ภายในห้องรับรอง VIP1 ซึ่งเป็ห้องเล็กๆที่ถัดจากโต๊ะลงทะเบียนไปไม่ไกลนัก วันวิสาก้าวฉับๆ เข้าไปด้านในเพราะได้นัดหมายกับเ้านายของเธอว่าจะอ่านและลงนามเอกสารด่วนที่นั่นซึ่งคุณภาสกรก็อนุญาตให้กลับบ้านได้เลยหากจัดการภารกิจด่วนเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ต้องอยู่รอจนงานเลี้ยงเลิก
“รดาภรณ์ค่ะ ผอ.” คนขาสั้นต้องชะงักเท้าไว้เมื่อได้ยินเสียงบทสนทนาด้านหลังจากที่พาตัวเองเข้ามาแล้ว
“อ่อออ..ผมนึกออกละ ทีมออแกไนซ์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เพิ่งทำสัญญาจ้างรายปีไปเมื่อต้นเดือน”
“ใช่ค่ะ”
วันวิสาต้องพยักหน้ากับตัวเองว่าผู้หญิงหน้าหวานๆขาว สวย หมวยหุ่นดีนั่น คือคนจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือเรียกสั้นๆว่าทีมอีเว้นท์ที่จ้างมาทำหน้าที่เฉพาะกิจเป็คราวๆ ไป
“ส่วนนี่ อรมณี ธิดาทิพย์ แล้วก็จินตพร ค่ะ วันนี้หนิมพาน้องๆมาออกงานแค่ 4 คน”
“แล้วอีกคนล่ะ”
“เอ่ออ..วรรณรสา ไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้ขอลาพัก”วันวิสาถึงกับย่นคิ้ว
วรรณรสา
ทำไมรู้สึกสะดุดชื่อนี้จังหากแต่คนที่กำลังจะคิดออกก็ต้องยัดกลับเข้าไปในแกนสมองเหมือนเดิมเมื่อผู้บริหารหนิมของฝ่ายประชาสัมพันธ์ร้องทัก
“อ่าว!น้องสา เชิญค่ะๆ พี่คุยงานกับท่าน ผอ. เสร็จเรียบร้อยพอดี”
“ค่ะ”
ทีมอีเว้นท์พากันทยอยเดินออกไปประจำจุดที่ได้รับมอบหมายส่วนคนที่เข้ามาแล้วก็รีบทำหน้าที่ของตัวเอง..รีบมารีบไป ขืนอยู่นานพาลหัวใจจะวาย
“ขอบคุณค่ะ ผอ. งั้นสาขอกลับเลยนะคะ”ภาสกรพยักหน้าและโบกมือไล่แถมท้ายอีกต่างหาก ทีอย่างนี้ล่ะนายฌานไม่ยักจะมาเห็นชอบเห็นแต่ภาพมุมต่ำ ไม่รู้จักปรับระดับความคิดให้ติดมุมสูงบ้าง
“ว๊าย!” วันวิสาหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเอา่ตัวดันประตูจะออกไปแต่ดันปะทะเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างนอก “ขอโทษค่ะ”
“สา”
“คุณณัติ”
“บังเอิญจังค่ะ มาทำอะไรตรงนี้คะ”
“มาร่วมงานเลี้ยงของหน่วยงานเธอไง”วันวิสาต้องหรี่ตาจนเกือบเป็เส้นตรง
“ไม่ใช่ค่ะ มายืนทำอะไรหน้าประตูเข้าออกตรงนี้คะดีนะเมื่อกี้ฉันเปิดเบา” อาณัติต้องกรอกตามองประตูบานใหญ่ตรงหน้า แล้วเลื่อนกลับมามองเธอ
“ประตูบานสวิงแบบนี้ เวลาเข้าออกเขาให้ดึงเข้าหาตัวไม่ใช่หรอ”คนฟังตาค้าง นี่เธอเปิดผิดด้านเหรอเนี่ย “ช่างเหอะ ฉันไม่ได้เป็อะไร”
“ไม่ได้ห่วงคุณ จะดูว่าประตูเป็อะไรไหม”อาณัติถึงกับขึงตาใส่
“ล้อเล่นค่ะ เมื่อกี้ขอโทษจริงๆ”วันวิสาเผลอซีดปากเมื่อรู้สึกเจ็บที่แผลเพราะหอบหิ้วแฟ้มงานไว้อีกฝ่ายพ่นลมหายใจใส่ก่อนจะถาม
“เป็อะไร”
“เจ็บแขนค่ะ”มือหนาจึงคว้าแฟ้มงานหอบนั้นมาถือไว้เอง เขาจึงมองเห็นท่อนแขนขวาที่พันผ้าไว้ ดูๆแล้วก็ท่าจะไม่น้อยทีเดียว
“แล้วก็ถือของมาซะเยอะ มาฉันช่วย จะเอาไปไหน”
“ไปที่รถค่ะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว”
“งั้นเดินนำ ฉันไปส่ง”
“เอ่ออ..ไม่เป็ไร ฉันถือเองก็ได้ไม่ได้หนักอะไรแค่ดูเยอะเฉยๆ”
“ไปส่ง” วันวิสาแทบจะเล่นลิงชิงแฟ้มกับเขาแล้วก็ไอ้ที่ไม่อยากให้เขาช่วยเพราะตัวเขาเองนั่นแหละที่ขอจบความสัมพันธ์กันไปแบบไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเพราะเขาห่วงความรู้สึกของแฟนตัวเอง
“นี่คุณ! ไม่กลัวแฟนคุณมาเห็นแล้วเข้าใจผิดหรือไง เอามาเถอะ..ฉันถือเอง”
“จะบอกอะไรให้นะ..ไอ้ที่ฉันช่วยก็เพราะเห็นว่าเธอไม่สมประกอบหรอก” คนฟังถึงกับหน้าเหวอ
“ห๊า!ฉันแค่แขนเจ็บเนี่ยนะ จัดอยู่ในกลุ่มคนไม่สมประกอบเลยหรอคุณนี่แยกโหมดอาการไม่เป็เอาซะเลย”
“ไป! เดิน”
“รู้แล้วน่ะ” เ้าหล่อนทำหน้าบูดสนิทยิ่งกว่าเจ็บแขนก็คือเจ็บใจนี่แหละ
ให้ตายเถอะ พักนี้เป็อะไรนะเจอแต่ผู้ชายปากรั่วตลอดเลย