บ้านขาวหลังเล็กล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่น ดอกไม้และต้นหญ้าถูกปลูกได้รับการดูแลเป็อย่างดี เด็กหญิงเดินเข้าไปพร้อมกับชายและหญิงที่เดินจูงมือเธอพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีความสุข
"คุณพ่อคุณแม่คะ อันอันชอบบ้านหลังนี้มากที่สุดเลย"
"ทำไมล่ะจ๊ะ"
"เพราะบ้านนี้มีคุณพ่อและคุณแม่อยู่กับอันอันยังไงล่ะคะ"
"แล้วถ้าคุณพ่อจะสร้างบ้านที่ใหญ่กว่าหลังนี้อีกล่ะ อันอันไม่ชอบเหรอ"
เด็กหญิงนิ่งคิดสักครูก่อนจะหันมามองบิดาที่ยังคงจูงแขนเธอไว้
"เช่นนั้นอันอันจะขอให้คุณพ่อที่ซื้อดินแถวนี้ไว้สร้างบ้านใหญ่ ๆ ได้ไหมคะ อันอันไม่อยากให้ใครทำลายบ้านหลังนี้"
"อันอันคงผูกพันกับบ้านหลังนี้มากใช่ไหม"
เด็กหญิงยิ้มหวานให้กับมารดาก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
"อันอันรักบ้านหลังนี้ค่ะ"
หลังจากนั้นไม่นานรอบ ๆ บ้านน้อยสีขาวก็ถูกกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำคฤหาสน์ แม้ทั้งสามจะย้ายขึ้นคฤหาสน์แล้วแต่บ้านขาวหลังน้อยนั้นก็มิได้ปล่อยให้เก่าหรือรกร้าง แต่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกยังให้คนรับใช้แวะเวียนมาดูแลทำความสะอาดหรือไม่ก็เข้ามาทำความสะอาดเองเป็ประจำ
หญิงสาวเดินมายังบ้านขาวก่อนจะสำรวจรอบ ๆ'ที่นี่ยังคงเป็เหมือนเมื่อตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน' หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองตัวบ้านช้า ๆ ก่อนที่จะปล่อยให้นำ้ตาไหลรินออกมา
"คุณพ่อ คุณแม่ รออันอันก่อนนะคะ อีกไม่นานอันอันคงได้ตามไปพบคุณพ่อกับคุณแม่แล้วนะคะ"
หญิงสาวค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาในตัวบ้าน ภายในบ้านมีสองชั้นถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือห้องทำงานทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มือน้อยของหญิงสาวค่อย ๆ ลูบโต๊ะ เก้าอี้ก่อนที่หญิงสาวจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน
ประตูห้องนอนสีชมพูปรากฏตรงหน้าหญิงสาว 'ห้องนอนของฉัน' หญิงสาวเอื้อมมือเปิดประตูนั้นอย่างเบามือ เบื้องหน้าคือห้องนอนแสนน่ารักดั่งภาพวาดหรือดั่งห้องนอนในละครที่พบเห็นก็มิปาน
"ห้องนอนนี้ถูกใจลูกหรือเปล่าจ๊ะ"
เสียงมารดายังคงก้องอยู่ในหูของหญิงสาว จิ่งอันคุกเข่าลงร้องไห้ออกมาด้วยความคิดถึงบิดาและมารดาอย่างสุดหัวใจ แม้เธอจะไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดจากพวกท่าน แต่พวกท่านก็ได้ให้เธอมากกว่าที่เธอ้าเสมอ ด้านซ้ายมือของหญิงสาวนั้นคือกำแพงที่สร้างเป็ชั้นหนังสือให้แก่หญิงสาว
"ลูกชอบอ่านนิยายและการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็ภาษาอะไรลูกก็สนใจและศึกษาหาอ่านจนตอนนี้ลูกพูดได้ไม่ต่ำกว่าห้าภาษาแล้ว พ่อกับแม่คิดไม่ผิดเลยที่ไม่เคยห้ามลูกเื่นี้"
เสียงบิดาของจิ่งอันเอ่ยขึ้น ใช่แล้ว ั้แ่เด็กแล้วที่เธอชอบอ่านหนังสือนิทาน นิยายมาก ไม่ว่าจะเป็ภาษาใดหากเธอถูกใจหนังสือเล่มนั้น ๆ เธอจะพยายามแปลและอ่านมันให้ออกด้วยตัวเอง นี่จึงทำให้เธอมีความสามารถในหลาย ๆ ภาษา ยามที่บิดาหรือมารดาต้องไปทำธุรกิจยังต่างประเทศจิ่งอันจึงเป็เหมือนล่ามส่วนตัวที่ทำหน้าที่เจรจาและแปลภาษาให้กับบิดาของเธอ หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มเรียนการตลาดและอื่น ๆ เพื่อช่วยธุรกิจของบิดาและมารดาแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหาเวลามาอ่านนิยายที่เธอชอบอยู่เสมอ ๆ
"หนูคิดถึงพ่อกับแม่นะคะ"
หญิงสาวฟุบตัวลงร้องให้บนเตียงจนเผลอหลับไป ไม่รู้ว่านานเท่าใด
"คุณหนู เย็นแล้วนะเ้าคะ กลับกันเถอะค่ะ"
เสียงเพ่ยเพ่ยปลุกหญิงสาวจากการหลับไหล จิ่งอันลืมตาขึ้นมองเพดานก่อนจะหันไปมองเพ่ยเพ่ยที่ดูแล้วเหมือนเธอจะนอนเฝ้าหญิงสาวเช่นกัน
"เพ่ยเพ่ยมานานแล้วหรือ"
"เพ่ยเพ่ยตามหลังคุณหนูมาเห็นคุณหนูหลับอยู่จึงไม่อยากรบกวน แต่เพ่ยเพ่ยเผลอหลับไปด้วย..."
"ฮิฮิ ไม่เป็ไร เพ่ยเพ่ยไปเตรียมอาหารเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่อีกสักพักเดี๋ยวฉันจะตามไป"
"ค่ะคุณหนู"
เมื่อเพ่ยเพ่ยออกไปหญิงสาวจึงลุกขึ้นเดินมาายังโต๊ะอ่านหนังสือตัวโปรดของเธอ บนโต๊ะยังมีหนังสือที่เธอยังไม่ได้อ่านวางทิ้งไว้ 'ล่าปีศาจ หนังสือเล่มนี้จำได้ว่าคุณแม่ซื้อมาฝากหลังจากไปเจรจาธุรกิจต่างเมือง ซึ่งตอนนั้นเธอยังเรียนมัธยมปลาย'
"อันอัน หนูลองอ่านหนังสือเล่มนี้สิ คุณตาร้านขายหนังสือบอกว่ามันเป็หนังสือเล่มพิเศษ แม่เองก็ไม่รู้ว่าพิเศษอย่างไร แต่แม่สงสารคุณตาแม่จึงซื้อมา"
"คุณแม่ล่ะก็"
ภาพในความทรงจำที่สองคนแม่ลูกหัวเราะกันอย่างสนุกสนานโผล่ขึ้นมาในหัวของจิ่งอัน ตอนนั้นเธอแค่หยิบมาอ่านคร่าว ๆ เท่านั้นเพราะงานและธุรกิจของคุณพ่อกำลังก้าวหน้าเธอจึงต้องเข้าไปช่วยบ่อย ๆ จึงทำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบเสียทีจนลืมไปเสียนาน หญิงสาวหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง
"หากจำไม่ผิด เื่ราวของปีศาจตนนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เขาเกิดมาเพราะความร้ายกาจของครอบครัวของมารดา และถูกคนรอบข้างดูถูกเหยียดหยามรังแกจึงหล่อหลอมให้เขากลายเป็ปีศาจ"
หญิงสาวนั่งเอนหลังลงบนเก้าอี้ตัวโปรด หนังสือเื่ล่าปีศาจยังคงอยู่ในมือหญิงสาว จิ่งอันเหม่อมองไปนอกหน้าตาง 'หากฉันได้เป็แม่ของปีศาจตนนี้ ฉันคงไม่ปล่อยให้ใครทำให้ใครทำร้ายเขาอย่างแน่นอน'
"โอ๊ยยย"
หญิงสาวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทีละนิด ๆ ก่อนที่จะปวดจนแทบจะทนไม่ไหว
"ถึงเวลาของหนูแล้วใช่ไหม"
แม้จะเ็ปเหลือจะทน แต่หญิงสาวกลับฝืนทนไม่กรีดร้องออกมา เืค่อย ๆ ไหลออกจากจมูก หู และปากของหญิงสาวอย่างช้า ๆ
"หากมีโอกาสเพียงสักครั้ง เพียงสักครั้งฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่านี้ มีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือเจอชีวิตที่ดีกว่านี้ ไม่สิ ฉันจะสร้างชีวิตให้ดีกว่านี้ด้วยตัวฉันเอง"
เืค่อย ๆ ไหลจากจมูกลงมาเปื้อนหนังสือปกหนังที่ถูกเขียนหน้าปกไว้ว่า 'ล่าปีศาจ' ตาของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน เืค่อย ๆ ออกจากปากและจมูกมากขึ้น ความเ็ปที่พบเจอนั้นมากจนแทบไม่รู้ว่าจะฝืนทนได้อย่างไร ขณะที่สติกำลังจะหายไปนั้น
"ว๊าบบบ"
หนังสือปกหนังที่หญิงสาวกำไว้แน่นนั้นกลับส่องแสงขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แม้จิ่งอันจะไม่รู้ว่าเหตุใดหนังสือนั้นถึงเปล่งประกายเช่นนั้น แต่ความรู้สึกเ็ปที่หญิงสาวต้องพบเจอกลับค่อย ๆ บรรเทาหายไป ร่างกายของเธอรู้สึกเบาหวิวดั่งลองลอยอยู่บนอากาศ
"สบายจัง"
หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว นี่คือโอกาสของเ้า หนทางต่อไปข้างหน้าเ้าคือผู้กำหนด จงใช้ชีวิตให้ดีล่ะ"
เสียงชายชราที่หญิงสาวพยายามมองหาแต่ก็หาไม่พบ
"ใครกัน หมายความว่าอย่างไร"
ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อแสงนั้นหายไปหญิงสาวกลับรู้สึกถึงร่างกายอันหนักอึ้งพร้อมกับความรู้สึกวิงเวียนศีรษะ จิ่งอันรวบรวมสติก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น หญิงสาวกลับต้องต้องใจกับภาพที่พบเห็นตรงหน้า
"นี่มันอะไรกัน"