  แล้วกลับมาประจำที่เดิม


    “ ฮ่าๆ  วันนี้สนุกเป็นบ้าเลย ” พ่อของจันหัวเราะเสียงดัง ทว่าทุกคนกลับหันมามองแปลกๆ  ทำนองว่าทะเลาะกัน  มันสนุกตรงไหน


     

        เมื่อเหตุการณ์สงบ  ทุกคนก็กินข้าวต่อ  สำรับอาหารประกอบไปด้วยลาบหมู  ต้มยำกุ้ง  เกาเหลาลูกชิ้น  ปลาร้าหลน  แม้เป็นเพียงอาหารพื้นบ้านง่ายๆ  แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มน้ำลายสอ


    “ ว้าว  ไม่ได้กินอาหารบ้านเรามาตั้งสองเดือนแล้ว ” 


    “ เอ๋…..” ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน  ทำให้เด็กหนุ่มต้องรีบแก้เกี้ยว


    “ หมายถึงสองเดือนแล้วที่ไม่ได้กินของโปรดแบบนี้” 


    “ แต่เมื่อสองอาทิตย์ก่อน นายเพิ่งกลับมากินข้าวที่บ้านชั้นนี่” จันทักท้วง 


    “ อ๋อ  งั้นชั้นคงจำผิดไป  เหอๆ ” มาวินเกาหัวแกรก  พลางแสร้งหัวเราะโง่ๆ 


    “ ช่างมันเถอะ  รีบกินกันดีกว่า  เดี๋ยวเจ้าเดชกวาดหมดซะก่อน ” พ่อร่างยักษ์บุ้ยปากไปยังคุณน้าสติเฟื่องที่กำลังก้มหน้าก้มตาสวาปามแบบไม่เกรงใจใคร 


    “ ครับ(ค่ะ) ” ทุกคนรับคำโดยพร้อมเพรียง  จากนั้นก็จัดการกับอาหารในวง


    “ เล็งลาบหมูก่อนเลย” มาวินพุ่งเป้าไปที่ลาบหมูที่คลุกพริกป่นและข้าวคั่วจนมีสีสันน่ารับประทาน เมื่อตักเต็มคำ  เขาก็ยัดช้อนเข้าปาก


    “ อ่ำ ”



        ทันทีที่อาหารสัมผัสลิ้น  เด็กหนุ่มก็รู้สึกถึงรสขมขื่นที่ชวนอาเจียน


    “ อ้วก  อะไรกันเนี่ย  ปรุงผิดสูตรรึไง ” มาวินรีบวิ่งไปอ้วกที่มุมห้อง    


    “ ฮ่าๆ  เป็นอะไรไป  มาวิน ” ทุกคนหัวเราะลั่นด้วยความขบขัน 


    “ ยังจะมาหัวเราะอีก  ลาบนั่นมันขมจนกินไม่ได้เลย ” มาวินหันมาโวย  ท่าทางโมโหอย่างจริงจัง 


    “ ฮะๆ  ไม่เป็นไร  งั้นลองเกาเหลานี่สิจ๊ะ ” คุณแม่ของจันหัวเราะร่วน พลางยื่นถ้วยอาหารให้


    “ อื้อ  ครับ ” มาวินดูสงบลง  เพราะในยามที่หญิงวัยกลางคนออกตัว  เขาจะว่านอนสอนง่ายขึ้นมาทันที  พอรับถ้วยอาหารมา  เด็กหนุ่มก็ก้มลงมอง  จากนั้นก็ทิ้งมันไปที่พื้น


    “ เพล้ง ”



        ถ้วยกระเบื้องแตกกระจาย  สิ่งที่อยู่ข้างในกระเด็นออกมา ทว่าลูกกลมๆกลับไม่ใช่ลูกชิ้นธรรมดา  แต่เป็น…ลูกตาของมนุษย์ 


    “ นี่มันไม่ใช่ลูกชิ้นนี่นา แต่มันคือ……” มาวินตะโกนสุดเสียง  ท่าทางเสียขวัญ  เขาจ้องไปยังลูกตาที่กลิ้งไปมา  ราวกับว่ามันมีชีวิต 


    “ ใช่แล้วจ้ะ  มันคือลูกตาคนไง ” หญิงวัยกลางคนตอบยิ้มๆ 


    “ ฮ่าๆ  นายไม่เคยกินลูกชิ้นตาคนรึไง ” ทั้งจันและพ่อร่างยักษ์ต่างพากันหัวเราะ



        อาการวิปริตดังกล่าว  ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวถึงกับหน้าถอดสี ในใจเกิดความหวาดกลัวสุดขีดจนสตั้นไปชั่วขณะ  พอรู้สึกตัว  ก็รีบดึงน้าเดชที่กำลังยุ่งกับการกินอาหาร


    “ น้าเดชหนีเร็ว  ทุกคนเพี้ยนไปหมดแล้ว ”



        น้าเดชค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา  แต่แทนที่จะเป็นใบหน้าของชายวัยกลางคน กลับกลายเป็นโครงกระดูกเหี่ยวแห้งที่มีเส้นผมประปราย ดวงตาลึกโบ๋จับจ้องมายังมาวิน  ซักพัก  กรามของอมนุษย์ก็ขยับขึ้นลง พร้อมเสียงเล็กแหลมที่ชวนสยอง 


    “ มีอะไรเหรอ  หลานวิน  เหอ  เหอ เหอ ”


    “ เหวอ  ทำไมน้าเดชถึงกลายเป็นแบบนี้ ” มาวินรีบถอยหนี  แต่ไปได้ไม่ไกล  แผ่นหลังก็กระทบกับวงแขนล่ำสัน  เด็กหนุ่มรู้ทันทีว่าสัมผัสนั้นเป็นของใคร  เขาจึงเอื้อมมือไปเกาะแขนแกร่ง  พร้อมร้องบอกด้วยอาการลนลาน


    “ คุณลุงหนีเร็ว!  น้าเดชกลายเป็นโครงกระดูกไปแล้ว ” มาวินกระตุกแขนสุดแรง เเต่ชายร่างใหญ่ไม่ตอบสนอง  ทำให้เด็กหนุ่มนึกสงสัย  พอหันกลับไปมอง  ยิ่งทำให้หลอนกว่าเดิม  เนื่องจากท่อนแขนที่เกาะกุมนั้นปราศจากร่างกาย


    “ อ๊าก! ”มาวินร้องเสียงหลง  ดวงตาเหลือกโปน แต่ทุกสิ่งยังไม่จบเพียงเท่านี้  ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา  ก็ประจักษ์กับร่างสูงใหญ่ของลุงผู้อารี  ผิดก็แต่ทั่วกายนั้นช้ำเลือดช้ำหนอง


    “ ไอ้หนู  เอ็งจะเอาแขนของลุงไปไหน ” 


    “ เหวอ  ไม่เอาแล้ว  จันหนีเร็ว ” มาวินโยนแขนข้างนั้นทิ้ง ก่อนหันไปคว้าข้อมือของจัน  เพื่อหวังจะพาหนีจากเหตุสยอง  ทว่าเพื่อนสาวกลับไม่ขยับ


    “ อย่าบอกนะ…เธอก็เป็นอีกคน ” มาวินหยุดชะงัก  จากนั้นก็ค่อยๆหันกลับไปมอง  สิ่งที่เห็นในอึดใจต่อมา  แทบทำให้หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ตาตุ่ม  เพราะใบหน้าของจันในยามนี้ดูขาวเนียนแบบแปลกๆ  มันละเอียดซะจนมองไม่เห็นดวงตา  จมูกและปาก


    “ ว้าก……. ” ถึงตอนนี้  เด็กหนุ่มเสียขวัญถึงขีดสุด เขาทรุดกายลงนั่งคุกเข่า  ดวงตาเหลือกลานกลอกกลิ้งไปมา  ส่วนสามปีศาจก็กำลังเดินเข้ามาหา


    “ ฮ่าๆ  ฮี่ๆ  จะไปไหนเล่า อยู่คุยกันก่อนสิ ” เสียงของสามปีศาจร้องเรียกเขย่าขวัญ ขณะที่พวกมันกำลังจะถึงตัว  หญิงวัยกลางคนก็วิ่งเข้ามาขวาง  ส่งผลให้เหล่าอมนุษย์หยุดชะงัก


    “ ไปให้พ้น  อย่าเข้ามาใกล้ลูกชั้น! ” คุณแม่ร่างเล็กตวาดก้อง ซึ่งก็ได้ผล  สามปีศาจเริ่มถอยหนี



        หลังจากอมนุษย์หายไป  หญิงวัยกลางคนก็ลงไปนั่งข้างมาวิน จากนั้นก็แตะหัวไหล่ของเด็กหนุ่ม  ปากก็กล่าวปลอบประโลม


    “ ไม่เป็นไรแล้วลูก  พวกมันไปหมดแล้ว ”



        มาวินเริ่มคลายความหวาดกลัว เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองหญิงวัยกลางคน  สิ่งแรกที่ได้เห็นคือรอยยิ้มที่อบอุ่น


    “ ขอบคุณครับ  แม่ ” เด็กหนุ่มยิ้มรับ  ดูเหมือนว่าความกลัวจะมลายหายไปจากจิตใจ


    “ ไม่เป็นไรจ้ะ” คุณแม่ผู้อบอุ่นปลอบโยนอยู่ไม่ขาด


    “ นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ ” พออารมณ์คลายลง  มาวินก็เอ่ยถาม  แต่คุณแม่ร่างเล็กยังคงยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น  ทำให้เด็กหนุ่มนึกสงสัย


    “ เอ่อ  คุณแม่เป็นอะไรไปครับ ”


    “ ไม่เป็นไรจ้ะ” หญิงวัยกลางคนตอบ  แต่เมื่อเธอพูดจบ ใบหน้าก็เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นมัมมี่ล้านปี ซ้ำร้ายกว่านั้น  ดวงตาทั้งสองข้างเกิดหลุดร่วงออกจากเบ้า


    “ คะ…คุณแม่ก็ปะ….เป็น ” มาวินผวาสุดตัว พลางถอยหนีสุดกำลัง  ปากก็กล่าวตะกุกตะกัก  คล้ายเด็กที่เพิ่งหัดพูด  ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจ  คราวนี้มันมากกว่าเดิมเป็นเท่าทวี


    “ ใช่แล้ว  แม่ก็เป็น  แล้วอีกไม่นาน  ลูกก็จะตามพวกเราไป  เหอ  เหอ เหอ ” คุณแม่ปีศาจกล่าวเนือยๆด้วยเสียงเยือกเย็น จากนั้นสามอมนุษย์ก็โผล่ขึ้นมาที่ด้านหลังของมาวิน ราวกับนัดกันไว้


    “ ไปอยู่กับพวกเราเถอะ……มาวิน ”  


    “ ม่าย……. ” มาวินร้องดัง  เขาก้มหน้าลง  สองมือยกขึ้นปิดหู  เพื่อหลีกหนีจากเหตุการณ์ที่ชวนสยอง



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน