อาจารย์ธีระ ผู้คุมการประลองดาบในครั้งนี้ได้เดินออกมาหน้าเวทีประลอง ได้พูดถึงกติกา การต่อสู้ด้วยการใช้ดาบ ซึ่งมีผู้เข้าประลองคัดเลือกทั้งหมด เพียง36คน
แล้วจับคู่สู้กันให้เหลือ 18 คน และ 9 คน เพื่อเป็ตัวแทนไปแข่งขันในครั้งนี้ โดยทั้งเก้าก็จะมีการต่อสู้กันแบบพบกันหมด เพื่อจัดอันดับเพื่อหาอันดับ 1 โดยมีศิษย์หลักอันดับ 1-3 ไม่ต้องทำการแข่งขันได้สิทธิไปแข่งขันที่เมืองนครได้ทันที เท่ากับว่า มีตัวแทนไปแข่งขันครั้งนี้ 12 คน ทุกคนฟังเข้าใจกันแล้ว อาจารย์ธีระ
ก็ให้ทุกคนมาจับสลากแข่งขัน โดยแบ่งการประลองออกเป็ 2 เวที พอจับสลากเสร็จแล้ว ใครได้คู่ที่แรกก็ขึ้นเวทีประลองได้เลย
รอบแรกคัดเหลือ 18 คน โดยที่กลุ่มของอาอู่ต่างก็สมัครแข่งขันกันทั้ง 5 คนอาอู่ได้ต่อสู้เป็คนแรก เวทีที่ 1
“ เริ่มได้ “ สิ้นเสียงประกาศของกรรมการ
คู่ต่อสู้ใช้ดาบคู่ ก็ควงดาบเข้าฟาดฟันอาอู่ ด้วยความรวดเร็ว อาอู่แค่ใช้ดาบเดียวฟันกลับไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน พอคู่ต่อสู้เห็นดาบที่ใหญ่กว่าแล้วก็ยาวกว่า
ฟาดมาที่หัว ก็ไม่กล้าที่จะจู่โจม เพราะก่อนที่จะเข้าใก้ลระยะดาบ คงโดนฟันหัวแบะก่อนแน่ จึงได้ใช้ดาบทั้งสองเล่ม มาต้านรับแทน เปรี้ยง! ดาบสองมือไม่อาจต้านทานดาบเดียวได้ ทำให้ดาบเดียวพาดผ่านมาที่หัวทันทีอาอู่หยุดดาบไว้ที่หัวของคู่ต่อสู้ไว้ได้ เพียงแต่ทิ้งรอบดาบเดียวไว้ที่หน้าผากเท่านั้น
“ อาอู่ชนะ” กรรมการประกาศทันที ส่วนคนเพื่อนคนอื่นๆ ก็สามารถ เข้ารอบ 18 คนมาได้ทุกคน รอบต่อไปเป็รอบเหลือ 9 คนสุดท้ายที่จะไปแข่งขันที่เมืองนคร
“ รอบที่สอง เริ่มได้” อาอู่ได้ขึ้นต่อสู้อีกครั้ง คราวนี้คู่ต่อสู้เป็ศิษย์หลักอันดับ4 ที่ดูไม่ธรรดา ใช้ดาบคู่อีกแล้ว อาอู่ชักดาบแล้วจับดาบด้วยมือเดียว จะลองดูว่า
มืออันดับ4 นั้นจะเก่งสักแค่ไหนกัน มือ4 ศิษย์เริ่มต้นก็ใช้ดาบแรกแหย่เข้ามาก่อน แล้วฟันซ้ายเข้ามาอย่างแรง อาอู่ใช้ดาบต้านทานด้านซ้ายอย่างสบาย
มือ 4 พยามเดินไปรอบรอบ อาอู่เปิดโอกาสให้ มือ4 เลยะโฟันเข้ามาทั้งสองดาบซ้ายขวาเข้ามาที่ลำคอข้างซ้ายของอาอู่อย่างเร็ว อาอู่แค่ขยับตัวก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าเยื้องไปนิดเดียว เท้าขวาของอาอู่ก็เสยไปที่ปลายคางของมืออันดับสี่คนนี้ พลั่ก ! ศิษย์อันดับ สี่ ก็ลงไปนอนเหยียดยาวกับพื้น ตาลอย กรรมการมองเห็นแล้ว
“ อาอู่ชนะ” แล้วรีบมาช่วยรักษาทันที
อาอู่ได้เข้ารอบ 9 คนสุดท้าย เป็คนแรกในกลุ่มเพื่อน ได้เป็1ใน12คนที่เป็ตัวแทนที่จะไปแข่งที่เมืองนคร รอบนี้กลุ่มของเทียน อีก 4 คนก็สามารถเข้ารอบได้เช่นกัน นี่เป็ความพยายามทั้งหมด ที่อาอู่ได้ช่วยฝึกซ้อมให้กับกลุ่มเพื่อนของเขาในครั้งนี้ จากนั้นก็มีการแข่งขันจัดอันดับ สุดท้าย อาอู่ก็ได้อันดับที่1 พี่เดชอันดับ2
พี่สิงห์อันดับ 3 พี่ฟ้าลั่นอันดับ 4 องค์ชายสาธิต อันดับ 5 อาจารย์ธีระได้ประกาศให้ทั้งหมดเตรียมตัว อีก 7 วันออกเดินทางไปที่เมืองนครศรีธรรมราช
อาอู่เรียกทุกคนมาฝึกซ้อมกันครั้งสุดท้าย อาอู่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาเพลงดาบตัดสายน้ำให้กับทุกคน
“ เคล็ดวิชาดาบที่จะสอนในวันนี้ทุกคนห้ามไปบอกใครทั้งสิ้น เพราะว่าหากคนฝึกนั้นไม่ใช่คนที่ดี จะทำให้เจตนาของผู้คิดค้นนั้นผิดหวัง เพราะวิชาดาบเดียวนี่มันมีอานุภาพที่ร้ายแรงมาก เคล็ดลับดาบเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุด
อันดับแรกคือจิตใจหากว่าเรามีจิตใจเข้มแข็ง กว่าคู่ต่อสู้เราจะมีชัยไปกว่าครึ่ง กลับกันถ้าหากเรามีความกลัวมันจะทำให้แพ้ก่อนที่จะต่อสู้เสียอีก
อันดับต่อมาคือการใส่พลังเข้าไปในดาบเพื่อให้เป็หนึ่งเดียวกัน วิธีนี้เริ่มต้นพวกเ้าต้องตีดาบขึ้นมาด้วยตัวเอง แล้วขบวนการสุดท้าย ค่อยหยดเืแล้วตีมันเข้าไปกับตัวดาบอีก99ครั้ง ดาบเล่มนั้นจะมีวิญณาณดาบของเ้าสิงอยู่ จากนั้น
เวลาจะใช้ดาบเพียงแค่ส่งจิตใจเข้าไปในตัวดาบ ดาบก็จะมีพลังอำนาจสูงกว่าดาบอื่นทั่วไป
สุดท้าย คือการหลอมรวม ั้แ่จิตใจ วิญณานดาบ และ ขบวนท่า ทั้งสามส่วนต้องใช้ธรรมชาติเป็สื่อช่วยในการหลอมรวม เช่น ต้องฝึกในน้ำหรือน้ำตก เพื่อให้กระแสน้ำช่วยในการหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน หรือว่าฝึกในสถานที่หนาวจัดหรือร้อนจัด ที่ใดก็ได้ ที่แสดงให้รู้สึกถึงธรรมชาติอันเด่นชัด
ทั้งสามเคล็ดลับนี้พวกเ้าต้องฝึกสมาธิทุกคืนเพื่อเพิ่มพลังจิตให้เข้มแข็งและสุดท้ายในการต่อสู้ทุกครั้ง ข้าจะมอบคาถาให้พวกเ้าบทหนึ่ง เพื่อเรียกพลังในการต่อสู้
‘ ตะมัตถัง ปะกาเสนโต ตัวกูคือราชสีโห สัตถาอาหะ ‘ ท่องวน สามครั้ง หลังจากนั้นก็กระทืบเท้าขวาลงกับพื้นสามครั้ง ไม่ว่าศัตรูหน้าไหน ไม่ว่าพวกเ้าจะเจอกับใคร ไม่ว่าข้างหน้าจะมีสิ่งที่น่ากลัวสักแค่ไหน พวกเ้าก็จะผ่านมันไปได้ นี่คือ
‘คาถาหัวใจราชสีห์’ จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ” อาอู่เด็กวัย ไม่ถึง 12 ปี ยืนสอนเด็กหนุ่มอายุ 16-20 ปี คนภายนอกอาจจะมองด้วยความประหลาดใจ แต่เด็กหนุ่มทั้งสี่
กลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากเด็กน้อยในวันนี้ ต่อจากนี้เป็ต้นไปมันจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปทั้งหมด
ครบกำหนดทั้งหมด 25 คนก็โดยสารเรือไปลงที่เกาะเมืองสยาม แล้วเปลี่ยนเป็เรือใหญ่ แล้วก็เดินทางต่อไปที่เมืองนครศรีธรรมราช ระหว่างรอเปลี่ยนเรือที่เกาะเมืองสยาม อาจารย์เมฆา และซ่งอี้ ซ่งเอ้อ ซ่งซาน และอาสะใภ้สาม ก็ได้มาหาอาอู่ท่าเรือ น้าสะใภ้สามพอเจออาอู่ก็ร้องไห้น้ำตาไหล เพราะไม่ได้เห็นหน้ากันหลายเดือน เอาแต่กอดอาอู่ไม่ยอมปล่อย จนซ่งซานต้องรีบมาเอาตัวออกไปเพราะเรือใกล้จะออกแล้ว ซ่งอี้หยิบเหรียญเงินให้อาอู่ไว้ถุงหนึ่งเผื่อใช้จ่าย อาอู่จึงต้องรับไว้ไม่กล้าขัดใจ พอออกจากเกาะเมืองสยาม ท่านอาจารย์เมฆาก็ขึ้นเรือไปด้วย
พร้อมท่านสินธู โดยที่ท่านอาจารย์ธีระสำนักตักศิลา ให้การต้อนรับอย่างดี และคุยกันอย่างสนิทสนม นั่งเรืออยู่สองวันก็มาถึงท่าเรือ เมืองนครศรีธรรมราช มีเรือใหญ่จอดเรืออยู่มากมาย ท่าเปรียบเทียบกับเกาะเมืองสยามแล้วรู้สึกว่า นครศรีธรรมราชจะมีท่าเรือที่ใหญ่กว่ามาก แต่จำนวนเรือที่เกาะเมืองสยามกลับมากมายกว่าหลายเท่า พอเข้าเมืองนครศรีธรรมราช ทางท่านเ้าเมืองนคร
ก็ได้จัดสถานที่พักให้กับสำนักตักศิลาสายละโว้ อยู่ด้านทิศใต้ของวังหลวงอาจารยธีระ เรียกให้มาประชุมรายละเอียดในการต่อสู้ในครั้งนี้ในการต่อสู้ทั้งหมดในปีนี้ มีสำนักตักศิลาเข้าแข่งขัน ประลองดาบทั้งหมด
ห้าสำนัก โดยมี สำนักตักศิลาเมืองนคร สำนักตักศิลาเมืองเมาะตะมะ สำนักตักศิลาลานนา สำนักตักศิลาอีสานปุระ และสำนักตักศิลาละโว้
โดยจะเป็การต่อสู้แบบพบกันหมด แล้วค่อยมาจัดอันดับกันทีหลัง
สิบปีที่ผ่านมาสำนักของเราติดอันดับ5มาตลอดหวังว่าครั้งนี้พวกเ้าทุกคนคงจะไม่ทำให้สำนักเราผิดหวัง โดยของรางวัลที่จะได้รับ สำหรับสำนักก็คือ ทองคำ ห้าหมื่นเหรียญเงิน โดยสำนักตักศิลาจะยกให้พวกเ้าทั้งหมดไปแบ่งกัน
สำหรับบุคคลนั้น จะมีคณะกรรมการเป็คนตัดสินว่าใครควรจะได้อันดับที่ 1โดยมีรางวัลคือ เหรียญทองคำ มีสัญลักษณ์ของผู้ชนะในครั้งนี้ สำหรับ ที่อันดับที่เหลือ 2-5 ไม่มีรางวัลให้ ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับพวกเรา
อับดับที่ 1 คงเป็ที่สำนักตักศิลา เมืองนคร อันดับ 2 คือเมืองเมาะตะมะ
อันดับที่ 3 สำนักตักศิลาลานนา และ อันดับสุดท้าย สำนักตักศิลาอีสานปุระวันนี้เราจับฉลากแล้วพรุ่งนี้สู้กับอาณาจักรอีสานปุระ เป็สำนักแรก
สำหรับกติกา คือ สู้จนกว่าจะเอ่ยคำว่ายอมแพ้ หรือตกจากเวทีก็แพ้เช่นกันแล้วสู้จนกว่าจะครบทุกคน ถ้าไม่ขึ้นไปสู้ก็คือแพ้เช่นกันคืนนี้พวกเ้าเตรียมตัวให้พร้อม เพราะว่าในวันพรุ่งนี้ พระเ้าศิริธรรมราช จะเป็ผู้เปิดงานแล้วร่วมชมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย หวังว่าพวกเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” อาจารย์ธีระอธิบายรายละเอียดให้ฟังทั้งหมด
วันประลองดาบวันแรก สนามต่อสู้วันนี้จุคนดูได้เกือบพันคน คนมาชมดูเต็มสนามโดยมีพระเ้าศิริธรรมราช ผู้เป็าาแห่งแดนสิบสองนักษัตร เมืองนคร ซึ่งดูแล้ววัยไม่น่าเกิน 60ปี มองดูแล้วช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก มองดูจากที่นั่งที่เด่นที่สุด โดยมีองครักษ์รายล้อมเต็มไปหมด
โดยที่ด้านข้างมีอาจารย์ธีระ อาจารย์เมฆา และท่านสินธู นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน อาอู่ได้จับสลากได้ต่อสู้เป็คนที่สอง คนแรกคือองค์ชายสาธิต ซึ่งเ้าตัวใจเต้นเป็อย่างยิ่ง อาอู่จึงต้องให้สวดคาถา หัวใจราชสีห์แล้วค่อยดีขึ้น จึงะโขึ้นเวทีไปคนแรก สำหรับคู่ต่อสู้ของสำนักตักศิลาอีสานปุระ
เป็ชายร่างั์ถือดาบใหญ่เล่มเดียว สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนยิ่งนักเพราะแค่ขนาดตัวขององค์ชายสาธิต ยังไม่ถึงครึ่งของเ้านักดาบร่างั์ตนนี้เลย
“ ขึ้นเวทีครั้งแรกองค์ชายสาธิต ก็เจองานยากซะแล้ว” พี่สิงห์เอ่ยด้วยความเป็ห่วง เพราะองค์ชายสาธิต ไม่ค่อยได้ต่อสู้มากท่านไหร่ ประสบการณ์น้อยที่สุด
“ ดีแล้วให้เขาเจอคู่ต่อสู้ยากๆ เข้าไว้ หากเจอง่ายๆ ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา”พี่เดชเอ่ยขึ้นตามความรู้สึก ทุกคนได้ฟังก็พยักหน้า เห็นด้วย
“ เริ่มได้ “ เสียงกรรมการประกาศ องค์ชายสาธิตหลังจากได้ท่องคาถาราชสีห์ก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะ มองเห็นนักดาบั์เป็แค่มดตัวน้อย ใช้ดาบฟาดฟัน
เข้าใส่ก่อนโดยไม่สนใจ ว่าร่างตัวเองจะเล็กกว่าคู่ต่อมากมาย นักดาบั์เห็นเข้าก็ใ ถึงกับถอยหลัง ไป สองก้าวไม่คิดว่าหน้าเรียบร้อยเช่นนี้กลับใจกล้า
ขนาดนี้ เปรี้ยง ๆ ๆ เสียงดาบฟาดไปสามดาบ ที่ สามจุด่บน สร้างความใให้กับนักดาบั์ยิ่ง องค์ชายสาธิตพุ่งเข้าฟันไปอีก 12 ดาบไม่หยุด แล้วสุดท้ายหมุนตัวะโใส่เกลียวเข้าไปอีกรอบ เ้านักดาบั์ถึงกับหน้าซีดเพราะ
ดาบที่ฟาดมาครั้งนี้กลับรุนแรง กว่าครั้งที่ผ่านมาจนดาบของเขาไม่สามารถต้านได้
ทำให้ดาบขององค์ชายฟันมาตรงที่ซอกคออย่างจัง ทำเอานักดาบั์ล้มทรุดคุกเข่าไปกับพื้นทันที มันจับดาบเอาไว้เพราะเป็ดาบไร้คม แล้วมันก็ต่อยหมัดที่ใหญ่โต ไปทีลำตัวองค์ชายสาธิตกลางลำตัวจนตัวงอ ล้มไปกองกับพื้นลุกไม่ขึ้น
เ้าดาบั์ค่อยลุกขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปใกล้องค์ชายสาธิต ที่ได้แต่ตัวงอกับพื้นพูดไม่ออก ดาบก็ถูกเ้าั์แย่งไปแล้วอีก เ้านักดาบั์ลุกขึ้นมาได้ก็เตรียมง้างเท้าเข้าใส่องค์ชายสาธิตอีกครั้ง แต่ว่าอาอู่ะโขึ้นไปใช้เท้ายันขา เ้าั์ไม่ให้เตะได้ แล้วพยุงองค์ชายสาธิตลงจากเวที
“ เขาแพ้แล้ว “ อาอู่บอกเสร็จก็หันหลังพาองค์ชายสาธิตลงจากเวที เ้าั์โมโหมากที่อาอู่ตัวแค่นี้ะโมาขวางเช่นนี้ กรรมการก็ไม่ว่าอะไร มันเลยรีบไปคว้าไหล่ของอาอู่ กะว่าจะบีบให้หักเลยทีเดียว พออาอู่พาองค์ชายสาธิตลงไปแล้วก็รู้ตัวว่าเ้าั์จู่โจมมาจากด้านหลัง อาอู่แค่ขยับมาทางซ้ายนิดเดียว ก็ใช้ศอกซ้ายกลับไปโดนที่แก้มซ้ายเ้าั์ถึงกับเืกระฉูดออกมาเลยทีเดียว
กลุ่มคนดูเห็นเช่นนี้ตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง นักดาบั์เอามือจับดูเห็นเืออกมาเต็มหน้า ก็โกรธแค้นยิ่งนัก รีบไปหยิบดาบเข้ามาฟันมาที่ลำคออาอู่ทันที
ได้แต่ง้างมือเท่านั้น ดาบของอาอู่ก็ฟาดมาที่เดิมที่องค์ชายสาธิตฟันไปที่ซอกคอเ้าั์แต่ไม่เป็ไร แต่คราวนี้เป็ดาบของอาอู่กลับไม่เหมือนเดิม พอถูกฟันเ้าั์ถึงกับร้องไม่ออก ค่อยๆ หงายหลังไปนอนกับพื้นสลบลุกไม่ขึ้น อาอู่ดีดเท้าเปรี้ยงเข้าไป นักดาบร่างั์ถึงกับลอยไปตามแรงเตะลงไปนอนกับพื้นข้างล่างเวที นิ่งสนิท ในสนามทุกคนได้แต่มองไปบนเวที ต่างพูดอะไรไม่ออก จนกรรมการต้องประกาศ
“ละโว้ชนะ” ทุกคนถึงได้ส่งเสียงฮือฮา วิจารณ์กันวุ่นวายไปทั้งสนาม
แม้กระทั่ง องค์าายังหันไปถามว่า “ เด็กคนนี้ชื่ออะไร”กับหัวหน้าองครักษ์ และอาจารยธีระก็ถูกเรียกให้มานั่งใกล้องค์าาเพื่อถามประวัติเด็กคนนี้
คนที่ สองของสำนักอีสานปุระ ะโขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากเสียเวลากับเด็กอย่างอาอู่ คนนี้รูปร่างผอมแต่ตัวสูงมากเทียบกันแล้วอาอู่ยังสูงไม่ถึงไหล่ของชายผู้นี้เลย ครั้งนี้คนผอมคนนี้ใช้ดาบสองมือ แล้วเวลานี้เริ่มควงดาบสองมือด้วยความรวดเร็ว อาอู่ก็ใช้ความเร็วพุ่งเข้าใส่เช่นกันแล้วใช้ดาบเดียว
ตวัดไปมาอย่างรวดเร็วทำให้ดาบทั้งสองของชายร่างผอม หลุดออกจากมือทั้งหมด แล้วอาอู่ก็ยื่นส้นเท้าขวาเข้าไปที่หน้าท้องของชายร่างผอมจนกระเด็นลอยจนตกเวทีไป คนที่สามะโขึ้นมาเช่นกัน คราวนี้ใช้ดาบสองมือเหมือนกัน ไม่ทันที่จะเข้าใกล้อาอู่เลย ก็เจออาอู่ใช้ด้านแบนของดาบฟาดเข้าที่ใบหน้าร่วงตกเวทีไป คนที่สี่ขึ้นมาคราวนี้ ดูแล้วไมธรรมดา ใช้ดาบเดียวเช่นกัน
แต่ว่าออกดาบล้วนรวดเร็วกว่าทุกคนที่ผ่านมาแต่กับอาอู่แล้ว ดูเชื่องช้าเหลือเกินในที่สุด ก็ถูกอาอู่เขี่ยจนดาบหลุดออกจากมือ และก็ถูกถีบเข้ายอกอก ตกเวทีตามคนอื่นไป คนที่ห้าก็โดนดาบฟาดที่หน้าตกเวทีเช่นกัน คนที่หกถูกฟาดที่หัวร่วงเวทีตามกันไป
คนที่เจ็ดคนนี้ขึ้นมา รีบบอกเองเลยว่าเขาเป็อันดับ หนึ่งของอีสานปุระ นามว่า ไกรสร ถ้าชนะเขาได้ ทุกคนคงต้องยอมแพ้ทั้งหมด อันดับ1ของอีสานปุระใช้ดาบสองมือเป็อาวุธ ควงดาบเป็จักรผัน แล้วพุ่งเข้าอาอู่ทันที
อาอู่ใช้ดาบยื่นแทงตรงๆ เข้าไป ทำให้ไกรสร ต้องถอยหลัง ออกไปหลายก้าวจากนั้นไกรสร เริ่มใช้ดาบซ้ายเข้าตวัดดาบอาอู่ให้เปลี่ยนทิศ เพื้อจะให้ดาบขวาฟันเข้ามาได้ แต่ดาบของอาอู่กลับพุ่งตวัดเข้าไปสกิดมือที่ถือดาบซ้ายของไกรสรจนหลุดออกจากมือ แล้วอาอู่ก็พุ่งเข้าไปที่ระยะใกล้ พอดีกับดาบขวาฟันลงมาที่ลำคอของอาอู่ ไม่ทันที่จะโดนตัว ดาบของอาอู่ก็ฟาดไปที่ข้อแขนที่ฟันเข้ามาจนดาบหลุดกระเด็นออกไป จากนั้นอาอู่ก็ใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าไปที่หน้าอก ของไกรสร จนกระเด็นตกเวทีไป สุดท้ายอีสานปุระก็ยอมแพ้ทั้งหมด พอลงจากเวที
มีองครักษ์เข้ามาเชิญ บอกว่า” าา้าพบ”