“อะไรนะ!?”
ทันใดนั้น สามีของ ‘หนิงจื่อหลง’ลูกพี่ลูกน้องของนพเก้า ก็โพล่งอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจสุดขีด!พวกเขาแต่งงานอยู่กินกันมาตั้งสามปีเต็มภรรยาของเขาไม่เคยมีวี่แววหรืออาการแพ้ท้องเลยแม้แต่น้อย! ด้วยเหตุนี้ ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของพวกเขาจึงเริ่มจืดชืดและห่างเหินกันไปเรื่อยๆต้องรู้ก่อนว่า... ครั้งล่าสุดที่พวกเขา ‘ทำการบ้าน’ ร่วมหอลงโรงกันจริงๆ จังๆ...มันก็ปาเข้าไปเมื่อสองเดือนก่อนนู้น ตอนที่เขายังไม่ได้บินไปดูงานที่ต่างประเทศ
“จ... เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร!?”
หนิงจื่อหลงเบิกตากว้างหน้าซีดเผือดด้วยความตกตะลึงนางไม่เคยปริปากเล่าความลับเื่นี้ให้ใครฟังมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว!แล้วทำไมลูกพี่ลูกน้องที่วันๆ เอาแต่โดดเรียนอย่างมันถึงล่วงรู้ความลับ์แตกนี่ได้
“หากข้ามองไม่ผิด เคล็ดวิชาที่พี่สาวกำลังฝึกปรืออยู่คือ 'กระบี่นางแอ่นเหมันต์' ซึ่งเป็วิชาธาตุน้ำแข็งระดับ์ขั้นสูงใช่หรือไม่?”
นพเก้าเอามือไพล่หลังวางมาดสุขุมและเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ราวกับปรมาจารย์แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ
“ตามหลักสรีรวิทยาของผู้ฝึกยุทธ์...ผู้ที่สำเร็จวิชานี้จนถึงขั้นเชี่ยวชาญ จะมีประสาทััที่เฉียบคมผิวพรรณจะเปล่งปลั่งแต่กลับแผ่ซ่านไอเย็นะเืออกมาตลอดเวลา! ทว่า...ดูจากลักษณะผิวพรรณของท่านในตอนนี้ ที่ดูมีน้ำมีนวลและมีเืฝาดผิดปกติ...นั่นหมายความว่า 'สภาวะหยินหยาง' ในร่างกายของท่านกำลังเสียสมดุล!ตามกลไกธรรมชาติแล้ว ร่างกายของสตรีตั้งครรภ์ จะทำการขับไล่ 'พลังหยิน (ความเย็น)' ออกไปโดยอัตโนมัติ เพื่อดึง 'พลังหยาง (ความอบอุ่น)' เข้ามาหล่อเลี้ยงและปกป้องทารกในครรภ์ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์มิฉะนั้น... ทารกจะถูกไอเย็นแช่แข็งจนแท้งไปั้แ่ยังไม่ปฏิสนธิแล้ว!”
นพเก้าร่ายยาวเป็ฉากๆด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ฟังดูมีหลักการน่าเชื่อถือสุดๆ!
แต่ในความเป็จริงแล้ว...ไอ้สรรพคุณวิชาบ้าบออะไรนั่น เขาไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอะไรหรอก!เขาก็แค่อาศัยสกิลโกงอย่าง ‘เนตรหมื่นพิภพ’ สแกนดูสเตตัสในร่างกายของหนิงจื่อหลงล้วนๆ! ข้อมูลเื่การตั้งครรภ์และผลข้างเคียงของวิชากระบี่นางแอ่นเหมันต์มันเด้งโชว์หราอยู่บนหน้าต่างโฮโลแกรมตรงหน้าเขาหมดแล้ว
โอ้ววว!!
ทันใดนั้นทั่วทั้งห้องโถงอาหารก็ตกอยู่ในความเงียบงันปนความตกตะลึง!สมาชิกทุกคนต่างอ้าปากค้าง มองนพเก้าด้วยสายตาเลื่อมใสศรัทธา
การที่เพียงแค่ปรายตามองและรับรู้วิชาฝึกปรือของอีกฝ่ายก็สามารถอนุมานเจาะลึกไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาได้อย่างแม่นยำราวจับวางเช่นนี้...ต้องเป็อัจฉริยะนักปราชญ์ที่แตกฉานในวิถีแพทย์และวิทยายุทธ์อย่างถ่องแท้เท่านั้นถึงจะสามารถวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลจนได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้!ต่อให้เป็ท่านผู้นำสูงสุดอย่าง ‘หวงไท่’ ก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะมีความรู้ลึกซึ้งพอที่จะฟันธงเื่พรรค์นี้ได้
เมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของหนิงจื่อหลงที่เป็การยอมรับกลายๆสามีของนางก็ถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้โฮออกมาด้วยความปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง!
คงมีแต่์เบื้องบนเท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเขาปรารถนาอยากจะมีทายาทสืบสกุลมากแค่ไหน! ในฐานะผู้ชายที่แต่งเข้าบ้านภรรยา(ตกถังข้าวสาร) เขาไม่ได้รับการยอมรับและไม่มีสถานะใดๆ ในตระกูลเลยสักนิด!แต่สถานการณ์มันจะพลิกตลบกลับทันทีหากเขาสามารถให้กำเนิดบุตรชายที่มีพร์สายเืตระกูลหวงได้!เขาจะได้รับการเชิดหน้าชูตา และยืดอกในสังคมได้อย่างภาคภูมิ
หลังจากหายอึ้งสมาชิกญาติพี่น้องคนอื่นๆก็เริ่มพากันแห่เข้ามาแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่น่าเสียดายที่เวลานี้ไม่ใช่จังหวะเหมาะสมที่จะมาจุดพลุเฉลิมฉลองเพราะพวกเขายังคงอยู่ระหว่างการประชุมวาระสำคัญของตระกูล
“เดี๋ยวๆ...ท่านพี่เขย... ท่านกำลังดีใจเต้นแร้งเต้นกาเื่อะไรอยู่รึขอรับ?” นพเก้ามองดูสามีของหนิงจื่อหลงที่กำลังปาดน้ำตาแห่งความสุขด้วยแววตาเวทนาสงสารจับใจ
หืม?
สามีของหนิงจื่อหลงชะงักกึกรู้สึกงุนงงสับสนกับคำถามนั้น อ้าว! ก็เมียข้าท้อง ข้ากำลังจะได้เป็พ่อคน...แล้วข้าไม่สมควรจะดีใจจุดประทัดฉลองหรือไงวะ?
เฮ้อ... นพเก้าถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะตัดสินใจโยนะเิลูกใหญ่ ทิ้งประโยคเด็ดระดับละครน้ำเน่าหลังข่าวลงกลางวง
“เด็กในท้องน่ะ...เพิ่งจะปฏิสนธิ ตั้งครรภ์ได้แค่ ‘หนึ่งเดือน’ เท่านั้นนะขอรับ...”
“ป... เป็ไปไม่ได้!!!”
ปัง!! เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางกบาล!สามีของหนิงจื่อหลงสวนกลับด้วยประโยคฮิตติดปากของพวกตัวประกอบละครเป๊ะๆ!
ในหัวของเขามีเสียงดัง วิ้งงง~ ขาวโพลนไปหมด!สติสัมปชัญญะขาดผึงช็อกตาตั้งไปในทันที! เดี๋ยวนะ!ข้าเพิ่งกลับมาจากดูงานต่างประเทศ... ครั้งล่าสุดที่ข้านอนกับเมีย มันก็คือ 'สองเดือน' ที่แล้ว! แล้วไอ้เด็กในท้องอายุ 'หนึ่งเดือน' นี่... มันลูกใครวะ!!! นี่กูโดนสวมหมวกเขียวใบเบ้อเริ่มเลยเหรอเนี่ย!!
“ห... หลานเก้า!เ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอะไรออกมา รู้ตัวไหม!?” หวงไท่ผู้เป็ประธานหัวโต๊ะ เริ่มหน้าตึงััได้ถึงลางสังหรณ์อัปมงคลที่กำลังจะทำให้ตระกูลฉิบหายวายป่วง
นพเก้าไม่ได้เอ่ยตอบชายชราเขาเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปากแล้วหมุนตัวเดินสาวเท้าผ่านหน้าเก้าอี้ของตาเฒ่าหวงไค่ไปอย่างช้าๆ...จนกระทั่งไปหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้นำสายรองลำดับที่สาม
เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างวางบีบลงบนลาดไหล่ของ 'หวงปิง' อย่างแรง ราวกับพญาเหยี่ยวตะปบเหยื่อ
“ผู้าุโสาม...ท่านมี 'คำอธิบาย' ดีๆ อะไรจะแก้ตัวให้ตัวเองไหมขอรับ?”
อะไรวะเนี่ย!!!
ทุกคนในห้องโถงช็อกอ้าปากค้าง!บรรยากาศรอบด้านแข็งทื่อเย็นะเืราวกับถูกแช่แข็ง!คำพูดของนพเก้ามันชัดเจนยิ่งกว่าชัด! นี่เขากำลังชี้เป้าว่า ‘หวงปิง’คือชู้รักที่แอบไข่ทิ้งไว้ในท้องของหนิงจื่อหลงงั้นรึ!? นี่มันเื่บัดสีบัดเถลิงผิดผีผิดศีลธรรมร้ายแรงระดับล่มจมตระกูลเลยนะโว้ย!!
ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นอัครเดชผู้เป็ผู้นำตระกูลรีบดึงสติกลับมาได้ทัน เขารีบออกคำสั่งเด็ดขาดให้บรรดาผู้ดูแลรีบต้อนพวกเด็กรุ่นเยาว์และผู้หญิงที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกไปจากห้องอาหารให้หมด!พร้อมกับสั่งการให้องครักษ์เงา ปิดกั้นประตูเข้าออกทุกทิศทางอย่างแ่าห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด
เหตุการณ์อัปยศที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...มันอุจาดตาและโสมมเกินกว่าจะปล่อยให้ลูกหลานรับรู้เพราะมันอาจสร้างปมด้อยและาแทางจิตใจให้พวกเด็กๆ ไปตลอดชีวิต
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!แกกล้าพ่นเื่บ้าบอใส่ร้ายอะไรข้า!!”
หวงปิงสะบัดไหล่กระชากแขนของนพเก้าออกอย่างรุนแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาแดงก่ำไปด้วยความเดือดดาล!“คำพูดพล่อยๆ ของแกมันหมายความว่ายังไง!การที่นังเด็กนั่นมันร่านไปท้องกับใครก็ไม่รู้ แล้วแกมาเดินชี้หน้าจับผิดข้าเนี่ยนะ!? แกมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาข้า!!”
“หลานเก้า!เ้าแน่ใจในสิ่งที่พูดจริงๆ ใช่หรือไม่!?”
คราวนี้ หวงไท่เริ่มหน้ามืดทะมึนชายชราปลดปล่อยแรงกดดันระดับ 'ครึ่งก้าวราชันยุทธ์'แผ่ซ่านครอบคลุมกดทับไปทั่วทั้งห้องโถง! ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกและหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูก!หากเื่บัดสีคาวโลกีย์นี้เล็ดลอดแพร่งพรายออกไปสู่หูชาวบ้านล่ะก็...เกียรติยศชื่อเสียงของตระกูลอสุราทองคำที่สั่งสมมานับพันปีคงต้องป่นปี้จบสิ้นลงในวันนี้แน่
“ข้าเอาหัวเป็ประกันเลยขอรับ!หากท่านปู่ไม่เชื่อ... ท่านสามารถสั่งให้คนไปเชิญ 'หมอเทวะ'ประจำตระกูล มาทำการเจาะเืตรวจ DNA พิสูจน์ความจริงตรงนี้ได้เลย!” นพเก้าท้าทายกลับด้วยความมั่นใจเกินร้อย
“ดี!ถ้าเช่นนั้นก็ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย! ทหาร!รีบไปเชิญท่านหมอเทวะมาที่นี่เดี๋ยวนี้!!” หวงไท่ตวาดสั่งหัวหน้าองครักษ์ให้รีบออกไปตามตัวหมอประจำตระกูลมาอย่างเร่งด่วน
ระหว่างที่รอคอยการพิสูจน์ความจริง...หนิงจื่อหลงและบรรดาญาติสนิทฝั่งของนาง ต่างนั่งตัวสั่นงันงกร้องห่มร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว! ในขณะที่ 'หวงปิง' ผู้ตกเป็จำเลยสังคมกลับยังคงนั่งกอดอกเชิดหน้า รักษาท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างแเีราวกับว่าข้อกล่าวหาของนพเก้านั้นเป็เพียงเื่ตลกไร้สาระ
ส่วนสามีผู้โชคร้ายของหนิงจื่อหลงน่ะหรือ?... อย่าให้ต้องพูดถึงสภาพเลย!ตอนนี้เขาหน้ามืดช็อกสลบเหมือดไปั้แ่เมื่อสิบนาทีที่แล้วโดยมียามเฝ้าประตูสองคนช่วยกันแบกหามร่างไร้สติของเขาออกไปปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมถึงไปตามตัวหมอนานนักวะ!นี่มันชักจะผิดปกติแล้วนะ!”
ทุกคนในห้องเริ่มกระสับกระส่ายและสงสัยตามปกติแล้ว ที่พักของท่านหมอเทวะอยู่ไม่ไกลจากเรือนหลัก นั่งรถกอล์ฟมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วแต่นี่เวลาก็ดำเนินล่วงเลยผ่านไปถึง 45 นาทีแล้ว! ก็ยังไร้วี่แววของหมอเทวะ
เมื่อเห็นท่าไม่ดีหวงไท่จึงส่งองครักษ์อีกคนให้ออกไปตามดูสถานการณ์...แต่ในจังหวะที่องครักษ์กำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูนั้นเอง...
แอ๊ดดด...
บานประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ...ปรากฏร่างของ ‘หมอชรา’ หนวดเคราเฟิ้มขาวโพลน มือซ้ายยันไม้เท้าพยุงร่างมือขวาหิ้วกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า
“ท่านหมอเทวะ...ข้าต้องขออภัยที่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านด้วยขอรับ”
หวงไท่รีบลุกขึ้นยืนประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม!ชายชราผู้นี้คือ ‘หมอเทวะระดับ 3ดาว’ ที่ตระกูลหวงทุ่มทุนมหาศาลจ้างวานมาเป็แพทย์ประจำตัว!ในเมืองเวสสุวรรณแห่งนี้ ตัวตนที่เชี่ยวชาญด้านโอสถและการแพทย์ระดับ 3 ดาวนั้น มีจำนวนหยิบมือแทบนับนิ้วได้!หวงไท่ถึงขนาดยอมทำข้อตกลงลับ สัญญาว่าจะจัดส่ง 'โสมิญญาอายุ500 ปี' ไปบรรณาการให้ถึงจวนทุกปีเพื่อแลกกับการรั้งตัวให้หมอเทวะผู้นี้ ยอมอยู่ดูแลสุขภาพของสมาชิกในตระกูลต่อไป
“อืม...” หมอเทวะพยักหน้ารับการคารวะเพียงสั้นๆ ด้วยท่าทางหยิ่งยโส
ชายชราไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาเรียกตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน (หนิงจื่อหลงและหวงปิง)ให้มาทำการเจาะเืเก็บตัวอย่างทันทีโดยให้องครักษ์พาตัวหนิงจื่อหลงแยกเข้าไปเจาะเืใน 'ห้องกระจกเก็บเสียง' ที่อยู่กั้นแยกออกไปอีกฝั่งของห้องโถงเพื่อป้องกันความอับอาย
ไม่กี่อึดใจต่อมา... หมอเทวะก็เดินถือ‘จานกระจกผลึกทรงกลม’ ออกมาจากห้องเก็บเสียง ภายในจานผลึกปรากฏหยดเืสองหยดที่กำลังหลอมรวมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน! ในขณะที่ 'หยดเืหยดที่สาม' (ซึ่งเป็ของหวงปิง) กลับถูกผลักไสกีดกันให้แยกตัวออกห่างอย่างชัดเจน
ตามหลักวิชาการแพทย์สายเวทมนตร์...ภาพผลลัพธ์นี้เป็เครื่องยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่า... ดีเอ็นเอของหวงปิง 'ไม่ตรงกัน' และไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเืใดๆกับเด็กในท้องของหนิงจื่อหลงเลยแม้แต่น้อย!!
ข้อกล่าวหาของนพเก้า... เป็เื่โกหกหลอกลวง!!
“หึหึ!พวกท่านเห็นเต็มสองตาแล้วใช่หรือไม่!!”
ผู้าุโลำดับที่สอง(ลูกน้องของหวงปิง) ได้ทีขี่แพะไล่!รีบตะบี้ตะบันสาดคำพูดด่าทอใส่นพเก้าด้วยความเดือดดาลทันที
“เื่มันเห็นๆกันอยู่! ว่าไอ้เด็กเวรนี่มันมีความขัดแย้งบาดหมางใจกับพวกเราสายรองเป็การส่วนตัว! มันถึงได้จงใจกุเื่ บีบน้ำตาหาข้ออ้างแต่งนิยายน้ำเน่าหวังจะป้ายสีสาดโคลนใส่ร้ายพวกเราให้เสื่อมเสียชื่อเสียง!มันแค่้าเล่นตลกร้ายเพื่อความสะใจเท่านั้นแหละ!!”
เมื่อผลตรวจทางนิติเวชออกมาพลิกล็อกสมาชิกญาติพี่น้องคนอื่นๆ ในตระกูล ก็เริ่มมองนพเก้าด้วยสายตารังเกียจและผิดหวัง
(ไอ้เด็กนี่มันทำเกินไปจริงๆ!ต่อให้จะเกลียดชังพวกสายรองแค่ไหน ก็ไม่เห็นต้องใช้วิธีการสกปรกสาดโคลนใส่ร้ายเื่ชู้สาวให้เสื่อมเสียเกียรติยศวงศ์ตระกูลแบบนี้เลยนี่หว่า!การกระทำบุ่มบ่ามของมัน อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเครือญาติพังทลายและแตกแยกกันเป็สองฝักสองฝ่ายอย่างถาวรเลยก็ได้!) เมื่อเสียงก่นด่าวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังระงมเซ็งแซ่...หวงไท่ก็กระแทกไม้เท้าลงพื้น โบกมือสั่งให้ทุกคนหุบปาก
“นพเก้า...ครั้งนี้เ้าทำพลาด! ก่อความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่และไม่น่าให้อภัยที่สุด!”
ชายชราส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง...ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินวุฒิภาวะของหลานชายคนนี้สูงเกินไป!ต่อให้เด็กนี่จะมีระดับพลังยุทธ์ทะลุฟ้า มีแบคอัประดับเทพหนุนหลัง...แต่วุฒิภาวะและสภาวะอารมณ์ของมัน ก็ยังอ่อนหัดเกินกว่าจะเป็ 'ผู้ใหญ่' ที่พร้อมนำตระกูลจริงๆ
“เดี๋ยวสิขอรับท่านปู่!ข้าไม่ได้โกหกแบล็กเมล์ใครทั้งนั้นนะ! ผลการตรวจเืนั่นต่างหาก... ที่มี ‘กลลวง’ ซ่อนอยู่!” นพเก้ายักไหล่พยายามอธิบายด้วยรอยยิ้มไม่ยี่หระ
“กลลวง? กลลวงบ้าบออะไรของมึงวะ!? ในเมื่อผลการทดสอบมันออกมาประจักษ์ชัดต่อหน้าท่านหมอเทวะขนาดนี้แล้ว...มึงยังจะกล้าหน้าด้านแถ โกหกพกปลอมไปได้อีกนานแค่ไหนฮะ!? หากมึงยังไม่ยอมหุบปากและก้มหัวขอขมาพวกกูล่ะก็...บทลงโทษของมึง จะไม่ใช่แค่โดนเฆี่ยนด้วยแส้ตามกฎตระกูลเท่านั้น! แต่มึงจะถูกโหวต 'ถอดถอน' ออกจากตำแหน่งว่าที่ผู้สืบทอดด้วย!!มึงคอยดู!!”
หวงปิงนั่งกอดอกเชิดหน้าชูตาอย่างผู้ชนะ ทำท่าทางขึงขังประดุจผู้าุโทรงธรรมที่กำลังสั่งสอนผู้เยาว์ที่หลงผิด
นพเก้ายักไหล่อีกครั้งด้วยความเบื่อหน่ายเขาี้เีต่อปากต่อคำอธิบายให้มากความ! ความจริงต่างหากที่จะพิสูจน์ทุกข้อสงสัยให้กระจ่างเอง
ฟรึ่บ!!
ชั่วพริบตา! ร่างของนพเก้าก็กะพริบวูบหายตัวไปโผล่ยืนประชิดอยู่เบื้องหน้า 'หมอเทวะ' อย่างรวดเร็วดุจเงาพราย!
เขายื่นมือขวาออกไปคว้าคอเสื้อของหมอชราตรึงร่างของอีกฝ่ายไว้กับที่อย่างแ่า! ก่อนจะถ่ายเท 'พลังงานลึกลับ' บางอย่างที่ควบแน่นเป็ประกายสีเงิน...อัดฉีดพุ่งตรงเข้าไปในจานกระจกผลึกที่หมอเทวะถืออยู่อย่างรวดเร็ว
“หลานเก้า!!หยุดเดี๋ยวนี้นะ! อย่าเสียมารยาทกับท่านหมอเทวะ!!”
เมื่อเห็นหลานชายทำพฤติกรรมก้าวร้าวป่าเถื่อนหวงไท่ก็หมดความอดทน! ชายชราผุดลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังปัง!หมายจะพุ่งเข้าไปตบกบาลสั่งสอนไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ให้หลาบจำ
อีกฝ่ายเป็ถึงหมอเทวะระดับ 3 ดาวเชียวนะโว้ย! เป็บุคคลสำคัญระดับวีไอพีที่ตระกูลต้องประคบประหงมดูแลอย่างดีไม่ใช่ไอ้ขี้ข้าที่ใครนึกจะพุ่งไปกระชากคอเสื้อข่มขู่ส่งเดชได้ตามอำเภอใจ
แต่ทว่า...ก่อนที่หวงไท่จะทันได้ขยับตัว... จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์วิปริตสุดสะพรึงขึ้น!
ปุ้ง!!
ภายในจานกระจกผลึกที่เคยสงบนิ่ง...จู่ๆ หยดเืทั้งสามก็เดือดพล่าน ปะทุระลอกคลื่นสีดำสนิทออกมา! ทันใดนั้น!ก้อนมวลิญญาสีม่วงคล้ำรูปร่างวิกลจริต ไร้หูไร้ตาก็กระโจนพรวดพราดทะลุกระจกออกมา หวังจะพุ่งหลบหนีขึ้นสู่เพดาน
แต่มีหรือที่มันจะรอดเงื้อมมือของนพเก้าไปได้
“หนอย... ไอ้ผีร้าย!!คิดจะหนีงั้นรึ!”นพเก้าตวัดกรงเล็บมือขวา คว้าหมับเข้าที่ก้อนิญญาสีม่วงนั้นได้อย่างแม่นยำ
“ฮ่าๆๆๆ!!เป็ไงล่ะไอ้แก่จอมลวงโลก!! กลอุบายกระจอกๆ ของมึง... มันปิดบังเนตรวิเศษของกูไม่ได้หรอกโว้ย!!” แววตาของนพเก้าวาวโรจน์ไปด้วยความมุ่งร้ายและสะใจ
“ล... ลูกเก้า! น...นี่มันเกิดเื่อาเพศอะไรขึ้นกันแน่ลูก!?”
อัครเดชเบิกตากว้างด้วยความช็อก!แต่ลึกๆ ในใจ เขาก็ยังคงเชื่อมั่นในการกระทำของลูกชายเสมอ ลูกเขาไม่ใช่คนบ้าคลั่งไร้เหตุผล!ทุกการกระทำที่ดูเหมือนจะหุนหันพลันแล่นล้วนถูกคำนวณและวางหมากเอาไว้อย่างแยบยลแล้วทั้งสิ้น
นพเก้าไม่ตอบคำถามเขาเร่งโคจรพลังปราณ ควบแน่นบีบอัดสร้าง 'กรงขังมิติ' ขนาดย่อมขึ้นมาจองจำิญญาร้ายเอาไว้แ่า
กี๊ซซซซ!! กี๊ซซซซ!!
ก้อนิญญาอัปลักษณ์นั้นดิ้นทุรนทุรายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแหลมปรี๊ดออกมาอย่างเ็ปทรมาน! มันดิ้นรนสุดชีวิตไม่ปรารถนาที่จะถูกกักขังเป็ทาสรับใช้
“ไอ้ตัวประหลาดนี่...มันมีชื่อเรียกว่า ‘ปีศาจลวงตา’ (IllusionDemon)... ท่านตาผู้รอบรู้ คงจะเคยได้ยินตำนานวีรกรรมความฉิบหายของมันมาบ้างใช่ไหมขอรับ?” นพเก้าหันไปยิ้มกริ่มถามหวงไท่ด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“อ... อาาา!!!”
เมื่อได้ยินชื่อของเผ่าพันธุ์ต้องห้ามหวงไท่ก็ถึงกับผงะถอยหลัง ช็อกจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง
‘ปีศาจลวงตา’!...มันคือเผ่าพันธุ์ปีศาจโบราณสุดอันตราย ที่มีความสามารถพิเศษด้าน 'พลังจิติญญาและการสะกดจิต' ขั้นสูง!มันสามารถดัดแปลงสภาพแวดล้อม และบิดเบือนการรับรู้ของมนุษย์ให้กลายเป็ 'ภาพลวงตา' ที่สมจริงจนแยกไม่ออก
ในตำนานบันทึกโบราณเมื่อห้าร้อยปีก่อน...ว่ากันว่าไอ้ปีศาจเผ่านี้แหละ ที่เคยล่อลวงจับตัวมนุษย์นับหมื่นคน ไปสร้างเป็‘เมืองลับแลแห่งความฝัน’!ทำให้ผู้คนเ่าั้จมดิ่งหลงระเริงอยู่ในห้วงนิทราอันหอมหวาน... ก่อนจะค่อยๆสูบกลืนกินพลังชีวิตและจิติญญาของพวกเขาทีละน้อยจนแห้งตายอย่างทรมาน
โชคดีที่ยุคนั้น 'หน่วยมหามนตรา' สืบทราบต้นตอของหายนะได้ทันท่วงทีจึงได้อัญเชิญ 'กองกำลังนักบวชนิกายพุทธ' มาร่วมมือกันสวดภาวนาปราบปรามและล้างบางพวกมันจนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว(หรืออย่างน้อย ผู้คนก็เชื่อว่าพวกมันน่าจะหนีตาย ไปกบดานซ่อนตัวอยู่แต่ใน‘แดนรกร้างปีศาจ’ ทางฝั่งตะวันออกเท่านั้น)
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ปีศาจ’!สมาชิกทุกคนในห้องก็ขนลุกซู่ หวาดกลัวจนหน้าถอดสี
ในสามัญสำนึกและตำราเรียนของมนุษยชาติ...เผ่าพันธุ์ปีศาจ คือตัวตนที่เป็ปรปักษ์ อาฆาตมาดร้ายและเป็ศัตรูตามธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งบนทวีป!พวกมันดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเข่นฆ่า ดื่มกินเืเนื้อและกลืนกินจิติญญาของมนุษย์เป็อาหาร! ซ้ำยังมีความสามารถระดับปรมาจารย์ในการจำแลงกายแฝงตัวปะปนอยู่อย่างกลมกลืนในสังคมมนุษย์! แม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ยังมีรายงานข่าวลือเื่คดีฆาตกรรมปริศนาที่มีเบาะแสเชื่อมโยงพัวพันกับพวกมันโผล่มาให้เห็นอยู่เนืองๆ
“รีบส่งคนไปเชิญตัว‘หน่วยมหามนตรา’ มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย!!!”
หวงไท่ะโสั่งอัครเดชเสียงหลง!เมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับปีศาจโบราณ... พวกเขาไม่สามารถทำอวดเก่งจัดการกันเองได้อีกต่อไป! เพราะอาวุธและวิชาการต่อสู้ทั่วไปของจอมยุทธ์ไม่อาจสร้างาแหรือสังหารพวกปีศาจสายิญญาได้! จำเป็จะต้องพึ่งพา‘พิธีกรรมปราบมาร’ และคาถาอาคมเฉพาะทางของหน่วยมหามนตราเท่านั้น
“โธ่เอ๊ย! ท่านปู่...ท่านจะแหกปากโวยวาย ทำตัวตื่นตูมเป็กระต่ายตื่นตูมไปทำไมขอรับ? เื่จิ๊บจ้อยแค่นี้ ไม่เห็นต้องลำบากไปเชิญใครมาให้วุ่นวายเลย... สู้เรามาเคลียร์บัญชีจัดการปัญหาที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงหน้าก่อนไม่ดีกว่ารึ? เพราะตัวตนที่แท้จริงของไอ้หมอเทวะจอมปลอมนี่น่ะ...มันคือ ‘พ่อมดทมิฬสามตา’ ฆาตกรต่อเนื่องที่ทางการกำลังตามล่าตัวอยู่นะขอรับ!!”
นพเก้าถอนหายใจอย่างเอือมระอา!เขารู้สึกว่าไอ้พวกผู้ใหญ่ตระกูลนี้ มันขี้ใโอเวอร์แอ็กติงกันเกินเหตุ
ในยุคปัจจุบันนี้...ศาสตร์แห่งการกำจัดปีศาจ อาจจะยังคงเป็ความลับสุดยอดที่ผูกขาดอยู่กับพวกนิกายสงฆ์และหน่วยมนตราเท่านั้น... ทว่า! ในอีก 50 ปีข้างหน้า (ตามไทม์ไลน์ในอดีตชาติของเขา)...เมื่อ 'มหาาเผ่าพันธุ์มนุษย์ปะทะปีศาจ' อุบัติขึ้นอีกครั้ง! หน่วยมหามนตราที่รับมือไม่ไหวก็จะถูกบีบให้ต้องงัดเอาเคล็ดวิชาลับสุดยอด อย่าง ‘วิชากลืนปีศาจ’ ออกมาตีพิมพ์เผยแพร่ แจกจ่ายให้ทุกขุมกำลังนำไปใช้ป้องกันตัว
ซึ่งวิชานี้ มีความอัศจรรย์ตรงที่มันสามารถดูดกลืนและกลั่นสกัด 'จิติญญาของปีศาจ'ให้กลายเป็ 'พลังจิติญญาบริสุทธิ์' ได้! ซึ่งถือเป็ทรัพยากรล้ำค่าที่มีประโยชน์มหาศาลต่อยอดฝีมือที่กำลัง้าขัดเกลาจิติญญาเพื่อทะลวงฝ่าด่านก้าวขึ้นสู่ ‘ขอบเขตราชันยุทธ์’
ทว่า...หวงไท่ไม่ได้สนใจฟังคำบ่นของหลานชาย! ชายชราร้อนใจจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เขาพุ่งทะยานออกไปจากคฤหาสน์ ด้วยเป้าหมายที่จะไปเชิญ 'ท่านเ้าเมือง' และ 'หัวหน้าหน่วยมหามนตรา'ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
คดีพลิก!ปริศนาฆาตกรรมซ่อนเงื่อนทั้งหมด ได้ถูกคลี่คลายอย่างกระจ่างแจ้ง
ท่านเ้าเมืองเวสสุวรรณ ได้มอบ ‘เหรียญตราทองคำเกียรติยศ’ (สัญลักษณ์ของผู้กอบกู้ปกป้องเมือง)พร้อมด้วยโบนัส 'โอสถพลังศักดิ์สิทธิ์ ระดับ 7'หนึ่งเม็ด... ให้แก่นพเก้าเป็รางวัลตอบแทนความดีความชอบทันที!
ผลงานการกระชากหน้ากากและจับกุม ‘พ่อมดทมิฬสามตา’ ในครั้งนี้... ถือเป็สุดยอดผลงานระดับโบว์แดงที่เ้าหน้าที่ทางการ และนักล่าค่าหัวทั่วสารทิศ พยายามตามล่าสืบหาตัวมันมานานกว่า30 ปี แต่ก็คว้าน้ำเหลวมาโดยตลอด
ไอ้เฒ่าสารเลวผู้นี้ ก่อกรรมทำเข็ญสร้างวีรกรรมชั่วร้ายเอาไว้มากมายนับไม่ถ้วน! งานอดิเรกของมันคือการลักพาตัวและลอบสังหารผู้คนผู้บริสุทธิ์เพื่อควักเอาดวงจิติญญาไปเซ่นสังเวยเป็อาหารให้แก่ 'สัตว์อสูร' ของมัน
และคดีะเืขวัญที่สร้างความเคียดแค้นเกลียดชังให้แก่ชาวเมืองมากที่สุด... ก็คือวีรกรรมอัปยศ ที่มันเคยบุกปล้น 'ศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้า' ถึงห้าแห่ง! จับตัวเด็กทารกและเด็กน้อยตาดำๆทั้งหมดหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย (และแน่นอนว่าเด็กพวกนั้นย่อมถูกนำไปบูชายัญสังเวยให้กับสัตว์อสูรจนหมดสิ้น!)
ตำรวจและทางการไม่เคะค้นพบเบาะแสใดๆของมันเลย! ทุกครั้งที่สายลับเริ่มคลำเจอเบาะแส... ไอ้หมอผีนี่ก็จะไหวตัวทัน ชิงลงมือฆ่าตัดตอนและหลบหนีไปได้ฉิวเฉียดช้าไปก้าวเดียวเสมอ
ไม่มีใครคาดคิด หรือเอะใจเลยว่า...ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่ทางการตั้งค่าหัวระดับชาติ... จะใช้วิชาจำแลงกายแฝงตัวปลอมเป็ ‘หมอเทวะระดับ 3ดาว’ ผู้ทรงเกียรติและซุกซ่อนตัวเสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลอสุราทองคำอย่างแเี
การจับกุมตัวมันในวันนี้จึงถือเป็การปิดฉากฝันร้าย ปิดตำนานฆาตกรหั่นศพ ‘พ่อมดทมิฬสามตา’แห่งเมืองเวสสุวรรณอย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะที่ท่านเ้าเมืองกำลังเจรจาขออนุญาตหวงไท่เพื่อนำกำลังเ้าหน้าที่เข้ามาสอบปากคำและสืบสวนสมาชิกทุกคนในตระกูล...
หัวหน้าหน่วยเ้าหน้าที่มหามนตราก็กำลังจดจ้องมองดูกรงขังปราณิญญาในมือของนพเก้าด้วยดวงตาเบิกกว้างปนความประหลาดใจขั้นสุด
(ไอ้เด็กคนนี้... มันมี‘เคล็ดวิชาลับ’ ที่สามารถกักขังและสะกดิญญาปีศาจได้ด้วยหรือวะเนี่ย!?) เขาอดไม่ได้ที่จะนึกระแวงสงสัย ว่าตำราวิชาลับสุดยอดที่สืบทอดกันเฉพาะวงในขององค์กรมหามนตราของเขา...มีการรั่วไหล เล็ดลอดออกไปสู่โลกภายนอกั้แ่เมื่อไหร่กัน
นพเก้าลอบสังเกตเห็นแววตาจับผิดของอีกฝ่าย...แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายของเล่นชิ้นใหม่ไปบ้างแต่เมื่อเ้าหน้าที่มนตราเอ่ยปากขออายัดตัว ‘ปีศาจลวงตา’ ไปเป็หลักฐาน...เขาก็ยอมส่งมอบมันให้แต่โดยดี อย่างว่าง่ายไม่ขัดขืน
สำหรับเขาแล้ว... ไอ้ปีศาจกระจอกนี่มันก็เป็ได้แค่ 'เศษเนื้อติดซอกฟัน'เท่านั้นแหละ!ไม่ได้มีประโยชน์หรือคุณค่าอะไรให้เขาต้องเก็บไว้ใช้งานเลยสักนิด!หากเขายอมใช้มันเป็เครื่องมือ แลกเปลี่ยนกับการผูกมิตรสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายของ ‘หน่วยมหามนตรา’ ได้ล่ะก็...มันย่อมเป็ผลดีต่อธุรกิจของเขาในระยะยาวแน่นอน! และถ้าเป็ไปได้... ในอนาคตการจะเนียนแฝงตัวเข้าไป ‘ขโมยก็อปปี้’ เคล็ดวิชาคาถาอาคมเด็ดๆ จากองค์กรของพวกมันก็จะยิ่งสะดวกโยธินและง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
หลังจากที่ทีมสอบสวนของท่านเ้าเมืองและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยมหามนตราใช้เวลาเค้นสอบปากคำปูพรมค้นหาหลักฐานนานกว่าหนึ่งชั่วยาม...
ความจริงอันเน่าเฟะก็ถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก
ปรากฏว่า ‘หวงปิง’ (ผู้นำสายรองลำดับที่สาม) ไม่ได้เป็ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลอกใช้!แต่มันคือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' ตัวเอ้เลยต่างหาก!
เื่ราวทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นจากความบังเอิญสุดบัดซบเมื่อราวๆ สองปีก่อน... ในตอนนั้น หวงปิงมีปัญหาเื่สุขภาพเสื่อมโทรม(นกเขาไม่ขัน) จึงได้แอบย่องไปขอความช่วยเหลือจากท่านหมอเทวะเพื่อขอยาโด๊ปฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ
แต่จังหวะนรกดลใจทำให้เขาดันโผล่ไปแอบเห็นฉากเด็ดเข้าพอดี! ตอนนั้น ไอ้หมอเทวะตัวปลอมกำลังร่ายอาคมอัญเชิญ ‘ปีศาจลวงตา’ ออกมาสะกดจิตและควบคุมเด็กสาวผู้ช่วยพยาบาลหวังจะข่มขืนกระทำชำเราเล่นสนุกอยู่พอดี
วินาทีนั้น หวงปิงจึงได้ล่วงรู้ความลับ์แตกว่าหมอเทวะที่คนทั้งตระกูลเคารพกราบไหว้...แท้จริงแล้วคือไอ้โรคจิตผู้ใช้ศาสตร์มืดมนต์ดำ
และในตอนนั้นเองระดับพลังฝึกปรือของหวงปิง ก็อยู่พอดิบพอดีที่ 'ขอบเขตจิตรู้แจ้ง ขั้นที่ 7'ซึ่งทัดเทียมสูสีกับระดับพลัง (ที่มันเสแสร้งแกล้งทำ)ของหมอเทวะพอดี! หวงปิงจึงพลิกวิกฤตเป็โอกาส งัดเอาความลับนี้มา 'แบล็กเมล์' ข่มขู่ไอ้หมอผีเพื่อบีบบังคับให้มันปรุงยาโด๊ปและช่วยเหลือเื่การฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศของเขาให้กลับมาเตะปี๊บดังอีกครั้ง
ความจริงที่น่าตลกก็คือ... 'พ่อมดทมิฬสามตา' ตัวจริงเสียงจริงนั้นมีระดับพลังบ่มเพาะสูงถึง 'ขอบเขตผู้พิทักษ์ (ระดับ 4)'เลยทีเดียว! ทว่า... ในอดีตมันเคยพลาดท่าถูกทางการตามล่าจนได้รับาเ็สาหัสปางตายต้องใช้เวลาหลบซ่อนตัวพักฟื้นอยู่นานหลายปี! มันจึงลงมือลอบสังหาร 'หมอเทวะ' ตัวจริงทิ้งซะ แล้วใช้มนต์ดำสูบกลืนกินความทรงจำสวมรอยสวมหน้ากากเป็หมอเทวะแฝงตัวเข้ามาสูบเืสูบเนื้อกบดานอยู่ในตระกูลหวงอย่างแเี
สำหรับคำขู่กรรโชกและข้อเรียกร้องเื่ยาโด๊ปของหวงปิง...มันไม่ได้เป็ปัญหาสลักสำคัญ หรือสร้างความหนักใจอะไรให้ไอ้หมอผีนี่เลยสักนิด!เพราะลึกๆ แล้ว สันดานของพวกมันก็เป็ไอ้พวกเฒ่าหัวงูโรคจิตหมกมุ่นในกามตัณหาไม่ต่างกัน
และหลังจากที่ทั้งคู่ออกลายจับมือเป็พันธมิตรร่วมอุดมการณ์ ทำเื่ชั่วช้าสามานย์ด้วยกันมาตลอดสองปีเต็ม...ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งสนิทสนมกลมเกลียว แน่นแฟ้นปานพี่น้องคลานตามกันมา
พวกมันมักจะจับคู่กันแอบย่องออกไปเที่ยวเตร่ตามตรอกซอกซอยในเมือง...ลักพาตัวจับเด็กสาวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ มาใช้ปีศาจลวงตาสะกดจิตบังคับข่มขืนรุมโทรมเล่นสนุกสวิงกิ้งด้วยกันอย่างเมามัน! และเมื่อเสร็จกิจกาม...พวกมันก็จะใช้คาถาลบความทรงจำของเหยื่อ แล้วนำไปปล่อยทิ้งไว้ ทำตัวเนียนๆประหนึ่งว่าไม่เคยมีเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ เกิดขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง...ความบรรลัยก็มาเยือน เมื่อ ‘หนิงจื่อหลง’ ดันพลาดท่าตั้งครรภ์กับหวงปิง!
ด้วยความที่หวงปิงมันมีพันธุกรรมหน้าตาที่ทุเรศทุรังและอัปลักษณ์ขั้นสุด!มันจึงเกิดอาการแพนิก หวาดกลัวว่าหากปล่อยให้เด็กคลอดออกมาหน้าตาของเด็กจะต้องฟ้องถึงความอัปลักษณ์ของมัน และทำให้ความแตกแน่ๆ!
โชคดีที่มันมีพันธมิตรผู้รู้ใจอย่างพ่อมดทมิฬสามตา!ไอ้เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนนี้ จึงอาสาใช้ ‘ภาพลวงตา’ จัดฉากดัดแปลงผลตรวจเื เพื่อช่วยปกปิดความลับและชำระล้างความผิดให้หวงปิงอย่างหมดจด(ถ้าไม่บังเอิญมาเจอสกิลพระเอกของนพเก้าจับโป๊ะซะก่อนล่ะก็นะ)
“ไอ้พวกเดรัจฉาน!!พวกมึงสองตัว... คือรอยด่างพร้อย และความอัปยศอดสูที่สุดของตระกูลหวงอสุราทองคำ!!ทหาร!! ลากตัวพวกมันไป ‘ทำลายวรยุทธ์และจุดชีพจร’ ทิ้งซะ!!แล้วจับโยนขับไล่อัปเปหิพวกมันออกไปจากอาณาเขตตระกูลเดี๋ยวนี้!!”
เมื่อหวงไท่ได้รับรายงานสรุปคดีและล่วงรู้วีรกรรมความเหี้ยมโหดทั้งหมด...ชายชราก็โกรธจัดจนหนวดสั่น เืขึ้นหน้าเดือดดาลทะลุปรอท
ในเมื่อสถานการณ์บานปลายมีเ้าหน้าที่ทางการระดับสูงและตำรวจเข้ามาเป็พยานในห้องมากมายขนาดนี้...พวกเขาจึงไม่อาจใช้เส้นสาย ยัดเงินปิดข่าวอัปยศนี้ได้อีกต่อไป
ด้วยความพิโรธขีดสุดหวงไท่จึงสั่งการเด็ดขาด... ขับไล่เครือญาติที่เกี่ยวข้องและสายเืที่เหลืออยู่ของ ‘หนิงจื่อหลง’ ออกไปจากตระกูลทั้งหมด! พร้อมกับออกประกาศิต'ห้าม' พวกมันใช้นามสกุล ‘หวง’ในการทำมาหากินไปตลอดชีวิต
ส่วนตัวการใหญ่อย่าง 'หวงปิง' นั้น...หลังจากที่มันถูกหวงไท่ลงมือทำลายฐานการฝึกปรือและจุดตันเถียนด้วยตัวเอง...สภาพของมันก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว ประดุจไม้ใกล้ฝั่ง! จากชายวัยหกสิบที่เคยดูแข็งแรงบึกบึน...ร่างกายของมันก็เหี่ยวย่น ซูบผอม แก่หง่อมลงกลายเป็คนอายุร้อยปีในพริบตา!รอคอยเพียงวันที่จะขาดใจตายไปอย่างทรมานเท่านั้น
เื่ราวความวุ่นวายทั้งหมดคลี่คลายและยุติลงเมื่อขบวนรถของเ้าหน้าที่ทางการขับออกไปจากคฤหาสน์...
อย่างไรก็ตาม... ในเช้าวันรุ่งขึ้นข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์ และวีรกรรมสุดบัดซบที่เกิดขึ้นภายในรั้วคฤหาสน์ตระกูลหวงก็หลุดรอดกลายเป็ ‘ทอล์คออฟเดอะทาวน์’ ข่าวซุบซิบกระฉ่อนไปทั่วทั้งเมือง!
ชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลหวงอสุราทองคำถูกสังคมเหยียบย่ำบดขยี้จนจมดินไม่มีชิ้นดี! สมาชิกทุกคนในตระกูลต่างต้องเดินก้มหน้าอับอายขายขี้หน้าจนไม่กล้าสู้หน้าใคร
ทว่า...ท่ามกลางกระแสด้านลบที่ถาโถม... กลับมีเพียงชื่อของ ‘นพเก้า’ ฮีโร่หนุ่มผู้เปิดโปงและจับกุมฆาตกรต่อเนื่อง‘พ่อมดทมิฬสามตา’ ได้สำเร็จเท่านั้น... ที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองต่างกล่าวขวัญถึงด้วยความยกย่องและชื่นชมสรรเสริญอย่างกึกก้อง!
ตัดภาพกลับมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน ในห้องอาหาร...
(หลังจากจบเื่วุ่นวายของหนิงจื่อหลง)นพเก้าก็ยังคงเดินสายทำแคมเปญ 'แจกของขวัญ (แฉความลับ)'ตอบแทนน้ำใจญาติๆ ต่อไปอย่างเมามัน
ญาติบางคน เมื่อได้รับของขวัญก็ยิ้มหน้าบานดีใจจนเนื้อเต้น... ในขณะที่ญาติอีกหลายคน...กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกลากลงไปต้มในกระทะทองแดง ตกนรกทั้งเป็!เพราะไอ้เด็กนรกสารเลวผู้นี้ มันดันปากสว่างขุดเอาความลับดำมืดและเื่ฉาวโฉ่ที่พวกเขาอุตส่าห์ซุกซ่อนไว้ใต้พรม (และคิดว่าชาตินี้จะไม่มีใครรู้)ออกมาป่าวประกาศแฉกลางโต๊ะอาหารประจานกันดื้อๆ
“โอ๊ะ!ท่านป้าสะใภ้ใหญ่... ข้าขอเตือนด้วยความหวังดีนะขอรับ... ท่านควรจะระมัดระวังและตามสืบพฤติกรรมของสามีท่านให้ดีๆ หน่อยนะ! เพราะข้าเห็นว่า่ตกดึกทีไร...เขามักจะแต่งตัวหล่อเฟี้ยว แอบแวะไปเช็กอินที่ ‘หอคณิกาดอกไม้หลากสี’เป็ประจำทุกคืนเลยนะขอรับ! แว่วๆ มาว่า... เขาเป็ขาประจำ ซื้อบริการผูกปิ่นโตกับ‘นางโลมอันดับหนึ่ง’ ของหอนั้นด้วยล่ะ!”
นพเก้าชี้นิ้วไปทาง ‘คุณลุงหมวกแดง’ (คุณลุงร่างเตี้ยม่อต้อ อ้วนกลมเป็มันฝรั่งไว้หนวดจิ๋ม และสวมหมวกสีแดงสด)
“น... นี่แก!!”
คุณลุงหมวกแดงสะดุ้งโหยงตัวสั่นเป็เ้าเข้า หน้าซีดเป็ไก่ต้ม หวาดกลัวจนเยี่ยวแทบราด!
(ไอ้เด็กนรกนี่...มันไปรู้เื่นี้มาได้ยังไงวะ!!?) ทุกครั้งก่อนที่เขาจะย่องออกจากบ้านไปเที่ยวซ่อง เขาก็อุตส่าห์ปลอมตัวแต่งหน้าพรางตัวอย่างมิดชิดรัดกุมทุกครั้ง!หนำซ้ำ เพื่อความชัวร์... เขายังแอบผสม 'ยานอนหลับ'ชงให้เมียแดกทุกคืนด้วยซ้ำ!แล้วไอ้เด็กนี่มันไปมุดอยู่ใต้เตียงเขาตอนไหน ถึงได้รู้คิวแม่นขนาดนี้!!
“อ้อ! ใช่ๆ!...พูดถึงเื่นี้ ท่านป้าสะใภ้ลองสังเกตดู 'รอยคล้ำใต้ตา'สีเหลืองซีดๆ ของท่านดูสิขอรับ! นั่นน่ะ...เป็อาการข้างเคียงของคนที่โดน ‘วางยานอนหลับ’ เป็ประจำทุกวันเลยนะ! มิน่าล่ะ...ข้าถึงได้ยินมาว่าท่านมักจะนอนหลับยาวตื่นสายโด่งยันเที่ยงวัน โดยไม่ทราบสาเหตุอยู่บ่อยๆ!...ท่านก็เอาแต่วิ่งวุ่นไปหาหมอให้ตรวจเช็กอาการมาตั้งหลายรอบแต่หมอก็หาสาเหตุไม่เจอสักทีใช่ไหมล่ะขอรับ? ก็โดนผัวตัวเองวางยาซะขนาดนั้นหมอที่ไหนมันจะไปหาเจอ”
นพเก้าใส่ไฟแฉข้อมูลต่อเป็ชุดๆชนิดที่ว่าไม่เปิดช่องว่าง ให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสอ้าปากอ้างเหตุผลหรือแก้ตัวใดๆเลยแม้แต่น้อย
และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที...มหกรรมมวยปล้ำผัวเมียละเหี่ยใจ ก็เปิดฉากเปิดศึกตบตีหยุมหัวกันอุตลุดกลางห้องอาหาร! เสียงด่าทอ เสียงข้าวของแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหววุ่นวายอีรุงตุงนังยิ่งกว่าแย่งของเซลในตลาดสด!
“ฮ่าๆๆ! สนุกจริงๆ!เอาล่ะๆ... มาดูคิวคนต่อไปกันดีกว่า!” นพเก้ายิ้มร่า กวาดสายตาหาเหยื่อรายต่อไป
อึก...
บรรดาญาติๆ ที่เหลือต่างกลืนน้ำลายดังเอื้อก! ขนลุกซู่ หวาดกลัวจนเยี่ยวจะเล็ด
(ไอ้เด็กนี่มันเป็หมอดูร่างทรงหรือเป็ยมบาลกลับชาติมาเกิดกันแน่วะเนี่ย!? ทำไมมันถึงได้ล่วงรู้ความลับ์รู้ไส้รู้พุงเื่ชั่วๆ ของทุกคนได้แม่นยำขนาดนี้!!)
“โอ้โห! สวัสดีขอรับ 'พี่เชา' สุดหล่อ!...ข้าขอเสียมารยาทถามท่านนิดนึงเถอะ... ท่านไม่รู้สึกตะหงิดๆหรือผิดสังเกตบ้างเลยหรือขอรับ... ว่าทำไม่นี้ 'น้องชายแท้ๆของภรรยาท่าน'... มันถึงได้ขยันแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเที่ยวมาขลุกอยู่ที่บ้านของท่านบ่อยผิดปกติจังเลย?”
“ห... หา!? อะไรนะ!!?”
พี่เชา (ชายหนุ่มร่างบึกบึนผิวสีแทนกร้านแดด ย้อมผมสีทองสว่าง) เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!สมองของเขาประมวลผลคำพูดประโยคเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว
เขาหันขวับไปมองหน้า ‘ภรรยาสาวสวย’ และ ‘น้องสะใภ้’ ที่นั่งขนาบข้างเขาทันที! และสิ่งที่เขาพบเห็นก็คือ... หญิงชายทั้งสองคนกำลังนั่งก้มหน้างุด ตัวสั่นงันงก หลบสายตาด้วยท่าทีเลิ่กลั่กราวกับโจรที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
และแล้ว... ศึกมวยหมู่คู่ที่สอง(เมียหลวงฟาดชู้รักน้องสะใภ้) ก็เปิดฉากฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเืพล่านตามคู่แรกไปติดๆ!
หวงไท่ ผู้เป็ประธานหัวโต๊ะนั่งมองความวายป่วงตรงหน้าด้วยความโมโหจนความดันพุ่งปรี๊ด!เืกำเดาแทบจะพุ่งทะลักออกมาจากจมูก
(บัดซบ!! บัดซบที่สุด!!ทำไมในตระกูลอันทรงเกียรติของข้า... ถึงได้มีแต่พวกเศษสวะเดนมนุษย์จิตใจต่ำทรามมั่วสุมกันอยู่ยั้วเยี้ยขนาดนี้วะ!! ต้องกำจัดทิ้ง!ข้าต้องสั่งปะากวาดล้างพวกมันให้หมด!!)
“ลูกพี่ลูกน้องที่รักของข้า...ข้าขอแนะนำด้วยความหวังดีนะ... เ้าควรรีบบอกเลิกและตัดขาดความสัมพันธ์กับไอ้หนุ่มหน้ามนคนนี้ซะเถอะ! ก่อนที่เ้าจะหมดตัว!ไอ้หมอนี่น่ะ... มันเป็ ‘เกย์เฒ่า’ ที่แสร้งทำตัวเป็ผู้ชายสายเปย์ เพื่อหวังจะหลอกสูบเงินปอกลอกทรัพย์สินของเ้าเท่านั้นแหละ!...
เ้าลองเปิดตาสังเกตดูให้ดีสิ!... เห็น ‘ยามเฝ้าประตู’ ร่างั์คนนั้นไหม?สองคนเนี้ย... พวกมันแอบไปนัดบอดดื่มเหล้าเคล้าคลอพลอดรักกันที่ผับเกย์แทบจะทุกคืน! แถมยังพากันควงแขนเข้าโรงแรมกลับบ้านพร้อมกันตอนตีสองตลอดเลยด้วยซ้ำ!”
เมื่อนพเก้าชี้นิ้วแฉเป้าหมายไปที่ 'ยามเฝ้าประตู' ร่างั์บึกบึน...ยามคนนั้นก็หน้าแดงเถือกเป็ลูกตำลึง รีบยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตาด้วยความเขินอายราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้มที่ถูกจับโป๊ะเื่ความรัก
ไม่เพียงแค่นั้น... ทันทีที่‘สามีป้ายแดง’ รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้น (ที่ดูเหมือนหนุ่มเฟมบอยหน้าหวาน)ได้ยินความจริง... เขาก็ช็อกตาตั้ง อ้าปากค้าง! ก่อนจะััได้ถึง ‘รังสีอำมหิต’อันตราย ที่แผ่พุ่งทะลวงมาจากภรรยาสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ไอ้แมงดาเวรตะไล!!!วันนี้มึงตายซะเถอะ!!!”
หญิงสาวโกรธจนฟิวส์ขาด! นางควัก 'ดาบโค้งจันทร์เสี้ยว' เล่มเขื่อง ออกมาจากแหวนมิติ!ง้างดาบเตรียมจะสับกบาล หั่นร่างไอ้ผัวตัวแสบให้ขาดเป็สองท่อนตรงนั้นเลย!โชคดีที่บรรดาญาติๆ ผู้ชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆ มีสติ รีบพุ่งเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งอาวุธห้ามปรามกันไว้ได้ทันท่วงที! ไม่อย่างนั้น... งานเลี้ยงต้อนรับเช้านี้คงได้กลายเป็งานนองเืหนังสยองขวัญฆาตกรรมสับศพแน่ๆ!
ผู้ชมรอบข้างที่นั่งดูเหตุการณ์ชุลมุนตอนนี้ต่างรู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้จนอยากจะอ้วก
ภาพที่เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งก็คือ...ไอ้หนุ่มเฟมบอยร่างบอบบางนี่ ดันแอบไปกิ๊กกับ 'ยามั์' รูปร่างกำยำล่ำสันผิวดำเมี่ยมดั่งถ่านกัมมันต์จากแอฟริกา!พวกเขาไม่อยากจะจินตนาการภาพบาดตาตอนที่สองคนนี้อยู่บนเตียงด้วยกันเลยจริงๆ!บรื๋อออ!... ไซส์มันต่างกันขนาดนั้น...บางทีมันอาจจะกระแทกทะลวงลึกไปถึงลิ้นปี่เลยก็ได้มั้งเนี่ย! แค่คิดก็สยองแล้ว
อั่ก!!!
คราวนี้... หวงไท่ทนรับความเครียดและความอัปยศไม่ไหวอีกต่อไป! ชายชรากระอักเืสีดำคล้ำคำโต พุ่งกระฉูดออกมาจากปากอย่างแท้จริง!ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาซีดเผือดไร้สีเืเนื่องจากเส้นประสาทในสมองตึงเครียดมากเกินพิกัด
“น... นพเก้า!... พ...พอ... พอได้แล้วลูกเอ๊ย!!”
อัครเดชเห็นท่าไม่ดีรีบถลาเข้าไปประคองพ่อตา พร้อมกับะโห้ามทัพลูกชาย! เขากลัวเหลือเกินว่าขืนปล่อยให้ไอ้ลูกชายแฉความลับต่อไป...พ่อตาของเขาคงได้เส้นเืในสมองแตก โกรธตายห่าคาโต๊ะกินข้าวไปจริงๆ แน่!
“ม... ไม่ต้องหยุด!!ปล่อยให้มันแฉต่อไป!!”
หวงไท่ฝืนกัดฟันดันตัวลุกขึ้นนั่งยืดหลังตรงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีน่าเกรงขาม ชายชรากวาดสายตาดุดันดั่งพญาอินทรีจ้องมองกวาดล้างกวาดต้อนสมาชิกทุกคนในห้องโถง
เมื่อประจักษ์ถึงความแม่นยำในการแฉโพยของนพเก้า...เขาก็ประเมินได้ทันทีว่า ข้อมูลทุกอย่างที่ไอ้หลานชายพูดมา... ล้วนเป็ 'ความจริง' ทุกประการ!มันไม่ใช่เื่สำคัญอีกต่อไปแล้วว่าไอ้เด็กนี่มันใช้วิธีไหนไปขุดคุ้ยสืบรู้ความลับพวกนี้มาได้!สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือ... เขาจะต้องใช้โอกาสนี้ 'กวาดล้างกำจัดพวกขยะสังคม' และก้อนเนื้องอกอันน่าอัปยศพวกนี้ออกไปจากตระกูลให้สิ้นซาก!!
และหลังจากนั้น... มหกรรมเทศกาล 'แฉยับ สับแหลก' ก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดเืพล่าน
นพเก้ารับบทบาทเป็ 'ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน' เวอร์ชั่นสายดาร์ก!เขาเดินหน้าแฉพฤติกรรมสุดโสมมและคดีอาชญากรรมดำมืดของเครือญาติแต่ละคนออกมาทีละกระทงๆ!ไม่ว่าจะเป็คดีลักทรัพย์ยักยอกเงินกองกลางตระกูล, คดีฉ้อโกงหักหลังหุ้นส่วนธุรกิจ,คดีลอบสังหารวางยาพิษคู่แข่ง, ไปจนถึงคดีข่มขืนกระทำชำเราสาวใช้!...
ทุกวีรกรรมความผิดทุกการกระทำที่เคยถูกซุกซ่อนฝังกลบไว้อย่างมิดชิด... ล้วนถูกแหกตาแผ่หลาออกมาประจานกลางแจ้งจนหมดเปลือก
โดยมี ‘ท่านเปา’ หวงไท่รับบทเป็ศาลเตี้ยสูงสุด คอยพิพากษาตัดสิน และลงดาบสั่งลงโทษปะา ตัดแขนตัดขาขับไล่ออกจากตระกูลไปตามกฎมณเฑียรบาลอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาด
เหตุการณ์ความวุ่นวายโกลาหลและการพิพากษาล้างบางตระกูล กินเวลายาวนานต่อเนื่อง มาราธอนไปจนถึง 5 โมงเย็น... ทุกอย่างถึงได้สิ้นสุดลงอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
พ่อแม่ของนพเก้าต้องสั่งให้คนรับใช้นำ ‘เปลหาม’ เข้ามาแบกหามร่างอันไร้สติของ ‘หวงไค่’ ออกไปปฐมพยาบาล
ดูเหมือนว่าตาเฒ่าจอมฏผู้นี้จะช็อกกับผลลัพธ์และความอัปยศที่ประดังประเดเข้ามา จนเส้นเืในสมองแตกสลบเหมือดคาที่ไปเป็ที่เรียบร้อย! หากเขาเป็แค่มนุษย์ปุถุชนธรรมดา ป่านนี้คงได้นอนตายคาที่ไปเฝ้ายมบาลนานแล้ว! แต่โชคดีที่เขาเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ ‘ขอบเขตราชันยุทธ์’...ร่างกายของเขาย่อมมีความทนทานและฟื้นฟูได้เร็วกว่ามนุษย์ปกติขอแค่นอนหลับพักฟื้นสักตื่น อาการาเ็ภายในก็คงสมานตัวหายดีเป็ปลิดทิ้ง!กายาของราชันยุทธ์สามารถเยียวยาาแฉกรรจ์ได้รวดเร็วปานปาฏิหาริย์... ทว่า...มันก็ไม่สามารถ ‘งอกแขนงอกขา’ ที่ถูกตัดขาดไปแล้วให้กลับคืนมาได้หรอกนะ!หาก้าอภินิหารระดับนั้น... จะต้องฝืนฝึกปรือ ทะลวงด่านขึ้นไปให้ถึง ‘ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์’ ให้ได้เสียก่อน ถึงจะสามารถทำได้
การจัดฉากเปิดโปงและเชือดไก่ให้ลิงดูในวันนี้...ส่งผลให้ชื่อเสียง บารมี และ ‘ศักดิ์ศรี’ ในฐานะผู้นำตระกูลของนพเก้า...พุ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดอย่างไม่อาจมีใครเทียบเทียมได้
ทั้งความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการปะทะคารมงัดข้อกับเหล่าผู้าุโระดับบิ๊กบอสอย่างไม่เกรงกลัว... ความเด็ดขาดในการลงดาบกวาดล้างตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อปกป้องตระกูล... และที่สำคัญที่สุดคือผลงานระดับชาติ ในการกระชากหน้ากาก จับกุมฆาตกรต่อเนื่อง ‘พ่อมดทมิฬสามตา’
ทุกวีรกรรมสุดเจ๋งเหล่านี้หล่อหลอมทำให้เขาจบสกอร์ ปิดฉากเวทีเปิดตัวในฐานะว่าที่ผู้นำตระกูลได้อย่างสมบูรณ์แบบและสง่างามที่สุด!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์!]
[โฮสต์ได้แสดงวิสัยทัศน์ความสามารถ และสติปัญญาอันเฉียบแหลม ทำให้สมาชิกทุกคนในตระกูล (ที่รอดตาย)รู้สึกเคารพยำเกรง ยอมศิโรราบต่อบารมีและซาบซึ้งในความกรุณาของโฮสต์อย่างแท้จริง!]
[โฮสต์ได้ประยุกต์ใช้นโยบาย‘ส่งเสริมคนดี กวาดล้างคนชั่ว’ ส่งผลให้รากฐานของตระกูลอสุราทองคำมีความมั่นคงแข็งแกร่ง และปลอดภัยในระยะยาวมากยิ่งขึ้น!] [รางวัลตอบแทนความเหนื่อย:เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +15 ช่อง!]
นพเก้ายิ้มกริ่มรู้สึกอารมณ์ดีสดชื่นขึ้นเป็กอง! หลังจากที่ได้ปลดปล่อยพลัง ระบายโทสะด่ากราดสับแหลกพวกหน้าไหว้หลังหลอก ไร้ยางอายในห้องอาหารจนสะใจ!
เขากำลังผิวปากอารมณ์ดีเดินทอดน่องเตรียมจะกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักส่วนตัวและตรวจสอบความคืบหน้าภารกิจสร้างกองทัพ ของ ‘ั์แดงเดือด’ สักหน่อย
“ช้าก่อนขอรับ! ท่านเ้าตระกูลน้อย!”
ทันใดนั้น ‘ผู้าุโฝ่ายดูแลกิจการภายใน’ ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขวางทางก่อนจะโค้งคำนับทำเคารพเขาอย่างนอบน้อมสุดชีวิต! การสรรพนามเรียกขานจาก‘คุณชายใหญ่’ เปลี่ยนเป็ ‘เ้าตระกูลน้อย’ อย่างเต็มปากเต็มคำ... แสดงให้เห็นถึงความเคารพ ยำเกรงและยอมรับในสถานะอำนาจของเขาอย่างจริงใจจากก้นบึ้งหัวใจ
“อ้าว... มีเื่ด่วนหรือวาระสำคัญอันใดอีกหรือผู้าุโ?”
นพเก้าค้อมศีรษะรับการคารวะอย่างสุภาพเขาลอบถอนหายใจในใจ... รู้สึกเริ่มปลงตกกับอนาคตอันเหน็ดเหนื่อยของการเป็‘ผู้นำตระกูล’ ซะแล้วสิ! สงสัยวันๆ คงต้องมานั่งปวดหัวคอยตามเช็ดตามล้างแก้ปัญหาจุกจิกหยุมหยิมให้พวกญาติๆ ไม่เว้นแต่ละวันแน่ๆ!บางที... เขาควรจะหาเวลาว่าง แอบแวบหนีออกไปเที่ยวผ่อนคลายสมองบ้างใน่ที่เขายังมีอิสระและโอกาสอยู่
“เรียนท่านเ้าตระกูลน้อย...เมื่อ่เช้าตรู่ที่ผ่านมา... ‘คุณหนูฉิน’ ผู้เป็คู่หมั้นหมายของท่าน...ได้เดินทางมาขอเข้าพบท่านถึงที่คฤหาสน์ขอรับ!ข้าน้อยได้ชี้แจงแจ้งให้นางทราบไปแล้วว่าวันนี้ตระกูลเรามีการประชุมวาระสำคัญระดับชาติ อาจจะไม่สะดวกให้เข้าพบ...ขอร้องให้นางช่วยกรุณากลับไปก่อน แล้วค่อยแวะมาใหม่ในวันหลัง... ต... แต่ทว่า...”
ผู้าุโดูแลกิจการภายในพูดจาอึกอักหยุดชะงักไปกลางคัน สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจและกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“แต่อะไรล่ะปู่?ช่วยกรุณาพูดให้มันจบประโยครวดเดียวเลยได้ไหม!?”
นพเก้าขมวดคิ้ว รู้สึกรำคาญใจนิดๆเขาไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมไอ้พวกผู้ดูแลหรือพวกตัวประกอบในนิยายเวลามีเื่คอขาดบาดตายมาแจ้ง... มันจะต้องชอบอมพะนำหยุดเว้นวรรคทิ้ง่ให้ลุ้นกันอยู่เรื่อย! ้าจะบิลด์อารมณ์ขยายความสำคัญของปัญหาให้มันดูยิ่งใหญ่เว่อร์วังหรือแค่อยากจะกวนตีนให้คนฟังหัวใจวายเล่นๆ กันแน่วะ!?
“ค... คือว่า... คุณหนู'ฉินโหย่วเอ๋อ' นางยืนกรานเสียงแข็งว่าวันนี้... ไม่ว่ายังไง นางก็จะต้องเข้าพบและพูดคุยธุระสำคัญกับท่านให้จงได้ขอรับ! นางไม่ยอมกลับท่าเดียว!ข้าน้อยจนปัญญาขัดขวาง จึงจำต้องอนุญาตให้นางเข้าไปนั่งรอท่าน อยู่ที่‘ห้องรับรองแขกวีไอพี’ ในโถงหลักั้แ่เช้าแล้วขอรับ!”
ผู้ดูแลกิจการภายในเอ่ยรายงานพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของเ้าตระกูลน้อยอย่างใกล้ชิด...
เป็ที่รู้กันดีในหมู่บ่าวไพร่ว่านพเก้าหลงใหลคลั่งไคล้ และตามจีบแม่นางผู้นี้มานานหลายปีดีดัก!ทุ่มเทเปย์แหลกจนถึงขั้นใช้อำนาจและอิทธิพลของตระกูลไปบีบบังคับกดดันให้ทางฝั่งนั้นยอมตกลง 'หมั้นหมาย' ด้วย
แต่เป็ที่น่าเวทนา...ที่ฝ่ายหญิงกลับไม่เคยมีใจ หรือเหลียวแลมอบความรักตอบกลับมาให้เขาเลยแม้แต่น้อย!จนถึงขนาดที่ชาวบ้านร้านตลาด และคนรอบข้าง... แอบตั้งฉายาลับๆล้อเลียนเขาอย่างเ็ปว่า... “สุนัขเลียคลั่งรักอันดับหนึ่งแห่งเวสสุวรรณ!”
ตามปกติแล้ว...หากได้ยินว่าหญิงในดวงใจมาขอเข้าพบถึงหน้าประตูบ้าน... เ้าตระกูลน้อยของพวกเขาจะต้องดีใจเนื้อเต้น ะโโลดเต้นจนแทบจะปิดซอยฉลอง โอ้อวดให้คนทั้งโลกรู้ไปแล้ว
แต่ทว่า... ปฏิกิริยาตอบสนองในวันนี้ กลับพลิกล็อกและแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ใบหน้าของนพเก้าเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น...
เมื่อเขาลองหลับตาขุดค้นความทรงจำอันเลือนรางของ 'อดีตเ้าของร่าง'ในเื่ความรัก... เขาก็จำได้ลางๆ ว่า... ตัวเขาในอดีต (ชาตินี้)เคยผ่าน่วัยว้าวุ่น มีความรักวัยรุ่นแบบหมาปั๊ปปี้เลิฟกับเขาด้วยเหมือนกัน!...และมันไม่ใช่ความรักใสๆ ธรรมดาซะด้วย... แต่มันคือการ 'คลั่งรักหัวปักหัวปำ'ระดับสโตกเกอร์โรคจิตเลยทีเดียว
(โอ้โห...นี่กูเคยทำเื่น่าอาย บ้าบอคอแตกขนาดนี้ลงไปได้ยังไงเนี่ย!?) เมื่อนึกย้อนทบทวนวีรกรรมความเลี่ยนของตัวเองเขาก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตาย! ฝ่ายหญิงก็เป็เพียงแค่ 'คุณหนูตระกูลผู้ดี' ที่มีพร์ด้านวิทยายุทธ์อยู่อันดับที่2 ของเมืองเวสสุวรรณเท่านั้น! ส่วนเื่ความสวย...นางก็แค่ติดโผรั้งท้าย อยู่ใน 'อันดับที่ 10' ของทำเนียบหญิงงามล่มเมือง
ในขณะที่ตัวเขา...คืออัจฉริยะหนุ่มสุดฮอต ที่มีพร์ติดอันดับที่ 11ของเมือง! แถมยังหล่อ รวย แบ็กอัปแน่น! แต่เขากลับลดตัวไปตามตื๊อตามจีบนางอย่างเอาเป็เอาตาย! แถมยังหน้าด้าน ใช้อำนาจมืดของตระกูลไปบีบบังคับข่มขู่ให้ครอบครัวของนางยอมตกลงหมั้นหมายด้วยอีก
เมื่อหวนนึกถึง ‘ประสบการณ์จีบหญิง’อันแสนจะอ่อนหัด กระจอกงอกง่อย และไร้ชั้นเชิงของตัวเองในอดีต...นพเก้าก็รู้สึกกระดากอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี! ช่างเป็พฤติกรรมที่เด็กน้อยไร้เดียงสา และน่าสมเพชสุดๆ!
นพเก้าอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่...หลังจากผ่านประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชนทั้งในอดีตชาติที่เคยมีชีวิตยืนยาวมานับร้อยปี...กลายเป็จอมยุทธ์เร่ร่อนพเนจรไปทั่วสารทิศนานกว่า 50ปี!... เขาพบเจอ ััวัฏจักรเกิด แก่ เจ็บ ตาย มานับครั้งไม่ถ้วน
เขาต้องเผชิญหน้ากับการดิ้นรนเอาชีวิตรอด...ัักับความโสมม ความมืดมิดในจิตใจมนุษย์... การทรยศหักหลังเพื่อผลประโยชน์...การเข่นฆ่าปล้นชิง เพื่อปีนป่ายยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น!...ประสบการณ์อันโหดร้ายเหล่านี้ ได้หล่อหลอมและพลิกเปลี่ยน ‘มุมมองทัศนคติ’ในการใช้ชีวิตของเขา ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับเื่ 'ความรักโรแมนติก' ในตอนนี้... มันเป็เพียงเื่ไร้สาระที่เขาไม่คิดจะให้ค่า หรือให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย! มันเสียเวลาทำมาหากินเกินไป
เป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาตอนนี้คือ... การนำพานาวาแห่ง 'ตระกูลอสุราทองคำ'พุ่งทะยานก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งความยิ่งใหญ่!...เพาะพันธุ์และบ่มเพาะ 'ยอดฝีมืออัจฉริยะรุ่นเยาว์' ขึ้นมาประดับตระกูลให้แข็งแกร่ง!...ยกทัพไปพิชิตและสยบโลกหล้าให้อยู่แทบเท้า!...และประกาศศักดาให้ตระกูลของเขากลายเป็ ‘ตระกูลอันดับหนึ่ง’ ที่ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้าต้องก้มหัวศิโรราบ
“เอาล่ะๆ! เข้าใจล่ะ...ข้ากำลังจะไปหานางเดี๋ยวนี้แหละ... ท่านหมดธุระแล้วก็เชิญไปทำงานของท่านต่อเถอะไป๊!”
นพเก้าโบกมือไล่ผู้ดูแลก่อนจะงัดเอาสกิลเหาะเหินเดินอากาศ บินฉิวตรงดิ่งไปยังตำหนักโถงรับรองหลักทันที(ในเมื่อมีสกิลเหาะได้แบบชิลๆ แล้วทำไมเขาต้องทนเดินให้เมื่อยตุ้มด้วยล่ะ!มนุษย์เราก็เกิดมารักความสบายกันทั้งนั้นแหละ... หากมีทางลัดที่สบายกว่าใครมันจะโง่เลือกทางเดินที่ลำบากยากแค้นวะ)
ณ ห้องโถงรับรองแขกวีไอพี...
ห้องโถงถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงด้วยการผสมผสานศิลปะลายไทยอันอ่อนช้อยเข้ากับสถาปัตยกรรมอารยธรรมจีนโบราณได้อย่างลงตัว... ให้ความรู้สึกหรูหรา ขลังและแปลกตาอย่างประหลาด
ขณะนี้...บนโซฟาหนังบุนวมตัวใหญ่ใจกลางห้อง... ปรากฏร่างของ ‘หญิงสาววัยรุ่น’ หน้าตาสะสวยผู้หนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ เื้ัของนางมียอดฝีมือบอดี้การ์ดรูปร่างสูงใหญ่ปานั์ปักหลั่น (สูงกว่า 2 เมตร) สองคน ยืนอารักขาคุมเชิงอยู่อย่างขึงขัง
บอดี้การ์ดสองคนนี้มีผิวพรรณสีแดงก่ำราวกับโลหิตเดือด และมี 'เขาสัตว์' คู่หนึ่งงอกปูดออกมาจากขมับสองข้าง!...ซึ่งเป็สัญลักษณ์บ่งชี้ทางพันธุกรรมว่าพวกมันคือสายเืผสมระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ กับ 'เผ่าพันธุ์ยักษารติธาตุ'
ส่วนนายหญิงคนสวยที่นั่งเชิดหน้าอยู่บนโซฟานั้น...นางก็คือ ‘ฉินโหย่วเอ๋อ’ คู่หมั้น(ที่ไม่ได้เต็มใจ) ของเขานั่นเอง
นางเป็ผู้สืบสายเืชั้นสูงและบริสุทธิ์ของตระกูลเผ่ายักษารติธาตุ! รูปร่างหน้าตาสรีระทุกสัดส่วนของนางล้วนงดงามสมบูรณ์แบบไม่ต่างจากมนุษย์หญิงสาวทั่วไป...จะมีจุดสังเกตเพียงอย่างเดียวที่ยืนยันว่านางไม่ใช่มนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็คือ...'เขาสีเขียวมรกต' ขนาดย่อมๆ สองข้างที่งอกยาวประดับอยู่บนศีรษะของนาง ซึ่งมันกลับช่วยเสริมเสน่ห์ความลึกลับและเย้ายวนใจให้นางดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
วันนี้ นางมาในลุคทะมัดทะแมงสวมชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบ กางเกงสแล็กขายาวเข้ารูปทะมัดทะแมง...ที่บริเวณโซฟาด้านขวามือของนาง มีอาวุธคู่กายอย่าง ‘กระบี่คาตานะ’ (ดาบซามูไร) ฝักหุ้มหนังสีดำเงาวับ วางพาดเตรียมพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
และในวินาทีนี้...ั์ตาคู่สวยของนาง กำลังจับจ้องเพ่งมองมาที่ 'ชายหนุ่มรูปหล่อ' ที่เพิ่งเดินร่อนลงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า...ด้วยคิ้วที่ขมวดผูกกันเป็ปมแน่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสน เกลียดชังและระแวดระวังขั้นสุด