เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 25: ซ้อนแผนสายลับสาว


    ราตรีมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมค่ายลี้ภัยกลางป่าไผ่ สายลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านยอดไผ่สีเขียวเข้มจนส่งเสียงเสียดสีเอี๊ยดอ๊าดบาดลึกเข้าไปในความเงียบสงัด ยามนี้ดวงดาราบนฟากฟ้าต่างพากันหลบซ่อนอยู่หลังม่านเมฆหนาทึบ มีเพียงเสี้ยวจันทร์บางสีซีดจางที่ทอดแสงนวลสลัวลอดผ่านหลังคาโกดังคลังเสบียงย่อยที่ผุพังลงมา แสงจันทร์ตกกระทบลงบนพื้นดินแดงและกองกระสอบข้าวสารเป็นเส้นตรงสีเงินสว่าง ทว่ารอบข้างกลับจมดิ่งอยู่ในเงาดำทะมึนราวกับเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

    ภายในโกดังเก็บเสบียงย่อยและอาวุธเบา ยามวิกาลเช่นนี้ควรจะมีความเงียบสงบ ทว่าในความมืดมิดนั้นกลับมีกลิ่นอายแห่งอันตรายโชยมาตามลม ทหารบ้านเวรยามสี่คนที่รับหน้าที่เฝ้าหน้าประตูกลุ่มเดิม บัดนี้นอนกองระเนระนาดอยู่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ด้านนอก ร่างกายของพวกเขานอนแน่นิ่งดูคล้ายสลบไสลไร้สติจากฤทธิ์ของยาสลบชั้นยอดที่ผสมอยู่ในน้ำชาร้อนเมื่อหัวค่ำ ทว่าหากเพ่งสังเกตให้ดี ลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอและลึกนั้นกลับเป็นเพียงการแสร้งทำละครฉากใหญ่ตามแผนซ้อนแผนของขุนศึกหนุ่มที่สั่งให้เตรียมยาแก้ถอนพิษสลบไว้ล่วงหน้าเพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ

    ทันใดนั้น เงาร่างระหงสายหนึ่งก็เล็ดลอดผ่านบานประตูโกดังที่แง้มเปิดไว้ช้าๆ ร่างบางเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบแผ่วเบาราวกับแมวป่าที่ย่องล่าเหยื่อในยามค่ำคืน นางสวมชุดรัดกุมสีดำสนิทเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอรชรอ้อนแอ้น ทว่าแฝงไปด้วยความทะมัดทะแมง ผ้าคลุมหน้าสีดำบดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้ เหลือเพียงดวงตากลมโตคู่สวยที่ยามนี้ไร้ซึ่งความอ่อนโยนหรือไร้เดียงสาอย่างที่แสดงต่อหน้าผู้คนในตอนกลางวัน

    ดวงตาของแม่หญิงมะลิยามนี้เยือกเย็นและโหดเหี้ยมเปล่งประกายวาววับในความมืด นางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะย่างเท้าก้าวสั้นๆ พลิ้วไหวตรงไปยังหีบไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บแผนที่ยุทธศาสตร์และเอกสารราชการลับของค่ายป่าไผ่ ปลายนิ้วเรียวงามที่ไร้รอยด้านหนาหยิบลิ่มเหล็กขนาดเล็กออกมาจากสาบเสื้อ สะเดาะกลอนหีบไม้เสียงแผ่วเบาดัง *แกรก* เพียงครั้งเดียว ฝาหีบก็เปิดออกอย่างง่ายดาย

    "หึ... ไอ้พวกสวะค่ายป่า นึกว่าจะมีฝีมือดีเด่นสักแค่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกโง่เขลาเบาปัญญา" มะลิลอบพึมพำในใจ แววตาของนางฉายแววหยิ่งผยองและดูแคลน ขณะก้มลงค้นเอกสาร แผนการของนางค่ำคืนนี้คือการขโมยแผนที่ค่ายและจุดที่ตั้งคลังปืนไฟทั้งหมด จากนั้นจะใช้คบเพลิงน้ำมันจุดไฟเผาโกดังเสบียงย่อยแห่งนี้เพื่อสร้างความโกลาหล ก่อนจะลอบหลบหนีออกไปสมทบกับกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬภายนอกที่ซุ่มรอจังหวะเข้าโจมตี

    ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังรวบรวมม้วนกระดาษแผนที่อยู่นั้น เสียงฝีเท้าลากพื้นเบาๆ ระคนเสียงไอสะลึมสะลือดังกุกกักขึ้นจากเงามืดด้านหลังชั้นวางกระสอบข้าวสาร

    "แค็ก... อือ... ใครน่ะ... ใครเข้ามาทำอะไรในเวลานี้..."

    เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงบิดขี้เกียจกรอบแกรบ มะลิสะดุ้งตัวโยน ดวงตาเบิกกว้างรีบหันขวับไปมองยังทิศทางของเสียงทันที นางหรี่ตาเพ่งมองผ่านความมืดสลัว ร่างหนาใหญ่ของชายคนหนึ่งนั่งพิงกระสอบข้าวสารอยู่ ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า ลำแขนหนาพาดอยู่บนเข่าอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าของเขาปัดเป๋ไปมา แววตาปรือปรอยสะลึมสะลือคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนและยังมีอาการมึนงงจากฤทธิ์ยา

    นั่นคือ ขุนศึกเป้า!

    มะลิใจหายวาบในตอนแรก ทว่าเมื่อเห็นท่าทางโอนเอนไร้เรี่ยวแรงและดวงตาเลื่อนลอยของเป้า ความตื่นตระหนกของนางก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นชาและโหดเหี้ยมภายใต้ผ้าคลุมหน้า นางคิดว่าเป้าเองก็คงจะเผลอดื่มน้ำชาหรือได้รับไอละอองยาสลบที่นางปรุงขึ้นเป็นพิเศษไปด้วยเช่นกัน แม้จะยังไม่สลบไปโดยสิ้นเชิง แต่การที่เขาสะลึมสะลือปานนี้ ย่อมไม่ต่างจากเนื้อบนเขียงที่ไร้ทางต่อสู้

    "ที่แท้ก็ท่านขุนศึกเป้าผู้ยิ่งใหญ่นี่เอง..." มะลิค่อยๆ ขยับตัวย่างสามขุมเข้าหาชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงของนางแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเยือกเย็น ไร้ซึ่งความอ่อนหวานออดอ้อนเช่นตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง "ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ท่านมานอนเล่นอยู่ที่นี่... แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของข้า ที่จะได้ส่งท่านไปยมโลกเสียตั้งแต่ตอนนี้!"

    นางขยับมือขวา ปลายแขนเสื้อสีดำขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่มีดสั้นเล่มเรียวบาง คมกริบ และอาบยาพิษสีฟ้าคล้ำเข้มข้นจนส่งกลิ่นฉุนบางเบาจะปรากฏขึ้นบนฝ่ามือนาง แสงจันทร์เสี้ยวสะท้อนวาบบนคมมีดสีฟ้าน่าสะพรึงกลัว พิษร้ายชนิดนี้สกัดจากต่อมพิษของอสรพิษสัตตบงกชผสมยางไม้พิษแดนใต้ เพียงแค่ผิวหนังโดนสะกิดเป็นแผลเล็กน้อย พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจทำให้หัวใจล้มเหลวตายในทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ร้องขอชีวิต

    เป้าแสร้งทำเป็นพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าขาทั้งสองข้างกลับพับลงไปกองกับพื้น เขาพ่นลมหายใจหอบไอเสียงดัง "นังมะลิ... เจ้า... เจ้าเป็นสายลับจริงๆ รึ... อึก... หัวสมองของข้า... เหตุใดมันถึงหมุนคว้างเยี่ยงนี้..."

    "ฮะๆๆ... รู้ตัวยามนี้ก็สายไปแล้วไอ้สวะ!" มะลิแสยะยิ้มกว้าง แววตาสะใจยามเห็นเหยื่อหมดทางสู้ นางสืบเท้าพุ่งเข้าหาเป้าด้วยความเร็วของวิชาตัวเบาอันแคล่วคล่อง มีดสั้นในมือขวาเงื้อขึ้นสูงชี้ตรงมายังตำแหน่งหน้าอกด้านซ้ายของขุนศึกหนุ่มอย่างแม่นยำและไร้ความลังเล หมายจะปักคมมีดอาบพิษเข้ากลางขั้วหัวใจเพื่อปลิดชีพเขาในกระบวนท่าเดียว!

    ทว่า ในวินาทีที่ปลายมีดสั้นอาบยาพิษสีฟ้าคล้ำกำลังจะปักทะลุผิวหนังหน้าอกของเป้าเพียงไม่ถึงเศษเสี้ยวองคุลี ดวงตาที่เคยปรือปรอยสะลึมสะลือของเป้าพลันลืมโพลงสว่างวาบดุจดวงตาพยัคฆ์ร้ายในยามค่ำคืน! ไม่มีแววตาของคนโดนยาสลบหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเหี้ยมเกรียมและกะล่อนเจ้าเล่ห์ที่ฉายชัดสะท้อนแสงมีด

    หมับ!

    เสียงฝ่ามือหนาแกร่งปะทะข้อมือเรียวบางของมะลิดังสนั่นเปรี้ยง เป้าขยับวาดแขนขวาขึ้นคว้าจับข้อมือขวาที่ถือมีดสั้นของนางไว้ได้ทันท่วงที ปลายนิ้วทั้งห้า of เป้าบีบกระชับแน่นหนาประหนึ่งคีมเหล็กกล้าที่หลอมจากเตาอัคคี แรงบีบมหาศาลจากพละกำลัง 7.0 ชั่งทำเอากระดูกข้อมือของมะลิส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบปานจะแตกเป็นผุยผง

    "อ๊ะ!..." มะลิอุทานเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดระคนตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเป้าที่ยามนี้แสยะยิ้มกว้างกะล่อนร้ายประจันหน้ากับนางอย่างไม่มีอาการเหนื่อยล้าหรือมึนงงแม้แต่น้อย

    "ไงจ๊ะ... แม่หญิงมะลิคนงาม ค่ำคืนนี้ลมหนาวพัดแรงนัก เจ้ากลัวพี่หนาวจนต้องหอบเอามีดสั้นมาอุ่นอกพี่ถึงในโกดังเชียวรึ?" เป้าเอ่ยเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงทุ้มกวนประสาท แววตาหยอกล้อโลมเลียไปตามทรวงอกอวบอัดภายใต้ชุดรัดกุมสีดำของนาง

    "แก!... แกไม่ได้โดนยาสลบงั้นรึ?!" มะลิกัดฟันกรอดด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกเยือกเย็นมั่นใจในแผนการเมื่อครู่พลันพังทลายสลายไปสิ้น นางรู้ตัวทันทีว่าตนเองเป็นฝ่ายตกหลุมพรางซ้อนแผนของไอ้ขุนศึกกะล่อนผู้นี้เข้าเสียแล้ว!

    ทว่า ด้วยการฝึกฝนเป็นสายลับและนักฆ่ามาอย่างเข้มงวด มะลิไม่ยินยอมจำนนง่ายๆ นางบิดข้อมือขวาหักหลบแรงบีบอย่างรวดเร็วพร้อมกับเบี่ยงตัวดีดขาทั้งสองข้างขึ้นจากพื้น ใช้ท่อนขาเรียวงามหนีบรัดเข้าที่ลำคอหนาของเป้าหมายจะใช้แรงเหวี่ยงทุ่มร่างใหญ่โตของเขาให้ล้มลง ทว่าเป้ากลับไหวตัวทัน เขาปล่อยมือจากข้อมือของนางและเอนหลังหลบวิชาหนีบคอได้อย่างว่องไว

    มะลิดีดตัวกลางอากาศลงสู่พื้นดินได้อย่างมั่นคง นางไม่รอช้า พพลิกกายเคลื่อนไหวดุจอสรพิษตวัดมีดสั้นในมือไล่ล่าจู่โจมเป้าหมายต่อทันที!

    *ฟุ่บ! ฟุ่บ! เปรี้ยง!*

    การปะทะต่อสู้ในพื้นที่แคบระหว่างชั้นวางเสบียงและกระสอบข้าวสารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและตื่นตาเต้นระทึก มะลิใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงเคลื่อนไหวดุจภูตพราย ร่างสีดำของนางวูบวาบไปมาในเงามืด คมมีดอาบยาพิษสีฟ้ากวาดแกว่งวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวคุกคามเป้าทุกทิศทาง เป้าขยับกายหลบหลีกซ้ายขวาอย่างแคล่วคล่องว่องไว ทว่าด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตและข้อจำกัดของพื้นที่แคบ อีกทั้งเขายังต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของวิชากายาเหล็กทมิฬที่เพิ่งฝึกฝนมา จึงจงใจไม่หลบหลีกจนสุดตัว

    *ฉึ่ก! ฉึ่ก!*

    มีดสั้นอาบยาพิษของมะลิกรีดกรายตัดผ่านการป้องกันของเป้า คมมีดเรียวบางกรีดลึกเข้าที่หัวไหล่ซ้ายและหน้าอกแกร่งของเขาจนเสื้อผ้าขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลทางยาวสีแดงเข้มที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ยาพิษสีฟ้าคล้ำเข้มข้นจากใบมีดไหลซึมเข้าสู่บาดแผลแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดของขุนศึกหนุ่มทันที!

    "ฮะๆๆ! โดนพิษร้ายของข้าเข้าไปแล้ว ไอ้สวะค่ายป่า! อีกไม่เกินสามอึดใจ เลือดในกายของแกจะแข็งตัวและหัวใจจะหยุดเต้นตายอย่างทรมาน!" มะลิหัวเราะร่าด้วยความสะใจ แววตาโหดเหี้ยมกลับมาฉายประกายแห่งผู้ชนะอีกครั้ง นางยืนนิ่งมองดูผลงานอย่างหยิ่งผยอง

    ทว่า เป้ากลับไม่ได้ล้มตึงหรือร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอย่างที่นางคาดคิด ชายหนุ่มเพียงแค่ก้มลงมองรอยแผลที่หน้าอกและหัวไหล่ of ตน แววตาของเขาไร้ซึ่งความตระหนกตกใจ บนใบหน้าคมกลับปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจอย่างที่สุด

    ภายในร่างกายของเป้า ยามนี้พิษงูร้ายกำลังแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทว่าก่อนที่มันจะเข้าสู่จุดชีพจรสำคัญ พลังลมปราณสีดำทมิฬลึกลับเข้มข้นจากวิชากายาเหล็กทมิฬที่หมุนเวียนอยู่ในร่างพลันปะทุขึ้นมาต่อต้านอย่างบ้าคลั่ง! ผสานกับมนต์ลืมเจ็บที่คอยสะกดความรู้สึกปวดร้าวระบมทุกประการ ร่างกายของเป้าร้อนผ่าวระอุราวกระทะทองแดงเดือดพล่าน ผิวหนังสีทองแดงรอบบาดแผลเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำเงาประกายเหล็กกล้า ค่อยๆ ขับดันหยดพิษสีฟ้าคล้ำให้หลุดกระเด็นออกจากบาดแผลจนสิ้นซาก แผลที่เคยมีเลือดซิบเริ่มสมานตัวและแห้งลงอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาสายลับสาว!

    ทันใดนั้น เสียงเตือนกวนประสาทและแสนคุ้นเคยของระบบเทพแมงดาโบราณพลันดังขึ้นในหัวของเป้าอย่างร่าเริง

    *“ติ๊ง! ต้านทานพิษและอาวุธลับสำเร็จ! ยินดีด้วยกับโฮสต์แมงดาหนุ่ม บัดนี้ท่านได้บรรลุวิชา ‘กายาเหล็กทมิฬ (ระดับ 2) ขั้นที่ 4’ อย่างสง่างาม! (แต้มสะสมปัจจุบัน: 1200 แต้ม ได้รับโบนัสพิเศษ 100 แต้มจากการต้านทานยาพิษร้ายแรง) ร่างกายของโฮสต์หนาถึกทนทานจนพิษงูร้ายกลายเป็นแค่น้ำเชื่อมหวานหอมสำหรับโฮสต์ไปแล้วจ้า! อึด ถึก ทน ปานนี้ สาวใดได้ไปครอบครองคงต้องร้องขอชีวิตแน่แท้!”*

    เป้าลอบหัวเราะในใจพลางสะบถด่าระบบเบาๆ ก่อนจะหมุนเวียนพลังลมปราณกายาเหล็กทมิฬ ขั้นที่ 4 ที่เพิ่งบรรลุสดๆ ร้อนๆ พละกำลังในร่างพลุ่งพล่านตื่นตัวเต็มพิกัด กล้ามเนื้อแกร่งหนาแน่นขึ้นจนส่งแรงกดดันมหาศาลกระจายออกรอบตัว

    ทางด้านมะลิ เมื่อนางเห็นบาดแผลของเป้าสมานตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งไอพิษสีฟ้ายังถูกขับออกมาจนหมดสิ้น ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมของนางพลันซีดเผือด ดวงตากลมโตสั่นระริกเบิกกว้างฉายแววตระหนกตกใจระคนหวาดกลัวอย่างรุนแรง ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตนักฆ่า

    "เป็น... เป็นไปไม่ได้!... ยาพิษดับสูญของข้า ไม่มีผู้ใดต้านทานได้! แก... แกเป็นตัวประหลาดอันใดกันแน่?!" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง

    "ตัวประหลาดรึ? หึๆ... พี่ก็แค่ผัวที่ดีในอนาคตของเจ้าอย่างไรเล่าจ๊ะน้องมะลิ!"

    สิ้นคำประกาศกวนโทโส เป้าก็ขยับตัวพุ่งเข้าหาหญิงสาวรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ พละกำลังและวิชาตัวเบาที่ได้รับการหนุนเสริมจากกายาเหล็กทมิฬขั้นที่ 4 ทำให้ความเร็วของเขาทะยานขึ้นอีกระดับ มะลิตกใจสุดขีดรีบขยับมีดสั้นหวังจะแทงสกัด ทว่าคราวนี้เป้าไม่ปล่อยโอกาสให้เด็ดขาด เขาเอี้ยวตัวหลบอย่างง่ายดายพลางใช้สันมือสับเข้าที่ข้อมือของนางอย่างแรงจนมีดสั้นอาบพิษกระเด็นหลุดมือลอยละลิ่วไปปักอยู่บนเสาไม้โกดัง

    "ปล่อยข้านะ! ไอ้สวะ!"

    มะลิกรีดร้องเสียงหลงเมื่อร่างหนาใหญ่ของเป้าพุ่งเข้าประชิดโอบรวบสะโพกกลมกลึงและท่อนแขนเรียวบางของนางไว้แน่นหนาประดุจคีมเหล็กกล้า เป้าใช้พละกำลังที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้นยกตัวนางลอยขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะเหวี่ยงทุ่มร่างบางลงบนเตียงฟางหนานุ่มสำหรับทหารเวรยามนอนพักผ่อนที่ตั้งอยู่ตรงมุมโกดังอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่นไร้ทางหนี

    ตุ้บ!

    ร่างระหงของมะลิกระแทกเข้ากับเตียงฟางหนา ทว่าก่อนที่นางจะทันได้พลิกตัวหลบหลีก ร่างกายกำยำท่อนบนที่เปลือยเปล่าและร้อนผ่าวของเป้าก็ทาบทับตามลงมา ล็อกตัวนางไว้ใต้ร่างของเขาอย่างแน่นหนาจนหมดทางดิ้นรน ลำแขนแกร่งของเป้ากดข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้เหนือศีรษะตรึงแน่นกับฟางแห้ง ส่วนสะโพกแกร่งของเขาจงใจบดเบียดกดทับสะโพกมนของนางไว้จนร่างบางขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย

    มะลิเบิกตากว้างลนลาน แววตาเยือกเย็นเหี้ยมเกรียมในตอนแรกบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกตกใจและหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจอย่างที่สุด นางพยายามบิดส่ายกายสาว ดิ้นรนขยับสะโพกและเรียวขาเพื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุม ทว่าผิวเนื้อที่เสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าบางเบากลับยิ่งทำให้ร่างกายของนางร้อนผ่าวระทวยและสู้แรงปานคีมเหล็กทมิฬของเป้าไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว

    "ปล่อยข้า! ไอ้หน้าหนา ไอ้ขยะค่ายป่าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! หากพวกพยัคฆ์ทมิฬบุกเข้ามา พวกมันจะสับแกเป็นหมื่นๆ ชิ้น!" มะลิกัดฟันด่าทอเสียงสั่นระริก หน้าอกอวบอัดสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบกระชั้นถี่ แววตาดุร้ายขู่ฟ่อดุจงูพยศที่โดนหมองูสยบไว้ใต้มนตร์สะกด

    เป้าไม่ได้โกรธเคืองคำด่าทอนั้นเลยแม้แต่น้อย เขากลับขยับยิ้มมุมปากอย่างกะล่อนเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าคมเข้มเข้าไปใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิจากกายสาวโชยมาแตะจมูกขุนศึกหนุ่ม ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ความนึกสนุกของเขาให้ทวีคูณ ชายหนุ่มจ้องมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่ยามนี้ขึ้นสีแดงซับด้วยโทสะระคนตื่นกลัว พลางกระซิบตอบเสียงทุ้มลึกแฝงความหยอกเย้าข่มขู่ข้างใบหูบางของนางว่า

    "หึๆ... ปากดีปานนี้เชียวหนาแม่หญิงมะลิคนงาม... ลักลอบเข้ามาค้นเอกสารลับไม่พอ ยังคิดจะเผาคลังเสบียงและลอบฆ่าพี่อีกด้วย ความผิดระดับนี้ข้าควรจะส่งเจ้าไปขังคุกมืดดี หรือว่า..." เป้าลากเสียงยาวจงใจปัดปลายจมูกเฉียดแก้มเนียนของนางเบาๆ "...จะให้พี่ลงทัณฑ์เจ้าด้วยกระบองเหล็กยักษ์ส่วนตัวของพี่บนเตียงฟางแห่งนี้ดีล่ะจ๊ะ? รับรองว่าหากโดนกระบองเหล็กของพี่กระทุ้งทะลวงเข้าไปสักร้อยครั้ง... เจ้าคงจะปากเก่งด่าพี่ไม่ออกไปอีกหลายวันเลยทีเดียวเชียว!"

    คำขู่กะล่อนทิ้งทวนแฝงความหมายหยาบโลนทว่าวาบหวามทำเอาแม่หญิงมะลิตัวแข็งทื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกรัวด้วยความหวาดตระหนกตกใจอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน แววตาสั่นไหวคู่นั้นจ้องมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของจอมขุนศึกจอมกะล่อนตรงหน้าด้วยความรู้สึกอับจนหนทางต่อแรงกดดันและพละกำลังอันเหนือชั้นของเขาอย่างสิ้นเชิง!

    ---