เสวี่ยหรงหยุดเท้าแล้วหันกลับไปมองดูลุงหานที่วิ่งตามเข้ามาใกล้ จุดที่เธออยู่นับว่าปลอดภัยเพราะอยู่ใต้ประตูทางเข้าฝั่งทิศใต้ของเมือง
ทหารบนกำแพงและทหารหน้าเมืองรับรู้ถึงการปรากฎตัวของปีศาจแล้วพวกเขากำลังเรียกระดมกำลังเข้าต่อสู้จนทำให้มีทหารหลายสิบคนยืนรวมตัวใกล้ๆเธอ
“ คุณหนู ท่านไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่ ”
“ ลุงหาน ข้าปลอดภัย ทหารพวกนั้นรับมือปีศาจได้ใช่หรือไม่ ”
ลุงหานมองไปยังทหารที่กำลังวิ่งออกจากประตูเมืองมุ่งหน้าเข้าหาปีศาจงูดาวเหนือทั้ง 10 ตัว แต่ละคนเป็ถึงระดับก่อกำเนิดลมปราณ ปีศาจที่โผล่ออกมานั้นเป็ระดับตัวอ่อน จึงไม่ใช่เื่ยากที่จะจัดการ
“ คุณหนูท่านไม่ต้องเป็ห่วง พวกเขาสามารถรับมือกับปีศาจเ่าั้ได้ ”
เสวี่ยหรงพยักหน้ารับแล้วเดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เธออยากเห็นการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ ต่อให้เธอจะอ่านนิยายมามากมาย เห็นการต่อสู้ผ่าน CG มาเยอะ รวมไปถึงการสร้างเกมแนวแอคชั่นมาหลากหลายรูปแบบ การต่อสู้ที่กำลังเกิดกลับแตกต่างจากประสบการณ์ที่ได้รับมาจึงอยากเห็นการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ด้วยตาว่าจะเป็เช่นไร
เหล่าทหารทั้งหมด 20 นายได้วิ่งเข้าไปล้อมรอบปีศาจจากห้วงทะเลลึกเอาไว้ ในมือของพวกเขามีอาวุธแตกต่างกันไป บางคนถือดาบ บางคนถือธนู ในมือของบางคนมีขวานหรือหอก นับว่ามีการเลือกใช้อาวุธที่หลากหลาย
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นชายผู้หนึ่งที่น่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มก็ได้ชี้กระบี่ขึ้นไปบนท้องฟ้าให้สัญญาณ จากนั้นทุกคนจึงเริ่มวิ่งเป็วงกลมรอบๆฝูงปีศาจ แต่ละคนที่วิ่งเริ่มเพิ่มฝีเท้าให้เร็วเป็อย่างมากจนยากจะมองตามได้ทัน
ผู้ถือหอกเป็ฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน โดยอาศัยความยาวของอาวุธแทงปีศาจตัวที่อยู่ด้านหน้าสุด ผู้ถือขวานจึงกระโจนตามเข้าไปฟันปีศาจตัวที่ถูกหอกปักตรึงร่างเอาไว้
ชายผู้ถือธนูพยายามเล็งยิงจากระยะไกล เป้าหมายของเขาคือดวงตาปีศาจ หากสามารถจัดการกับดวงตาของพวกมันได้ เท่ากับว่าสามารถปิดการมองเห็นจนปีศาจทำได้เพียงแค่รอความตาย
เสียงกระทบกันระหว่างอาวุธและเกล็ดของงูดังขึ้น เสวี่ยหรงรู้สึกใจเต้นรัว ภาพที่มองเห็นนับว่าน่าตื่นใไม่น้อย มนุษย์กำลังวิ่งด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามได้ทัน แต่ละคนล้วนใช้ท่าเท้าแปลกประหลาดและมีความเร็วเป็อย่างมาก อาวุธในมือของพวกเขาที่ฟาดฟันออกไปมีทั้งพลังทำลายและรูปแบบที่ซับซ้อน
ทุกการฟาดฟันจะเกิดเสียงดังราวกับนำเหล็กร้อนมากระทบกัน ิัของปีศาจที่ควรจะนุ่มกลับแข็งไม่ต่างจากเหล็กกล้า ทันใดนั้นชายผู้หนึ่งได้ปลดปล่อยเปลวไฟออกมาจากดาบแล้วฟาดฟันเข้าใส่ร่างปีศาจจนตัวขาด
เสวี่ยหรงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก ภาพที่เธอเห็นทั้งหมดไม่ใช่ CG มันคือเื่จริง มนุษย์สามารถปลดปล่อยพลังเหนือธรรมชาติออกมาจากร่างกายได้ผ่านการฝึกยุทธ์
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้ง 20 ผลัดกันรุกและรับอย่างมีแบบแผน ยังไม่มีผู้ใดได้รับาเ็ มีเพียงฝั่งปีศาจที่ถูกตัดคอทิ้งตัวแล้วตัวเล่าจนเหลือเพียงสามตัวที่ยังมีชีวิต เสวี่ยหรงคิดว่าอีกไม่นานพวกมันจะถูกสังหารตามตัวอื่นๆไป
หัวหน้าทหารยามรักษาการณ์ทางฝั่งทิศใต้ที่มาถึงประตูทางออกหลังจากทหารยามได้เข้าไปแจ้งเหตุ เขาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหนึ่งอย่างบนประตูเมือง
้ากำแพงไม่ควรจะมีชาวบ้านยืนอยู่ เขาจึงสั่งให้ทหารนำตัวทั้งสามลงมาจากกำแพงเพื่อไม่ให้ขวางทางทหาร ไม่นานทั้งสามก็ถูกพาตัวลงมาจากกำแพง
หัวหน้าทหารยามที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวสวมใส่ชุดคลุมสีขาวถึงกับชะงัก เขาจดจำใบหน้านี้ได้ หญิงสาวใบหน้าสะสวยเป็คุณหนูจากตระกูลใหญ่ ข่าวการรอดชีวิตทำให้เขารู้ว่าเธอคือผู้ใด
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง เหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ ”
เสวี่ยหรงลงมาจากกำแพงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เธออยากเห็นจุดจบของการต่อสู้ แม้จะรู้ว่าอีกไม่นานปีศาจจะถูกสังหารทั้งหมด เธอกลับถูกเรียกตัวลงมาก่อน มันเป็คำสั่งของทหารเฝ้ารักษาการเมืองไม่สามารถขัดคำสั่งได้ เธอจึงต้องยอมทำตาม
“ ข้าไปดูนาเกลือของตระกูลแล้วบังเอิญเ้าพวกนั้นโผล่มาจากทะเล ข้าขอขอบคุณทหารเป็อย่างมากที่เข้าช่วยเหลือ ข้าขอตัวลาก่อน ”
หัวหน้าทหารเฝ้ารักษาการณ์ทางทิศใต้ชะงักไปอีกครั้ง เขาไม่คิดว่าคุณหนูตระกูลม่อจะตอบคำถามทั้งหมดเพียงเอ่ยหนึ่งประโยค ยังไม่ทันได้สอบถามใดๆเพิ่มเติมคุณหนูเสวี่ยหรงกลับเดินจากเขาไปอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เขาก็ไม่สามารถสั่งทหารให้กักตัวไว้ได้ทัน
“ ท่านนายกอง ทหารของเราจัดการปีศาจทั้งหมดแล้ว ” นายทหารวิ่งเข้ามารายงาน
“ พวกมันไม่ได้มาเพิ่มใช่หรือไม่ ”
“ เราตรวจสอบแล้วไม่มีปีศาจขึ้นมาบนชายฝั่งอีก ”
“ พวกเ้ามีผู้ใดเห็นคุณหนูม่อเสวี่ยหรงหรือไม่ นางออกไปทำสิ่งใดข้างนอกเมือง ”
หัวหน้าทหารเฝ้ารักษาการณ์ทางทิศใต้อยากรู้ว่าคุณหนูม่อเสวี่ยหรงพูดเื่จริงหรือไม่จึงสอบถามทหาร เมื่อได้รับรายงานเขาจึงปล่อยคุณหนูม่อเดินจากไปไกลสุดสายตา ทหารที่อยู่บนกำแพงเมืองได้สังเกตเห็นเธอนานแล้ว อีกฝ่ายเดินทางไปยังนาเกลือิญญาของตระกูลแล้วกลับมา
การเดินทางของเธอปกติ ไม่ได้มีสิ่งผิดสังเกต เธอไม่ได้เรียกปีศาจเหล่านี้ขึ้นมาบนชายฝั่ง พวกมันตอบสนองไปโดยสัญชาตญาณ นับว่าโชคดีของคุณหนูตระกูลม่อเพราะปีศาจที่ปรากฎตัวเป็เพียงระดับตัวอ่อนเท่านั้น
“ คุณหนูเ้าคะ รอข้าด้วย ”
ยี่ยี่พยายามวิ่งตามคุณหนูและลุงหานที่เหมือนจะวิ่งนำหน้าไป ความจริงแล้วพวกเขาทั้งสองยังคงเดิน ความเร็วกลับมากกว่ายี่ยี่ที่เป็เพียงคนธรรมดาทั่วไป
เสวี่ยหรงเห็นท่าทางเหน็ดเหนื่อยของยี่ยี่ เธอจึงลดความเร็วของฝีเท้าลง ไม่มีสิ่งใดที่เธอจะทดสอบแล้ว เพียงแค่การเดินเร็วไม่ทำให้เธอตรวจสอบความสงสัยที่มีต่อร่างกายได้จึงคิดว่าจะเก็บไปตรวจสอบเมื่อถึงตระกูล
“ ลุงหาน ท่านรู้เกี่ยวกับระดับพลังของผู้ฝึกยุทธ์หรือไม่ ”
ลุงหานเลิกคิ้ว เขารู้สึกแปลกใจกับคำถาม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากเท่าใดจึงอธิบายเท่าที่เขามีความรู้ให้คุณหนูฟัง
“ คุณหนู ระดับผู้ฝึกยุทธ์แบ่งออกเป็ 9 ระดับ เริ่มต้นจากระดับตัวอ่อนไปจนถึงระดับสูงสุดคือระดับเซียน ทุกคนที่กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนแล้วต้องผ่านระดับตัวอ่อนที่เป็ขั้นเริ่มต้นกันทั้งสิ้น ถ้าจะให้เรียงจากต่ำไปสูง ต่อจากระดับตัวอ่อนจะเป็ระดับ ก่อกำเนิดลมปราณ ปราณไหลเวียน ปราณแท้ ระดับ 5 จะเป็ จิตยุทธ์ ต่อด้วยระดับ 6 หลอมกายทองคำ ระดับ 7 จะเป็กำเนิดเทพปราณ ระดับ 8 คือกึ่งเซียน สุดท้ายระดับ 9 ระดับสูงสุดคือเซียน มันเป็ระดับที่ใครต่างใฝ่หาแต่ไม่สามารถไปถึงได้ ”
“ เหตุใดจึงไม่ใช่ทุกคนที่ไปถึง ” เสวี่ยหรงอยากรู้สาเหตุที่ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ยากจะกลายเป็เซียน
“ คนที่ไปถึงระดับเซียนได้จะต้องเป็ผู้มีความรู้ความเข้าใจในวรยุทธ์ที่ตนเองร่ำเรียน พวกเขาจะต้องแตกฉานอย่างลึกซึ้ง ข้าไม่รู้เช่นกันว่าจะต้องลึกซึ้งมากเพียงใด นอกจากนั้นแล้วระดับเซียนก็้าโอสถและสมุนไพรจำนวนมากเช่นกัน น้อยคนนักจะมีโอกาสเข้าถึงพวกมัน ”
“ แต่ละระดับมีพลังเช่นไรบ้างอย่างนั้นรึ”
“ คุณหนูความรู้ของข้าไม่มากนัก ข้ารู้แค่ 3 ระดับแรกเท่านั้น หากท่านฝึกถึงระดับตัวอ่อน ท่านสามารถสะสมพลังปราณเอาไว้ในตันเถียนได้ ถึงจะไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้ ปราณส่วนนี้สามารถเสริมร่างกายจนท่านแข็งแกร่ง ท่านจะเริ่มปลดปล่อยลมปราณออกมาภายนอกได้ในตอนที่เป็ระดับก่อกำเนิดลมปราณ วรยุทธ์และทักษะที่ท่านเรียนรู้มานั้นจะแสดงผลได้ดีเมื่อถึงระดับนี้ ส่วนระดับปราณไหลเวียนอย่างที่ท่านเห็น การโจมตีของท่านจะทรงพลังมากพอจะตัดปีศาจงูดาวเหนือเ่าั้ได้สบายๆ ”
“ ผู้นำตระกูลและพ่อของข้าเป็ระดับใด ”
“ ระดับของข้าต่ำเป็อย่างยิ่ง ข้าจึงััพลังของพวกท่านไม่ได้ แต่จากที่คนใช้ในบ้านเล่าสู่กันฟัง ระดับของนายท่านทั้งสองสูงถึงระดับกึ่งเซียน หลายคนบอกว่าอาจจะถึงระดับเซียนแล้วก็เป็ได้ ”
เสวี่ยหรงไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆเมื่อได้รับฟังคำตอบ จากเนื้อเื่ไม่ได้บอกระดับพลังของผู้นำตระกูลม่อเพราะพวกเขาตายจากการถูกวางยาพิษ ผู้อ่านจึงคาดการณ์กันเองว่าระดับของผู้นำตระกูลม่อที่เป็หนึ่งในตระกูลใหญ่และเป็กองกำลังหลักของเื่จะต้องสูงพอๆกับเหล่าผู้นำตระกูลและหัวหน้าพรรคต่างๆที่แสดงพลังใน่กลางเื่
การคุยกันเกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ์จบลงเป็่เวลาเดียวกันกับที่ทั้ง 3 กลับมาถึงตระกูล ม่อเสวี่ยหรงที่พยายามแตะเนื้อต้องตัวตนเองมาตลอดทางจึงลองพูดคำๆหนึ่ง เธอ้าทดสอบว่าตนเองได้สิ่งใดติดตัวมาด้วยหลังจากเข้ามาสวมบทบาทเป็คุณหนูของตระกูลม่อ
“ หน้าต่างสถานะ...เปิด ”.