บทที่ 3
เอกตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นไปทั่วร่างกาย ความเหนื่อยล้าจากการเคี่ยวหักโหมตลอดทั้งคืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาหันมองแม่ยายเปลือยเปล่าที่กำลังหลับสนิทข้างกาย ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงผ้าขึ้นมาห่มคลุมร่างอวบอัดที่เปรอะเปื้อนคราบรักให้อย่างเบามือ
ขณะกำลังจัดผ้าห่ม สายตาของเขาสะดุดเข้ากับนิ้วตัวเอง แหวนขึ้นสนิมที่เคยใส่อยู่ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงรอยสักรูปสัตว์ที่คล้ายงูผสมัพันเกี้ยวรอบนิ้ว ชายหนุ่มเรียกมันไม่ถูกจึงเรียกว่างูก่อน และเพราะเกล็ดเจ็ดถึงแปดเกล็ดเปล่งสีเขียวสดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เขาจึงเรียกว่างูเขียว ขณะที่เกล็ดส่วนที่เหลือยังคงเป็รอยสักสีดำสนิท
ตอนที่มันยังเป็แหวน เขาแค่รู้สึกว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่มองข้ามไป แต่เมื่อมันกลายเป็รอยสักบนผิวกายพร้อมรายละเอียดที่คมชัดในตอนนี้ เขาจึงได้รู้ว่า มีบางสิ่งไม่ธรรมดาเกิดขึ้นกับชีวิตของเขาเข้าแล้ว เพียงแต่ไม่เข้าใจได้เลยว่าความพิเศษที่ปรากฏขึ้นนี้คืออะไรกันแน่
เหลือเพียงความอึดอัดที่ไม่รู้จะไปหาคำตอบจากที่ไหน เขาจึงทำได้แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามการใช้ชีวิต
หลังจากทำอาหารเช้าง่ายๆ วางทิ้งไว้ให้แม่ยายที่ยังคงนอนหลับสนิท เอกก็เดินทางออกจากบ้าน
เขาคิดว่า การออกหาของป่าเป็ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ มันไม่ต้องใช้เงินลงทุน ไม่จำกัดวุฒิหรือเงื่อนไขใดๆ แต่สามารถสร้างรายได้กลับมาเป็เงินสดได้ทันทีเพื่อประทังชีวิต
เขาเริ่มทำเหมือนเมื่อวาน แม้เป็ครั้งที่สองแต่เขามั่นใจว่าไม่มีพลาด ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอยคุ้ยเขี่ยและรอยเท้าสัตว์บนพื้น สัญชาตญาณแปลกใหม่ผุดขึ้นมาเป็ขั้นตอน เขาลงมือผูกบ่วงดักสัตว์กับกิ่งไม้ทันที ดึงสายรัด โน้มกิ่งไม้ขัดสลัก และปรับระดับบ่วงลอยเหนือพื้น ทุกการขยับมือเป็ไปอย่างคล่องแคล่วตามความรู้สึกชี้แนะในหัว
เอกนั่งรออยู่ใต้ร่มไม้เพียงไม่นาน เสียงไก่ร้องและเสียงขยับไหวตรงจุดที่วางบ่วงก็ดังขึ้นเป็ระยะ บ่วงที่ตั้งไว้ทำงานทีละตำแหน่ง ชายหนุ่มลุกเดินไปตามจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ มือคอยจับตัวไก่ป่าดิ้นรนเอาไว้ ปลดสายรัดออกจากขาของพวกมันทีละตัวอย่างเบามือ แล้วจับใส่สุ่มรวมกัน ชายหนุ่มวนปลดไก่ป่าออกจากบ่วงจนครบทุกจุด รวมได้ทั้งหมด 13 ตัว คาดว่าน่าจะเป็ไก่ป่าราว 2-3 ฝูงที่ออกหากินแถบนั้น แต่ละตัวมีขนสีสันสดใส และตัวใหญ่สมบูรณ์อย่างมาก
ระหว่างทางเดินกลับ เอกหยุดเดินเมื่อเห็นกองมูลสัตว์เล็กๆ ใต้พุ่มไม้ เขาเพ่งมองด้วยความสงสัย ในหัวที่ว่างเปล่าจู่ๆ ก็เกิดภาพกระต่ายป่าขึ้นมา เอกจึงลองวางบ่วงดักทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วลุกขึ้นเดินออกจากป่า มุ่งหน้าไปตลาดเพื่อนำไก่ไปขาย
มาถึงตลาด การขายง่ายดายราบลื่นกว่าที่คิดไว้ พ่อค้ารายใหญ่จากนอกหมู่บ้าน ให้ราคากลางอย่างยุติธรรม ไก่ตัวที่ขายเอาเนื้อคิดราคาปกติ ส่วนตัวที่เหมาะเป็พ่อแม่พันธุ์ได้ราคาสูง เอกยื่นมือรับเงินสด 10,000 บาทมาเก็บไว้ในกระเป๋า
หลังพูดคุยทิ้งเบอร์ติดต่อเสร็จจึงเอ่ยคำอำลาแล้วแยกจากกัน ก้าวเท้าออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นพล่านขึ้นจากมือข้างหนึ่ง มันคือนิ้วที่มีรอยสัก เขายกขึ้นมองพิจารณาทันที
สายตาจับจ้องไปที่รายละเอียดของภาพ สีเขียวสดของเกล็ดบนตัวงู จางลง กลายสภาพเป็สีดำสนิทต่อสายตาที่จับจ่อง
เอกเพ่งมองรอยสักอย่างตั้งใจ สายตากวาดนับเกล็ดสีเขียวที่ยังเหลืออยู่บนตัวงูจนแน่ใจว่ามีทั้งหมดมี 7 เกล็ด
บางสิ่งเริ่มสะกิดใจเขา เอกสะดุดคิดถึงเหตุการณ์แปลกๆ ใน่นี้ เื่ที่ไก่ติดกับดักมากเกิน ความรู้หรือสิ่งที่ผุดขึ้นในหัว สิ่งเหล่านี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับรอยสักนี้
เอกหมุนตัวเดินตรงไปยังแผงขายสลากกินแบ่งเพื่อทดสอบความคิด คาดหวังถึงการถูกรางวัลใหญ่
เพียงแค่คิด ร่างกายกลับััได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ต่อต้าน มันเป็ความรู้สึกผะอืดผะอมและอึดอัดในอก ราวกับมีแรงกดดันมองไม่เห็นคอยกดบนหน้าอก บอกให้รู้ชัดเจนว่าแินี้ผิดทิศทาง
เขาถอนหายใจยาว ค่อยๆ ปรับความคิดใหม่ เลิกยึดติดกับผลลัพธ์ แล้วเปลี่ยนมาหวังเพียงโชคดีที่อาจจะเกิดขึ้นแทน
เอกยื่นมือออกไป ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง คว้าจับสลากบนแผงตามสัญชาตญาณทีละใบ จนไปจบที่10ใบ แล้วชำระเงินไป 1,300 บาทเพราะมีแบบชุดใหญ่ผสมอยู่
หลังเก็บลงกระเป๋าเสื้อ ไม่มีเหตุการณ์อย่างที่คิดไว้เกิดขึ้น รอยสักยังคงมีเกล็ดเจ็ดอันเท่าเดิม แต่ความรู้สึกตอนเลือกซื้อกลับชัดเจนว่าไม่ธรรมดาแต่ก็อยากจะอธิบาย
เอกเดินออกจากแผงสลากกินแบ่งพลางใช้ความคิดอย่างหนัก ชายหนุ่มเริ่มชั่งน้ำหนักความเป็ไปได้เกี่ยวกับความพิเศษของรอยสักบนนิ้ว เป็ไปได้ว่ามันอาจมีส่วนช่วยนำพาสิ่งดีๆ เข้ามาตามเป้าหมายและความปรารถนาของเขา
แม้จะพอจับทิศทางการใช้งานได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังนึกสงสัยว่า จำนวนและสีของเกล็ดที่เปลี่ยนไปเกี่ยวข้องกับอะไร มีผลแบบไหน แล้วทำอย่างไรเกล็ดสีเขียวถึงจะเพิ่มขึ้นได้อีก
เอกหยุดเดินแล้วครุ่นคิด ทบทวนย้อนกลับไปถึงจุดที่แหวนเปลี่ยนเป็รอยสัก เมื่อคืนเขาจมดิ่งอยู่ในรสััจากเรือนร่างของแม่ยายมากเกินไป พอนึกดูดีๆ ก็จำเหตุการณ์ตอนที่แตกในใส่แม่ยายครั้งแรกได้ ตอนนั้นมีกระแสไฟฟ้าสายหนึ่งแล่นวูบผ่านนิ้วอยู่อึดใจหนึ่ง ัันั้นชัดเจนมาก แต่ก็สั้นจนไม่เก็บมาใส่ใจ
มันอาจดูหมกหมุ่นเกินไปที่จะเชื่อมโยงเื่นี้กับน้ำขาวขุ่น แต่พอนึกถึงจำนวนเกล็ดสีเขียวกับจำนวนครั้งที่เขาแตกในใส่เธอ ตัวเลขมันกลับตรงกันพอดีเป๊ะ
รอยยิ้มลามกค่อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เมื่อความคิดวูบหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว หากสมมติฐานนี้เป็จริง การทดลองหาความจริงคืนนี้คงไม่ใช่เื่น่าเบื่อหรือลำบากใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
เอกเดินทางกลับมาถึงบ้านกลางสวน ภาพแรกที่เห็นคือแม่ยายกำลังก้มๆ เงยๆ จัดเก็บสิ่งของอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน
เขาเดินตรงเข้าไปหาจากทางด้านหลัง ยื่นมือออกไปสวมกอดเอวอวบได้รูปเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างอย่างคุ้นเคย
ััจากฝ่ามือและแผ่นอกที่แนบชิดทำเอาแม่ยายสะดุ้งเล็กน้อย ร่างกายผวาหนีทันที
เธอรีบเอี้ยวหน้ากลับมามอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนระคนโรยแรง
"พอก่อนค่ะเอก แม่ยายทนไม่ไหวจริงๆ ขอพักสัก 2-3 วันนะคะ"
เอกกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเล็กน้อย เลื่อนมือยื่นสอดเข้าไปใต้เสื้อตัวบาง
ฝ่ามือสอดเข้าใต้เสื้อถกยกทรงขึ้น แล้วเคลื่อนมือเข้ากุมเต้านมอวบอิ่มที่เปลือยเปล่า ออกแรงบีบเฟ้นอย่างนุ่มนวลเต็มมืออยู่ตรงนั้น
ผิวกายนุ่มลื่นและความอุ่นร้อนของเนื้อนมแน่นล้นฝ่ามือทำเอาเอกต้องกดเน้นน้ำหนักลงไปอีกนิด ความหยุ่นนุ่มของเต้าใหญ่สร้างความเพลิดเพลินจนเขาไม่อยากถอนมือออก
ปลายนิ้วเริ่มเขี่ยยอดอกที่เริ่มแข็งชูชันเบาๆ จนแม่ยายต้องบิดกายตอบรับด้วยความสยิว
เอกกระซิบชิดใบหู "งั้นช่วยใช้ปากให้ผมตรงนี้ได้ไหมครับ"
แม้บริเวณใต้ถุนบ้านจะเป็พื้นที่เปิดโล่ง แต่ก็มีกองข้าวของวางตั้งเรียงรายพอให้ใช้บังสายตาจากภายนอกได้บ้าง
แม่ยายถอนหายใจยาว สายตามองสำรวจบริเวณรอบข้างอย่างลังเลระคนยินยอม
เธอค่อยๆ ย่อตัวคุกเข่าลงกับพื้นข้างกองข้าวของ ช้อนสายตามองหน้าเอกด้วยความเขินอาย
มือเรียวปลดกระดุมกางเกงของเอกออก ดึงรั้งขอบกางเกงและกางเกงในลงไปกองไว้ที่ต้นขา
แก่นกายขนาดใหญ่ดีดผงาดออกมาต่อหน้าต่อตา เธอใช้สองมือนวดเฟ้นประคองโคนท่อนเนื้อไว้หลวมๆ
แม่ยายอ้าปากอุ่นส่วนปลายยอด อบความร้อนชื้นกลืนกินท่อนเนื้อเข้าสู่โพรงปากอย่างช้าๆ
ลิ้นนุ่มเริ่มตวัดเลียระเลียดระลอกปลายหัวสลับกับการรูดริมฝีปากขึ้นลงตามความยาวอย่างเป็จังหวะ
เอกเชิดหน้าขึ้น สูดปากส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอด้วยความรู้สึกดี ร่างกายเกร็งรับััดูดดึงอันวาบหวามจากโพรงปากอุ่นของแม่ยาย
มณีมองหน้าลูกเขยพลางตั้งสมาธิอยู่กับััในปาก แรงดูดโพรงปากเพิ่มน้ำหนักแน่นขึ้น รูดขยับท่อนเนื้อเป็จังหวะถี่กระชั้น
มือเรียวข้างหนึ่งจับกุมลำท่อนเนื้อรูดขึ้นลงสอดรับกับจังหวะปาก ขณะที่อีกมือเอื้อมลงไปบีบนวดลูกอัณฑะด้านล่างเบาๆ อย่างชำนาญเพื่อช่วยกระตุ้นอารมณ์
ใต้ถุนบ้านที่เงียบสงบ ภาพแม่ยายในท่านั่งยองๆ กำลังคุมจังหวะอ้าปากอมรับและถกรูดท่อนเอ็นใหญ่ยาวของลูกเขยเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
ััอุ่นชื้นและแรงบีบเน้นย้ำดำเนินไปนานหลายนาที เสียงดูดดึงและจังหวะมือที่ขยับเข้าออกไม่หยุดหย่อนทำเอาเอกลมหายใจติดขัด ทรวดทรงปล่อยตามอารมณ์ผ่อนคลายไปกับความเสียวซ่านอย่างหลงใหลและเคลิบเคลิ้ม
แรงดูดเน้นหนักตรงส่วนหัวสลับกับการตวัดลิ้นรัวใส่ พร้อมแรงชักมือและบีบนวดที่ประสานกันอย่างพอดี เธอช้อนสายตามองใบหน้าและอาการผ่อนคลายของลูกเขยด้วยความพึงพอใจ
จนมือของเขาจับกุมเส้นผมแล้วกดหัวแม่ยายเข้าหา เพื่อส่งท่อนเนื้อลึกลงไปในลำคอ ชายหนุ่มเกร็งสะโพกรับััสยิว ร่างกายกระตุกเกร็งก่อนปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนทะลักฉีดเข้าสู่โพรงปากของแม่ยายอย่างรุนแรงหลายระลอก
แม่ยายน้ำตาน้ำมูกไหลด้วยความอึดอัด แต่ลำคอกลับกระตุกเกร็งเค้นกลืนกินน้ำรักทุกหยดลงท้องอย่างว่าง่าย ลิ้นบางคอยเลียเก็บคราบขาวอุ่นที่เปรอะมุมปากจนสะอาดหมดจด ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนจะถอนท่อนเนื้อออกจากโพรงปากชื้นแฉะอย่างช้าๆ
ขณะที่แม่ยายช่วยจัดเก็บแก่นกายของเอกเข้ากางเกงให้เรียบร้อย แล้วยันตัวลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อผ้าของตนเอง เอกก็ก้มลงสำรวจรายละเอียดของรอยสักงูเขียวบนนิ้วมือ เกล็ดสีเขียวสดทั้งเจ็ดเกร็ดยังคงมีเท่าเดิม ทว่าตรงเกล็ดที่แปดกลับเริ่มปรากฏสีเขียวจางๆ ผุดขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่เต็มเกร็ด
ไม่ให้เป็ที่สังเกต เอกเข้ามากระชับอ้อมกอดจากด้านหน้า ดึงร่างของมณีเข้ามาชิดอกแล้วเอ่ยกระซิบข้างหู "ผมรักแม่ยายนะครับ หลงแม่ยายจนหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว"
มณีหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย พลางเอ็ดเบาๆ "ลามกจริงเลยเรา"
เอกไม่หยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและบั้นท้าย นวดเฟ้นผิวกายเนียนนุ่มจนมณีรับรู้ได้ถึงความปรารถนาที่ยังคงคุกรุ่น และรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
มณีพยายามดันอกเอกออกเบาๆ พร้อมเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "พอก่อนได้ไหมเอก... สงบอารมณ์หน่อยนะ แม่ยายรับไม่ไหวแล้วจริงๆ"
ด้วยความสับสนและอารมณ์ที่ยังตกค้าง มณีจึงหลุดปากพูดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว "หรือจะให้แม่หาคนมาช่วยรับมือลูกเขยคนนี้ดีล่ะ"
เอกชะงักมือที่กำลังลูบไล้ พลางจ้องมองใบหน้าของมณีด้วยความประหลาดใจกับคำพูดเมื่อครู่
มณีเผชิญหน้า สายตาทอดมองลูกเขยหนุ่มด้วยความเอ็นดูและความปรารถนาดีจากใจจริง เธอขยับเข้าไปใกล้ ขยับมือขึ้นจับท่อนแขนของเอกไว้เบาๆ
"แม่ยายพูดจริงนะเอก" มณีเน้นย้ำน้ำเสียงอ่อนโยน "เอกยังหนุ่มยังแน่น แรงเยอะแบบนี้... ลำพังแม่ยายคนเดียวคงรับมือไม่ไหวหรอก การมีคนมาช่วยดูแลเอก เพิ่มความสุขให้เอก มันเหมาะสมและดีที่สุดแล้ว"
เอกฟังแล้วรู้สึกกึ่งรับกึ่งปฏิเสธ ใจหนึ่งก็รู้สึกวูบวาบไปกับข้อเสนอที่เย้ายวน แต่อีกใจก็แคร์ความรู้สึกของมณีเป็หลัก "แต่ผมแคร์แม่ยายคนเดียวนะครับ... ผมกลัวแม่ยายจะรู้สึกไม่ดี หรือคิดว่าผมไม่พอใจในตัวแม่ยาย"
มณียิ้มบางๆ พลางยื่นมือไปแตะแก้มเอกเบาๆ เพื่อยืนยันความรู้สึกของตัวเอง "ไม่ต้องกังวลเื่แม่ยาย ความสุขของเอกคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแม่ยาย ถ้าเอกมีความสุข แม่ยายก็ยินดี"
เอกมองใบหน้าของมณีด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ มณีเป็ผู้หญิงที่สวยสะพรั่งทั้งหน้าตาและรูปร่าง แม้อายุจะเข้าสู่วัยสี่สิบแล้ว แต่ผิวพรรณทั่วทั้งเรือนร่างยังคงเต่งตึง เนียนนุ่ม ไร้ร่องรอยความหย่อนคล้อยหรือรอยหมองคล้ำ การได้เธอคือความภาคภูมิใจและเป็สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเอก แต่คำพูดและความรักที่เธอแสดงออกมาในเวลานี้ ยิ่งทำให้เธอมีคุณค่าเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย
ขณะที่ความอบอุ่นกำลังอบอวล เสียงเรียกของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงทางเดินเข้าบ้านสวน เสียงไม่ไกลจากใต้ถุนบ้านแต่มีสิ่งของและกองบังสายตาไว้พอดี
"เอก... อยู่ไหมเอก!"
เสียงะโคุ้นเคยนั้นคือ ชัย ญาติรุ่นพี่ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียน ทำให้อารมณ์วาบหวานระหว่างแม่ยายลูกเขยต้องหยุดชะงักลงในทันที
ทั้งสองรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว จัดแจงเสื้อผ้าและกิริยาให้เข้าที่ ก่อนที่เอกจะเดินออกไปต้อนรับญาติรุ่นพี่บริเวณหน้าบ้าน
"อ้าว พี่ชัย มีอะไรหรือเปล่าครับ มาหาแต่หัววันเลย" เอกทักทายพลางปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
ชัยยิ้มกว้าง เดินเข้ามาตบไหล่เอกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ "ได้ยินข่าวว่าแกดักบ่วงจับไก่ป่าได้ตั้งหลายตัวนี่หว่า ฝีมือไม่เลวเลยนะเอก"
ชัยเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดเข้าเื่อย่างตรงไปตรงมา "พี่เลยคิดว่าแกน่าจะสนใจเข้าป่าหาสัตว์ด้วยกันสักหน่อย ข้าพูดตามตรงนะเอก ข้าเชื่อว่า่นี้ดวงแกกำลังมา แกต้องมีโชคด้านนี้แน่ๆ ไปด้วยกันรับรองว่าได้ของดีกลับมาขาย"
ทั้งสองคนพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ชัยตกลงว่าจะพาเอกเข้าป่าทันทีในวันนี้และต้องค้างคืนด้วยกัน โดยชัยบอกให้เอกวางใจเื่ทางบ้าน เพราะแอน ผู้เป็เมียของชัย จะมานอนค้างเป็เพื่อนมณีที่บ้านใน่ที่พวกเขาทั้งสองคนไม่อยู่
เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ชัยจึงขอตัวแยกย้ายกลับบ้านไปเตรียมตัวสำหรับค้างคืนในป่า
เอกยื่นเงินที่ได้จากการขายไก่ป่าทั้งหมดให้มณีเก็บไว้ จากนั้นจึงให้เธอช่วยจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็สำหรับการนอนค้างคืนในป่าให้
เอกมองหน้ามณีพลางอธิบายเหตุผลให้เธอฟัง "การที่มีคนยอมพาเข้าป่าลึกแบบนี้ไม่ใช่เื่ง่ายครับแม่ยาย เพราะพรานป่าทุกคนต้องแชร์ความลับเื่รอยทางและจุดหาสัตว์ต่อกัน แล้วก็การขาย ถ้าไม่ไว้ใจกันจริงๆ เขาไม่พาไปหรอกครับ"
"แม่ยายขึ้นไปช่วยผมเก็บของบนห้องนอนหน่อยสิครับ จะได้รีบจัดของค้างคืนในป่าให้เสร็จทันพี่ชัย" เอกส่งยิ้มบางๆ เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำทีเป็เื่ปกติ
มณีมองหน้าลูกเขยโดยไม่ทันคิดระวังตัว พยักหน้ารับคำอย่างใส่ใจ "ได้สิ งั้นรีบขึ้นไปเก็บกัน จะได้ไม่เสียเวลา"
มณีหมุนตัวเดินนำขึ้นบ้านตรงไปยังห้องนอนโดยมีเอกเดินตามหลังขึ้นไปติดๆ สายตาจ้องมองสะโพกงอนงามที่ยักย้ายตามจังหวะการก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้น จนกระทั่งทั้งสองคนเดินพ้นประตูเข้าสู่ภายในห้องนอน